เมื่อลู่ฮ้ายปู่ทวดของเสี่ยวเป่า เห็นสองแม่ลูกจ้าวอิงและเสี่ยวเป่าเดินมาถึงหน้าบ้านเก่าท้ายหมู่บ้านแล้ว เขาถอนหายใจแล้วหันหลังกลับโดยไม่เข้าไปบ้านเก่าหลังนั้นและไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้สักคำ
ทางด้านจ้าวอิงเมื่อก้าวเข้ามาในลานบ้านนางก็หดหู่ใจทันทีอะไรมันจะเก่าและโทรมได้ขนาดนี้นี่ยังสามารถให้คนอาศัยอยู่ได้อีกหรือ
แม้บ้านจะหลังไม่เล็กมาก ดูด้วยสายตาผ่าน ๆมีเรือนสองฝั่งคาดว่ามีสี่ถึงห้าห้องด้วยกัน คงจะเคยเป็บ้านของครอบครัวใหญ่มาก่อนตามหน้าต่างมีรอยการปะ ประตูก็มีรูลอดผ่านหลังคาเห็นกระเบื้องบาง่แตกหักเสียหายไปแล้ว
หากมีฝนตกนางมั่นใจว่าไม่สามารถนอนโดยไม่เปียกแน่นอนมองแค่สภาพภายนอกเท่านี้ยังท้อใจถึงเพียงนี้มิน่าเล่าจ้าวอิงอิงถึงอยากจะไปให้พ้นจากครอบครัวนี้นางยืนไว้อาลัยให้ตัวเองสามวินาที
“ท่านปู่ ท่านย่า พวกเรากลับมาแล้ว ท่านแม่ตกน้ำท่านย่า ๆ”
เสี่ยวเป่าที่เข้ามาในเขตบ้านก็ส่งเสียงะโเรียกปู่และย่าของเขาทันที
หลังจากได้ยินเสียงเสี่ยวเป่าทั้งลู่ซานถิงและจางซื่อผู้เป็พ่อและแม่สามีของจ้าวอิงหรือก็คือปู่และย่าของเสี่ยวเป่านั้นเอง
ลู่ซานถิงออกมาจากด้านหลังบ้านโดยมีไม้เท้าช่วยพยุงตัวออกมา ส่วนจางซื่อนั้นเดินออกมาจากในครัวเมื่อเห็นจ้าวอิงอิงเนื้อตัวเปียกปอนและตัวซีดเซียวกัดริมฝีปากระงับความเ็ปอยู่ตรงหน้า
จางซื่อก็เดินเข้ามาใกล้แล้วถามขึ้น
“เสี่ยวเป่าเป็อะไรหรือไม่”
นางสนใจหลานชายนางมากกว่า
“ไม่ ไม่เป็อะไรมีเพียงท่านแม่ที่ตกน้ำไปขอรับท่านย่า”
เสี่ยวเป่าตอบด้วยเสียงที่ยังสั่นเครือ
จางซื่อหันหน้ามาหาจ้าวอิงอิงแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เรียบเฉยไม่ตื่นใหรือแสดงความห่วงใยใด ๆ
“เ้าเข้าไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนพักก่อนเดี๋ยวข้าจะต้มน้ำร้อนไปให้”
จ้าวอิงเพียงพยักหน้าให้นางและเดินออกไปทางด้านของห้องที่นางใช้หลับนอนจากความทรงจำของร่างเดิมเมื่อรื้อหาเสื้อผ้าและผลัดเปลี่ยนเรียบร้อยแล้วจ้าวอิงนางก็นอนลงเมื่อหัวถึงหมอนนางก็สลบไสลไปทันที
โดยมีเสี่ยวเป่าตัวน้อยที่เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นตามความเข้าใจของเขาเด็กน้อยในวัยห้าขวบ ให้จางซื่อย่างของเขาฟัง แล้วก็ตามเข้ามาในห้องนอนของจ้าวอิงและนั่งเฝ้าไม่ห่างจากเตียงของจ้าวอิงเลย
เพราะเด็กน้อยเคยได้ยินเถินโกวผู้เป็หลานชายป้าฮวาเด็กในวัยเดียวกันในหมู่บ้านพูดว่าที่แม่ของเขาตีเขาเพราะเขาไม่ดีพอ ดังนั้นแม่จึงไม่รักเขาเสี่ยวเป่าจึงตั้งใจว่าจะเป็เด็กที่ดี ตามใจท่านแม่เพื่อให้แม่ของเขารักเขาเหมือนแม่ของคนอื่นบ้าง
ส่วนจ้าวอิงในตอนนี้เมื่อหลับตาลง ก็มีเพียงร่างกายเท่านั้นที่หลับลงแต่จิตของนางได้ล่องลอยเข้ามายังอีกห้วงมิติหนึ่ง
นางลืมตาขึ้นมาพบว่า กำลังนอนอยู่ในห้องนอนที่คุ้นตา ลุกขึ้นมามองรอบๆ ก็รู้ว่านี้เป็ห้องนอนเล็กของนางเอง ที่นางใช้พักผ่อนในกระท่อมลับบนูเาลึก
ในพริบตาแรกจ้าวอิงคิดว่านี้ต้องเป็ความฝันหรือไม่ก็เป็เพราะิญญานางมาเยือนสถานที่เก่า ๆ หลังตายแล้ว แต่นี่มันไม่ใช่ มันสมจริงมากเกินไป ทันใดนั้นนางก็ลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งออกไปยังประตูหน้ากระท่อม
เมื่อประตูเปิดออกพร้อมกับแสงสีขาวแสบตาสาดซัดเข้ามาเมื่อปรับสายตาให้คุ้นชินแล้ว ก็พบกับสวนผักสมุนไพร เถาองุ่นและกระท่อมเก็บของอีกหลังข้าง ๆ กัน มองออกไปเป็ทะเลสาบนางดีใจถึงที่สุดคิดว่านางไม่ได้ตายนางเพียงหลับฝันเท่านั้น แค่ฝันเท่านั้นนางวิ่งสุดฝีเท้าเพื่อไปที่ทะเลสาบ
แต่แล้วเมื่อพ้นแปลงผักไปเท่านั้น นางชนเข้ากับบางสิ่งอย่างจังจนหงายหลังก้นจ้ำเบ้าลงพื้นอย่างแรง เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จ้าวอิงจึงไม่กล้าที่จะพรวดพราดออกไปอีกนางค่อย ๆ ยื่นมือออกไปััอากาศว่าง ๆรอบ ๆตัว
‘นั้นอะไร? บาเรีย ? ที่กั้นไว้นี่นางถูกขังงั้นหรือ?
ไม่ ..ไม่ใช่โลกยังไม่มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขนาดนี้’
นางเดินลูบไปตามบาเรียนั้นเพื่อหาทางออกแต่กลับพบว่าไม่มีช่องว่างเลย รัศมีของบาเรียนี้ครอบคลุมเฉพาะกระท่อมสองหลังและแปลงสมุนไพร ผัก และเถาองุ่น กินบริเวณประมาณหนึ่งร้อยตารางเมตรได้ ไม่สามารถออกไปทะเลสาบ แม่น้ำหรือศาลาริมน้ำที่นางโปรดปรานได้
พลางเดินสำรวจกระท่อมทั้งสองหลังของกินของใช้ที่ตุนไว้เพื่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน ของสดทั้งหลายที่นางชอบอยู่ในตู้เย็นยังมีอยู่ครบถ้วนเหมือนตอนที่เพิ่งก้าวออกไป วันก่อนที่นางจะจบชีวิตลงได้ของทั้งหมดไว้เพียงเท่านี้นางก็พอใจแล้ว
หลังจากนั้นนางจึงกลับมานั่งลงเงียบ ๆ เพื่อทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น
สรุปได้ว่านาง ‘จ้าวอิง’ นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์เ้าหน้าที่สายลับแห่ง MSS ฉายาจิ้งจอกพิษเสียชีวิตเพราะเอาตัวขวางะุที่พยายามจะปลิดชีวิตของลูกสาวประธานาธิบดีระหว่างภารกิจหลบหนีจากพวกผู้ก่อการร้าย ช่วยให้ลูกสาวประธานาธิบดีรอดชีวิต
แต่นางกลับจบชีวิตไป หลังจากหมดลมหายใจ ิญญานางถูกวังวนลมหมุนสีดำดึงดูดให้มายังร่างของ ‘จ้าวอิงอิง’ หญิงอ้วนที่เป็คนร้ายกาจมีแต่คนรังเกียจคนนี้
และห้วงมิตินี้น่าจะเป็เพราะ์สงสารนางจึงให้มิตินี้ตามนางมาด้วยนิยายออนไลน์ข้ามมิติ นางก็เคยผ่านตามาบ้างแน่นอนว่านางมาที่นี่เพื่อเป็นางเอกเท่านั้น
นางชูกำปั้นขึ้นมาอย่างแน่วแน่ขอบคุณ์นางจะออกไปท่องยุทธภพไปเป็จอมยุทธหญิงอยู่อย่างอิสระไม่มาเป็หญิงชาวบ้านที่ต้องทำตามจารีตโบราณนี้
‘หึหึ มีมิตินี้เสียอย่าง ก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใดแล้ว
โอ๊ะ!! ไม่สิ ร่างนี้มีลูกชาย โอ้ม้ายก้อช .......’
นางทิ้งได้ไหมนะ หย่าแล้วให้เด็กอยู่กับพ่อไปถึงอย่างไรครอบครัวนี้ก็เกลียดนางอยู่แล้ว
แต่เมื่อนึกถึงเสี่ยวเป่าเด็กชายตัวผอมแห้งคนนั้นเขารักนางด้วยใจจริง ถึงมารดาแท้ ๆของเขาหรือเ้าของร่างเดิมนี้ จะดุ ด่า เฆี่ยนตี เขามากขนาดไหนเด็กคนนั้นไม่มีท่าทีจะเกลียดแม่คนนี้เลย
‘เฮ้อ.........’
นางถอนหายใจออกมาเมื่อนึกถึงเด็กคนนั้น นางเริ่มใจอ่อนเสียแล้วสิหรือนางจะพาเสี่ยวเป่าไปด้วยได้ไหมนะคิดแล้วก็ส่ายหัวในยุคโบราณนี้ลูกชายสำคัญยิ่งนักไม่มีทางที่ครอบครัวนี้จะปล่อยให้เขาจากไปแน่นอน
เอาเถอะดูสถานการณ์ก่อนแล้วกันออกไปดูด้านนอกก่อนแล้วค่อยคิดอีกทีว่าจะทำอย่างไรว่าแต่นางจะออกไปจากมิตินี้ยังไงกัน
‘ผ่อนคลายกำหนดจิต’
แบบนี้ละมั้งนะ นิยายที่เคยอ่านก็เขียนแบบนี้เหมือนกัน
เมื่อทำแล้วนางรู้สึกมีลมวูบผ่านกลางออกไป หลังจากลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพบตัวเองนอนอยู่บนเตียง ในบ้านโกโรโกโสหลังคามีรูรั่วหลังเดิม พร้อมกลิ่นเหม็นอับที่โชยเข้าจมูก
จ้าวอิงดันตัวเองลูกขึ้นอย่างยากลำบากร่างนี้อ้วนเกินไปแล้วแต่จะลุกนั่งยังเหนื่อยขนาดนี้และแล้วนางก็นึกถึงในห้องเครื่องยาจีนของนางมียาและสมุนไพรมากมายยังมีตำรับยาลดความอ้วนอีกด้วยเอาไว้ต้มกินแล้วกันคุมอาหารไปด้วยจะได้ผอมลง ทำอะไรจะได้คล่องแคล่วขึ้นอ้วนฉุขนาดนี้นางคงได้ป่วยตายอีกรอบแน่ ๆ
ที่ด้านนอกนางได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กและผู้ใหญ่แว่วมาจากอีกฝั่งฟังดูก็รู้แล้วว่าพวกเขามีความสุข แม้จะอยู่บนความยากจนแสดงถึงความรักความอบอุ่นของครอบครัวที่นางไม่เคยัั
เพียงเสียงหัวเราะใสซื่อบริสุทธิ์ของเสี่ยวเป่า ก็ทำให้ใจนางอ่อนยวบแล้วจ้าวอิงเดินออกมาเปิดประตู พบว่าข้างนอกมืดมิดเสียแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากห้องนอนของจ้าวอิงอิง เสี่ยวเป่าก็รีบวิ่งมาพร้อมส่งเสียงเรียกอย่างดีอกดีใจ
“ท่านแม่ ท่านตื่นแล้วหรือ”
จ้าวอิงเห็นเขาวิ่งเข้านางก็อ้าแขนรับเสี่ยวเป่าตามสัญชาตญาณการทำเช่นนี้ทำให้เสี่ยวเป่าที่ไม่คุ้นเคย ก็ชะงักไปหนึ่งจังหวะ แต่ก็ยังเดินกล้า ๆกลัว ๆเข้ามาหานาง
จ้าวอิงเห็นดังนั้นนางก็เอาแขนที่ยกรอเขาเข้ามาในอ้มกอดลงไปอย่างเก้อเขินแต่เมื่อเห็นเสี่ยวเป่ายังเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆนางจึงสูดหายใจเข้าเต็มปอดพร้อมยกมือขึ้นแล้วเป็ฝ่ายดึงตัวเสี่ยวเป่าเข้าสู่อ้อมกอดอีกครั้ง
นี่เป็สิ่งที่นางอยากตอบแทนเสี่ยวเป่าเด็กน้อยเฝ้าข้างกายนางไม่ห่างตอนที่นางจมน้ำ และมอบให้เด็กน้อยผู้รอคอยความรักจากมารดา
ทันใดนั้นเสี่ยวเป่าก็ร้องไห้โฮ ออกมาเสียงดังลั่นจ้าวอิงลนลานทำตัวไม่ถูก คิดว่าทำให้เสี่ยวเป่าใหรือเจ็บตัวนางดันตัวเขาออกแล้วมองสำรวจไปที่เสี่ยวเป่าที่กำลังร้องไห้จ้าอยู่ตอนนี้
“เสี่ยวเป่า เ้าเป็อันใดไป เจ็บตรงไหนบอกข้า ขะข้าไม่กอดแล้วก็ได้”
“ไม่นะ ท่านแม่อย่า...อย่าปล่อยเสี่ยวเป่า”
ขณะนั้นเองทั้งลู่ซานถิงและจางซื่อวิ่งออกมาตามเสียงร้องไห้ของเสี่ยวเป่าจางซื่อที่เห็นว่าหลานชายนางร้องไห้สะอึกสะอื้น ก็ตรงเข้ามาดึงตัวเสี่ยวเป่าพร้อมตำหนิจ้าวอิงทันที
“เ้าทำอะไรเขาอีกแล้ว !!”
นางกล่าวด้วยเสียงสูงและสั่นเครือ จ้องหน้าจ้าวอิงเขม็งราวกับว่านางพร้อมจะสู้ตายจ้าวอิงทำตัวไม่ถูกเช่นกัน นางไม่ได้ทำอะไรเลยนี่
เสียงเสี่ยวเป่ายังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารแต่เขาก็พยายามพูดออกมาแม้จะแทบฟังไม่เข้าใจ
“ทะ ท่านย่า เป่า ไม่เป็อะไร เสี่ยวเป่า ฮึก ๆดีใจที่ท่านแม่กอด ฮึก ๆ ”
“………”
จางซื่อใไม่มีคำใดจะกล่าวจริง ๆ
เมื่อจ้าวอิงได้ยินเสี่ยวเป่าพูดแบบนั้นนางก็พูดออกไปอีกครั้ง
“โถ่ เสี่ยวเป่าแม่ขอโทษมาเถอะมาให้แม่กอดเ้าอีกครั้ง”
เด็กคนนี้ทำใจนางอ่อนยวบจริง ๆ เขาแค่เด็กที่้าความรักเหมือนนางในชาติก่อนนั่นเอง ว่าแล้วนางก็ยื่นมือออกไปเพื่อรับตัวเสี่ยวเป่าจากมือจางซื่อแต่จางซื่อก้าวถอยหลัง เห็นได้ชัดว่าไม่ไว้วางใจจ้าวอิงอิงสักนิด
จ้าวอิงลูบจมูกอย่างเคอะเขินแล้วบอกจางซื่อ
“ท่านแม่ ข้าเสียใจจริง ๆเ้าค่ะ ที่ทำเื่ไม่ดีไว้มากมายขอโอกาสให้ข้าได้แก้ตัวได้ไหมเ้าคะ”
นางมองเข้าไปในดวงตาของจางซื่ออย่างแน่วแน่ มั่นคงและจริงใจเพราะนางไม่อยากให้จากนี้พวกนางต้องคอยระแวดระวังกันอยู่เช่นนี้
จางซื่อเห็นในตาจ้าวอิงแน่วแน่ขนาดนั้นนางถึงกับตกตะลึงรู้สึกแตกต่างออกไป ซึ่งต่างตรงไหนนางก็ยังคิดไม่ออก
รู้ตัวอีกทีเสี่ยวเป่าก็ยื่นแขนออกไปหาจ้าวอิง ที่กำลังรับเขาเข้าสู่อ้อมแขนของนางแล้ว
‘หรือนางจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆนะ’
จางซื่อผุดความคิดนี้ขึ้นมาในหัว แต่มันก็หายไปอย่างรวดเร็วเมื่อนางนึกถึงจ้าวอิงอิงในเหตุการณ์เก่าๆ ที่ผ่านมา
‘คนใจร้ายอย่างไรก็คือคนใจร้าย’
•────❅❀❅────•