หลายวันผ่านไปหลังจากการหลบหนีและการเริ่มต้นฝึกฝนในป่าไร้ตะวัน ณิชากลับมายังหอช่างเวทย์อีกครั้ง คราวนี้นางสวมชุดนักบุญสีขาวแถบเงินที่ได้รับมาใหม่ และยังคงสวมผ้าปิดปากเช่นเดิม นางชำเลืองมองไปยังร้านแผงลอยของแฮงก์ก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อเห็นว่ามีเพียงชายร่างท้วมอยู่หน้าร้าน ไม่เห็น 'คนน่ารังเกียจ' คนนั้น นางจึงค่อยเดินตรงเข้าไป
"ท่านช่าง ข้าต้องการประเมินราคาและขายลูกแก้วทักษะวิญญาณเหล่านี้เจ้าค่ะ" ณิชาเปิดประเด็นทันที พร้อมกับนำลูกแก้ววิญญาณระดับ 2 ดาวหลากหลายชนิดที่นางรวบรวมมาได้จากการล่าอสูรอย่างหนักหน่วงตลอดสามวันที่ผ่านมา วางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง
ลูกแก้วเกือบ สามสิบลูก ส่องประกายหลากสีสัน ดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้าง และทำให้แฮงก์ที่กำลังยิ้มต้อนรับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
"หา!? สาม...สามสิบลูก! ทั้งหมดนี่ระดับ 2 ดาว!?" แฮงก์อุทานเสียงดัง ลืมสิ้นซึ่งมาดพ่อค้าเจ้าเล่ห์ไปชั่วขณะ "แม่นางนักบุญ! เจ้า...เจ้าไปเอามาจากไหนเยอะแยะปานนี้! ไม่น่าจะมาจากนักบุญเพียงคนเดียวได้นะ!" จำนวนและคุณภาพของลูกแก้วเหล่านี้มันมากเกินกว่าที่นักบุญระดับ 1 ดาว (ตามที่เขาประเมินจากออร่าจางๆ) จะหามาได้ในเวลาสั้นๆ
"ท่านอาจารย์ฝากมาเจ้าค่ะ" ณิชาตอบด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่เรียบนิ่ง แต่นอบน้อมอย่างเป็นธรรมชาติ ประสบการณ์จากครั้งก่อนๆ (ที่ 'นิชา' ชี้นำ) ทำให้นางรับมือสถานการณ์เช่นนี้ได้ดีขึ้น
แฮงก์หรี่ตามองอย่างพิจารณา เขาก็พอจะกล้ำกลืนความสงสัยลงไปได้ "อ้อ... ท่านอาวุโสนักบุญนั่นเอง ถ้าเช่นนั้นก็ไม่แปลก" เขาพยักหน้า "รอสักครู่นะแม่นาง ข้าขอประเมินราคาอย่างละเอียดก่อน"
แฮงก์ใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่ในการตรวจสอบลูกแก้วแต่ละลูกด้วยเครื่องมือพิเศษ แม้ส่วนใหญ่จะเป็นทักษะภายนอกทั่วไป แต่ก็มีบางลูกที่เป็นทักษะภายในที่พอมีราคาอยู่บ้าง จำนวนที่มากขนาดนี้ทำให้การคำนวณค่อนข้างซับซ้อน
"เอาล่ะแม่นาง" แฮงก์เงยหน้าขึ้น เคาะนิ้วกับเคาน์เตอร์ "ทั้งหมดนี่ มีดีมีด้อยปนกันไป ข้าให้ราคาเหมาๆ เลยนะ... 480 คะแนน! ถือว่าให้ราคาดีแล้วนะ สำหรับการรับซื้อเยอะขนาดนี้!" เขาเสนอราคาแรก โดยแอบกดราคาลงตามนิสัย
ณิชานิ่งไปครู่หนึ่ง นางคำนวณในใจคร่าวๆ ตามราคาที่เคยได้ยินมา มันควรจะได้มากกว่านี้...
"ท่านช่าง ราคาที่ท่านเสนอมา ดูจะน้อยไปหน่อยนะเจ้าคะ" ณิชาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่แฝงความหนักแน่น "ลูกแก้วเหล่านี้ แม้จะมีทักษะพื้นฐานปนอยู่ แต่ก็มีบางลูกที่เป็นธาตุหายาก และบางลูกก็คุณภาพดีมาก ข้าคิดว่าราคารวมน่าจะสูงกว่านี้พอสมควร อย่างน้อยๆ ก็น่าจะ..." นางแสร้งทำเป็นครุ่นคิด "ราวๆ ห้าร้อยหกสิบคะแนนกระมังเจ้าคะ?" นางลองต่อรองดู
แฮงก์เลิกคิ้ว ประหลาดใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของลูกค้าสาว ดูไม่เหมือนคนที่ยอมซื้อง่ายๆ เหมือนที่เขาคิดไว้ตอนแรก 'โห แม่นางคนนี้ไม่ธรรมดาแฮะ รู้จักต่อรองด้วย' เขาคิดในใจ ก่อนจะหัวเราะแหะๆ
"โถ แม่นาง ต่อราคากันเก่งจริงนะ" เขาเกาหัวแกรกๆ "ห้าร้อยหกสิบก็สูงไปหน่อย... เอาเป็นว่าเห็นแก่ที่เจ้าอุตส่าห์หอบมาขายให้ข้า... 550คะแนน! ขาดตัว! ราคานี้ข้าแทบไม่ได้กำไรแล้วนะ!" แฮงก์ทำท่าเหมือนยอมขาดทุนสุดๆ
'นิชา' ส่งสัญญาณในหัวว่าราคานี้พอรับได้แล้ว ณิชาจึงพยักหน้าตกลง "ก็ได้เจ้าค่ะ 550 คะแนน"
แฮงก์ยิ้มกว้างทันที (เพราะจริงๆ เขาก็ยังได้กำไรอยู่ดี) เขารีบถ่ายโอนคะแนน 550 คะแนนเข้ากำไลของณิชา ยอดคะแนนของนางตอนนี้คือ 105 + 550 = 655 คะแนน!
"ยอดเยี่ยม! ขอบพระคุณท่านช่างมากเจ้าค่ะ!" ณิชาโค้งขอบคุณอย่างยินดี
ก่อนที่ณิชาจะทันได้หมุนตัวจากไป แฮงก์ก็รีบเสนอขายสินค้าทันที "เดี๋ยวก่อนสิแม่นาง! ไหนๆ ก็มาแล้ว ไม่ลองดูยุทโธปกรณ์ดีๆ ติดตัวไว้บ้างรึ? ข้าเพิ่งได้ของดีๆ มาใหม่หลายชิ้นเลยนะ ทั้งเกราะเบา มีดสั้นอาบพลังเวทย์ หรือแม้แต่..."
แววตาของณิชาเป็นประกายเมื่อเห็นอุปกรณ์บางชิ้น นางยอมรับว่าอยากได้ของดีๆ มานานแล้ว แต่...
‘เก็บคะแนนไว้!’ เสียง 'นิชา' ดังขึ้นในหัวอย่างเฉียบขาด ‘เป้าหมายหลักตอนนี้คือการยกระดับพลังเวทย์! อย่างอื่นไว้ทีหลัง!’
ณิชาชะงัก ความอยากได้หายไปทันทีเมื่อนึกถึงเป้าหมายสำคัญและเวลาที่เหลือน้อยลงทุกที "ขอบพระคุณในความหวังดีเจ้าค่ะท่านช่าง แต่ข้าคงต้องขอตัวก่อน ไว้โอกาสหน้านะเจ้าคะ" นางโค้งลาแล้วรีบเดินจากไปทันที ทิ้งให้แฮงก์มองตามอย่างเสียดายเล็กน้อย
ณ กระท่อมมิติ
เมื่อกลับมาถึงกระท่อมมิติ ณิชาก็พบรุจีกับมารินกำลังนั่งล้อมวงกินขนมหน้าตาประหลาดแต่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนอยู่ที่ห้องโถง
"อ้าว! ณิชา กลับมาแล้วเหรอ!" รุจีทักทายอย่างร่าเริง พลางตักขนมเข้าปากแก้มตุ่ย "มาๆๆ ลองชิมนี่สิ อร่อยมากเลยนะ!" นางยื่นจานขนมมาให้
"ขอบใจจ้ะ" ณิชารับมาอย่างเกรงใจ 'ทำไมสองคนนี้ชอบกินขนมจังเลยนะ' นางคิดในใจอย่างสงสัย ก่อนจะลองตักขนมชิ้นเล็กๆ เข้าปาก
!!!
ทันทีที่ขนมสัมผัสลิ้น ณิชาก็ถึงกับเบิกตากว้าง ชะงักค้างไปทันที! รสชาติหวานหอมอันแสนละมุนที่ไม่เคยลิ้มลองมาก่อนแผ่ซ่านไปทั่วปาก ไม่เพียงแค่นั้น นางยังรู้สึกถึงพลังงานอบอุ่นสายหนึ่งที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง!
"อะแฮ่ม!" รุจีรีบดึงจานขนมกลับคืนทันที พร้อมกับทำหน้าทะเล้นยียวน "ให้แค่ชิมนะณิชา คิคิ ของดีมีน้อย ต้องแบ่งกันกิน"
"มันเป็นขนมฟื้นพลังเวทย์สูตรพิเศษน่ะ" มารินที่นั่งเงียบๆ เสริมขึ้น "พี่เชียร์ร่าเอามาให้พวกเราตอนออกมาจากห้องฝึกเมื่อเช้านี้"
"เอาล่ะๆ กินกันเสร็จแล้วก็เตรียมตัวทำงานได้แล้ว" เสียงจริงจังของเชียร์ร่าดังขึ้น นางเดินเข้ามาสมทบพอดี "จากนี้ไป เดี่ยวเราทั้งสาม ต้องผลัดเวรกันไปช่วยดูแลพวกศิษย์ทั่วไปของท่านอาจารย์ที่หอฝึกหลักด้วยนะ เห็นช่วงนี้กำลังมีปัญหากับสังกัดอื่นอยู่"
นางหันมาทางณิชา "ส่วนเจ้า ณิชา รีบเข้าไปฝึกในห้องฝึกเวทย์ได้แล้ว กำหนดการสอบเหลือแค่ 10 วันแล้วนะ! พลังเวทย์ของเจ้าตอนนี้ยังแค่ 1 ดาว ขั้น 1 เท่านั้น ถือว่าล้าหลังพวกเราไปไกลเลยนะ รุจีกับมาริน หนึ่งดาว ขั้น 5 แล้ว "
"ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ" ณิชารับคำอย่างแข็งขัน "ข้าจะใช้เวลา 10 วันนี้ฝึกอย่างเต็มที่แน่นอน!"
"ดีมาก แล้วจะใช้ห้องฝึกระดับไหน?" เชียร์ร่าถามพลางเปิดแผ่นแสงข้อมูล "ห้องระดับสูงในกระท่อมนี้ดีที่สุดในละแวกนี้แล้ว อัตราดูดซับพลังเวทย์ 7 ส่วน แต่ก็แพงที่สุดนะ 50 คะแนนต่อวัน ส่วนห้องรองลงมา อัตราดูดซับ 6 ส่วน ใช้ 40 คะแนนต่อวัน ถ้าเจ้ามีคะแนนไม่มาก ข้าแนะนำให้ใช้ห้องรอง แต่ฝึกได้หลายวันจะคุ้มกว่า..."
"ข้าต้องการห้องที่ดีที่สุดเจ้าค่ะ!" ณิชาตอบทันที "และข้าจะใช้มัน ทั้ง 10 วัน เลย!"
"หา!?" / "อะไรนะ!" / "10 วัน!?"
ทั้งเชียร์ร่า รุจี และมารินอุทานออกมาพร้อมกันอย่างตกตะลึง ห้องที่ดีที่สุด 10 วัน ต้องใช้คะแนนถึง 500 คะแนน! ณิชาจะไปเอาคะแนนมากมายขนาดนั้นมาจากไหน?
ณิชาเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วโชว์ยอดคะแนนบนกำไลของนางให้ทั้งสามดู... 655 คะแนน!
"หะ...หกร้อยกว่าคะแนน!?" / "เจ้าไปเอามาจากไหนเยอะแยะ!" / "เป็นไปไม่ได้น่า!"
ทั้งสามคนอึ้งหนักกว่าเดิม มองณิชาด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อปนความสงสัยระคนอิจฉา
"ก็... พอดีว่าตอนข้าไปหอช่างเวทย์ มีพวกผู้ชายท่าทางแปลกๆ เอาลูกแก้วมาให้ข้าตั้งเยอะแน่ะ" ณิชาตอบด้วยน้ำเสียงใสซื่อ (แต่ในใจแอบนึกถึงเหตุการณ์ที่ตอนโดนดักทำร้าย) "ข้าเห็นว่าไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เลยเอาไปขายเสียเลย ได้คะแนนมาเยอะอย่างที่เห็นนี่แหละเจ้าค่ะ"
"หา!? พวกผู้ชายเอามาให้!? คนพวกนั้นต้องคิดไม่ซื่อกับเจ้าแน่ๆ เลย ณิชา!" รุจีโวยวาย
"ใช่สิ ก็เธอมันสวยนี่นา พวกผู้ชายก็แบบนี้แหละ เห็นคนสวยหน่อยก็เอาของมาประเคนให้!" มารินพึมพำอย่างอดหมั่นไส้ไม่ได้
"เจ้าต้องระวังตัวให้มากกว่านี้นะ ณิชา อย่าไว้ใจใครง่ายๆ" เชียร์ร่ากล่าวเตือนด้วยความเป็นห่วง แต่ก็แฝงความรู้สึกเหยียดหยามเล็กๆ ในโชคชะตาที่ดูเหมือนจะเข้าข้างคนสวยเสมอ
ณิชาได้แต่ยิ้มรับอย่างอ่อนใจ หลังจากฟังทั้งสามคนบ่นและแสดงความเห็น จนนางเริ่มปวดหัว นางก็ขอตัวเข้าไปในห้องฝึกเวทย์ในทันที
ทันทีที่ประตูห้องฝึกเวทย์ปิดลง ณิชาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานอันหนาแน่นและบริสุทธิ์ที่อบอวลอยู่ภายในห้องนี้ มันเข้มข้นกว่าอากาศภายนอกหลายเท่าตัว
‘เอาล่ะ ฟังให้ดี’ เสียง 'นิชา' ดังขึ้นในหัว ‘ปกติแล้ว การเพิ่มระดับพลังเวทย์ให้รวดเร็วมีสองวิธีหลัก หนึ่งคือการดูดซับแก่นเวทโดยตรง ซึ่งต้องใช้แก่นระดับสูงและมีวิธีการดูดซับที่ถูกต้อง สองคือการดูดซับพลังเวทย์บริสุทธิ์จากสภาพแวดล้อม ซึ่งห้องฝึกเวทย์เหล่านี้คือตัวช่วยที่ดีที่สุด’
‘พลังเวทย์ในห้องนี้มาจากผลึกเวทย์จำนวนมหาศาล ที่ถูกนำมาผ่านเครื่องกรองพลังงานของวิหารฯ ทำให้มันสะอาด บริสุทธิ์ และง่ายต่อการดูดซึม ปกติถ้าเจ้าดูดซับจากผลึกเวทย์โดยตรง อาจจะได้พลังงานมาแค่ 3 ส่วนจาก 10 ส่วน แต่ห้องฝึกทั่วไปจะเพิ่มเป็น 4 ส่วน ห้องดีๆ หน่อยก็ 5 ส่วน ห้องระดับสูงสุดของหอฝึกเวทย์หลักข้างนอกนั่นได้ 6 ส่วน... แต่ห้องนี้ พิเศษกว่านั้น เท่าที่ข้าสัมผัสได้ มันดูดซับได้ถึง 7 ส่วน! ’
‘ปัญหาคือ เจ้ายังไม่มีเคล็ดวิชาดูดซับพลังเวทย์ที่ดีพอ ข้าจะสอนพื้นฐานการโคจรพลังให้ก่อน แล้วครั้งหน้าค่อยสอนเคล็ดวิชาลับของข้าให้ ตอนนี้เวลามีจำกัด เริ่มได้แล้ว!’
สิ้นคำแนะนำ ณิชาก็ไม่รอช้า นางนั่งลงขัดสมาธิกลางห้อง เริ่มโคจรพลังตามที่ 'นิชา' สอน และเปิดรับพลังงานบริสุทธิ์รอบตัวเข้ามาในร่างทันที!
พรึ่บ! พลังงานมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่ปฏิกรณ์เวทมนตร์ของนางอย่างรวดเร็ว! ราวกับร่างกายที่แห้งผากมานานกำลังได้ดื่มด่ำกับสายน้ำอันชุ่มชื้น! มันเป็นความรู้สึกที่ทั้งรุนแรงและน่าพึงพอใจ!
ณิชาจดจ่ออยู่กับการดูดซับพลังงานอย่างเต็มที่ นางลืมสิ้นซึ่งกาลเวลา ลืมสิ้นทุกสิ่งรอบตัว มีเพียงสมาธิและความต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น!
วันแล้ววันเล่า... ผ่านไปอย่างรวดเร็วภายในห้องฝึกเวทย์
พลังเวทย์ในร่างของณิชาเพิ่มพูนขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากระดับ 1 ดาว ขั้น 1... ไต่ระดับขึ้นสู่ ขั้น 2... ขั้น 3... ขั้น 4... ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ!
‘ดินดีหรือจะไร้หญ้างาม’ นิชารู้สึกที่ทำมาไม่สูญเปล่า ‘มันเหมือนกับการสร้างถนนอย่างดีเอาไว้ก่อนแล้ว พอมีพลังงานไหลเข้ามา การเดินทางมันก็ง่ายดาย หรือเหมือนการขุดคลองเตรียมไว้ พอมีน้ำมา มันก็รองรับได้มากกว่าปกติหลายเท่า... ถ้าเป็นคนอื่น คงไม่สามารถดูดซับพลังงานได้รวดเร็วและมากมายขนาดนี้ในเวลาเท่ากันแน่’
เวลาผ่านไป... 5 วัน... ณิชาทะลวงสู่ ขั้น 5...
7 วัน... ณิชาทะลวงสู่ ขั้น 7...
9 วัน... ณิชามาถึงจุดสูงสุดของระดับ 1 ดาว... ขั้น 10!
เหลือเวลาอีกเพียงวันเดียว! ณิชาสัมผัสได้ถึงกำแพงพลังงานอันหนาแน่นที่ขวางกั้นอยู่ระหว่างระดับ 1 ดาว และ 2 ดาว นางต้องทะลวงผ่านมันไปให้ได้ก่อนหมดเวลา!
นางเร่งการดูดซับพลังงานให้เร็วขึ้นอีก! เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นตามไรผม ใบหน้าเริ่มซีดเผือด ร่างกายเริ่มสั่นสะท้านจากพลังงานมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ปฏิกรณ์เวทมนตร์ของนางหมุนวนด้วยความเร็วสูงสุดจนแทบจะระเบิด!
'อีกนิดเดียว! อีกนิดเดียวเท่านั้น!' ณิชา และ นิชา ต่างคิดเป็นเสียงเดียวกัน!
พลังงานถูกอัดแน่นเข้ามา... บีบอัด... จนถึงขีดสุด! นางรู้สึกเหมือนร่างกำลังจะแหลกสลาย! แต่แล้ว...
เปรี้ยง!!!
ราวกับมีเสียงบางอย่างแตกสลายออกภายในร่าง! กำแพงพลังงานที่ขวางกั้นพังทลายลง! พลังเวทย์ระลอกใหม่ที่เข้มข้นและทรงพลังกว่าเดิมหลายเท่า ไหลทะลักเข้ามาเติมเต็มปฏิกรณ์เวทมนตร์อย่างรวดเร็ว!
วูมมมมม!!!
วงแหวนรอยสักสีขาวที่แผ่นหลังของนาง พลันส่องสว่างจ้า ก่อนที่สีขาวบริสุทธิ์นั้นจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็น... สีเหลืองทองอร่าม!!!
ระดับ 2 ดาว!!!
ในที่สุดนางก็ทะลวงผ่านได้สำเร็จ! ความรู้สึกยินดีและโล่งใจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง!
ติ๊ง!
แต่แล้ว เสียงแจ้งเตือนจากกำไลมิติก็ดังขึ้น พร้อมกับพลังงานในห้องที่หยุดไหลเวียน... เวลา 10 วัน... หมดลงพอดิบพอดี!
ณิชาลืมตาขึ้น หอบหายใจเล็กน้อย แต่ดวงตากลับเปล่งประกายเจิดจ้าและมั่นใจกว่าครั้งใดๆ นางทำสำเร็จแล้ว! ก้าวข้ามสู่ระดับ 2 ดาวได้ทันเวลาพอดี!