กู้ตงหลิงอยากจะบีบคอเด็กตรงหน้าให้ตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
เด็กตัวน้อยแค่นี้เหตุใดถึงได้ปากคอเราะรายและเ้าเล่ห์ได้ถึงเพียงนี้กัน!
ทว่านางจำต้องพยายามระงับโทสะที่ปะทุอยู่ในใจและต้องรักษาใบหน้าให้ดูเป็ปกติ “ท่านหมอกู้...อาการาเ็ขององค์รัชทายาทไม่อาจรอช้าได้ข้ายอมรับผิดชอบค่ารักษาของคนเหล่านี้ทั้งหมดแล้วตอนนี้ท่านสามารถรักษาองค์รัชทายาทได้หรือยัง?”
“ย่อมได้!” กู้ชิงเฉิงตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยก่อนจะหันไปกล่าวกับบุตรชายว่า “เ้าไปนับจำนวนคนไข้กับหูเอ้อร์เถิด”
ในเมื่อมีคนโง่เง่าที่ยินดีจ่ายเงินแล้วเหตุใดนางจะต้องใจอ่อน อีกทั้งนางจะยอมพลาดโอกาสอันดีงามเช่นนี้ไปได้อย่างไร?
จากมุมที่นางอยู่นี้ทำให้สามารถมองเห็นชายโฉดหญิงชั่ว โม่อวี้เฉินและกู้ตงหลิงได้อย่างชัดเจน
ใบหน้าของโม่อวี้เฉินยังคงเหมือนในความทรงจำดวงตาของเขาที่แสนเ็าและปราศจากอารมณ์ใดๆ
“ผู้ใด้าให้ข้าตรวจรักษา?” กู้ชิงเฉิงเอ่ยถามเบาๆ
ในเนื้อเื่เดิมของนิยายสองคนนี้ร่วมมือกันพรากชีวิตของกู้ชิงเฉิงไปการที่นางจะต้องมารักษาพวกเขาในตอนนี้จึงทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
ในตอนนี้ความปรารถนาที่มีมากกว่าการรักษาคือการสังหารพวกเขาทั้งสองคนให้ตายตก!
เช่นนั้นก็จะไม่มีใครสามารถพรากชีวิตนางได้อีก
ถึงแม้ว่านางจะทะลุมิติมาและได้เปลี่ยนแปลงเนื้อเื่หลักไปแล้วหลายส่วนแต่นางก็ยังคงอยู่ในโลกของนิยายเล่มนี้ หากทุกสิ่งเป็ไปตามบทสรุปเดิมนางก็จะต้องตายอย่างแน่นอน
ดังนั้นในเวลานี้ นางจึงเกิดจิตสังหารขึ้นมา
ทันทีที่ความคิดอำมหิตเริ่มผุดขึ้นในใจโม่อวี้เฉินก็ขมวดคิ้วแน่น แผ่กลิ่นอายสังหารออกมาทั่วร่าง
“ท่านหมอกู้?” โม่อวี้เฉินรู้สึกว่าหากก่อนหน้านี้หมอหญิงตรงหนัาจะมีจิตสังหารที่ผุดขึ้นมาอย่างกะทันหันเขาก็ยังพอเข้าใจได้ แต่ตอนนี้ กู้ตงหลิงก็สงบเสงี่ยมลงมากแล้วแล้วนางโมโหเื่อันใด?
“พวกท่านตัดสินใจได้หรือยังว่าจะให้ข้ารักษาใคร?” กู้ชิงเฉิงััได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ขยายออกไปอย่างรุนแรงนางจึงหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง
แม้ว่านางจะแข็งแกร่งแต่นางเองก็รู้ดีว่าโม่อวี้เฉินก็ไม่ได้อ่อนแอ
ยิ่งไปกว่านั้นที่นี่เป็โรงหมอของนาง บุตรชายของนาง กู้จิ่งเซวียนและคนของนางล้วนอยู่ที่นี่
นางไม่อาจปล่อยให้พวกเขาเกิดอันตรายได้แม้แต่น้อย
ดังนั้นนางจึงพยายามระงับจิตสังหารที่ปะทุอยู่ในใจลง
คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ไม่รู้ว่าเมื่อครู่ตนเองเกือบจะตกเป็เป้าหมายแล้วนางค่อยๆ หรี่ตาลง ก่อนจะกล่าวว่า “สามารถรักษาได้เพียงคนเดียวหรือ?”
กู้ชิงเฉิงไม่ตอบคำถามของนาง
เพราะกู้ชิงเฉิงไม่้าพูดจาไร้สาระมากนักทำให้ความโกรธในใจของคุณหนูใหญ่ยิ่งพลุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะะเิ
ทว่านางจำต้องอดกลั้นไว้และถอนหายออกมา “เช่นนั้นก็ขอเชิญท่านหมอกู้รักษาองค์รัชทายาทก่อนเถิด”
“ไม่จำเป็!” โม่อวี้เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้ม
“องค์รัชทายาทเพคะ!” กู้ตงหลิงรู้สึกขัดแย้งในใจ
ใบหน้าของนางถูกทำลายถึงเพียงนี้เช่นนั้นการที่จะได้อภิเษกกับองค์รัชทายาทคงเป็ไปไม่ได้
แน่นอนว่านางจำเป็ต้องได้รับการรักษาเช่นกัน
ทว่าในตอนนี้องค์รัชทายาทเองก็ถูกพิษเหมันต์หากไม่ได้รับการรักษาให้หายดี คงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน
ถึงตอนนั้นนางก็ไม่สามารถเข้าสู่ตำหนักบูรพาได้อยู่ดี
สิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกขัดแย้งอยู่ในใจยิ่งนัก
“ข้าจะพักอยู่ที่นี่สองสามวัน” โม่อวี้เฉินกล่าว
คุณหนูใหญ่ตระกูลกู้กู้ตงหลิงจึงตระหนักได้ว่า พรุ่งนี้ไม่ใช่วันทำการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแล้วและที่อันหยวนถังก็คงจะไม่มีผู้ป่วยจำนวนมากมาเข้าพบหมอเช่นนี้อีก
ดังนั้นนางจึงไม่ปฏิเสธหรือดึงดันอีกต่อไป
“ท่านแม่ ผู้ป่วยที่เข้าแถวรอรักษาทั้งหมดสองพันสามร้อยคนขอรับท่านอาหูเอ้อร์คำนวณแล้วหากคิดตามค่าตรวจและค่ายาสำหรับอาการปวดหัวตัวร้อนหรือเป็ไข้หวัดซึ่งเป็ค่ารักษาพยาบาลและค่ายาที่ถูกที่สุด คนละหนึ่งตำลึงเงินรวมทั้งหมดก็จะได้สองพันสามร้อยตำลึงขอรับ”
เ้าก้อนซาลาเปาน้อยกู้จิ่งเซวียนวิ่งเข้ามา พลางมองคุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงด้วยความรังเกียจแล้วกล่าวต่อว่าม “รวมค่ารักษาใบหน้าของท่านค่ายาและค่ารักษาทั้งหมดห้าพันตำลึงขอรับ”
กู้ชิงเฉิงเห็นแววตาของกู้ตงหลิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย
กู้ชิงเฉิงรู้ดีว่าตระกูลกู้ไม่ได้ขาดแคลนเงินทองเพียงเท่านี้
โดยเฉพาะหลังจากที่นางจากไปทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลกู้ก็ตกไปอยู่ในมือกู้ตงหลิงทั้งหมด
ในเนื้อเื่เดิมกู้ตงหลิงได้ใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อช่วยเหลือองค์รัชทายาทในการทำลายแคว้นหลินและสร้างเมืองหลวง...
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็เงินจำนวนมหาศาล
ตอนนี้กู้ชิงเฉิงขอเงินจำนวนห้าพันตำลึงเงินซึ่งนับเป็เพียงเศษเสี้ยวของสมบัติทั้งหมดด้วยซ้ำ
“พวกเ้ากำลังปล้นกันอยู่งั้นหรือ?!” คุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงอดทนไม่ไหวอีกต่อไป“ไร้สาระสิ้นดี!”
การที่นางแสดงออกเช่นนี้เพราะฤทธิ์ของหญ้าลวงใจยังคงอยู่
วันนี้คุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงคงได้ออกโรงแสดงละครแล้วกระมัง
เช่นนี้ต่างหากคือกู้ตงหลิงที่ตัวจริงเสียงจริง
“ท่านจะไม่รักษาข้าก็ได้นะขอรับ” เ้าก้อนซาลาเปาน้อยกู้จิ่งเซวียนเอ่ยอย่างเหยียดหยัน
เสียงของเด็กน้อยไม่ดังไม่เบาแต่กลับทำให้ผู้คนไร้ซึ่งคำโต้แย้ง
นางเองก็เป็ผู้ใหญ่แล้วถึงอย่างไรก็ไม่อาจถือสากับเด็กตัวเล็กๆ เช่นนี้ได้
ทว่ากู้ตงหลิงกลับไม่พอใจนักเมื่อนางเห็นเด็กน้อยตรงหน้า จิตใจของนางก็เกิดความกระวนกระวายขึ้นเล็กน้อย
นับั้แ่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งนางก็สามารถควบคุมทุกสิ่งได้เกือบทั้งหมด
แต่ครานี้นางเฝ้ารออยู่นาน ทว่าน้องสาวต่างมารดาของนาง กู้ชิงเฉิงกลับไม่ได้ปรากฏตัว
สิ่งที่ได้พบเจอกลับเป็การบุกจู่โจมจากแคว้นหลินและยังคำนวณแผนผิดพลาดจนทำให้องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินได้รับาเ็
นางทั้งรู้สึกผิดและหวาดหวั่นใจยิ่งนักแต่ก็ไม่อาจหาคำอธิบายได้
หากทุกสิ่งไม่อาจดำเนินไปตามชาติก่อนเส้นทางสู่การเป็พระชายารัชททายาทของนางคงจะยากลำบากยิ่งนัก
“หากคุณหนูกู้ไม่คิดจะรักษา ก็โปรดหลีกทางให้ผู้ป่วยท่านอื่นด้วยเถิด”กู้ชิงเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบา ทั้งยังราบเรียบและไร้อารมณ์“หูเอ้อร์ เชิญพวกเขากลับไป”
หูเอ้อร์รับคำและก้าวเข้ามาโค้งคำนับคุณหนูกู้เพื่อเชิญนางออกไป
“ใครกันให้ความกล้ากับเ้ามามากมายถึงเพียงนี้! เป็แค่หมอชาวบ้านธรรมดาๆผู้หนึ่ง กลับกล้าอวดดีและโอหังได้ถึงเพียงนี้!” ครานี้กู้ตงหลิงก็โมโหขึ้นมาแล้วเช่นกัน“หงเย่! ทำลายมันซะ!”
ในด้านขององค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินซึ่งกลับไปนั่งในรถม้าเพื่อปรับลมปราณของตนเอง ทันใดนั้นเขาก็พลันนึกบางสิ่งขึ้นได้ จึงหันไปสั่งการ“จงไปสืบดูว่า เหตุใดใบหน้าของคุณหนูกู้ถึงเป็เช่นนั้น”
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมาใบหน้าของคุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงก็ยังคงดีอยู่จนกระทั่งใกล้จะถึงอันหยวนถังถึงได้เกิดอาการขึ้นกะทันหัน
และดูท่าทางแล้วอาการกำเริบขึ้นอย่างรวดเร็วนัก จนใบหน้าของนางถึงกับถูกทำลายจนหมดสิ้น
ไม่ว่าอย่างไรตระกูลกู้ก็คอยทำงานให้กับเขา อีกทั้งกู้ตงหลิงก็ยังช่วยเหลือเขาอยู่เขาจึงไม่อาจยืนกอดอกดูเฉยๆ ได้
หลังจากสั่งการไปแล้วโม่อวี้เฉินก็กำลังจะปรับลมปราณต่อ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงดังสนั่น
เมื่อเปิดม่านรถม้าออกดูก็เห็นหงเย่ องครักษ์ของกู้ตงหลิงถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับรถม้าที่อยู่ด้านหลังจนรถม้าแตกเป็เสี่ยงๆ
ส่วนหงเย่เองก็ได้รับาเ็สาหัสทั้งยังกระอักเืออกมาไม่หยุด กระทั่งไม่อาจลุกขึ้นยืนได้
เพียงแค่ขยับตัวเขาก็จะกระอักเืออกมา
ม้าใจนสะดุ้งและเสียงร้องลั่น ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปข้างหน้า
หงเย่ที่ได้รับาเ็สาหัสก็พลัดตกลงมาจากหลังม้าดูท่าทางแล้ว ลมที่หายใจออกมากกว่าลมที่เข้า
เหล่าองครักษ์ที่กู้ตงหลิงนำมาต่างจ้องมองอย่างตกตะลึงพวกเขายังไม่ทันได้ตั้งสติว่าเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่
“พวกเ้ากล้าดียังไง!” คุณหนูใหญ่สกุลกู้กู้ตงหลิงใช้กระบี่แทงผ่านหน้าต่างเล็กๆ บานนั้น “ตายซะเถอะ!”
กู้ตงหลิงเองก็ไม่คาดคิดว่าองครักษ์ลับของนางจะถูกเด็กรับใช้คนหนึ่งเหวี่ยงออกไปเช่นนี้แม้แต่จะตั้งตัวก็ยังไม่ทัน
สาเหตุที่นางไม่ปิดบังฐานะของตนเองและองค์รัชทายาทก็เพื่อ้ากดดันอันหยวนถัง
ก่อนที่จะมานางก็ได้สืบหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่นี่มาแล้ว
แต่ตอนนี้คนพวกนี้ไม่เพียงแต่ไม่ให้เกียรติเท่านั้น หากยังไม่เหลือหน้าให้นางเลยแม้แต่น้อย
“กู้ตงหลิง!” องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินเดินเข้ามาแล้วและเอ่ยเรียกนางด้วยน้ำเสียงกดต่ำ ดวงตาเต็มไปด้วยความเ็า
เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำก็ทำให้กู้ตงหลิงระงับความโกรธลงได้
ในชั่วพริบตานั้นกู้ตงหลิงกลับเห็นความรังเกียจในดวงตาของเขา
นางอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านนางแสร้งทำมาหลายปี วันนี้กลับพังทลายลงทั้งหมด
นางโกรธเสียจนแทบคลั่งจริงๆ
“กลับ!” โม่อวี้เฉินเอ่ยเสียงเข้มและหันหลังกลับเตรียมจะจากไป
แต่กู้จิ่งเซวียนกลับวิ่งออกมาเขายืนขวางอยู่ตรงหน้าโม่อวี้เฉิน เด็กน้อยยกมือกอดอกพลางกล่าวด้วยความไม่พอใจว่า“องค์รัชทายาท คนของท่านทำลายกระจกหลิวหลีของแม่ข้าเสียหายแล้วเหตุใดจึงคิดจะจากไปโดยไม่รับผิดเช่นนี้”
บนใบหน้าเล็กๆที่ขาวผ่องของเขากลับปรากฏแววตาดูแคลน
เมื่อนึกถึงว่าชายผู้นี้รังเกียจแม่ของเขาเขาก็ยิ่งโกรธ
“ราคาเท่าไหร่?” องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินหรี่ตาลงมองเด็กน้อยกู้จิ่งเซวียนมีบางสิ่งในใจถูกกระตุ้นขึ้นมา
แต่เขารีบกดอารมณ์นั้นลงอย่างรวดเร็ว
“องค์รัชทายาทเพคะ พวกเราตระกูลกู้ยอมพลีชีพปกป้องราชวงศ์ต้าฉินทว่าพวกชาวบ้านเหล่านี้กลับไม่รู้จักสำนึกบุญคุณมิหนำซ้ำยังเรียกค่ารักษาราวกับสิงโตอ้าปากกว้าง [1]!” กู้ตงหลิงเอ่ยพร้อมกัดฟันกรอด
เชิงอรรถ
[1]สิงโตอ้าปากกว้าง (狮子大张口) แปลว่าเรียกร้องมากเกินไป