“กริ๊งๆๆ!”
แต่ทันใดนั้น มือถือของฉินลู่ก็ดังขึ้น
ฉินลู่หยิบมือถือขึ้นมาดูคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสายจากชุยฮุ่ยฮุ่ย แต่ฉินลู่ก็พอจะเข้าใจบางอย่างทันที เขาจึงกดรับสายและพูดว่า“ฮัลโหล ชุยฮุ่ยฮุ่ยเหรอ โทรหาฉันมีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
“เรื่องอะไรงั้นเหรอนายไม่รู้จริงๆ เหรอว่าเรื่องอะไร!”เสียงอันเกรี้ยวกราดของชุยฮุ่ยฮุ่ยดังมาจากปลายสาย
ฉินลู่แคะหูข้างที่ถูกตะโกนใส่แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องและพูดว่า “เรื่องอะไรล่ะ ก็ฉันไม่รู้จริงๆ นี่นาเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
“นายยังจะมาทำไขสืออีก! ตัวนายน่าจะรู้ดีที่สุดว่าตัวเองไปทำอะไรมา!” เสียงของชุยฮุ่ยฮุ่ยยิ่งพูดก็ยิ่งกราดเกรี้ยว
“ฉันไม่รู้จริงๆ เธอบอกฉันมาเถอะว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
“ชายหน้าบากตายแล้ว!” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูด
“ชายหน้าบาก!?” ฉินลู่แกล้งพูดด้วยน้ำเสียงตกใจว่า“เขาตายแล้วงั้นเหรอ! ฮ่าๆๆนี่มันกรรมตามสนองชัดๆ !แล้วเขาตายยังไงถูกไอ้พวกนักเลงกลุ่มอื่นตีหรือเขาไปขัดผลประโยชน์ใครเข้า”
“อย่ามาแกล้งทำไขสือ! นายจะต้องเป็นคนทำอะไรสักอย่างกับเขาแน่ๆจนเป็นสาเหตุทำให้เขาเสียชีวิตแบบนี้” ชุยฮุ่ยฮุ่ยพูดอย่างโมโห“นายรู้ไหมว่านายกำลังทำผิดกฎหมายอยู่นะ!และฉันก็สามารถจับนายได้เลยด้วย!”
“อย่าสิ อย่า! ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องมีหลักฐานนะเธอบอกว่าฉันเป็นคนฆ่าชายหน้าบาก งั้นฉันขอถามหน่อยว่าเธอมีหลักฐานอะไร”ฉินลู่พูดและยักไหล่เบาๆ
“ฉัน...” ชุยฮุ่ยฮุ่ยถึงกับพูดไม่ออก
ฉินลู่ได้โอกาสจึงพูดว่า “อีกอย่างเธอไปตรวจดูกล้องวงจรปิดได้เลย คืนวันนั้น พอเราแยกกัน ฉันก็ตรงเข้าบ้านทันทีวันต่อมาฉันไปที่อนามัย ไปสวนสาธารณะ แล้วค่อยกลับบ้าน วันนี้ก็ทำงานตลอดทั้งวันนี่ก็เพิ่งเลิกงานกลับถึงบ้านเอง ฉันไม่มีเวลาไปก่อคดีหรอกนะ เธอเป็นตำรวจจะพูดอะไรก็ต้องมีหลักฐานด้วยสิ”
“แล้วนายจะแก้ตัวยังไง พอนายเข้าไปหาเขาวันนั้นปุ๊บวันนี้เขาก็เสียชีวิตเลย นายจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรบนโลกนี้มีเรื่องบังเอิญขนาดนี้ด้วยเหรอ”
ฉินลู่หัวเราะ “เธอก็พูดไปเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญจริงๆ ก็เหมือนที่โคนันพูดไว้ไง ที่บอกว่าความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น และความจริงนี้ก็คือเขาบังเอิญเสียชีวิตหลังจากที่ฉันเข้าไปหาเรื่องเขา”
“นายอย่ามาเล่นลิ้นนะ!”
ฉินลู่หัวเราะ จากนั้นก็ถามว่า“ไหนเธอลองพูดมาหน่อยว่าสาเหตุการตายของเขาคืออะไร”
เสียงจากปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นชุยฮุ่ยฮุ่ยก็พูดด้วยเสียงอู้อี้ว่า “หัวใจวายเฉียบพลันสาเหตุการเสียชีวิตที่แพทย์นิติเวชแจ้งมาก็คือ หัวใจวายเฉียบพลัน”
“เธอดู นี่ก็จบแล้วไม่ใช่หรือไงฉันไม่ได้ฆ่าเขา เขาหัวใจวายของเขาเอง เอ้อ ฉันลืมบอกเธอว่าตอนที่ฉันเข้าไปหาเรื่องเขาเขากำลังเสพยาเสพติดอยู่ เธอเป็นตำรวจน่าจะรู้ดีว่าโทษของสารเสพติดที่มีต่ออวัยวะภายในร่างกายของมนุษย์นั้นมากแค่ไหนฉันคิดว่าที่เขาตายด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แล้วก็อีกอย่างนะคนเลวแบบนี้ ตายไปก็ถือว่าช่วยลดปัญหาสังคมได้ด้วย”
ชุยฮุ่ยฮุ่ยไม่มีอะไรจะเถียงเธอเงียบอยู่นานกว่าจะพูดออกมาว่า“อย่างไรฉันก็เชื่อว่านายมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการตายของเขานายจะต้องไปทำอะไรสักอย่างกับเขาแน่ เขาถึงได้หัวใจวายจนเสียชีวิต”
ฉินลู่แอบนึกชื่นชมสัญชาตญาณของผู้หญิงคนนี้ในใจแต่ปากก็พูดอย่างคนไม่ได้รับความเป็นธรรมว่า “เธอทำแบบนี้มันเกินไปแล้วนะเขาหัวใจวายตายเอง จะมาเกี่ยวข้องกับฉันได้อย่างไร ฉันจะไปทำอะไรได้เธอคิดว่าฉันเทพขนาดนั้นเลยเหรอ”
“เชอะ!”ชุยฮุ่ยฮุ่ยสบัดบ๊อบจากปลายสาย จากนั้นก็กดวางสายอย่างไม่พอใจ
“ตู๊ด!”
ฉินลู่ฟังเสียง “ตู๊ดๆ” ในมือถือและหัวเราะ
“จัดการตัวปัญหาไปได้อีกคนแล้วสินะยังเหลืออีก 10 กว่าคน ไม่รู้ว่าภายในเดือนนี้จะมีคนซี้ม่องเท่งอีกกี่คน...”
“จ๊อกๆ ...”
ฉินลู่ลูบท้องที่กำลังส่งเสียงร้องด้วยความหิว
ฉินลู่จึงเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินออกจากบ้านไปเขาเตรียมตัวจะไปหาอะไรกินที่ร้านลุงเมิ่งสักหน่อย
แต่พอเดินมาถึงร้าน ก็เห็นว่าร้านยังซ่อมแซมไม่เสร็จยังไม่ได้เริ่มซ่อมแซมเลยด้วยซ้ำ
ฉินลู่เดินเข้าไปในร้าน พบว่ามีคน 2คนกำลังเก็บกวาดภายในร้านอยู่ คนหนึ่งคือลุงเมิ่ง ส่วนอีกคนก็คือเมิ่งเวยลูกสาวของลุงเมิ่งนั่นเอง
“เอ๋?ฉันไม่ได้ให้พวกลุงไปหาทีมตกแต่งมาช่วยซ่อมแซมหรอกเหรอ ทำไมถึงทำกันเองล่ะแบบนี้จะต้องเก็บกวาดกันไปถึงเมื่อไร อีกอย่าง...”ฉินลู่เดินเข้าไปช่วยประคองตัวลุงเมิ่ง พร้อมพูดว่า “ตอนนี้ลุงกำลังบาดเจ็บอยู่จะมาทำงานพวกนี้ไม่ได้หรอกนะ พักผ่อนให้ดีๆ อาการบาดเจ็บถึงจะดีขึ้นนะครับ”
“ก็ฉันอยากจะมาช่วยน่ะ...”ลุงเมิ่งพูดพลางเกาหัวแกร็กๆ
ฉินลู่หันไปมองเมิ่งเวยและพูดกับเธอว่า“ฉันให้เงินเธอไปแสนนึงเป็นการลงทุนร่วมกันไม่ใช่เหรอ ทำไมเธอไม่ใช้เงินนั้นล่ะ”
มุมปากของเมิ่งเวยกระตุกเล็กน้อยมองฉินลู่อย่างลังเลเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี
“พูดมาสิ หรือเธอมีอะไรที่พูดออกมาไม่ได้”ฉินลู่ถามอย่างใส่ใจ
เมิ่งเวยพยักหน้าจากนั้นก็ล้วงเอาบัตรธนาคารที่ฉินลู่ให้ออกมา พูดพึมพำว่า “ไม่มีรหัสผ่านกดเงินออกมาไม่ได้หรอก...”
ฉินลู่ราวกับถูกฟ้าผ่าเขานิ่งเป็นสิงโตหิน
“เสี่ยวเวย! พูดอะไรน่ะ!” ลุงเมิ่งทำตาดุใส่เสี่ยวเวยจากนั้นก็หันมามองฉินลู่อย่างกระอักกระอ่วน ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ฉินลู่เองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนไม่รู้จะทำตัวอย่างไรเหมือนกัน