บทที่ 3 บั๊กแรกเริ่ม
ออร่าปราดเปรียวคือออร่าหลบหลีก ส่วนออร่าทรหดคือออร่าเพิ่มพลังป้องกัน
สองอย่างนี้ถือเป็ทักษะป้องกันพื้นฐาน
ส่วนออร่าศรัทธาคือเพิ่มความต้านทานธาตุ ออร่าจิตกระจ่างช่วยฟื้นฟูมานา และออร่าโลหิตเดือดช่วยฟื้นฟูพลังชีวิต
ทั้งหมดนี้ยังคงเป็ออร่าพื้นฐานเช่นกัน เพียงแต่ความ้าในตลาดอาจจะน้อยกว่าออร่าปราดเปรียวและออร่าทรหดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเป็ของที่ขาดตลาดอะไร
ซูเฉินย่อมรู้ดีว่าเถ้าแก่กำลังคิดจะโก่งราคา มีหรือที่เขาจะยอมตามน้ำไปด้วย
"ทักษะพื้นฐานแค่นี้จะขาดตลาดได้อย่างไร?"
"เถ้าแก่ หรือท่านอยากให้ข้าเดินทางไปไกลอีกหน่อย เพื่อไปซื้อที่เมืองข้างๆ กัน?"
ฮี่ๆ~
เถ้าแก่พอเห็นว่าซูเฉิน้าของเยอะขนาดนี้ ก็คิดว่าเป็ลูกค้ารายใหญ่ หวังจะฟันกำไรเพิ่มอีกสักหน่อยก็ยังดี
แต่เมื่อซูเฉินเอ่ยขึ้นมาเช่นนี้ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็ผู้รู้จริง
แม้จะถูกจับได้ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกอับอายแต่อย่างใด การทำมาค้าขายย่อมไม่มีอะไรน่าละอายอยู่แล้ว จึงเปลี่ยนท่าทีเป็ยิ้มอย่างใจเย็นพลางกล่าวว่า
"ไม่ต้อง ไม่ต้อง หากท่านยืนยันว่าจะเอา ข้าพอจะรวบรวมให้ครบชุดได้อยู่"
"ทั้งหมด 122 เหรียญเงิน ข้าคิดท่านแค่ 120 เหรียญก็แล้วกัน~"
120 เหรียญเงินถือเป็ราคาปกติ
แต่จะว่าไป 120 เหรียญเงินเลย ต่อให้เหรียญเงินเดียวซูเฉินก็ยังไม่มีปัญญาจ่าย
ทว่าเขากลับไม่มีทีท่าร้อนรนแม้แต่น้อย
ปัง!
ซูเฉินใช้มือทุบขอบหน้าต่างพลางกล่าวอย่างไม่เกรงใจ
"พูดตรงๆ เลยแล้วกัน หนึ่งเหรียญทอง!"
ฟู่!!
เถ้าแก่ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความใ
"เหรียญทอง!?"
"ท่านแน่ใจรึ?"
ที่นี่เป็เพียงหมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนใต้ เหรียญทองไม่ใช่เงินตราที่พบเห็นได้ทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณโดยรอบยังมีอสูรชุกชุม แถมยังมีพวกคนเถื่อนทางใต้คอยรุกรานอยู่เนืองๆ ทำให้เกิดาบ่อยครั้ง ในสถานการณ์เช่นนี้ เหรียญทองจึงมีค่ามากกว่าเหรียญเงินเสียอีก
ในเมืองหลัก อัตราแลกเปลี่ยนที่อาณาจักรแนะนำคือ 1 เหรียญทองต่อ 100 เหรียญเงิน แต่หากเป็ในสถานที่เล็กๆ เช่นนี้ หนึ่งเหรียญทองสามารถแลกได้ร้อยกว่าเหรียญเงินถือเป็เื่ปกติมาก ถ้าลงใต้ไปอีกหน่อย หนึ่งเหรียญทองอาจแลกได้ถึงสองร้อยเหรียญเงินเลยทีเดียว
"แน่นอน!"
ซูเฉินตอบรับอย่างมั่นใจ
เถ้าแก่กลอกตาไปมา ในมือเริ่มมีเหงื่อซึม
"ในเมื่อเป็เช่นนั้น ข้าคงต้องยอมขาดทุนสักหน่อย ขายให้ท่านหนึ่งเหรียญทองก็แล้วกัน"
พูดจบ เถ้าแก่ก็หันหลังกลับไปหยิบตำราทักษะสองสามเล่มออกมา แล้วนับให้ซูเฉินดูทีละเล่ม
"นี่คือเปลวเพลิง สายฟ้า และน้ำแข็ง"
"ส่วนนี่คือปราดเปรียว ทรหด ศรัทธา จิตกระจ่าง และโลหิตเดือด"
เมื่อนับของเรียบร้อย เถ้าแก่ก็ยื่นมือเหี่ยวย่นของตนออกมาเบื้องหน้าซูเฉิน
ทันใดนั้น คทาเวทเล่มหนึ่งก็ถูกวางลงบนฝ่ามือของเถ้าแก่อย่างแ่เบา
"หา!?"
"นี่มันอะไร?"
"แล้วเหรียญทองของข้าเล่า?"
เถ้าแก่พอเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ดวงตาก็เบิกโพลงขึ้นมาทันที ฝ่ามือสั่นเทาเล็กน้อย มุมปากเริ่มกระตุก
เพียะ!
เถ้าแก่ตบคทาลงบนขอบหน้าต่างทันควัน หรี่ตามองซูเฉินอย่างดุร้ายพลางเอ่ยถาม
"เ้าหนู เ้าคิดจะมาล้อข้าเล่นรึ?"
"ไม่ไปสืบดูเสียหน่อยเล่า ว่าในหมู่บ้านนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้จักชื่อเสียงของข้ามอริผู้นี้!"
"กล้าดีอย่างไรมาหลอกข้าถึงที่นี่ ดูท่าเ้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ!"
ทว่าซูเฉินกลับไม่รู้สึกหวั่นเกรงแม้แต่น้อย เขากลับเบิกตากว้างตวาดกลับไป
"ระวังหน่อยสิ นี่คือคทาเวทของจริง หากอัญมณีเวทมนตร์บนนั้นแตกขึ้นมา ท่านชดใช้ไหวรึ?"
คทาเวท?
เถ้าแก่มอริสะดุ้งเล็กน้อย ก้มลงมองฝ่ามือของตน ที่ปลายไม้เท้าซึ่งดูเหมือนกิ่งไม้แห้งๆ มีอัญมณีเม็ดหนึ่งกำลังส่องประกายแสงเวทมนตร์อันริบหรี่อยู่จริง
"คิดว่าข้าไม่รู้รึไง นี่มันคทาเวทระดับต่ำสุด!"
ซูเฉินกอดอกมองอย่างสบายอารมณ์
"คทาเวทก็คือคทาเวท"
"ต่อให้เป็คทาที่ห่วยแตกที่สุด แต่มันก็เป็คทาที่ประดับด้วยอัญมณีเวทมนตร์"
"อย่างน้อยๆ ก็มีค่าสองเหรียญทอง!"
เอ่อ...นี่...
มอริถึงกับพูดไม่ออก เขาเชี่ยวชาญเื่ราคาสินค้าเป็อย่างดี ไม่ต้องรอให้ซูเฉินอธิบาย เขาก็นึกถึงมูลค่าของมันออก
แต่มีหรือที่เขาจะยอมเป็ฝ่ายเสียเปรียบ
เขาแค่นเสียงเ็าออกมาคราหนึ่ง
"เฮอะ!"
"สองเหรียญทองนั่นมันราคาขาย ข้าเปิดร้านขายของชำ ไม่ใช่โรงตีเหล็ก จะเอาไปขายที่ไหนได้สองเหรียญทอง?"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ประกายตาเ้าเล่ห์ก็วูบผ่านั์ตาของเถ้าแก่มอริ เขายื่นนิ้วที่ผอมแห้งออกมาหนึ่งนิ้ว
"อย่างมาก...อย่างมากก็หนึ่งเหรียญทองเท่านั้น!"
"ตกลง!"
ซูเฉินคว้าตำราทักษะทั้งหมดเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน แล้วหันหลังเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลัง
มอริมองตามแผ่นหลังของซูเฉินไปราวกับตนเองได้กำไรมหาศาล มุมปากปรากฏรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ พลางลูบไล้คทาในมืออย่างช้าๆ
"ฮี่ๆ~ กำไรอื้อซ่าเลย"
"คทาเวทเป็ของหายาก ต่อให้เป็คทาระดับต่ำสุด ในสถานที่เล็กๆ เช่นนี้ก็สามารถขายได้ถึงสามเหรียญทองเชียวนะ"
อืม...
หากคิดตามราคาของโรงตีเหล็กก็เป็เช่นนั้นจริง เพราะอัญมณีเวทมนตร์แตกต่างจากโลหะที่ใช้สร้างอาวุธชนิดอื่น พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้ผลิตของสิ่งนี้ แค่ค่าขนส่งจากขบวนการค้าก็ปาเข้าไปหนึ่งเหรียญทองแล้ว เมื่อโรงตีเหล็กนำมาสร้างต่อ อย่างไรก็ต้องขายในราคาไม่ต่ำกว่าสามเหรียญทอง
น่าเสียดายที่มอริหารู้ไม่ว่านี่เป็เพียงคทาที่ได้จากกล่องของขวัญสำหรับมือใหม่เท่านั้น
ไม่ต้องรอถึงครึ่งวัน แค่เพียงหนึ่งชั่วโมงให้หลัง เมื่อผู้เล่นหลั่งไหลเข้ามาเป็จำนวนมาก คทาประเภทนี้ก็จะเกลื่อนไปทั้งหมู่บ้าน
ตลาดก็เป็เช่นนี้ เมื่อของล้นตลาด มันก็ย่อมไร้ค่า ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่สามเหรียญทองเลย แค่ขายได้สามสิบเหรียญเงินก็ถือว่าดีมากแล้ว
อันที่จริง การที่ซูเฉินสามารถนำอาวุธจากกล่องของขวัญมือใหม่มาขายได้ในราคาหนึ่งเหรียญทอง ก็ถือเป็การใช้ช่องโหว่ของระบบ หรือที่เรียกว่าบั๊กนั่นเอง
ทว่านี่เป็สิ่งที่ผู้เล่นกลุ่มแรกสุดที่เข้าสู่โลกนิรันดร์เท่านั้นที่จะทำได้
เมื่อเหล่าพ่อค้าเ้าเล่ห์เหล่านี้ไหวตัวทัน วิธีนี้ก็จะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้น การจะใช้บั๊กนี้ให้สำเร็จยังมีเงื่อนไขสำคัญอีกข้อหนึ่ง นั่นคือผู้เล่นจะต้องคุ้นเคยกับราคาสินค้าเป็อย่างดี มิฉะนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็เ้าของโรงตีเหล็กหรือเ้าของร้านขายของชำ ก็จะไม่ยอมรับซื้อของจากคุณในราคาสูง หากเดินดุ่มๆ เข้าไปขายอาวุธ รับรองได้เลยว่าจะต้องถูกพ่อค้าเ้าเล่ห์พวกนี้หลอกจนหมดตัวแน่นอน
แล้วนอกเหนือจากซูเฉิน จะมีใครอีกเล่าที่สามารถรู้เื่ราคาสินค้าได้กระจ่างแจ้งั้แ่แรกเข้าเกมเช่นนี้?
ซูเฉินเดินไปตามถนนหินสีเขียว มุ่งหน้าออกจากหมู่บ้าน
แม้ผลเพิ่มความเสียหาย 10% ของคทาจะดี แต่เงื่อนไขคือต้องมีความเสียหายธาตุเป็พื้นฐานเสียก่อน หากไม่มีความเสียหายพื้นฐานจากออร่า คทาหนึ่งเล่มอย่างมากก็ช่วยเพิ่มความเสียหายเวทมนตร์ได้เพียงไม่กี่หน่วย การนำคทามาแลกกับออร่าพื้นฐานมากมายขนาดนี้ ถือว่าไม่ขาดทุนอย่างแน่นอน
"ออร่าเปลวเพลิง เรียนรู้!"
"ออร่าน้ำแข็ง เรียนรู้!"
"ออร่าสายฟ้า เรียนรู้!"
ติ๊ง! เรียนรู้ทักษะสำเร็จ
ออร่าเปลวเพลิง (Lv1): เพิ่มความเสียหายไฟพื้นฐาน 5-10 หน่วย (10-20 หน่วย), เมื่อโจมตีถูกเป้าหมายมีโอกาส 15% (30%) ทำให้ศัตรูติดสถานะเผาไหม้
สถานะเผาไหม้: เปลวไฟสร้างความเสียหายต่อเนื่องแก่เป้าหมาย เป็เวลา 8 วินาที, ระดับความเสียหายพื้นฐานคือ 1 ชั้น, ความเสียหายต่อวินาทีเท่ากับ 10% ของความเสียหายไฟพื้นฐาน, สามารถซ้อนทับได้สูงสุด 20 ชั้น
เมื่อเปิดใช้งานจะใช้ขีดจำกัดสูงสุดของมานา 30% (0.3%)
"ผลของเ้าแห่งออร่าเพิ่มขึ้นเป็สองเท่า แค่ระดับ 1 ก็เพิ่มความเสียหายได้ถึง 20 หน่วยแล้ว!"
"โอกาสติดสถานะเผาไหม้ก็เพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว ตั้ง 30%!"
ซูเฉินมองดูค่าสถานะแล้วอดที่จะตื่นเต้นในใจไม่ได้ การใช้ขีดจำกัดสูงสุดของมานาที่น้อยขนาดนี้ ทำให้เขารู้สึกไม่คุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย