เช้าวันรุ่งขึ้น โอ๋, มะปราง,ต้อมและเพื่อนๆ ยังคงเข้าเรียนตามปกติใน่เวลาเดียวกันที่ห้องครูใหญ่กำลังนั่งประชุมอยู่กับครูหนึ่ง,ครูเพ็ญศรีและวิทย์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงยิมเมื่อวานนี้อย่างเคร่งเครียดสีหน้าท่าทีของครูใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็อย่างมาก
คลิปการต่อสู้ระหว่างมะปรางกับต้อมในโรงยิมแพร่กระจายในแอดมีอีกครั้งหนึ่ง แฮชแท็ก #มะปราง#มวยหย่งชุน #หยงชุนมียอดผู้ชมสูงกว่า 3 ล้านคน ผู้คนในสังคมต่างแสดงความเห็นมากมายเกี่ยวกับการต่อสู้ครั้งนี้จนกลายเป็ทอล์กออฟเดอะทาวน์ทีวีแต่ละช่องนำเสนอข่าวและเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านมวยหย่งชุนมาพูดคุยและวิเคราะห์การต่อสู้ของมะปรางกันอย่างละเอียด
เวลาล่วงเลยมาจนถึงเวลาพักเที่ยงนักเรียนในแต่ละชั้นเรียนทะยอยเดินออกมาจากห้องนักเรียนส่วนใหญ่กินข้าวที่โรงอาหาร, บางคนก็ไปจองสนามฟุตบอล,บางคนยังนั่งอยู่ในห้องเรียนแต่ละคนยังคงพูดคุยกันเื่การต่อสู้ระหว่างมะปรางกับต้อมเื่นี้เพียงเื่เดียวทั้งโรงเรียน
โอ๋รีบเดินมาที่อาคารเรียนของมะปรางพร้อมกับแชทไปด้วย
โอ๋ : “โอ๋นั่งรอปรางที่โต๊ะหินอ่อนหน้าอาคารเรียนละกัน”
ครูใหญ่เปิดทีวีช่องหนึ่งให้ทุกคนดูในรายการเชิญอาจารย์อำนวยเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านมวยหย่งชุนของประเทศไทยกำลังให้สัมภาษณ์ทุกคนในห้องประชุมหันไปฟังข้อมูลกันด้วยความสนใจเป็อย่างมาก
“ก่อนการแข่งขันชิงแชมป์โลกเมื่อ 2 ปีที่แล้วทีมชาติจีนมีการคัดเลือกนักกีฬา 10 คนสุดท้าย...มี 5 คนเป็ตัวจริงและอีก5 คนเป็ตัวสำรอง จากรายชื่อที่ถูกส่งเข้ามาหลายหมื่นคนทั่วประเทศในรอบสุดท้ายมีลูกศิษย์ของท่านปรมาจารย์จางเหว่ยหลุนติดเข้ามาถึง 2 คน”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นกับการคัดเลือกครั้งนั้นคะ?”พิธีกรสอบถามด้วยความสนใจ
“นักกีฬาทั้ง 2 คนนั้นมีชื่อว่า ลู่เฟยและหลิวฮุ่ยหนิงครับ”
“ลู่เฟยเป็คนที่เราทุกคนรู้จักกันดีเธอเป็แชมป์โลกประเภทเดี่ยวเมื่อปีที่แล้ว และยังเป็แชมป์โลกประเภททีมเมื่อ 2ปีที่แล้วอีกด้วย...สามารถพูดได้ว่าเธอคือหมายเลข 1 ของโลกในกีฬาประเภทศิลปะการต่อสู้สมัยใหม่ในเวลานี้แบบไม่มีข้อสงสัยใดๆอีกต่อไป”
“แล้วอีกคนหนึ่งหายไปไหนคะอาจารย์ เท่าที่ดิฉันหาข้อมูลมา หลิวฮุ่ยหนิงมีรายชื่อติดเป็ตัวสำรองทีมชาติจีนลำดับที่6 และชื่อนี้ก็หายไปจากการแข่งขันอย่างเป็ทางการไม่ว่าจะเป็รายการในประเทศจีนเองหรือแม้กระทั่งในระดับนานาชาติก็ตาม” พิธีกรตั้งคำถามที่น่าสนใจเป็อย่างมาก
“เป็คำถามที่ดีมากครับ หลังจากการคัดเลือกทีมชาติจีนครั้งนั้นเธอหายตัวไปอย่างสิ้นเชิง ตัวผมเองก็ไม่ทราบข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับตัวเธอแม้แต่น้อยจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์คลิปของน้องมะปรางทั้ง 2 คลิปที่เกิดขึ้นในบ้านเราไม่ว่าจะเป็คลิปจับโจรกับคลิปที่น้องต่อสู้ในโรงเรียน”
“ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกันยังงัยเหรอคะอาจารย์” พิธีกรตั้งคำถามด้วยความสงสัยอย่างมาก
ใน่เวลาเดียวกันทีวีทุกเครื่องที่อยู่ในโรงอาหารของโรงเรียนกำลังเปิดดูรายการนี้อยู่นักเรียนแต่ละคนดูรายการนี้กันทุกคนแม้กระทั่งพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารสายตาทุกคู่หันไปจ้องมองทีวีแทบจะไม่มีใครกินข้าวกันแล้ว...โอ๋กับมะปรางเพิ่งเดินเข้ามาในโรงอาหารได้ยินเสียงจากรายการนี้เช่นกันรีบเดินไปยืนดูทีวีเครื่องที่อยู่ใกล้ที่สุดเช่นกัน
“จนกระทั่งเมื่อวานนี้ ผมไปค้นข้อมูลเก่าๆเกี่ยวกับการคัดเลือกทีมชาติจีนครั้งนี้ ผมได้พบข้อมูลที่น่าใและแปลกมากครับเป็คลิปสั้นๆ อยู่คลิปหนึ่งครับ”
“ท่านอาจารย์ได้ให้คลิปนี้กับทีมงานเราแล้วนะคะทางรายการจะเปิดคลิปนี้ให้ทุกคนได้ดูพร้อมๆ กันค่ะ ตอนนี้แม้แต่ตัวดิฉันเองก็ไม่รู้ว่าเป็คลิปอะไรนะคะเราจะได้รู้พร้อมกันทุกๆ คนค่ะ” พิธีกรพูดเสริม
“คลิปมีความยาวประมาณ 3 นาทีกว่าๆ ครับเป็การต่อสู้ระหว่างลู่เฟยกับหลิวฮุ่ยหนิงครับ ผมขอให้ทุกคนเช็คดูวันที่ของคลิปนี้นะครับเป็่เวลาก่อนการคัดเลือกทีมชาติจีน”
“ในคลิปนี้มีอะไรเหรอคะอาจารย์?”
“เท่าที่ผมตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมน่าจะเป็คลิปที่ท่านจางเหว่ยหลุนส่งให้คณะกรรมการที่นั่นเพื่อคัดเลือกทีมชาติจีนครับไม่มั่นใจนะครับ เป็การแข่งขันยกสุดท้ายระหว่างนักกีฬาทั้ง 2 คนนี้ครับ”
หลังจากที่อาจารย์อำนวยพูดจบทางรายการก็เริ่มเปิดคลิปขึ้นมาภาพในคลิปเกิดจากการตั้งกล้องที่ค่อนข้างไกลพอสมควร ไม่เห็นหน้าตาของนักกีฬาทั้ง 2คน เห็นเพียงแค่คนใส่ชุดสีแดงต่อสู้กับชุดสีขาว
“ชุดสีแดงคือลู่เฟย ส่วนชุดสีขาวคือหลิวฮุ่ยหนิงครับ”
ในคลิปเริ่มต้นที่การต่อสู้กันระหว่างลู่เฟยกับหลิวฮุ่ยหนิงยกสุดท้ายลู่เฟยตั้งการ์ดแต่มีอาการเหนื่อยหอบและหายใจแรงอย่างเห็นได้ชัดส่วนหลิวฮุ่ยหนิงตั้งการ์ดเช่นกันแต่มีท่าทางนิ่งและสงบมากกว่า
ลู่เฟยพุ่งเข้ามาจู่โจมทั้ง้า-ล่างด้วยความรวดเร็วหลิวฮุ่ยหนิงใช้มือปัดการโจมตีออกด้านข้างได้ทั้งหมด ไม่ว่าลู่เฟยจะโจมตีอย่างไรเธอเข้าไม่ถึงตัวหลิวฮุ่ยหนิงแม้แต่น้อย ในระหว่างการต่อสู้มีอยู่จังหวะหนึ่งเห็นภาพด้านข้างของสนามแข่งขันท่านอาจารย์จางยืนดูการต่อสู้ด้วยท่าทีสงบนิ่ง
หลิวฮุ่ยหนิงหลบออกด้านข้างแล้วใช้หมัดขวาต่อยเข้าไปที่ท้องอย่างเต็มแรงแล้วกระแทกซ้ำอีก 2 ครั้งติดต่อกันจนลู่เฟยเสียหลักเธอได้โอกาสวิ่งเข้าไปหลอกจะต่อยท้องจนลู่เฟยดันมือทั้ง 2 ข้างลงมาเพื่อป้องกันแต่หลิวฮุ่ยหนิงอ้อมไปด้านหลังขัดขาและกระแทกตัวลู่เฟยอย่างเต็มแรงจนลู่เฟยล้มลงหลิวฮุ่ยหนิงวิ่งเข้าไปชกที่หน้าแต่ไม่โดน เธอย้ำการชกที่หน้าอีกครั้งเป็การต่อยที่ไม่โดนหน้าลู่เฟยแต่อย่างใด เป็สัญญาณสิ้นสุดการแข่งขันยกนี้
อาจารย์จางเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นมือดึงตัวลู่เฟยขึ้นมาโดยมีหลิวฮุ่ยหนิงช่วยประคองขึ้นมาอีกทางหนึ่ง และคลิปก็จบลง
“จากการต่อสู้ครั้งนี้ หลิวฮุ่ยหนิงเป็ผู้ชนะอย่างชัดเจนครับชั้นเชิงของเธอดีมากครับ แต่ผมก็ไม่ทราบว่าทำไมหลิวฮุ่ยหนิงจึงไม่ได้รับการคัดเลือกติดทีมชาติจีน ผมคิดว่าอาจจะเป็การแข่งขันกันเองภายในก็เป็ไปได้ครับ...แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ครับผมไปค้นข้อมูลเพิ่มเติม ก็พบกับข้อมูลที่ทำให้ผมตกตะลึงเป็อย่างมากครับ”
“เื่อะไรเหรอคะ?”
“การคัดเลือกนักกีฬาที่นั่น จุดเริ่มต้นจะรับสมัครกันหลายหมื่นคนต่อปีครับระดับต่อมาก็คัดคนในระดับมณฑลเหลือ 1,000 คนสุดท้าย และคัดต่ออีกครั้งให้เหลือ 100คนสุดท้ายเก็บตัวเข้าแคมป์ทีมชาติอย่างเป็ทางการ”
“การคัดเลือกทีมชาติจีนชุดใหญ่มี 2 ครั้ง แล้วนำคะแนนทั้ง 2 ครั้งมารวมกันก็จะได้ทีมตัวจริง5 คนและสำรอง 5 คน...ในการคัดเลือกตัดตัวรอบที่ 1 หลิวฮุ่ยหนิงได้คะแนนนำเป็อันดับ1 ส่วนลู่เฟยได้อันดับ 2...พอมาคัดเลือกครั้งที่ 2 ลู่เฟยได้อันดับ 1ส่วนหลิวฮุ่ยหนิงไม่ได้เข้าคัดเลือกครับ ผมสงสัยทันทีว่าทำไมหลิวฮุ่ยหนิงจึงไม่ได้เข้าคัดเลือกในครั้งที่ 2 และทำไมเธอจึงติดสำรองเป็อันดับ1 ทั้งๆ ที่เธอเข้าคัดเลือกเพียงครั้งเดียว”
“ในการคัดเลือกครั้งแรก หลิวฮุ่ยหนิงได้คะแนนมากถึงขนาดที่ว่า ถ้านำคะแนนคัดเลือกของนักกีฬาสำรองทีมชาติ4 คน ทั้ง 2 ครั้งมารวมกัน ยังแพ้หลิวฮุ่ยหนิงที่เข้าคัดเลือกเพียงครั้งเดียวด้วยซ้ำครับตรงนี้ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมหลิวฮุ่ยหนิงจึงไม่เข้าคัดเลือกในครั้งที่ 2...ไม่มีข้อมูลใดๆปรากฎขึ้นมาครับ”
“แล้วคลิปนี้เกี่ยวกับน้องมะปรางของเรายังงัยเหรอคะ?” พิธีกรสอบถามต่อทันที “หรืออาจารย์จะบอกว่า...”
“ผมนำคลิปนี้ไปขยายเพื่อดูภาพของหลิวฮุ่ยหนิงครับ” หลังจากที่พูดจบอาจารย์หยิบรูปขึ้นมา 2 ใบเป็รูปที่จับภาพมาจากคลิปและถูกขยายใหญ่ให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น
“รูปนี้ผมอยากให้ทุกคนลองสังเกตท่าตั้งการ์ดของหลิวฮุ่ยหนิงกับน้องมะปรางครับทรงผมและท่าทางเหมือนกันมากครับ ส่วนอีกรูปหนึ่งลองดูท่ากระแทกของเธอสิครับรูปนี้เปรียบเทียบกับท่ากระแทกของน้องมะปรางกับโจรคนหนึ่ง”
หลังจากที่อาจารย์พูดจบพิธีกรหญิงก้มหน้าลงมาจ้องดูด้วยความสนใจเป็อย่างมาก “เหมือนมาก เหมือนจริงๆ ค่ะอาจารย์...เหมือนจริงๆ ค่ะท่านผู้ชม ท่าทางเหมือนกันเหมือนมากจริงๆ นะคะ”
“ตอนนี้ผมสงสัยเป็อย่างมากว่าหลิวฮุ่ยหนิงอาจจะเป็น้องมะปรางของพวกเราก็ได้ครับ มีโอกาสเป็ไปได้สูงมากครับ เราอาจจะเจอเพชรเม็ดงามในวงการกีฬาต่อสู้สมัยใหม่ เป็เพชรที่เม็ดใหญ่มากครับ...2ปีที่หลิวฮุ่ยหนิงหายไปวงการ ผมคิดว่าเธอมาเรียนหนังสือที่ขอนแก่น่เวลาเดียวกันเป๊ะครับ”
“โอ้โห!!! อาจารย์คะ ถ้าเื่นี้เป็จริงดิฉันคิดว่านี่จะเป็ข่าวใหญ่ข่าวหนึ่งในบ้านเราเลยนะคะ ถ้าเป็คนเดียวกันเป็เื่ดีมากๆ ค่ะ”
“ผมไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมมาด้วยครับผมอยากรู้ว่าลูกศิษย์รุ่นสุดท้ายของท่านอาจารย์จาง เป็ใครบ้าง”
พิธีกรหันไปฟังด้วยความสนใจเป็อย่างมาก “ใครคะ?”
“ผมได้ข้อมูลที่น่าใมากอีกเื่หนึ่งครับ ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีนักกีฬาต่อสู้สมัยใหม่ทั่วโลกเดินทางไปหาท่านอาจารย์จางเพื่อขอสมัครเป็ลูกศิษย์มากมายจนนับไม่ถ้วนแต่ท่านไม่เคยรับแม้แต่คนเดียว หลังจากที่ท่านประกาศวางมือ ท่านมีลูกศิษย์เพียง 11คนเท่านั้น...9 คนก่อนหน้านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกีฬาต่อสู้แล้ว ลู่เฟยและหลิวฮุ่ยหนิงคือลูกศิษย์ 2 คนสุดท้ายครับ ไม่เคยมีใครได้เป็ศิษย์ท่านจางหลังจาก2 คนนี้อีกเลยครับ ถ้าข้อมูลนี้ถูกต้องหมายความว่าหลิวฮุ่ยหนิงหรือน้องมะปรางของเราคือลูกศิษย์คนสุดท้ายของท่านปรมาจารย์จางเหว่ยหลุนครับ”
“คนในแวดวงการต่อสู้สมัยใหม่หลายคนก็แปลกใจเหมือนกันครับว่า ระดับลูกศิษย์ท่านอาจารย์จางอยู่ๆจะหายไปได้ยังงัย...ทุกคนคงทราบดีว่า ตอนนี้คลิปของน้องมะปรางกระจายไปทั่วโลกแล้วหลายคนก็ยืนยันว่า ใช่แน่ๆ...ตัวผมเองก็มั่นใจว่าใช่คนเดียวกันแน่นอนครับเพราะว่า่เวลาที่น้องมะปรางมาเรียนที่ไทยคือ ม.4 กับ ม.5 เท่ากับระยะเวลาที่หลิวฮุ่ยหนิงหายตัวไปไม่เคยแข่งขันรายการใดอีกเลยไม่ว่าจะเป็รายการภายในประเทศจีนเองหรือรายการนานาชาติ นี่คือคำตอบที่ลงตัวมากๆครับ”
คำพูดนี้ของอาจารย์อำนวยสร้างความตื่นเต้นให้กับทุกคนเป็อย่างมาก เด็กๆที่อยู่ในโรงอาหารเริ่มส่งเสียงเฮดังลั่น จนโอ๋ต้องหันมามองมะปรางทันที
“ชุดขาวในคลิปคนนั้น ใช่ปรางไหม?”โอ๋หันมาถามมะปรางเพราะอยากรู้ความจริง
มะปรางพยักหน้าตอบรับคำพูดโอ๋ไม่นานนักเด็กนักเรียนหลายคนเห็นมะปรางอยู่ในโรงอาหารเงยหน้าดูรายการทีวีนี้อยู่เหมือนกัน ทำให้เด็กๆ แต่ละคนต่างะโเชียร์ดังกว่าเก่าอีก
“หลิวฮุ่ยหนิงอยู่ที่นี่!... หลิวฮุ่ยหนิงอยู่ที่นี่!... หลิวฮุ่ยหนิงอยู่ที่นี่!...หลิวฮุ่ยหนิงอยู่ที่นี่!”
“หลิวฮุ่ยหนิงอยู่ที่นี่!... หลิวฮุ่ยหนิงอยู่ที่นี่!...หลิวฮุ่ยหนิงอยู่ที่นี่!... หลิวฮุ่ยหนิงอยู่ที่นี่!”
เด็กนักเรียนแต่ละคนต่างวิ่งเข้ามาล้อมมะปรางกับโอ๋ยกมือถือถ่ายรูป ถ่ายคลิปกันเต็มไปหมดจนมะปรางทำตัวไม่ถูก ได้แต่บิดตัวไป-มายิ้มสู้“สงสัยวันนี้ปรางไม่ได้กินข้าวแน่ๆ”
“ไหนปรางบอกว่าแค่ชนะสูสี แต่ที่โอ๋เห็น...ปรางชนะขาดลอยเลยนะนั่น”
ส่วนที่ห้องประชุมครูใหญ่,ครูเพ็ญศรี, ครูหนึ่งและวิทย์ก็อยู่ในอาการใกับข้อมูลที่ได้มาเช่นกัน “ผมทราบมาว่า คุณวิทย์สนิทกับเด็กกลุ่มนี้...ชุดขาวคนนั้นคือมะปรางใช่ไหมครับ?”
“ใช่ครับ...เธอเคยไปคัดเลือกทีมชาติจีน เธอคือหลิวฮุ่ยหนิงครับ”
“หนูมะปรางอายุยังน้อยกว่าลูกคนเล็กผมอีกนะ ผมอยากให้คุณวิทย์กับทุกๆคนช่วยกันประคับประคองเด็กคนนี้เป็พิเศษหน่อย ตอนนี้เื่ราวขยายไปในสังคมวงกว้างแล้วตัวผมเองก็ยังไม่รู้ว่า จะรับมือเื่แบบนี้ยังงัยกันดี”
ครูใหญ่พูดไม่ขาดคำดีตอนนี้โทรศัพท์ของฝ่ายประชาสัมพันธ์, ฝ่ายกิจการโรงเรียน ร่วมถึงมือถือส่วนตัวดังขึ้นมาทุกเครื่อง รวมไปถึงพ่อแม่ของมะปรางด้วยเช่นกันแม่ค้าพ่อค้าในตลาดต่างก็เข้ามายืนในร้านจนแน่นไปหมด
เวลาล่วงเลยมาจนถึง่เวลาเลิกเรียนมะปรางยังคงเป็ที่สนใจอย่างต่อเนื่องตอนนี้ผู้สื่อข่าวจากสื่อทุกประเภทเดินทางมาที่โรงเรียนมะปรางกำลังเดินออกมาจากห้อง เห็นกลุ่มผู้สื่อข่าวยืนอยู่ข้างๆป้อมยามหน้าประตูใหญ่กันจนเต็มพื้นที่แถวนั้น
*****************************