บทที่ 6 รากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิ
บทที่ 6 รากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิมือข้างขวาของหลินซานยื่นออกไปสัมผัสกับศิลาหินด้านหน้า และเมื่อมือของเขายื่นออกไปสัมผัสกับมันสิ่งที่เกิดขึ้นมาก็คือมันมีแสงสว่างไสวสีทองปรากฏขึ้นมา อักขระโบราณได้ก่อกำเนิดขึ้นมามันได้เริ่มเติมเต็มศิลาสีดำสนิทอันว่างเปล่าด้านหน้า ในขณะเดียวกันทั่วทั้งบริเวณก็ถูกปกคลุมไปด้วยละอองสีทองปริศนามากมายที่ล่องลอยอยู่ภายในอากาศ หลินซานกำลังจ้องมองมันอยู่ใบหน้าของเขากับราบเรียบและดูไม่ตื่นตระหนกตกใจกับมันเลยสักนิด มีเพียงแค่ดวงตาของเขาเท่านั้นพี่เบิกกว้างกว่าปกติ ตอนนี้มีบางอย่างถูกส่งเข้ามาภายในหัวของเขาดวงตาของเขาเริ่มมองเห็นภาพทับซ้อนด้านหน้าอักขระสีทองที่เติมเต็มขึ้นมาบนศิลาอันว่างเปล่าด้านหน้า เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไรดวงตาของเขาเริ่มมองตัวอักษรที่เป็นอักขระโบราณพวกนี้แล้วอ่านออก “ อันใดกัน? ” ใบหน้าที่เรียบเฉยได้กวาดสายตาของตัวเองไปมองตัวอักษรโบราณที่ปรากฏขึ้นมาบนแผ่นศิลาที่เคยว่างเปล่าก่อนที่เขาจะเอามือมาสัมผัส“ ตำหนักสวรรค์ ความตั้งใจของจักรพรรดิทั้งสอง ผู้สืบทอดนามของจักรพรรดิเจ้าคือผู้ที่ถูกเลือก พลังอันยิ่งใหญ่รากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิ์ทั้งสองจะถูกเติมเต็มเข้าไปภายในตัวของเจ้า ” หลินซานได้อ่านออกเสียงตัวอักขระโบราณที่เขาเริ่มอ่านออกด้านหน้า เมื่อได้อ่านมันแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีแต่ในขณะที่ยังคงตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความสับสนมีบางอย่างเริ่มก่อกำเนิดขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ศิลาหินสีดำสนิทด้านหน้าได้เริ่มเปล่งแสงทอประกายสว่างไสวเป็นสีทองออกมาก่อนที่มันจะค่อยๆปรากฏอย่างออกมาจากตัวของมันแสงสว่างไสวสีทองที่ถูกปล่อยออกมาจากตัวของศิลาสีดำสนิทมันมีขนาดเล็กมากอาจจะเล็กเท่ากับกระดูก 1 ชิ้นเล็กๆภายในร่างกาย หลินซานจ้องมองมันอย่างตาไม่กระพริบ ในขณะนั้นเองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของเขามันก็ได้พุ่งทะยานเข้ามาในบริเวณหน้าอกที่เป็นตำแหน่งของรากเหง้าปราณ ก้องแสงสีทองพุ่งทะยานเข้ามาแล้วแทรกแซงเข้าที่ร่างกายของเขา ร่างของหลินซานเปลี่ยนไปในทันทีดวงตาทั้งสองข้างของเขาเบิกกว้างร่างกายแข็งค้างหมัดทั้งสองกำแน่น มีบางอย่างเกิดขึ้นพลังปราณทั่วทั้งร่างกายที่มันกำลังจะลดลงไปตามกาลเวลาได้ถูกเติมเต็มขึ้นมาอีกครั้งตอนนี้มันเหมือนกับว่าเขาได้รากเหง้าปราณของตนเองกลับคืนมา พลังปราณภายในร่างกายมันเอ่อล้นตอนนี้มันแทรกซึมไปทั่วทั้งเส้นชีพจรปราณ กระดูกปราณและโลหิตปราณ3 สิ่งที่ก่อนหน้านี้เคยหลงเหลืออยู่เพียงแค่ตะกอนของพลังปราณที่หลงเหลืออยู่มันได้ถูกเติมเต็มอีกครั้ง และคราวนี้พลังปราณที่มันถูกเติมเต็มเข้ามาภายในร่างกายของเขามันเป็นพลังปราณที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าก่อนหน้านี้อีกด้วย หลินซานตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความสับสนสักพักเขาได้ใช้ดวงตาของตัวเองจ้องมองไปที่แผ่นศิลาสีดำสนิทที่ปรากฏตัวอักษรโบราณสีทองอยู่ด้านหน้าอีกครั้ง “ รากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิ ” หลินซานมองเห็นข้อความนั้นอย่างชัดเจน แม้ว่าเขาจะไม่อยากเชื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองแต่ว่ามันก็คงจะเป็นเรื่องจริงมือทั้งสองข้างยกขึ้นมาจับบริเวณหน้าอกของเขา ตึก!!! สัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยว่ามันกำลังตอบสนองรากเหง้าปราณของเขาที่มันเคยหายไปตอนนี้มันได้ตอบสนองอีกครั้ง เหมือนกับเสียงหัวใจที่เคยหยุดเต้นไปกลับมาเต้นอีกครั้งพลังปราณที่ไหลเวียนออกจากรากเหง้าปราณมันได้เติมเต็มทุกส่วนของร่างกายทำให้เขาดูมีพละกำลังมากขึ้นอีกระดับ ดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองไปด้านหน้าผู้สืบทอดนามของจักรพรรดิ ปริศนาทุกอย่างมันเป็นอย่างที่เขานั้นคาดการณ์เอาไว้จริงๆสถานที่แห่งนี้มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับความทรงจำของจักรพรรดิทั้ง 2 ที่มันเข้ามาเติมเต็มภายในหัวของเขาแล้วหลอมรวมราวกับว่าพวกเขาทั้งสามเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้ว่าจะยังไม่ได้เข้าใจอันใดมากนักแต่หลินซานก็ค่อยๆฉีกยิ้มออกมา ตัวของเขารู้ได้อย่างเดียวว่าตอนนี้ภายในร่างกายของเขามันมีรากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิอยู่ แม้ว่าจะสูญเสียรากเหง้าปราณระดับราชันย์ไปแต่ก็ได้รากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิเข้ามาภายในร่างกายแทนแบบนี้มันเป็นผลประโยชน์ที่คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม หลินซานยิ้มด้วยความดีใจอยู่สักพักก่อนที่เขาจะเงยหน้าของตนเองขึ้นมามองศิลาสีดำสนิทด้านหน้าอีกครั้งตัวอักษรสีทองที่มันกำลังสว่างไสวอยู่ค่อยๆจางหายไป “ อันใดอีก? ” หลินซานแสดงใบหน้าประหลาดใจออกมาในขณะที่ดวงตาของเขากำลังจ้องมองเหตุการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นด้านหน้าอีกครั้ง ประหลาดใจอยู่สักพักที่ตัวอักษรโบราณด้านหน้าที่ปรากฏขึ้นบนศิลาสีดำสนิทมันได้หายไป หลินซานเลยตัดสินใจยื่นมือทั้งสองข้างของตัวเองเข้าไปเพื่อสัมผัสเข้ากับแผ่นศิลาอีกครั้ง คราวนี้เมื่อมือข้างขวาสัมผัสเข้ากับแผ่นศิลาสีดำตรงหน้าอีกครั้งสิ่งที่มันก่อกำเนิดขึ้นมาก็คือมีแสงสีทองสว่างไสวขึ้นมาอีกครั้งแต่คราวนี้มันไม่ได้ไปปรากฏออกมาเป็นตัวอักษรแต่มันวิ่งผ่านเข้าสู่ภายในหัวของหลินซานโดยตรงบางอย่างพุ่งผ่านเข้ามาภายในหัวเหมือนกับกุญแจดอกหนึ่งที่ถูกเข้ามาไขข้อสงสัยที่กำลังตั้งคำถามมากมายอยู่ภายในหัวให้กระจ่างมากขึ้น หลินซานรู้แล้วเขาได้รากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิมาครอบครองแล้วจริงๆ สิ่งที่วิ่งผ่านเข้ามาภายในหัวของเขาเมื่อครู่มันเป็นตัวบอกและทำให้เขาได้รู้เกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้รับมารากเหง้าปราณที่เขาได้รับมามันเป็นรากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิที่สามารถส่งเสริมเคล็ดบ่มเพาะหมื่นโอสถกลืนสวรรค์และเคล็ดบ่มเพาะจักรพรรดิสงครามของเขาได้เป็นอย่างดี โดยรากเหง้าปราณที่เขาได้รับมามันชื่อว่ารากเหง้าปราณราชันย์โอสถหมื่นสวรรค์และรากเหง้าปราณพลังเทพหยินหยาง โดยปกติแล้วรากเหง้าปราณภายในร่างกายของมนุษย์ที่มันเป็นกระดูกชิ้นหนึ่งมันจะมีเพียงแค่ชนิดเดียวเท่านั้นแต่ว่าหลังจากที่เจ้าศิลาหินด้านหน้ามันได้ส่งบางอย่างเข้ามาบอกกับเขา มันได้บอกเรื่องนึงเอาไว้รากเหง้าปราณที่เขาได้รับมามันเป็นการหลอมรวมของรากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิ์ทั้งสองโดยเจ้าศิลาหินด้านหน้ามันได้บอกกับเขาอีกด้วยว่ารากเหง้าปราณสองชนิดนี้มันเป็นรากเหง้าปานของจักรพรรดิโอสถหลินซานและเทพสงครามหวงอี้ ตอนนี้รากเหง้าปราณทั้งสองมันได้หลอมรวมกันโดยใช้พลังฟ้าดินนับล้านปีจนก่อกำเนิดกลายเป็นรากเหง้าปราณชนิดนี้ขึ้นมาแล้วก็เข้ามาอยู่ภายในร่างกายของเขามันเป็นรากเหง้าปราณที่อยู่ในระดับจักรพรรดิ ทั้งความแข็งแกร่งและความสามารถอื่นๆแน่นอนว่ามันต้องอยู่ในระดับที่เหนือกว่ารากเหง้าปราณระดับราชันย์ที่เขาสูญเสียไป โดยรากเหง้าปราณของหลินซานที่เขาสูญเสียไปมันมีชื่อว่ารากเหง้าปราณจิตวิญญาณพยัคฆ์ ตอนนี้มันตกไปอยู่ในมือของบุตรชายของแม่ทัพเกาไปแล้วแล้วคงทำให้คนผู้นั้นแข็งแกร่งขึ้นไปอีกระดับเพราะว่าได้รากเหง้าปราณที่สามารถสนับสนุนเคล็ดบ่มเพาะของตนเองได้ความสามารถของรากเหง้าปราณแต่ละชนิดที่แตกต่างกันก็คือมันสามารถส่งเสริมในการฝึกฝนเคล็ดบ่มเพาะได้แตกต่างกัน รากเหง้าปราณแต่ละชนิดมันก็จะมีเคล็ดบ่มเพาะที่มันสามารถส่งเสริมได้รวดเร็ว อย่างเช่นรากเหง้าปราณของจักรพรรดิทั้ง 2 ที่อยู่ภายในร่างกายของเขาตอนนี้ความสามารถของพวกมันคือความสามารถในการส่งเสริมเคล็ดบ่มเพาะหมื่นโอสถกลืนสวรรค์และเคล็ดบ่มเพาะเทพสงครามให้ฝึกฝนได้รวดเร็วมากขึ้น รากเหง้าปราณเองก็จะเป็นตัวกำหนดพลังเช่นเดียวกันมันจะเป็นตัวปลดปล่อยพลังปราณหรือว่าพลังยุทธออกมาจากร่างกายแน่นอนว่าผู้ที่มีรากเหง้าปราณระดับที่สูงกว่าย่อมสามารถปลดปล่อยพลังปราณที่มีความรุนแรงมากกว่าได้แต่ว่ามันก็เป็นข้อแตกต่างเช่นเดียวกันผู้ที่มีรากเหง้าปราณระดับที่สูงกว่ามันจะมีช่องว่างระหว่างการฝึกฝนที่ห่างเป็นอย่างมาก กว่าจะสามารถฝึกลุกหน้าได้แต่ละขั้นมันก็คงจะสามารถกินเวลาไปนานมากพอสมควรโดยการฝึกฝนแต่ละอย่างมันก็จะต้องฝึกฝนให้พร้อมเพียงกัน ไม่ว่าจะเส้นชีพจรปราณ กระดูกปราณ โลหิตปราณ หรือว่ารากปราณพวกมันเองก็จำเป็นต้องฝึกฝนเหมือนกันทั้งหมด ทั้ง 4 อย่างจะมีระดับของขอบเขตของพลังที่จะแยกกันออกจากกันอย่างชัดเจนเพียงแค่รากเหง้าปราณของเขาเท่านั้นที่โดนช่วงชิงไป แต่ว่าส่วนประกอบทุกอย่างภายในร่างกายของเขามันก็ยังคงเหมือนเดิม มันสามารถฝึกฝนในรูปแบบเดิมได้ขอบเขตของพลังจะถูกแบ่งออกเป็นตามระดับ- ก่อกำเนิด 1-9- กำเนิดพลัง 1-9 - ฝึกฝนพลัง 1-9 - ประสานพลัง 1-9- ประสานโลหิต 1-9- ประสานชีพจร 1-9 - หลอมรวมพลัง 1-9- หลอมรวมโลหิต 1-9- หลอมรวมชีพจร 1-9 นี่คือขอบเขตพลังของการฝึกฝนส่วนต่างๆของร่างกายในชุดแรก การฝึกฝนจะถูกแบ่งออกเป็น 4 อย่าง โดยส่วนประกอบทั้ง 4 จะต้องฝึกในไปพร้อมๆกัน ตามระดับที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นเพียงแค่บทการฝึกฝนพลังชุดแรกเท่านั้น ส่วนประกอบปราณทั้งสี่ ทั้ง เส้นชีพจรปราณ โลหิตปราณ กระดูกปราณ และรากเหง้าปราณ ถ้าทั้ง 4 สามารถขึ้นไปสู่ระดับหลอมรวมชีพจรขั้นเก้าได้ สิ่งที่จะได้มาหลังจากนั้นก็คือจะสามารถทะลวงขึ้นไปสู่บทฝึกฝนชุดที่ 2 ได้ซึ่งจะมีระดับขอบเขตที่สูงขึ้นไปอีกแต่ด้วยชุดฝึกฝนพลังชุดแรกก็มีน้อยคนมากแล้วที่จะสามารถก้าวข้ามไปแล้วสามารถทะลวงขึ้นสู่การฝึกฝนชุดฝึกฝนพลังชุดที่สองได้ โดยชุดฝึกฝนพลังภายในตำราในยุทธภพผู้คนต่างรู้กันดีว่ามันมีทั้งหมดสามชุด ผู้ที่สามารถก้าวขึ้นไปอยู่ในการฝึกฝนระดับชุดที่ 3 ได้ก็มีน้อยยิ่งนักและผู้คนเหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีฐานะยิ่งใหญ่มากภายใน 12 จักรวรรดิ “ โชคชะตาเข้าข้างข้าแล้ว!! ” หลินซานฉีกยิ้มออกมาพร้อมกับปลดปล่อยความรู้สึกที่มันกำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในใจออกมาจากทางภายหน้า ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความโกรธแค้น จบตอน