โทชิโร่เดินก้าวเข้ามายังสุดปลายทางรอดใต้รางรถไฟ อยู่ไม่ไกลจากซันพลาซ่า ซึ่งเป็นสถานที่นัดเจรจา มีสิ่งกีดขวางวางตั้งไว้มากมายอยู่ภายในอุโมงค์แห่งนี้ หากมีเรื่องไม่ชอบมาพากลก็ยังสามารถใช้เป็นทางหนีทีไล่ได้
“คุณคงเป็น ‘โทชิโร่ อาซามุ’ คนนั้นงั้นสินะครับ”
ชายตรงหน้าพูดด้วยน้ำเสียงต่ำเนิบ ๆ น้ำเสียงระรื่นพอ ๆ กับสีหน้า เขานั่งอยู่บนเบาะหลังของรถแวนที่เปิดประตูอ้า บริเวณถนนซึ่งเชื่อมติดกับทางลอดใต้รางรถไฟ มีลูกน้องอยู่รายล้อมไม่ห่าง
“แล้วนายคือ?”
โทชิโร่เลิกคิ้วถามขึ้น โดยมีมัตสึบาระและทาดาชิเป็นผู้ติดตามอยู่ด้านหลังเช่นกัน
“อะ ขอประทานโทษที่ทำตัวเสียมารยาทนะครับ ผมชื่อ ‘นาโอกิ ฮิมุระ’ ผู้นำสาส์นของท่านเกนโด”
อีกฝ่ายแนะนำตัวอย่างมั่นใจ สวมสูทสีดำ เนกไทดำ ส่วนรองเท้านั้นถึงโทชิโร่จะไม่สันทัดเรื่องเครื่องแต่งกายก็ยังดูออกว่าเป็นอะเซนเต้ ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายมีรสนิยมราวกับเป็นนักธุรกิจที่กำลังมาเจรจาซื้อขายบริษัท โทชิโร่มองออกจากแววตาว่าชายคนนี้กำลังเชื่อมั่นในความได้เปรียบของฝ่ายตน
สีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องของนาโอกิทำให้โทชิโร่อยากตั๊นหน้าอีกฝ่ายให้ลงไปกอง อาจจะไม่ใช่โดยหมัดของเขา แต่หมัดของใครเป็นใช้ได้ทั้งนั้น
คนต้องตายไปกี่คนแล้ว เพราะกลุ่มของไอ้พวกบ้านี่อยากทำตัวเป็นจ้าวโลก
“ทำไม... ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ด้วย”
นาโอกิจ้องอีกฝ่าย จากนั้นก็ถอนหายใจ
“ผมคงตอบคำถามแทนท่านเกนโดไม่ได้ ก็เหมือนกับที่ราชสีห์ไม่เคยบอกเหตุผลกับหนูเมื่อยามออกล่า”
“…”
มัตสึบาระที่ได้ฟังมองอีกฝ่ายตาค้าง รู้สึกเหมือนท้องไส้บิดเป็นปม แล้วความมวนในท้องก็ลุกลามกลายเป็นความโกรธเกรี้ยว
“แก!”
สีหน้านาโอกิแสร้งเปลี่ยนเป็นอึดอัดเล็กน้อย แค่เล็กน้อยเท่านั้น
“ต้องขอโทษที่ทำให้พวกคุณอารมณ์เสีย แต่หากรับข้อเสนอที่ผมให้ไป จะเป็นทางออกที่ดีสุดสำหรับทั้งสองฝ่าย หากไม่ต้องการให้มีผู้คนล้มตายไปมากกว่านี้... โลกหลังจากนี้ต้องการคนอย่างท่านเกนโดเป็นผู้ชี้นำ พวกคุณยังไม่เข้าใจถึงความน่ากลัวของมันหรอกครับ”
“เหอะ! ดีที่สุดเนี่ยนะ กล้าพ่นออกมาได้ยังไง แล้วคนที่ต้องตายไปเพราะความบ้าของพวกแกล่ะ!?”
น้ำเสียงมัตสึบาระเฉียบขาดแข็งกร้าวไม่พอใจ
นาโอกิมองหญิงสาว ดวงตาสีเข้มฉายแววเวทนา ในสายตาบอกอย่างชัดเจนราวกับอีกฝ่ายรู้ไปหมดทุกเรื่อง รู้เบื้องหลังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างที่พวกเขาไม่รู้ มันทำให้มัตสึบาระรู้สึกตะครั่นตะครอ
โทชิโร่ส่งสัญญาณมือให้มัตสึบาระหยุดพูด ก่อนที่จะเกิดการนองเลือด
“เรื่องปลดอาวุธฉันคงต้องปฏิเสธ แต่ฉันมีข้อเสนอให้เหมือนกันเพื่อหาทางออกที่ดีให้กับทั้งสองฝั่ง”
โทชิโร่เลือกใช้คำอย่างระวังพร้อมกับสังเกตปฏิกิริยาอีกฝ่าย ก่อนว่าต่อ
“ฉันจะมอบกุญแจให้ตามที่ต้องการ เพื่อแลกกับตัวประกันทั้งหมด”
“แล้วหลังจากนั้น...?”
“ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกนาย”
นาโอกินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องเข้ามากระซิบกระซาบบางอย่าง โทชิโร่จ้องอีกฝ่ายไม่วางตา
“ก็ได้ครับ ผมยอมรับข้อเสนอที่คุณต้องการ”
ไม่นานหลังจากนั้น ตัวประกันทั้งหมดก็ได้ปรากฏต่อสายตา นับได้คร่าว ๆ มากกว่าสองร้อยชีวิต มีกลุ่มกองกำลังยืนถืออาวุธประกบล้อมหน้าล้อมหลัง
นาโอกิพยักหน้าสั่งให้ตัวประกันจำนวนครึ่งหนึ่ง เดินเข้าไปภายในอุโมงค์ที่ซึ่งพรรคพวกของฝ่ายโทชิโร่ยืนรออยู่
“เอาล่ะ ไหนกุญแจของฉัน”
เมื่ออีกฝ่ายทวงถาม มัตสึบาระจึงโยนกุญแจสีทองให้หนึ่งดอกตามสัญญา นาโอกิเผยรอยยิ้มแฝงนัยเมื่อได้ของที่ต้องการไว้ในมือ
หลังจากนั้นการแลกเปลี่ยนก็ได้ดำเนินไปจนถึงช่วงที่มัตสึบาระโยนกุญแจดอกสุดท้ายมอบให้อีกฝ่าย
ทันทีที่ของตกถึงมือนาโอกิครบ ปืนทุกกระบอกได้ถูกเล็งมายังฝ่ายโทชิโร่อย่างพร้อมเพรียงฉับพลัน
“นี่คือคำตอบของพวกแกงั้นหรือ”
โทชิโร่เอ่ยถามเสียงเข้ม กวาดตามองไปรอบ ๆ
“ยอมจำนนหรือตาย พวกคุณเป็นฝ่ายเลือกเองนะครับ ผมแนะนำให้คุณตัดสินใจดี ๆ เพราะหลังจากที่กระสุนหนึ่งนัดดังขึ้น— นั่นถือเป็นสัญญาณให้กองกำลังที่ล้อมไว้จากทุกด้านเริ่มลงมือ”
“ฉันคิดอยู่แล้วว่าพวกแกต้องไว้ใจไม่ได้!”
มัตสึบาระกัดฟันอย่างเข่นเขี้ยว
“การแลกเปลี่ยนเป็นไปอย่างถูกต้อง ผมยังไม่ได้ผิดสัญญากับพวกคุณเลยสักนิดนะครับ เรื่องหลังจากนนี้พวกคุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือว่าผมเป็นคนตัดสินใจน่ะ... หากปล่อยพวกคุณไว้อาจเป็นเสี้ยนหนามแก่ท่านเกนโดในภายหลัง ผมมีหน้าที่คอยขจัดความเป็นไปได้เหล่านั้น อย่างโกรธกันเลยนะครับ”
“…ไม่ว่ายังไง ก็อยากจะนองเลือดให้ได้สินะ”
คำถามของโทชิโร่ทำให้นาโอกิส่ายหัว
“เช่นเดียวกับที่พวกคุณมีสิ่งที่ต้องปกป้อง พวกผมเองก็มีสิ่งที่ต้องช่วงชิง พวกเราต่างไม่จำเป็นต้องเข้าใจกันและกัน”
“เหลวไหลสิ้นดี ทำไมพวกแกถึงอยากกำจัดมนุษย์ด้วยกันเองนัก ฉันไม่เข้าใจ!?”
มัตสึบาระเอ่ยถามอย่างเหลืออด
“โธ่ อย่างเข้าใจผิดสิครับ ใช่ว่าพวกเราฆ่าไม่เลือกเสียเมื่อไหร่ พวกเรามีแผนการอันยิ่งใหญ่ไว้ให้คนที่รอดได้สวมบทบาทแล้ว... ส่วนพวกสอดรู้ทำตัวเหมือนเป็นคนดีเสียเต็มประดานั่นแหละที่เราไม่อยากได้ พวกบ้าความยุติธรรม ชีวิตเปี่ยมฝันสุขสันต์หาเหวนั่นน่ะ ตาย ๆ ไปซะให้หมดนั่นแหละดี—!”
ในขณะที่นาโอกิเอ่ยอยู่นั้น ด้านหลังของเขาพลันได้ยินเสียงตะโกนร้องเตือนดังขึ้น
—จู่ ๆ สายตาของโทชิโร่เหลือบไปเห็นเงาสีดำขนาดยักษ์ กำลังแหวกหมู่เมฆพุ่งลงมา มันเคลื่อตัวผ่านตึกสูง ปีกที่กางออกใหญ่กว่าถนนทั้งสี่เลนเบื้องล่าง ในตอนที่ใกล้จะถึงพื้น เสียงซูม ๆ ที่เกิดจากปีกของมันกวาดกระแสอากาศดังเข้ามาในหู
“—นั่นมันอะไรน่ะ ระวังด้านบน!”
เงาอันน่าพรั่นพรึงมุ่งสู่จุดหมายในชั่วพริบตาด้วยความเร็วประหนึ่งนกเหยี่ยวยามล่าเหยื่อ
โทชิโร่รวบตัวมัตสึบาระไว้แนบอก ออกแรงกระโดดถอยหลัง เพื่อหลบให้พ้นจากรัศมีการโจมตีของเจ้าสัตว์ประหลาด แต่หางตาของเขาเหลือบไปเห็นว่านาโอกิเองก็อยากจะกระโดดหนีออกมาจากรถเหมือนกัน แต่เขาเป็นคนที่เห็นภาพรวมทุกอย่างช้าที่สุด
เพียงพริบตามันสยายปีกร่อนลงมาบดขยี้รถแวนจนบี้แบน โครงสร้างภายในเละเทะป่นปี้ไปพร้อมกันกับนาโอกิ เศษโลหะและชิ้นเนื้อสีแดงสดกระเด็นทะลัก พื้นถนนถูกการโจมตีที่เหมือนดาวตกนี้จนยุบตัวแตกร้าวเป็นแนวยาว
การปรากฏตัวของมัน ก็ได้เร่งให้สถานการณ์ปั่นป่วนขึ้นยิ่งขึ้นพร้อมกับความโกลาหลอลหม่านอันเดือดพล่าน
“ลูกพี่นาโอกิ!”
ในฝูงคนมีเสียงร้องอุทานด้วยความลนลาน และความรู้สึกเหลือเชื่อดังขึ้นมา คนที่ยังมีสติบางส่วนหันปืนในมือเล็งไปทางสัตว์ประหลาด ประกายไฟจากปลายกระบอกปืนสว่างวาบ ดงกระสุนพุ่งทะยานกรูตามกันไปเหมือนสายธารแห่งความตาย
โทชิโร่และทีมกระโจนเข้าหาที่กำบัง ไม่อยากตกเป็นเป้าหมายและโดนลูกหลงนี้ไปด้วย
ตัวประหลาดที่รูปร่างคล้ายนกยักษ์ใช้เท้าและแขนของมันที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ไล่เหยียบ ไล่ขยี้มนุษย์ตัวจ้อยที่รายล้อมอยู่รอบ ๆ ให้กลายเป็นเนื้อบด
แววตากลมโตจ้องมองทุกสิ่งด้วยความกระหาย
“บัดซบ! ต้องฆ่ามันให้ได้ ถึงตายก็ห้ามถอยนะโว้ย!!”
กองกำลังศัตรูกระจายออก พยายามยิงสวนตอบโต้กลับ กระสุนสาดใส่เนื้อหนา ๆ ของมันจนมองเห็นเลือดออกเป็นหย่อม ๆ
พื้นถนนอาบย้อมไปด้วยเลือดทั้งจากฝ่ายมนุษย์และปีศาจ การต่อสู้ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที
บนตัวของเจ้าสัตว์ประหลาดมีบาดแผลกระจายอยู่เต็มไปหมด ปรากฏเป็นรูเล็ก ๆ แถมยังมีเลือดเหนียว ๆ ไหลออกมาซึ่งเกิดจากกระสุนปืน ทว่าโดยรวมกลับไม่มีบาดแผลไหนที่พอจะมองออกได้ว่าสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับมันได้เลย
โทชิโร่อาศัยความวุ่นวายพุ่งตรงเข้าไปควานหากุญแจจากในซากรถ โดยอาศัยลูกทีมช่วยคุ้มกัน เขาพบนาโอกิในสภาพอันน่าอเนจอนาถ ครึ่งท่อนร่างบี้แบนจมอยู่ในซากรถ มือยังกำกุญแจทั้งสองดอกไว้แน่น
“ฉันขอคืนก่อนล่ะนะ”
โทชิโร่พึมพำ ก่อนกวาดสายตามองสถานการณ์เลวร้ายที่กำลังเกิดขึ้นรอบ ๆสถานการณ์รบจากทั้งสามฝ่ายตอนนี้โกลาหลถึงขีดสุด
“ยังไงก็เถอะ ฉันคิดว่าคงปล่อยให้มันอาละวาดต่อไปเรื่อย ๆ แบบนี้ไม่ได้ เราจะล่อมันให้ห่างออกจากที่นี่ พวกนายส่วนหนึ่งคุ้มกันคนกลับเข้าไปด้านในให้หมด และแจ้งให้ทุกคนเตรียมตั้งรับเต็มอัตราศึก”
หากปล่อยให้เจ้านกยักษ์นั่นยังมีชีวิตอยู่ อาจเป็นอันตรายต่อพวกเขาในภายหลังได้
โทชิโร่สูดหายใจเข้าลึก ๆ สบตากับลูกทีมทุกคน
“ไปลุยกันเถอะ!”