หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    ผสานหยินอีกครั้ง

    "เจ้าหมาลอบกัด!"ไป่หนี่กัดฟันกล่าวเสียงแข็ง เมื่อเหล่ยอู๋ตี้เข้ามาใกล้ นางรู้ดีว่าตอนนี้ไม่มีพลังใดที่จะไปต้านทานอีกฝ่ายได้ การต่อสู้ระหว่างนางกับเหล่ยหงไม่ได้สูสีเลยด้วยซ้ำ ยิ่งมีเหล่ยอู๋ตี้เข้ามารุมยิ่งทำให้นางตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบเกินคาดเดา เวลานี้พวกองครักษ์ของนางตายตกเพราะเหล่ามารอสูรไปหมดแล้วเหลือเพียงแค่นางที่สภาพไม่สู้ดีนัก

     

    "ฮ่าๆๆลอบกัดแล้วอย่างไร คนที่ชนะเท่านั้นที่จะกลืนกินทุกสิ่งได้ และในวันนี้ข้าคือผู้ชนะ"จักรพรรดิอัสนีกล่าวอย่างหยิ่งผยองพร้อมกับมือที่เตรียมจะคว้าจับหญิงงามเอาไว้ แต่ในขณะนั้นมันกลับรู้สึกได้ถึงไอเย็นที่ปรากฏที่บริเวณท้องของตนเองก่อนที่จะมีความเจ็บปวดตามมา ใบหน้าที่เย้ยหยันในเวลานี้กลายเป็นตกตะลึงทันตา สิ่งที่อยู่บริเวณท้องของมันคือดาบน้ำแข็งสีฟ้าที่มีไอเย็นสุดขั่วพร้อมกับเงาร่างของชายหนุ่มที่ปรากฏอยู่ด้านหลัง

     

    "สวบ!!"

     

    "ก็ใช่ว่าเจ้าจะลอบกัดเป็นคนเดียวเสียเมื่อไหร่"น้ำเสียงที่เย็นชาของชายหนุ่มในหน้ากากยักษาดังขึ้น เขาดึงดาบน้ำแข็งออกจากอีกฝ่ายและตวัดขาเตะจักรพรรดิอัสนีจนกระเด็นไปไกล จนทำให้เหล่ยหงที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติถึงกับหรี่ตามอง

     

    "เจ้าเป็นใคร เหตุใดจึงมายุ่งเรื่องของผู้อื่น"น้ำเสียงของเหล่ยหงไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เนื่องจากสัมผัสถึงพลังของอีกฝ่ายได้ว่าอยู่เพียงจักรพรรดิขั้นที่สามเท่านั้น ซึ่งสำหรับมันนั้นไม่เห็นอยู่ในสายตาแต่อย่างใด

     

    "เหอะ เรื่องนี้ไม่ยุ่งไม่ได้ สำหรับข้านางก็ถือว่าเป็นคนสำคัญ"ลั่วอู่หลินกล่าวและอุ้มนางขึ้นมา ในขณะเดียวกันเหล่ยหงพลันเคลื่อนกายเข้ามาใกล้และซัดฝ่ามือหัวของชายหนุ่มหมายจะฆ่า แต่ทว่าไหนเลยจะง่ายดายปานนั้น

     

    ลั่วอู่หลินถอยหล่นไปอ้อมกอดของเขามีหญิงงามที่ตอนนี้สายตาเต็มไปด้วยความแปลกประหลาด จักรพรรดิน้ำแข็งคนนี้อยู่ดีๆก็ปรากฏตัวขึ้นแล้วบอกว่านางเป็นคนสำคัญ เขาและนางไปรู้จักมักคุ้นกันตั้งแต่เมื่อไรกันเหตุใดเขาจึงกล่าวเช่นนี้กัน

     

    "หากจะคิดปะทะกันด้วยความเร็วเกรงว่าข้าจะเหนือกว่าหนึ่งขั้น"ลั่วอู่หลินกล่าวเย้ยหยัน ทักษะท่าร่างของเขาเป็นถึงระดับเทพจะให้พ่ายแพ้ในด้านนี้ได้อย่างไร

     

    "แค่จักรพรรดิขั้นสาม อย่าได้ใจให้มันมากนัก คิดจะช่วยคนจากมือข้ามีเพียงความตายเท่านั้นที่รอเจ้าอยู่!!"คำพูดของลั่วอู่หลินราวกับตบหน้ามันอย่างจัง สายฟ้านั้นเป็นเลิศด้านความเร็วและอำนาจเจาะทะลวงแล้วมันจะยอมให้อีกฝ่ายดูแคลนในเรื่องนี้ได้อย่างไร

     

    ลมปราณสายฟ้าของมันเกิดการปะทุครั้งใหญ่ หมัดที่เต็มไปด้วยพลังปราณและจิตสังหารพุ่งเข้าใส่ลั่วอู่หลินราวกับจะฆ่าให้ตายอีกครั้ง แต่ทว่ากลับทะลุผ่านร่างกายของชายหนุ่มไปอย่างง่ายดาย

     

    เหล่ยหงดวงตาเบิกกว้างในทันใด "ภาพมายา ไม่ใช่!! ความเร็วของมันเร็วเกินไปจนเกิดภาพติดตา"

     

    กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว ลั่วอู่หลินทะยานร่างออกมาไกลเพื่อความแน่ใจว่าจะหนีพ้นเขาถึงกับเปิดหอคอยมหาสมบัติและพานางเข้าไปหลบอยู่ในนั้นทันที ต่อให้เหล่ยหงมีความสามารถในการแผ่จิตตรวจสอบเพียงใดก็ไม่มีทางหาเขาเจอ

     

    "บัดซบ!!"เหล่ยหงไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ปลดปล่อยประกายสายฟ้าฟาดใส่ทุกสรรพสิ่งที่อยู่แถวนั้นจนราบคาบเพื่อระบายอารมณ์ ตัวมันพลาดแล้ว พลาดให้กับจักรพรรดิขั้นที่สองเท่านั้น นี่คือความอัปยศที่สุดของตัวมันเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อสงบจิตสงบใจได้มันก็พุ่งทะยานเข้าไปหาน้องชายในทันที และตรวจสอบร่างกายสิ่งที่พบคือตันเถียนของน้องชายแตกสลายและมีพิษหยินอยู่ด้านในร่างกายจำนวนมากหากปล่อยไว้มีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่

     

    "หืม ไร้ประโยชน์เสียจริงๆกลับโดนจักรพรรดิขั้นสามเล่นงานเสียปางตาย"เหล่ยหงก่นด่า ก่อนที่จะลากตัวน้องชายกลับไป เห็นได้ชัดว่ามันไม่อาจจะอยู่ในดินแดนระดับต่ำได้อีกต่อไป ไม่เช่นนั้นหากไป่หนี่ฟื้นคืนพลังและขึ้นไปยังดินแดนระดับกลางเมื่อไรทั้งหอคอยสายฟ้าจะเดือดร้อนเพาะมัน

     

    การโจมตีเมื่อครู่เห็นได้ชัดเลยว่าไม่ใช่แค่ระบายอารมณ์แต่เป็นการลบหลักฐานด้วย ดังนั้นเมื่อมันกลับไปต่อให้ไป่หนี่จะเอาเรื่องไปฟ้องทางนิกายก็ไร้ซึ่งหลักฐานยืนยันว่าเป็นดั่งที่นางร้องเรียนจริงๆ

     

    ตัดกลับมาที่ลั่วอู่หลินหลังจากเข้ามาด้านในหอคอยมหาสมบัติแล้วเขาก็รีบนำเข้าไปในคฤหาสน์ทันทีก่อนที่จะพุ่งไปหาโอสถรักษาบนชั้นเก้ามาให้นาง น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่เป็นโอสถที่ใช้ในการบ่มเพาะไม่ใช่โอสถรักษา ลั่วอู่หลินจึงได้เพียงโอสถรักษาเบื้องต้นมาให้นางเพียงเท่านั้น

     

    สถานการณ์ในตอนนี้ของนางจะเรียกได้ว่าย่ำแย่ก็ว่าได้เส้นลมปราณเสียหายอย่างหนักอีกทั้งมีลมปราณสายฟ้าที่คอยทำลายจากภายใน

     

    ด้านลมปราณสายฟ้าลั่วอู่หลินสามารถใช้ทักษะของราชันมังกรอัสนีบาตทรราชช่วยดึงออกมาจากร่างกายนางได้ แต่เส้นลมปราณที่เสียหายนั้นเขาไร้ซึ่งปัญญาในการช่วยเหลือจริงๆ ในเวลานี้ความแข็งแกร่งของนางลดลงมาเหลือจักรพรรดิขั้นที่แปดแล้วและยังส่อแววที่จะลดลงไปอีกเรื่อยๆ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปนางอาจจะกลายเป็นคนพิการบ่มเพาะไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงนัก

     

    "ขะ ขอบคุณที่ช่วยข้าไว้"ไปหนี่ที่ยังเหลือสติกล่าวขึ้น

     

    ลั่วอู่หลินส่ายหน้าไปมาอย่างจนใจ "แค่เล็กน้อยไม่ได้มากมายอะไร ตอนนี้ควรต้องหาทางรักษาท่านให้หายดี ไม่เช่นนั้นท่านอาจจะพิการได้"

     

    ชายหนุ่มรู้ดีว่าการบ่มเพาะไม่ได้นั้นมันทรมานเพียงใด ถึงอย่างไรเขาก็จะหาทางช่วยเหลือนางให้ได้ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตามที

     

    'พี่สาวท่านมีวิธีช่วยนางไหม'ลั่วอู่หลินกล่าวถามไฉ่เยว่เอ๋อร์ในใจ นางเซียนอสรพิษก็พลันลืมตาและวิเคราะห์ร่างกายของไป่หนี่ในทันทีก่อนจะกล่าวตอบ "เส้นลมปราณของนางเสียหายมากเกินไป ตันเถียนเสียหายแต่ไม่มาก มีพลังปราณจึงรั่วไหลออกมา น้องชายอาการเช่นนี้หากเป็นคนอื่นคงจะยากที่จะรักษาแต่โชคดีคนที่ช่วยเหลือนางคือเจ้า"

     

    'ท่านหมายความว่าอย่างไร?'ลั่วอู่หลินกล่าวถามอีกครั้งเพราะเขาไม่เข้าใจในความหมายที่นางจะสื่อ

     

    ไฉ่เยว่เอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวไปมาก่อนจะตอบคำถามนั้นไป "ประสานหยิน นั่นคือการรักษาที่ดีที่สุดในตอนนี้ ด้วยเส้นลมปราณของเจ้าที่เป็นที่สุดของธาตุหยินย่อมช่วยส่งเสริมการซ่อมแซมรักษาเส้นลมปราณของนางได้ ยังไม่เพียงเท่านั้นข้าได้ตรวจดูแล้วนางมีกายผนึกเหมันต์เพียงแต่มันยังไม่ตื่นขึ้นเท่านั้น เมื่อได้ผสานหยินเจ้าและนางจะได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล แต่นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วว่าจะเลือกอย่างไร"

     

    เมื่อได้ยินคำตอบนั้นลั่วอู่หลินถึงกับผงะไป นางคือป้าของว่าที่ภรรยาของเขา หากเขาใช้ทักษะผสานหยินไม่ใช่ว่าจะเป็นคนมักมากรวบกินทั้งป้าทั้งหลานหรอกหรือ

     

    'ข้าควรทำอย่างไรดี'ลั่วอู่หลินครุ่นคิดในใจ แต่เมื่อเห็นไปเห็นไป่หนี่ที่กำลังนอนทรมานจากบาดแผลจึงตัดสินใจได้ แม้จะรวบกินทั้งป้าหลานแล้วอย่างไร แค่ช่วยเหลือนางได้ก็เพียงพอ

     

    ลั่วอู่หลินถอดหน้ากากของตนเองในทันที ใบหน้าอันหล่อเหลาราวเทพบุตรของชายหนุ่มปรากฏขึ้นมา ในเวลานี้ไป่หนี่ที่สีหน้าไม่สู้ดีนักดวงตาเบิกกว้างและมองดูดวงหน้านั้นด้วยความประหลาดใจ

     

    "จะ เจ้า"

     

    หญิงงามสะคราญอุทานออกมาในทันใด พร้อมลุกขึ้นพรวดพลาดจนความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างกาย จนลั่วอู่หลินต้องรีบเข้าไปประคองนางไว้ก่อนที่จะทำในสิ่งที่นางไม่เคยคิดฝันว่าจะมีชายใดกล้าหาญที่จะทำกับนางได้ลง

     

    "ข้าขอโทษ นี่คือทางเดียวที่จะช่วยท่านได้"กล่าวจบชายหนุ่มดึงองค์จักรพรรดินีผู้สูงศักดิ์เข้ามาประกบจูบในทันที ดวงตาคู่งามของนางสั่นเครือพร้อมด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะอย่างช่วยไม่ได้ มือเล็กๆขาวเนียนของนางทุบไปที่อกแกร่งของชายหนุ่มเพื่อขัดขืน แต่ผ่านมาพักใหญ่ ตัวนางก็คล้ายว่าจะหลงไหลในรสจูบอันหอมหวานของชายเบื้องหน้านี้เสียแล้ว

     

    "แห๊กๆ! เจ้าล่วงเกินข้าทั้งที่เจ้าเป็นคู่หมั้นของหลานสาวข้าได้อย่างไร"เมื่อผละออกมาจากรสจูบอันหวานชื่นของชายหนุ่มได้ นางจึงกล่าวออกมาอย่างโกรธเคืองดวงตามีน้ำตาไหลรินออกมาราวกับมิใช่จักรพรรดินีหิมะขาวผู้แสนเย็นชาอีกต่อไป

     

    "ข้าต้องรีบรักษาท่าน หากปล่อยไปเช่นนี้ท่านจะกลายเป็นคนพิการเข้าใจหรือไม่"เขาโอบเอวนางเข้ามาใกล้และกล่าวเพื่อไขความกระจ่าง

     

    หญิงงามเมื่อได้ยินก็พลันเบือนหน้าหนีหากสังเกตุดีๆจะพบว่าใบหน้าของนางตอนนี้แดงกล่ำด้วยความอาย "รักษาอันใดกันถึงต้องทำเช่นนี้ นี่เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะกระทำ"

     

    "อ่า สมควรหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ให้ข้ารักษาก่อนค่อยพูดคุยกันได้หรือไม่ ตอนนี้ตบะท่านกำลังลดลงทุกที"ลั่วอู่หลินกล่าว ไป่หนี่เองก็ใช่จะไม่รู้ว่าร่างกายตนเองตอนนี้ย่ำแย่เพียงใด นางมองไปที่ลั่วอู่หลินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย จะให้อยู่แบบคนพิการก็คล้ายว่าจะตายทั้งเป็น แต่หากยอมให้ชายคนนี้รักษาจะเกินเลยไปถึงไหนก็ไม่อาจรู้ได้เช่นกัน

     

    "เจ้าจะรักษาข้าอย่างไร"นางกล่าวถาม แม้ในใจจะคาดการคำตอบได้แล้วก็ตาม

     

    "ไม่ยากเย็นนัก ท่านและข้ารวมเป็นหนึ่ง"กล่าวจบชายหนุ่มก็เชยคางหงษ์สาวขึ้นมาจูบอย่างดูดดื่มในทันที ในเวลานี้หญิงงามผู้เป็นดั่งจักรพรรดินีแห่งแดนเหนือมิได้ขัดขืนอีกต่อไป และทำเพียงคล้อยตามชายหนุ่มเบื้องหน้าไปเท่านั้น

     

    การผสานหยินได้เริ่มต้นขึ้น ทั้งลั่วอู่หลินและไป่หนี่ผู้ได้ฉายาว่าเป็นจักรพรรดิน้ำแข็งและจักรพรรดินีหิมะขาวบัดนี้หาได้เย็กยะเยือกสมฉายาไม่ ทั้งสองในเวลานี้คล้ายดังสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่เต็มไปด้วยความร้อนระอุในจิตใจ

     

    บรรยากาศการรักษาที่ปนไปด้วยความตัณหาและความไคร่ผันผ่านไปถึงหนึ่งวันเต็มๆด้วยกัน เวลานี้นั้นด้านในห้องนอนใหญ่ปรากฏร่างกายที่เปลือยเปล่าของหญิงชายกำลังกอดกันกลมราวกับรักกันปานจะกลืนกินและพากันหลับไหลไปด้วยความอ่อนเพลีย

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน