หลี่เว่ยยางหน้าตึงพูดอะไรไม่ออก ไม่ใช่ว่าหานักศึกษาที่แข็งแกร่งกว่ากู่เตี่ยนจากมหาวิทยาลัยซีหยางไม่ได้แล้ว คนที่สอบได้ยี่สิบอันดับแรกในการทดสอบภายในมหาวิทยาลัย โดยทั่วไปก็ล้วนอยู่ในระดับตำนาน จึงล้วนแต่แข็งแกร่งกว่ากู่เตี่ยนที่ระดับธรรมดา
แต่หลี่เว่ยยางไม่ได้สนิทกับรุ่นพี่เหล่านั้น การจะไปขอให้พวกเขามาช่วย อีกฝ่ายก็อาจจะไม่ตกลง อีกทั้งตอนนี้ก็ใกล้ประลองแล้ว ต่อให้ไปหาคนมาเพิ่มก็ไม่ทันแล้ว
ก่อนหน้านี้เกาหยางกับซูเหมยไม่ได้บอกว่าจะหากู่เตี่ยนมาช่วยสู้ การที่เพิ่งมาเปิดตัวกู่เตี่ยน เห็นชัดว่าจงใจไม่ให้พวกหลี่เว่ยยางมีเวลาไปหาคนอื่น
“พี่เว่ยยาง ตอนนี้พวกเราจะทำยังไงดี” กลุ่มผู้หญิงต่างมองหลี่เว่ยยางอย่างกังวล
หลี่เว่ยยางกัดฟัน “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ทำได้แค่ลุยอย่างเต็มที่”
“พี่เว่ยยาง ไม่งั้นก็ปล่อยไปเถอะ พวกเราไม่เอาไข่สัตว์คู่หูแล้วก็ได้ กู่เตี่ยนน่ากลัวเกินไป เผื่อว่าเขาลงมือโหดเหี้ยมทำให้พี่บาดเจ็บก็คงไม่ใช่เรื่องดี” ผู้หญิงคนหนึ่งกล่าว
ถึงแม้กลุ่มผู้หญิงจะทำใจยอมรับไม่ค่อยได้ แต่ก็ตัดสินใจเกลี้ยกล่อมให้หลี่เว่ยยางเลิกแย่งไข่สัตว์คู่หู
“จะปล่อยให้พวกสารเลวอย่างเกาหยางกับซูเหมยเอาเปรียบไม่ได้” เมื่อหลี่เว่ยยางเห็นสีหน้าท่าทางได้ใจของเกาหยางกับซูเหมย ก็ทำให้เธอสงบความโกรธลงไม่ได้
หลี่เว่ยยางถอดแจ็กเกตยีนแล้วโยนให้ผู้หญิงคนหนึ่ง จากนั้นเดินไปที่สังเวียนด้วยสีหน้าที่แน่วแน่
สังเวียนของสนามประลองสัตว์เลี้ยงคู่หูถูกออกแบบสำหรับให้สัตว์เลี้ยงคู่หูประลองกัน เนื่องจากการต่อสู้ระหว่างมนุษย์มีปัจจัยต่าง ๆ ที่ควบคุมได้ยาก และอันตรายเกินไป ทางสหพันธ์จึงไม่สนับสนุนให้มีการประลองกันส่วนตัว
แต่การประลองสัตว์เลี้ยงคู่หูกลับได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่ ทุกเมืองล้วนมีสนามประลองสัตว์เลี้ยงคู่หูอยู่หลายแห่ง เพื่อให้ผู้แข็งแกร่งที่มีสัตว์เลี้ยงคู่หูใช้พวกมันประลองกัน
การประลองสัตว์เลี้ยงคู่หูได้กลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในสหพันธ์แล้ว คนจำนวนมากที่มีสัตว์เลี้ยงคู่หูที่แข็งแกร่งได้กลายเป็นดาราชื่อดัง มีอิทธิพลมากกว่าดาราวงการบันเทิงในอดีตเสียอีก
อย่างไรเสียการมีสัตว์เลี้ยงคู่หูที่แข็งแกร่ง ก็หมายความว่าตัวเจ้าของมีความสามารถที่แข็งแกร่ง นับเป็นบุคคลชั้นยอดในหมู่มนุษย์
ถึงแม้โจวเหวินไม่ค่อยสนใจการประลองสัตว์เลี้ยงคู่หู แต่ก็รู้จักดาราสัตว์เลี้ยงคู่หูจำนวนหนึ่งจากโฆษณาที่ที่ถาโถม
ตัวอย่างเช่นสัตว์เลี้ยงคู่หูอันดับหนึ่งของโลกในตอนนี้ เทวทูตแห่งมารที่ระดับมหากาพย์ ซึ่งเป็นดาราสัตว์เลี้ยงคู่หูที่โด่งดังถึงขั้นไม่มีใครไม่รู้จัก ส่วนคนที่เป็นเจ้าของของมันก็กลายเป็นดาราชื่อดังเหมือนกัน
แน่นอนว่าอันดับหนึ่งของโลกในตอนนี้ เป็นแค่คนที่เคยเข้ากับการประลองจัดอันดับสัตว์เลี้ยงคู่หู ซึ่งยังมีสัตว์เลี้ยงคู่หูแข็งแกร่งที่ไม่ได้เข้าร่วมการประลอง
โจวเหวินเคยได้ยินมาว่า ตอนที่ผู้แข็งแกร่งระดับตำนานออกสำรวจมิติต่างโลกมักใช้สัตว์เลี้ยงคู่หูสู้แทนตัวเอง ไม่มีใครยอมต่อสู้ด้วยตัวเอง อย่างไรเสียคนเราก็มีชีวิตแค่ดวงเดียว สัตว์เลี้ยงคู่หูตายไปก็หาใหม่ได้ แต่ถ้าคนตายไปก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว
อีกทั้งแต่ละคนยังควบคุมสัตว์เลี้ยงคู่หูได้มากกว่าหนึ่งตัว ทำให้มีความสามารถในการต่อสู้มากกว่าการต่อสู้แบบตัวคนเดียว
หลี่เว่ยยางขึ้นสังเวียนแล้วยืนตรงข้ามกับกู่เตี่ยน ถึงแม้หลี่เว่ยยางจะสูงร้อยเจ็ดสิบกว่าเซนติเมตร ถือว่าตัวสูงในหมู่นักศึกษาหญิงแล้ว แต่เมื่ออยู่ต่อหน้ากู่เตี่ยนกลับดูตัวเล็กมาก
“กู่เตี่ยน นายไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ไหม” หลี่เว่ยยางถามพลางจ้องหน้ากู่เตี่ยน
“ไม่ได้” กู่เตี่ยนตอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย
หลี่เว่ยยางเองก็รวดเร็วทันใจ ไม่พูดอะไรต่อ ขาเรียวยาวทั้งสองข้างปลดปล่อยพลังอันน่าสะพรึงกลัว เดินไปถึงตรงหน้ากู่เตี่ยนภายในไม่กี่ก้าวแล้วกระโดดขึ้น ช่วงเอวของเธอแสดงพลังระเบิดมหาศาลขึ้นกลางอากาศ บิดเอวแล้วปล่อยลูกเตะอย่างรุนแรง เตะเข้าลำคอของกู่เตี่ยนอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด
โจวเหวินเห็นแล้วพยักหน้าเงียบ ๆ ความสามารถของหลี่เว่ยยางไม่เลวเลยจริง ๆ แข็งแกร่งกว่าสวีเหมียนถูไม่น้อย อีกทั้งเห็นชัดว่าลูกแตะของเธอเป็นสกิลชนิดหนึ่ง พลังลูกเตะของเธอสามารถหักโค่นต้นไม้ที่หนาเท่าลำตัวคน
ทั้งที่เผชิญหน้ากับลูกเตะแบบนี้ แต่กู่เตี่ยนกลับไม่มีท่าทีตอบสนอง ปล่อยให้ขาที่ราวกับคมมีดของหลี่เว่ยยางฟาดเข้าลำคอของเขา
ปัง !
เสียงปะทะดังสนั่นขึ้น ทุกคนต่างตกตะลึง แต่กู่เตี่ยนยังคงยืนอยู่ที่เดิม รับลูกเตะของหลี่เว่ยยางโดยตรง แม้แต่คอยังไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ถึงแม้เกาหยางกับซูเหมยจะรู้ว่ากู่เตี่ยนแข็งแกร่งมาก แต่ก็คาดไม่ถึงว่าเขาจะแข็งแกร่งจนน่ากลัวขนาดนี้ ทั้งที่เผชิญหน้ากับสกิลลูกเตะของหลี่เว่ยยาง แต่กลับรับตรง ๆ โดยที่ไม่หลบหลีก แม้แต่ร่างกายยังไม่สั่นไหวสักนิด
หลี่เว่ยยางก็ตกใจเหมือนกัน แต่จะมัวลังเลไม่ได้ เธอกัดฟันบิดตัวเตะออกอีกครั้ง ขาที่เรียวขามีพลังเตะออกสี่ครั้งติดต่อกันราวกับผีเสื้อโบยบินผ่านดอกไม้
ส่วนกู่เตี่ยนก็ยืนอยู่กับที่ราวกับหอคอยเหล็ก รับลูกเตะทั้งสี่ครั้งของหลี่เว่ยยางโดยที่ไม่หลบ ตั้งแต่ต้นจนจบไม่มีการไหวติงแม้แต่น้อย หลี่เว่ยยางทำให้เขาบาดเจ็บไม่ได้เลย
เมื่อหลี่เว่ยยางปล่อยลูกเตะครั้งที่ห้า ในที่สุดกู่เตี่ยนก็เคลื่อนไหวแล้ว มือข้างหนึ่งพุ่งออกราวกับสายฟ้า คว้าขาของหลี่เว่ยยางที่กำลังเตะอยู่กลางอากาศ
วินาทีต่อมา กู่เตี่ยนกระชากขอของหลี่เว่ยยางแล้วเหวี่ยงเธอลงพื้นอย่างแรงราวกับฟาดกระสอบทราย
เสียงกระแทกดังปัง ร่างกายของหลี่เว่ยยางเด้งขึ้นจากสังเวียนสูงราวครึ่งฟุต ก่อนจะร่วงกระแทกลงพื้นอีกครั้ง
ถึงแม้พื้นสังเวียนถูกสร้างขึ้นจากยางชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติรองรับแรงกระแทกได้ดี แต่ยังคงทำให้หลี่เว่ยยางกระแทกจนอ้าปากกระอักเลือด นอนนิ่งไปครู่หนึ่ง
“กู่เตี่ยน นายไม่รู้จักเมตตาผู้หญิงเลย ทำสาวสวยแบบนี้ลงคอได้ยังไง” ซูเหมยพูดอย่างสะใจ
กู่เตี่ยนไม่ได้สนใจเธอ แค่มองหลี่เว่ยยางที่กำลังดิ้นรนลุกขึ้นแล้วถามว่า “ยังจะสู้ต่อไหม”
“สู้สิ ทำไมฉันจะไม่สู้ ฉันยังไม่ได้แพ้สักหน่อย” หลี่เว่ยยางฝืนร่างกายลุกขึ้นอีกครั้ง เลือดยังคงติดอยู่มุมปาก ไหล่ข้างหนึ่งถูกกระแทกจนหลุด แต่เธอยังคงตอบอย่างแข็งกร้าว
“พี่เว่ยยาง เลิกสู้ได้แล้ว พวกเราไม่เอาไข่สัตว์คู่หูแล้ว...” ผู้หญิงกลุ่มนั้นแทบจะร้องไห้
แต่กู่เตี่ยนกลับไม่สนใจอะไร ทันทีที่หลี่เว่ยยางตอบว่าสู้ต่อ เขาก็พุ่งไปตรงหน้าหลี่เว่ยยางราวกับเป็นรถถัง ใช้มือขนาดใหญ่จับหัวของเธอแล้วกดกระแทกลงบนพื้นสังเวียนอย่างแรง
ปัง !
ใบหน้าของหลี่เว่ยยางกระแทกลงพื้นอย่างจัง ถึงแม้พื้นสังเวียนจะมีคุณสมบัติลดแรงกระแทก แต่เพราะพลังของกู่เตี่ยนรุนแรงเกินไปจริง ๆ แรงกดของเขาทำให้กระดูกสันจมูกกับคิ้วของหลี่เว่ยยางหัก เลือดไหลชุ่มเต็มใบหน้าทันที
“ยังจะสู้ต่อไหม” กู่เตี่ยนมองหลี่เว่ยยางที่นอนอยู่บนพื้นแล้วถามขึ้นอีกครั้ง
ใบหน้าของหลี่เว่ยยางเต็มไปด้วยเลือด มือข้างหนึ่งยันพื้น พยายามออกแรงหลายครั้งถึงจะฝืนลุกขึ้นยืนได้ แต่สายตาของเธอยังคงแข็งกร้าว
ผู้หญิงขวัญอ่อนคนหนึ่งร้องไห้ออกมาแล้ว เมื่อโจวเหวินเห็นสายตาที่แข็งกร้าวของหลี่เว่ยยาง ก็รู้ว่าเธอยังอยากจะสู้ต่อ
“ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงดื้อรั้นขนาดนี้” โจวเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย
เดิมทีเขาไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขาอยู่บ้านของหลี่เสวียน กินข้าวของหลี่เสวียน จึงนิ่งดูดายทนดูพี่สาวของหลี่เสวียนถูกคนอื่นรังแกไม่ได้
“เดี๋ยวก่อน” โจวเหวินชิงพูดก่อนที่หลี่เว่ยยางจะตอบ