บัดนี้บุษบงได้ย้อนกลับไปสู่อดีต เมื่อปีพ.ศ. 2555 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
บุษตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องของจางเว้ย เธอพึมพำว่า “อะไรกัน นี่ฉันย้อนมาถึงตอนที่จางเว้ยจับตัวฉันมางั้นหรอ”
“ทำไมถึงรู้ ว่าผมจับคุณมา” จางเว้ยสงสัยเพราะบุษยังไม่ได้มองมาหาเขาเลยสักนิด
“คุณจางเว้ย!” แม้จะจำได้ว่าเขาอยู่ในห้องนี้ด้วย แต่เธอก็ยังตกใจกับเสียงทุ้มห้าวของเขา
“ฉัน ฉัน จะไปแล้ว ฉันไม่รับข้อเสนออะไรจากคุณทั้งนั้น” บุษรีบลุกจากเตียงทันที
“รู้ได้ยังไงว่าผมมีข้อเสนอ” จางเว้ยที่นั่งตรงเก้าอี้ขมวดคิ้วสงสัย
“ฉันไม่ยอมเป็นผู้หญิงของ….” บุษชะงัก เพราะนึกขึ้นได้ว่าตัวเธอจำเป็นต้องมีคนคอยคุ้มครอง เลยตัดสินใจยอมเป็นผู้หญิงของเขา เผื่อว่าชีวิตของเธอจะยืนยาวขึ้น เลยพูดใหม่ว่า “ฉันจะยอมเป็นผู้หญิงของคุณก็ได้ แต่คุณต้องบอกก่อนว่า คุณไปรู้เรื่องอะไรมา มีคนจะปองร้ายฉันใช่มั้ย”
จางเว้ยอึ้งเล็กน้อย แต่ก็ยอมกล่าวอย่างสุขุมว่า “ผมถือว่าคุณตกลงแล้วนะครับ และห้ามยุ่งเกี่ยวกับกลวิทย์ด้วย”
“ฉันยอมรับข้อเสนอคุณ แล้วไหนล่ะคำตอบของฉัน” บุษทวง
“ใช่! ลูกน้องผมรายงานว่า มีคนจะลอบทำร้ายคุณ บุคคลลึกลับนั่นได้จ้างมือปืนให้คอยดักยิงคุณกลางทาง” จางเว้ยยอมบอก
“เป็นความจริงหรอคะ” บุษคาดไม่ถึงว่ามันจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
“ผมไม่รู้จริงๆว่าคนบงการเป็นใคร”
“คุณสามารถปกป้องชีวิตฉันได้ใช่มั้ย” บุษรอฟัง
“ผมสัญญาว่าจะปกป้องชีวิตคุณ ตราบใดที่คุณยังเป็นผู้หญิงของผมอยู่ แต่เรื่องราวที่พวกเราคบกัน ขอให้คุณเก็บเป็นความลับ ดังนั้นตั้งแต่นี้ต่อไปคุณต้องขอพ่อกับแม่คุณไปอยู่คอนโด แล้วผมจะไปหาคุณทุกๆคืน” จางเว้ยบอกแผน
“จนกว่าคุณจะเบื่อฉันงั้นหรอคะ” บุษรู้สึกน้อยใจที่เธอกำลังจะกลายเป็นเมียลับๆของเขา
“ใช่!”
“ทำไมคุณถึงสนใจฉันคะ” บุษสงสัย
“ผมถูกใจความงามของใคร ผมก็สนใจคนนั้น”
“ก็ได้ค่ะ ฉันยอมบอกเลิกกับกลวิทย์ และจะเลิกเป็นดารา เพราะฉันกำลังจะเข้าไปฝึกงานที่บริษัทพ่อของฉัน จากนั้นก็จะรีบดำเนินการย้ายไปอยู่คอนโด และคอยปรนนิบัติคุณทุกๆคืน ฉันจะไม่บอกใครเรื่องของเรา มีแค่นี้ใช่มั้ยคะ” บุษรู้สึกเจ็บปวดใจที่ตนต้องยอมเสียศักดิ์ศรี เพียงเพื่อให้เขาคอยปกป้องเธอ
“ผมจะเป็นคนซื้อยาคุมให้คุณเอง คุณต้องทานเป็นประจำ ผมไม่ชอบการผูกมัด”
บุษเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า “ค่ะ งั้นตอนนี้ขอฉันกลับบ้านก่อนนะคะ ขอเวลาฉันเตรียมใจก่อน”
“ผมจะให้ลูกน้องไปส่งก็แล้วกัน” จางเว้ยรู้สึกผิดคาดที่ฝ่ายหญิงยอมรับข้อเสนอของเขาอย่างง่ายดาย เขารู้ดีว่าฝ่ายหญิงคงมีเหตุผลบางอย่างที่ไม่อาจบอกเขาได้
บุษอาบน้ำล้างหน้าล้างตา แต่งตัวชุดที่อยู่ในกระเป๋าเดินทาง จากนั้นก็เดินลงไปข้างล่าง พอเธอเดินผ่านทีวีที่กำลังเปิดข่าว ก็ได้ยินข่าวเดิม นั่นก็คือ คนขับรถ Taxi ประสบอุบัติเหตุ ล้อรถถูกยิงจนยางระเบิด ทำให้คนขับเสียชีวิตคาที่ บุษคิดในใจว่า “ที่แท้มันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีคนจงใจฆ่าฉัน และจางเว้ยก็เป็นคนช่วยชีวิตของฉันไว้”
หลังจากที่ลูกน้องจางเว้ยไปส่งบุษที่คฤหาสน์
นิธิชลก็ตกใจ รีบวิ่งเข้าไปถาม “มันเกิดอะไรขึ้นหรอบุษ ไหนว่าจะไปภูเก็ตไง”
“มีเหตุขัดข้องนิดหน่อยค่ะ เดี๋ยวบุษขอตัวก่อนนะคะพี่ชล”
บุษรีบขนข้าวของไปเก็บในห้อง และรีบเปิดมือถือติดต่อกลวิทย์ทันที
“บุษหรอครับ เป็นอะไรไปหรือเปล่า ผมติดต่อคุณไม่ได้เลย” กลวิทย์รีบถาม
“บุษขอโทษค่ะ บุษขอไม่รับงานถ่ายโฆษณาแล้วนะคะ”
“ทำไมล่ะครับบุษ”
“บุษไม่อยากให้คุณจำใจต้องคบบุษเป็นแฟน เพียงเพื่อที่จะได้ค่าจ้างจากแม่เล็กค่ะ” บุษเผย
“คุณรู้!” กลวิทย์เปลี่ยนน้ำเสียง
“และเรื่องถ่ายโฆษณานั่น คุณก็จัดฉากขึ้นมาเฉยๆ คุณไม่ได้จะใช้โฆษณาชิ้นที่บุษแสดงเลยสักนิดนี่คะ บุษจะเสียเวลาไปถ่ายโฆษณาให้ทำไม” ตอนบุษเป็นรัน เธอได้ค้นโฆษณาเก่าๆ ก็ไม่พบโฆษณาของเธอเลยสักนิด
“หึ หึ หึ เกิดฉลาดอะไรขึ้นมาล่ะ” กลวิทย์หัวเราะ
“นี่สิ ค่อยคุยกันได้หน่อย คุณไม่จำเป็นต้องตีหน้าหลอกฉันอีกแล้วค่ะ” บุษกล่าวอย่างเจ็บแค้น
“คุณทำผมเสียเงินก้อนใหญ่ไปนะ” กลวิทย์เจ็บใจเรื่องนี้
“แต่ฉันทำให้คุณไม่ต้องเสแสร้งคบฉันอีกไงคะ พวกเราจบกันแค่นี้ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับฉันอีก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
“ขู่ผมงั้นหรือ”
“ฉันทำจริงค่ะ แค่นี้นะคะ” ตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด ตุ๊ด บุษตัดสายทันที เพราะทนคุยกับเขาไม่ได้อีกต่อไป
***********************************
ตกกลางคืน บุษได้เข้าไปหาพ่อ เพื่อคุยเรื่องฝึกงานที่บริษัท ในห้องทำงานของพ่อ
“อ้าว ไม่ไปถ่ายโฆษณาแล้วหรอ” ชัยนพแปลกใจลูกสาว
“ค่ะพ่อ หนูจะเลิกเป็นดาราแล้วค่ะ” บุษกล่าวคำมั่น
“ก็ดี แบบนี้ก็สามารถทำงานที่บริษัทได้แล้วสิ” ชัยนพกล่าว
“ค่ะ หนูจะเข้าไปฝึกงานที่บริษัทพ่อค่ะ แต่หนูมีเรื่องจะขอ”
“ว่ามา ต้องแลกเปลี่ยนกับอะไร” ชัยนพนึกว่าเป็นค่าจ้างไปฝึก
“หนูขอออกไปอยู่คอนโดค่ะ” บุษกล่าว
“บ้านเราก็มี ไปอยู่ทำไมข้างนอกคนเดียว หรือว่าไปอยู่กับใคร กลวิทย์ใช่มั้ย” ชัยนพเดา
“เปล่าค่ะ หนูอยู่คนเดียวจริงๆ แต่หนูอยากอยู่อย่างมีอิสระค่ะ” บุษกล่าวอ้าง
“ถ้าแม่ของลูกยอม พ่อก็อนุญาต” ชัยนพยกการตัดสินใจให้บุหลัน
“ค่ะ หนูจะไปขอแม่”
บุษไหว้พ่อก่อนเดินออกไป ทำให้พ่อรู้สึกแปลกใจที่ลูกสาวมีสัมมาคารวะมากขึ้น และดูว่าง่ายไม่ดื้อรั้นเหมือนแต่ก่อน
บุษเข้าไปเคาะประตูห้องแม่บุหลัน
“อะไรนะ นี่ลูกยอมไปฝึกงานที่บริษัทแล้วหรอลูก” บุหลันเข้าไปกอดลูกสาวด้วยความดีใจ
“แต่แม่คะ หนูขอออกไปอยู่คอนโดนะคะ” บุษจำใจต้องขอแม่ ทั้งๆที่ไม่อยากแยกจากแม่
“ทำไมล่ะ ทำไมหนูไม่อยู่กับแม่” บุหลันสงสัย
“คอนโดมันใกล้บริษัทมากเลย หนูอยากไปทำงานที่นั่นแต่เช้าค่ะ” บุษกล่าวอ้าง
บุหลันรู้สึกลังเล แต่ในเมื่อลูกสาวของเธอยอมไปฝึกงาน ดังนั้นเธอจึงยอมอนุญาตให้บุษออกไปอยู่คอนโดได้
บุษกอดแม่โดยที่ตัวเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะดีใจหรือเสียใจดี เพราะเธอต้องกลายเป็นเมียบำเรอของมาเฟียหนุ่มชื่อดังอย่างจางเว้ย
***********************************
และแล้วก็มาถึงวันที่บุษเข้าไปฝึกงานวันแรก ท่ามกลางความไม่พอใจของนงลักษณ์และอนุชิน แต่พวกเขาก็ต้องแสร้งแสดงสีหน้ายินดีตบตาท่านประธานบริษัท
ดังนั้นบุษจึงเข้าไปฝึกงานที่ฝ่ายบริหารอย่างจริงจัง เนื่องจากบุษเลิกนิสัยถือตัว เธอเรียนรู้งานอย่างนอบน้อม ทำให้เพื่อนร่วมงานทุกคนต่างรู้สึกดีกับบุษบง
สามวันต่อมาบุษได้ย้ายเข้าไปอยู่คอนโดแล้วเรียบร้อย และนี่ก็จะเป็นคืนแรกที่มาเฟียหนุ่มจะมาหาเธอ
เนื่องจากบุษได้มอบคีย์การ์ดให้เขา ทำให้เขาเข้านอกออกในได้อย่างสบายๆ
จางเว้ยมาเพียงผู้เดียว เขาเข้าไปโอบกอดหญิงสาวทำให้บุษไม่ทันตั้งตัว จึงทำให้เขารู้ว่าฝ่ายหญิงตื่นเต้นและกลัวเขามากแค่ไหน
“ไม่ต้องกลัวผมหรอกนะ” จางเว้ยเชยคางหญิงสาวอย่างทะนุถนอม
“เอ่อ พวกเราดื่มไวน์กันดีมั้ยคะ” บุษรีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อลดความตื่นเต้น
“ก็เอาสิ”
บุษเป็นคนรินไวน์ให้เขา
จางเว้ยกำลังจะยกแก้วดื่ม แต่สักพักเขาก็ชะงักและกล่าวว่า “คุณไม่ได้วางยาผมใช่มั้ย”
“ก็แล้วแต่จะคิดค่ะ หากคุณกลัวก็ไม่ต้องดื่มก็ได้”
“ผมล้อเล่น” จางเว้ยยิ้มแล้วค่อยๆจิบไวน์
หลังจากทั้งสองนั่งดื่มไวน์ไปได้สักพัก ทำให้พากันเริ่มมึนๆเล็กน้อย
บุษจึงเดินออกไปสูดอากาศที่ระเบียง สักพักก็ต้องตกใจที่ฝ่ายชายตามมากอดเธอจากด้านหลัง และทั้งคู่ก็แหงนดูดาวด้วยกัน
จางเว้ยกระซิบ “ผมชอบคุณนะ”
“แต่ฉัน…” บุษไม่ทันได้ตอบ ก็ถูกฝ่ายชายประกบจูบอย่างรวดเร็ว
ทำให้ทั้งสองกอดจูบกันที่ระเบียง พอฝ่ายหญิงเคลิบเคลิ้มกับรสจูบอันเชี่ยวชาญของเขา เขาก็รีบอุ้มหญิงสาวไปที่เตียงทันที
และแล้วค่ำคืนนี้ ก็เป็นคืนที่บุษถูกพรากพรหมจรรย์ไป
เช้าวันรุ่งขึ้น บุษตื่นขึ้นมาก็พบว่าจางเว้ยนั้นได้ออกไปจากห้องเรียบร้อย กลายเป็นว่าเธอนอนเพียงลำพังเท่านั้น
บุษรู้สึกเสียใจที่ตนได้กลายเป็นผู้หญิงไร้ค่า ที่ต้องคอยบำเรอให้กับผู้ชายเย็นชาคนนั้น และยิ่งเธอหันไปที่โต๊ะข้างหัวเตียง แล้วไปเห็นแผงยาสองแผงพร้อมกับจดหมายน้อย ก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจ
บุษนำมาอ่าน ในจดหมายบอกว่า จางเว้ยนั้นไม่ได้สวมถุงยางอนามัย ให้บุษกินยาคุมฉุกเฉินไปก่อน และต่อไปก็ให้บุษกินยาคุมปกติอีกแผง เพราะเขาขี้เกียจป้องกัน
เนื้อความนั้นทำให้บุษรู้สึกเจ็บที่อก แต่เธอก็ต้องอดทน เลยพูดปลอบตัวเองว่า “ไม่เป็นไรหรอก อีกไม่นานเขาก็เบื่อฉัน”
บุษอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานที่บริษัทตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอไปถึงบริษัท เธอก็โดนนิธิชลลากให้ไปคุยกันที่ห้องทำงานของชล
“มีอะไรหรือเปล่าคะ พี่ชล”
“ไม่เห็นสำเร็จเลย”
“เรื่องอะไรคะ” บุษสงสัย