บทที่21.เื่ราวที่เปลี่ยนไป
และก็เป็ไปตามที่คาดเมื่อไท่จื่อมู่หลงเฟยิได้รับข้อมูลว่าคนร้ายที่ลอบโจมตีมู่หรงซีเหมินในงานล่าสัตว์นั้นมีป้ายสัญลักษณ์ที่มีลวดลายบ่งบอกว่าเป็คนของเขาเองก็ใเป็อย่างมากนั้นเท่ากับว่านี่เป็การจงใจสาดโคลนใส่เขาเพื่อหวังให้มู่หรงซีเหมินเกิดความหวาดระแวงและเข้าใจผิดคิดว่าเขาส่งคนไปลอบทำร้ายในครั้งนั้นนั่นเอง
และเพียงไม่เกินครึ่งชั่วยามตำหนักชินอ๋องก็ได้ให้การต้อนรับการมาเยือนของไท่จื่อ
“เสด็จอา”
“ไท่จื่อ”
“หลานทราบเื่แล้วแต่เื่นี้หลานไม่มีส่วนรู้เห็นป้ายนี้ก็หาใช่ของจริง” ไท่จื่อรีบเอ่ยออกมาเมื่อเดินเข้ามาถึงห้องหนังสือที่ตอนนี้เสด็จอาของเขากำลังนั่งเอกเขนกจิบชาอย่างสบายอารมณ์อยู่ดูท่าจะเป็ชาเลิศรสมากถึงได้หลับตาพริ้มยามได้จิบชานั้นลงไป
“เื่นี้ข้ารู้อยู่แล้วป้ายนั้นดูออกง่ายจะตายไปหากไม่โง่ย่อมต้องมองออกหลิวกงกงเอาชาอย่างดีมารับรองไท่จื่อ” มือหนาแกว่งถ้วยชาเบาๆพร้อมเอ่ยสั่งคนของตนเอง
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”หลิวกงกงรับคำก่อนถอยออกไปจัดเตรียมชาอย่างดีมาให้ทันที
ท่านกลางความงุนงงของไท่จื่อแล้วชาตรงหน้านี้ให้เขาดื่มไม่ได้หรือ กลิ่นหอมผ่อนคลายนั้นช่างน่าลิ้มลองนักเพราะรับรู้ได้ถึงสายตากระหายอยากลองดื่มของหลานชายผู้สูงศักดิ์สายตาคมของซีเหมินเหล่มองนิดหนึ่งก่อนจะใช้มือโกยเอาถาดชาบนโต๊ะเข้าหาตัวเองอย่างหวงแหน
“ชากานี้ไม่ได้”
“ชาจากที่ใดหรือพ่ะย่ะค่ะกลิ่นหอมชวนผ่อนคลายดีนัก” ไท่จื่อยังถามต่อ
“อาสะใภ้เ้าทำมาให้ข้าจะดื่มคนเดียวเท่านั้นเดี๋ยวหลิวกงกงเอาชาชั้นเยี่ยมมาให้แล้ว รอหน่อย”
“พ่ะย่ะค่ะเสด็จอา”เมื่อคนเป็อาหวงเพียงนั้นเขาก็ไม่หน้าหนาพอจะขอแบ่งหรอกก่อนจะเอ่ยถามเื่สำคัญในยามนี้ขึ้นมา
“เสด็จอาใครกันที่คิดเื่ชั่วช้าถึงเพียงนี้ถึงกับกล้าสาดโคลนใส่ข้าเพื่อให้ท่านหวาดระแวงข้าเช่นนี้”
“คนที่เ้าคิดไม่ถึงเลยเชียวล่ะคนที่้าอำนาจและตำแหน่งไท่จื่อของเ้าอย่างไรเล่า”
“แต่นอกจากเสด็จอาซีเหมินแล้ว...เอ่อไม่สิไม่ถูกๆคนที่กระหายใคร่อยากได้อำนาจที่ข้าคิดไม่ถึงนั้นเป็ผู้ใดเล่าพ่ะย่ะค่ะ”
มู่หรงซีเหมินที่ได้ยินไท่จื่อกล่าวในเบื้องต้นเหมือนอยากจะบอกว่านอกจากเขาแล้วคงไม่มีใครร้ายกาจเทียบเท่าได้อีกก็หันขวับไปมองด้วยสายตาเรียบนิ่งและเ็าทันทีจนไท่จื่อรู้สึกตัวว่าเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรออกไปเสียแล้ว
“เอ่อหลานเพียงแต่วิเคราะห์จากสิ่งที่รับรู้รับทราบมาตลอด หลานขออภัยเสด็จอาอย่ามีโทสะไปเลยพ่ะย่ะค่ะตอนนี้หลานทราบแล้วว่าเสด็จอาหาได้สนใจแย่งชิงอำนาจใดๆตอนนี้มีเพียงเื่ของว่าที่พระชายาเพียงเท่านั้นอยู่เต็มหัวใจ”ไท่จื่อรีบเอ่ยออกมาแม้ตำแหน่งเขาจะเป็ถึงไท่จื่อแต่ถ้าจะพูดถึงเื่ความร้ายกาจและน่ากลัวในเหล่าเชื้อพระวงศ์นั้นไม่มีใครเกินชินอ๋องมู่หรงซีเหมินผู้นี้ไปได้แน่นอน
ไท่จื่อทำท่าครุ่นคิดก่อนนี้เขาส่งคนตรวจสอบเหล่าท่านอ๋องและน้องชายที่มีสิทธิในบัลลังก์ของเข้าทุกคนคนที่น่าสงสัยก็พอมีอยู่ไม่กี่คนเขาจึงให้องครักษ์เงาฝีมือดีติดตามเป็พิเศษไว้แล้ว
“หึ เ้าส่งคนไปติดตามความเคลื่อนไหวเหล่าคนที่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่ากระหายอำนาจแต่ไม่เฉลียวใจคนที่ดูไม่มีพิษไม่มีภัยอย่างมู่หรงเฟยชางเลยนะ”เสียงหัวเราะในลำคอพร้อมแสยะยิ้มเช่นนี้ยิ่งดูอันตรายมากยิ่งขึ้นอีก
“น้องหกหรือพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อได้ฟังแล้วไท่จื่อก็ถึงกับอึ้งทันที หากเป็ฝีมือน้องหกจริงเขาก็ไว้ใจให้งูพิษมาแว้งกัดเสียแล้วเื่นี้คงต้องตรวจสอบต่อไป
“เอาเถิดตอนนี้ข้าหาได้สนใจเื่อำนาจพวกนั้นแล้วจริงๆแต่ที่ต้องยื่นมือเข้ามาเพราะมันกล้ามายุ่งวุ่นวายกับโหยวเอ๋อร์ของข้าต่างหาก รีบๆจัดการให้มันสิ้นซากซะจะได้ไม่ต้องมานั่งรำคาญใจอยู่อีก”
“หากเป็น้องหกจริงๆก็นับว่าแยบยลนัก คนผู้นี่วางตัวได้ดีนักภาพลักษณ์ยังดูไม่ฝักใฝ่ในอำนาจใดๆอีกด้วย”
“เ้าก็อย่าได้ถูกภาพลักษณ์เ่าั้ลวงตาเอา”
“เฮ้ออเห็นทีคงต้องรีบจัดการเื่นี้ให้เด็ดขาดเสียแล้ว” ไท่จื่อกล่าวออกมาเมื่อได้ฟังคำพูดของเสด็จอาเมื่อครู่เขายิ่งมั่นใจว่าเป็น้องหกจริงๆแต่คงต้องให้คนสืบหาหลักฐานโดยละเอียดเพิ่มเติมอีก
“อื้มม”ซีเหมินไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่ออีกเพียงแต่ส่งเสียงในลำคอรับทราบเท่านั้น
“แล้วเสด็จอาคิดเห็นเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ”
“ส่งหลักฐานบางส่วนให้ฝ่าาก่อนแล้วจากนั้นไท่จื่อจะทำสิ่งใดก็สุดแล้วแต่เห็นสมควรข้าหาได้อยากยุ่งเื่นี้อีก”
“ข้าเข้าใจแล้วเสด็จอา”
“อำนาจมันหอมหวานยวนใจผู้คนเสมอนั่นแหละลองได้มีมันในมือแล้วก็มีแต่จะอยากได้มันมากขึ้นไปอีกไม่มีวันสิ้นสุดยิ่งมีความคิดว่าอำนาจนั้นควรเป็ของตนเองหาใช้ของใครอื่นยิ่งทำให้โลภมากกระหายอยากได้มันมาไว้ใน”
หลังจากไท่จื่ออยู่ร่วมพูดคุยกับผู้มีศักดิ์เป็เสด็จอาทั้งที่อายุเท่ากันเรียบร้อยแล้วก็เดินทางกลับอย่างเงียบๆ ยามที่เดินทางมาที่ตำหนักชินอ๋องก็ใช้เพียงรถม้าคันเล็กๆธรรมดาไม่มีตราสัญลักษณ์ใดๆเพื่อป้องกันไม่ให้ใครรู้ว่าเขามาที่ตำหนักชินอ๋องนั้นเอง...
“ตูเฉิง”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”
“ก่อนนี้เ้าว่าเสนาบดีเฒ่านั้นกำลังจะส่งบุตรสาวของตนเองแต่งไปเป็ชายารองเข้าตำหนักองค์ชายหกใช่หรือไม่”สอบถามไปดวงตาคมก็หลุบลงมองถ้วยชาในมืออย่างครุ่นคิดไป
“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”
“ดีงั้นข้าจะช่วยส่งเคราะห์เสียหน่อย”
“เอ่อสนับสนุนเช่นนี้จะดีหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“หึ หึดีสิข้าจะหาบุรุษที่เหมาะสมให้คุณหนูตระกูลจางเอง”ทั้งน้ำเสียงและแววตาดูเ้าเล่ห์มากแผนการจนคนของเขาเองถึงกับเสียวสันหลังวาบเลยทีเดียวทั้งเดาไม่ออกเลยว่าท่านอ๋องจะทำสิ่งใด
เวลาผ่านไปอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันงานแต่งคุณหนูตระกูลจางเป็ชายารองเข้าตำหนักองค์ชายหกแล้วแต่แล้วกลับมีข่าวว่าคุณหนูจางฮุ่ยเหมยหนีตามชายคนรักไปสร้างความเสื่อมเสียให้ตระกูลจางและเป็ข่าวฉาวโฉ่ไปทั่วทั้งเมืองหลวงทั้งยังถือเป็การิ่เกียรติเชื้อพระวงศ์ทำให้องค์ชายหกเหมือนเป็ตัวตลกให้ผู้คนได้เอาไปพูดกันลับหลังอย่างขบขันอีกด้วย
เพล้ง!!
“ชั่วช้านักไอ้แก่ตระกูลจางเห็นข้าเป็ตัวตลกหรืออย่างไรกัน”องค์ชายหกมู่หรงเฟยชางไม่อาจเก็บสีหน้าที่เสแสร้งทำอ่อนโยนได้อีกต่อไปใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวแววตาเปี่ยมไปด้วยความโกรธและชิงชังเพราะแผนการที่จะแต่งคนตระกูลจางเข้ามาเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนในการแย่งชิงอำนาจต้องพังลง
“ให้จัดการเช่นไรดีพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าไม่้าให้มันมีหน้ายืนอยู่ในราชสำนักและเมืองหลวงอีก”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายหก”จากนั้นคนขององค์ชายหกก็เร่งออกไปเพื่อวางแผนจัดการผู้ที่ทำให้เ้านายของตนต้องขุ่นเคืองใจทันที
ทางด้านชายแดนแคว้นต้าเหลียวนอกเหนือเขตการปกครองของฮ่องเต้มู่หลงเฟยฉีมีชนเผ่าเล็กๆที่โเี้และดุดันอยู่ เป็ชนเผ่าด่านนอกที่มีหัวหน้าเผ่าอย่างจินหลินข่ายเป็ผู้นำ
“ฝากขอบคุณเ้านายของท่านด้วย”
“ได้ขอรับข้าจะบอกว่าท่านจินหลินข่ายซาบซึ้งเป็อย่างยิ่งในเื่นี้”เมื่อทำงานที่ผู้เป็นายมอบหมายเรียบร้อยแล้วตูเฉิงก็เร่งเดินทางกลับเพื่อรายงานให้ท่านอ๋องรับทราบทันที
เมื่อคนของมู่หรงอ๋องนำของขวัญมาให้และเดินทางกลับไปแล้วจินหลินข่ายก็เดินเข้าไปดูสตรีที่ตนแอบพึงใจมานานอย่างหลงใหล
“จางฮุ่ยเหมยในที่สุขข้าก็ได้เ้ามาฮ่า ฮ่า ฮ่า”ร่างสูงใหญ่ใบหน้ามีแต่หนวดเคลายาวเฟิ้มพูดเสียงดังและหัวเราะออกมาอย่างถูกใจยิ่งนัก
“กรี๊ดดด เ้าเป็ใคร”จางฮุ่ยเหมยเมื่อได้สติฟื้นขึ้นมาหลังจากที่สลบไปนาน เมื่อได้เห็นบุรุษน่ากลัวอยู่ตรงหน้าก็กรีดร้องออกมาทันทีอย่างใ
“หึ หึ หึข้าก็จะเป็สามีเ้าอย่างไรเล่า”
“กรี๊ดดเ้าโจรชั่วกล้าจับข้ามารู้หรือว่าบิดาข้าเป็ใครอีกทั้งข้าก็คือว่าที่ชายารองขององค์ชายหก หากเ้ายังรักชีวิตอยู่ก็ปล่อยข้าไปซะ”เสียงสั่นๆ ตวาดออกมาเสียงแหลมพร้อมล้นกายถอยหนี
“หึ ฮ่า ฮ่า ฮ่าตลกยิ่งนักบิดาโลภมากของเ้ามักใหญ่ใฝ่สูงไม่เจียมตนผู้นั้นอีกไม่นานก็คงพาให้ตระกูลของเ้าต้องโทษทั้งตระกูลแล้วส่วนองค์ชายหกนั้นก็คิดคดอยากได้สิ่งที่หาใช่ของตนนั้นก็คงมีจุดจบไม่ดีนักหรอก”
“ไม่จริงอย่าเข้ามานะเ้าโจรชั่ว”
“แม้ข้าหาใช้บุรุษสำอางค์ในเมืองหลวงแต่ข้าก็ไม่นิยมบังคับขืนใจสตรีแต่ถ้าเ้ายังดื้อรั้นแผลงฤทธิ์มากไม่จบไม่สิ้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน"จินหลินข่ายพูดจบก็เดินออกจากกระโจมที่พักก่อนจะสั่งให้คนของเขาคอยเฝ้านางไว้อย่าให้หนีไปได้
ทางด้านเมืองหลวงจวนเสนาบดีจางก็วุ่นวายออกตามหาบุตรสาวแต่ก็ยังตามหาไม่พบอีกทั้งตัวเสนาบดีจางเองก็ถูกคนขององค์ชายหกจัดการโยนความผิดเื่ทุจริตเงินภาษีราษฎรจนต้องโทษโบยและปลดออกจากตำแหน่งเสนาบดีและถูกเนรเทศไปเมืองเหนือที่กันดารทั้งไม่อนุญาตให้กลับเข้าเมืองหลวงอีกเลย…
ตำหนักชินอ๋อง
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่หรือไม่”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”
“ดี”ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มอย่างพอใจในผลลับอย่างมากเท่านั้นก็กำจัดตัวน่ารำคาญออกไปได้แล้ว
“เอ่อกระหม่อมขอบังอาจทูลถามได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ตูเฉิงเอ่ยขึ้นเพราะเข้ายังสงสัยเื่ที่ให้ส่งคุณหนูตระกูลจางให้ชนเผ่าด่านนอกอยู่เลย
“ว่ามา”
“เื่ที่ท่านอ๋องให้ส่งคุณหนูตระกูลจางไปเผ่าด่านนอกนั้นเอ่อท่านจินหลินข่ายดูพอใจมาก เหมือนจะพึ่งใจคุณหนูจางมานานแล้วหรือท่านอ๋องจะ
ทราบเื่นี้อยู่ก่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะจึงได้ส่งเสริมเขา”
“หึ เื่นี้ข้าย่อมต้องรู้ก่อนอยู่แล้ว”
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้เองท่านอ๋องล้ำลึกนักแผนคราวนี้นอกจากกำจัดตระกูลจางได้แล้วอีกทั้งยังเป็การขัดขวางการรวมอำนาจขององค์ชายหกได้อีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ก็ถ้าเ้าหกไม่สอดมือมายุ่งกับโหยวเอ๋อร์ของข้าข้าคงไม่ต้องวุ่นวายยื่นมือเข้าไปหรอก เอาเถิดข้าเบื่อจะยุ่งเื่พวกนี้แล้วหลิวกงกงให้คนมาแต่งตัวให้ข้า ข้าจะไปหาโหยวเอ๋อร์ของข้าแล้ว”ไปหาคู่หมั้นตัวน้อยย่อมดีกว่ามาเสียเวลายุ่งเื่พวกนี้เป็ไหนๆ
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”
เพราะเมื่อชาติก่อนตอนที่จางฮุ่ยเหมยแต่งเป็ชายารองของเขานั้นมู่หรงซีเหมินมีโอกาสได้เจอจินหลินข่ายที่เอาบรรณาการมามอบให้แคว้นต้าเหลียวด้วยตนเองและตอนนั้นเขาก็มองออกว่าจินหลินข่ายพึงใจในตัวชายารองอย่างจางฮุ่ยเหมยมากยามนั้นเขาหาได้มีใจรักสตรีนางใดแม้จะเป็ชายาของเขาเองก็ตามดังนั้นจึงไม่ได้ให้ความสำคัญว่าใครจะมองชายารองของเขาด้วยสายตาอย่างไร
จนกลับมาในชาตินี้เขาให้คนคอยติดตามและสืบเื่ของคนที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาในชาติก่อนโดยละเอียดจึงทราบว่าจินหลินข่ายเคยพบเจอเสนาบดีจางและเคยได้เห็นจางฮุ่ยเหมยมาก่อนจึงเกิดต้องตาพึ่งใจเข้าแต่เสนาบดีจางกลับไม่คิดจะให้บุตรสาวของตนแต่งกับหัวหน้าเผ่าด่านนอกเช่นเขาเพราะไม่มีอำนาจที่เขา้าดังนั้นมู่หรงซีเหมินจึงช่วยสงเคราะห์จินหลินข่ายให้สมหวังเสียหน่อยอย่างไรเล่า
ทางด้านซินโหยวเองเมื่อได้ยินข่าวเื่จางฮุ่ยเหมยก็ได้แต่ถอนหายใจออกมานับแต่ท่านอ๋องย้อนคืนกลับมาเพื่อแก้ไขอดีตอย่างที่เล่าให้นางฟังดูเหมือนเื่ราวต่างๆจะเปลี่ยนไปจนหมด คู่หมั้นตัวร้ายของนางหาได้สนใจอำนาจหรือสตรีอื่นใดกลับใส่ใจรักใคร่เพียงนางเป็อย่างมาก อีกทั้งเื่ราวต่างๆก็แตกต่างไปจากในฝันเป็อย่างมากมายราวกับไม่ใช่เื่เดียวกันนางก็ได้แต่หวังว่าเื่ของท่านพ่อนางจะสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้เช่นกัน….