บทที่ 43 ฆ่าได้แล้วใช่ไหม?
“ข้าพูด… พูดแล้ว พูดทั้งหมด!”
“ขอร้อง อย่าฆ่าข้าเลย!”
“เรื่องทั้งหมดนี้เกิดจากพ่อลูกเฝิงเจิ้งชู พวกเขาให้สองร้อยตำลึงเพื่อมาฆ่าเจ้า ข้าก็แค่นักฆ่าที่ถูกจ้างมา ถ้าจะแก้แค้นก็ไปหาพวกเขาเสียเถอะ”
หมาจิ่วเริ่มวิงวอนร้องขอ ไม่มีท่าทีโอหังเหมือนเช่นก่อนหน้า
คำสารภาพพรั่งพรูออกมาทั้งหมดอย่างชัดเจน
“เจ้ามีหลักฐานหรือไม่?” จ้าวผิงถาม
“มี… ที่บ้านข้ามีสัญญาลงนาม ขอแค่เจ้าไว้ชีวิต ข้าจะพาเจ้ากลับไปเอาเดี๋ยวนี้เลย”
จ้าวผิงรู้สึกสนใจขึ้นมา
ถ้ามีของสิ่งนี้ ก็สามารถล้มตระกูลเฝิงได้
ไม่เพียงแต่กำจัดอันตรายที่ซ่อนอยู่ในอำเภออวิ๋นอันได้สิ้นซาก ทว่ายังช่วยแก้แค้นให้เหวินฮุ่ยได้อีกด้วย
เขาไม่สามารถฆ่าหมาจิ่วได้ จ้าวผิงยากที่จะทำใจ
วันนี้ถ้าหลี่หู่ไม่ได้ออกหมัดมวยไท่จี๋ 18 กระบวนท่า ถ้าหลิ่วเมิ่งหรูไม่ได้มาช่วย ตนคงตายไปแล้ว
ความแค้นยิ่งใหญ่ที่เกี่ยวกับความเป็นความตาย จ้าวผิงไม่อาจปล่อยเสือคืนถ้ำไปได้
ยิ่งไปกว่านั้น หมาจิ่วกับเซี่ยเฉวียนก็ยังมีความแค้นต่อกันไม่สามารถอยู่ร่วมแผ่นดินกันได้อีก
เขายังตายไม่ได้
หลังจากที่จ้าวผิงคิดหนัก ก็พูดเสียงเรียบ “ทำบันทึกคำให้การก่อนเถอะ สัญญาพวกนั้น ไปเอาพรุ่งนี้ก็ไม่สาย”
คำให้การนั้นบันทึกง่าย
หมาจิ่วทรยศพ่อลูกเฝิงเจิ้งชูเพื่อเอาชีวิตรอด
จ้าวผิงเขียนเสร็จ ก็ให้เขาประทับลายนิ้วมือ
กำลังคิดจะถามไถ่ถึงสภาพของหลิ่วเมิ่งหรู ก็เห็นม้าควบมาทางนี้อย่างเร่งรีบ
ยะ... หยุด!
เซี่ยจื้อเสวียดึงบังเหียนม้าให้หยุด ก่อนลงจากม้า วิ่งเหยาะ ๆ มาตรงหน้าจ้าวผิง แล้วคุกเข่าลงบนพื้น
“จ้าวเซียนเชิง ข้าทำงานไม่สำเร็จ ไม่พบว่าพวกหมาจิ่วออกเดินทาง ท่านโปรดลงโทษด้วย”
พูดจบก็ก้มศีรษะลงไปที่พื้นโคลนอย่างไม่กลัวสกปรกแม้แต่น้อย
ตุบ!
ยังไม่ทันที่จ้าวผิงจะได้พูดอะไร ด้านข้างก็มีกลุ่มคนเดินตรงเข้ามา
เป็นอวิ๋นหม่าน และพวกเซี่ยเฉวียน
คนที่เตะคือเซี่ยเฉวียน เขาเตะเซี่ยจื้อเสวียทันทีจนล้มกลิ้งลงไปบนพื้นกระเด็นออกไป
“เจ้าสมควรได้รับโทษจริง ๆ” เซี่ยเฉวียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เหตุใดจ้าวเซียนเชิงถึงให้เงินรายเดือนพวกเรามากเพียงนี้ เจ้าไม่รู้หรือ?”
“มอบหมายให้ทำงานเพียงเรื่องเดียว แต่เจ้ากลับทำพลาด รู้สึกละอายใจต่อจ้าวเซียนเชิงบ้างหรือไม่?”
“มีเจ้าไว้จะมีประโยชน์อะไร?”
“ข้าผิดไปแล้ว” เซี่ยจื้อเสวียลุกขึ้นมา แล้วคุกเข่าตรงหน้าจ้าวผิงต่อ
ตอนนี้เซี่ยเฉวียนถึงค่อยพูดกับจ้าวผิง “จ้าวเซียนเชิง ท่านพูดมาเถอะ ว่าจะลงโทษเขาอย่างไร ไม่ต้องถึงมือท่านเลย ข้าจะลงโทษแทน”
“จะตัดขาเขา หรือให้แขวนห้อยบนต้นไม้เจ็ดวันเจ็ดคืนดี?”
หา!
จ้าวผิงยิ้มเยาะอยู่ในใจ
มาเล่นเกมขอความเห็นใจต่อหน้าเขาเช่นนี้ ก็ดูจะอ่อนข้อเกินไป
ถ้าตามความคิดของจ้าวผิง ควรฆ่าเขาเสีย
เพราะความผิดของเซี่ยจื้อเสวียนั้นยิ่งใหญ่ อีกเพียงนิดจ้าวผิงเกือบจะต้องจากโลกนี้ไปเสียแล้ว
จ้าวผิงไม่ได้รู้สึกดีกับเซี่ยจื้อเสวียเลยแม้แต่น้อย
แต่เขาจะไม่คำนึงถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายก็ไม่ได้
ถึงอย่างไรเซี่ยจื้อเสวียก็เป็นคนหมู่บ้านเซี่ยซุน ทั้งยังเป็นเพื่อนเก่าแก่ของเซี่ยเฉวียนด้วย ถ้าฆ่าเขาไป หลังจากนี้จ้าวผิงคงไม่กล้าใช้งานเซี่ยเฉวียนแล้วเช่นกัน
อีกอย่างเซี่ยเฉวียนทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา
ที่ดูเหมือนกำลังทุบตีเซี่ยจื้อเสวียนั้น อันที่จริงแล้วกลับดูเป็นการขอร้องให้ไว้ชีวิตอีกฝ่ายเสียมากกว่า
เมื่อคิดอย่างรอบคอบ จ้าวผิงจึงเดินไปข้างหน้าประคองเซี่ยจื้อเสวียขึ้นมา
“พี่จื้อเสวีย พี่แค่มาช่วยข้า ตอนนี้ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ข้าไม่กล้าลงโทษหรอก ตอนนี้ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว พี่กลับไปเถอะ ฝนฤดูใบไม้ร่วงตกลงมาต่อเนื่อง ยังไม่รู้ว่าจะยาวนานไปถึงเมื่อไร ถือโอกาสนี้รีบเก็บเกี่ยว จะมากจะน้อยก็ยังพอมีธัญพืชอยู่บ้าง”
“หลังจากเก็บภาษีแล้ว ข้าจะปลดปล่อยพี่จากการเป็นทาส”
“นี่...”
ทุกคนต่างอึ้งไป
สลับมองจ้าวผิงและเซี่ยจื้อเสวียที่โคลนเต็มตัว
ในใจคิดอยากจะพูด แต่เมื่อคิดถึงอันตรายเมื่อกี้แล้ว ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
เหตุเพราะเซี่ยจื้อเสวียทำงานพลาด ส่งผลให้จ้าวผิงเกือบไม่มีชีวิตรอด
ถ้าอยู่ในสงคราม อีกฝ่ายคงโดนบั่นคอไปนานแล้ว
หากตอนนี้ยังสามารถมีชีวิตรอดได้ ก็นับว่าไม่เลว
“ขอบคุณจ้าวเซียนเชิงมากที่ไว้ชีวิตข้า!”
เซี่ยจื้อเสวียก็เข้าใจดี เลยโขกศีรษะลงพื้นอีกครั้งเพื่อแสดงความขอบคุณ
จากนั้นก็หยิบกระดาษปึกหนึ่งออกมาจากอกยื่นให้จ้าวผิง “สมุนหมาจิ่วนั้นต่างแยกย้ายกันออกเดินทาง ตอนนั้นข้านึกว่าพวกเขาไปกินข้าวหรือเข้าห้องน้ำเท่านั้น เลยไม่ได้ใส่ใจมากนัก”
“กว่าข้าจะรู้สึกตัวก็ตรงไปยังบ้านหมาจิ่ว ทว่ากลับไม่มีคนอยู่ที่นั่นแล้ว”
“เลยได้แค่สัญญาพวกนี้มา คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ ข้าเลยพกกลับมาด้วย จ้าวเซียนเชิง ท่านคลี่ดูเถิด นี่เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายที่ข้าทำให้ท่านได้”
จ้าวผิงอ่านอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาก็เริ่มเป็นประกาย
เนื้อหาในนี้ไม่เพียงแต่เป็นจดหมายที่หมาจิ่วติดต่อไปกับพ่อลูกตระกูลเฝิง แต่ยังมีจดหมายติดต่อกับนายอำเภอหวงเฟิงเหนียนด้วย แล้วยังมีผู้ช่วยนายอำเภอ เจ้าหน้าที่ทางการในอำเภอ รวมไปถึงนายอำเภอและผู้ช่วยนายอำเภอคนก่อนหน้า
มีทั้งจ่ายเงินจ้างฆ่าคน หลอกลวงและใส่ร้ายผู้อื่น มีการติดสินบน การค้าที่ผิดกฎหมาย ...
อย่างไรก็ตาม พวกนี้ล้วนเป็นการกระทำผิดที่ยังไม่มีใครล่วงรู้
มิน่าหมาจิ่วถึงมีชื่อเสียงไม่ดีอื้อฉาวไปไกล แต่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรี
เพราะมีคนพวกนี้หนุนหลังอยู่นี่เอง คนในอำเภออวิ๋นอันไม่มีใครกล้าแตะต้องเขา
เวลานี้เขาอยู่ในเงื้อมมือตนแล้ว จ้าวผิงอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ การโค่นล้มตระกูลเฝิงนั้นอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม
เขาพยักหน้าแล้วพูด “พี่จื้อเสวีย พี่ทำได้ดีมาก”
“ของพวกนี้มีประโยชน์กับข้ามาก ขอตอบแทนท่านเป็นเงินห้าสิบตำลึง”
ห้าสิบตำลึง?
เหวินฮุ่ยที่อยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้ว
นั่นไม่เยอะเกินไปหรือ?
แต่เรื่องที่สามีตัวเองตัดสินใจ นางก็จะไม่คัดค้านต่อหน้าผู้คน ทำได้แค่รอจังหวะสบโอกาสพูดคุยกับเขาสองต่อสอง
หมาจิ่วก็ตกตะลึง อุทานว่าจ้าวผิงช่างมีน้ำใจกว้างนัก
แต่เซี่ยจื้อเสวียกลับไม่ต้องการ ซ้ำยังคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะตนเพื่อขอร้องอีกครั้ง “จ้าวเซียนเชิง ข้าขอไม่รับเงินนี้ได้หรือไม่?”
“ขอร้องท่านอย่าไล่ข้าไปก็พอ ให้ข้าได้เป็นทาสต่อไปเถิด”
ถึงแม้ว่าห้าสิบตำลึงจะมากโข ถึงขนาดที่ว่าทั้งชีวิตนี้ครอบครัวเขาอย่างไรก็ไม่มีทางหาเงินได้มากขนาดนี้
แต่ถ้าติดตามจ้าวผิง
เมื่อคำนวณดูแล้ว ในเวลาไม่กี่วัน ในกระเป๋าเขาก็มีเงินเหลืออยู่สิบกว่าตำลึง
แค่ใช้เท้าคิดก็รู้แล้วว่าแบบไหนดูมีอนาคตมากกว่ากัน
เซี่ยจื้อเสวียไม่อยากจะพลาดโอกาสนี้
“ทำผิดก็สมควรได้รับโทษ ครั้งนี้ข้าไว้ชีวิตท่าน แล้วหากมีครั้งหน้าล่ะ ข้ารับความผิดพลาดครั้งที่สองไม่ไหวหรอกนะพี่จื้อเสวีย”
“ข้ารับรอง จะไม่มีครั้งหน้า”
เซี่อจื้อเสวียรีบยกมือขึ้นสาบาน แต่โดนจ้าวผิงห้ามไว้ “พี่จื้อเสวีย… ข้าตัดสินใจแล้ว”
เซี่ยเฉวียนก็ถอนหายใจออกมา
เขาเดินเข้าไปฉุดเซี่ยจื้อเสวียให้ลุกขึ้น “พี่จื้อเสวีย กลับไปเถอะ …”
ถึงแม้เซี่ยจื้อเสวียจะไม่พอใจ แต่ตนก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่รับเงินก่อนเดินคอตกกลับออกไป
“ส่วนหมาจิ่ว ข้ามอบให้ท่านจัดการ” จ้าวผิงพูดกับเซี่ยเฉวียน
“ฆ่าได้เลยใช่หรือไม่?”
เซี่ยเฉวียนถาม
“ฮ่า ๆ ๆ ข้าถึงยกให้ท่านไง เพราะอยากให้ท่านได้ลงมือแก้แค้นด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาคงกลายเป็นศพไปแล้ว”
จ้าวผิงหัวเราะ
“คนที่เหลือก็แล้วแต่ท่านจัดการเถอะ”
“จ้าวผิง! เจ้าบอกว่าถ้าพูดความจริงแล้วจะไม่ฆ่าข้า เชื่อถือคำพูดเจ้าไม่ได้...”
หมาจิ่วเห็นจ้าวผิงหันหลังกลับ ก็รีบร้องขอชีวิต
“เฮอะ! เจ้าคิดจะฆ่าข้า แล้วยังหวังจะให้ข้าไว้ชีวิตอีก ในเมื่อหน้าตาไม่ดี แล้วเหตุใดคิดถึงแต่เรื่องสวยงามล่ะ?”
จ้าวผิงพูดดูถูก
เขาพาหลิ่วเมิ่งหรูและเหวินฮุ่ยกลับเข้าบ้าน
ก่อนมีเสียงคำรามคล้ายโรงฆ่าสัตว์ดังตามมาจากข้างนอก จ้าวผิงปิดหูไม่ต้องการฟัง
เขาถามหลิ่วเมิ่งหรู “เมิ่งหรู… แล้วเจ้าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจู่ ๆ เก่งกาจถึงเพียงนี้?”
พอคิดถึงเรื่องนี้ จ้าวผิงยังทอดถอนใจถึงชะตาชีวิตอันยิ่งใหญ่ของเจ้าของร่างเดิม
ทำรุนแรงกับเมิ่งหรูขนาดนั้น แต่กลับไม่โดนตีจนตาย
“ข้าก็ไม่แน่ใจ”
หลิ่วเมิ่งหรูส่ายหน้า “เมื่อกี้พอเห็นท่านโดนคนเหยียบย่ำทุบตี แล้วไหนท่านยังจะถูกฆ่าอีก จู่ ๆ ในสมองข้าก็มีบางอย่างโผล่ขึ้นมา… หลังจากนั้นก็ลงมือทำไปแล้ว”
“เจ้านึกถึงอดีตได้แล้วหรือ?”
“ยังไม่ได้ …”
หลิ่วเมิ่งหรูฝืนยิ้ม “เพียงแต่มีความจำอันเลือนราง เหมือนว่าเคยเป็นทหารมาก่อน เคยผ่านสนามรบ แต่เรื่องอื่นนึกไม่ออกเลย”
“เคยผ่านสนามรบงั้นหรือ?”
จ้าวผิงตกใจใหญ่ “พวกเราราชวงศ์ต้าเว่ยอนุญาตให้ผู้หญิงไปรบด้วยหรือ?”
ถึงแม้จ้าวผิงจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไม่มาก แต่ก็รู้ดีว่าในยุคโบราณ ฐานะของผู้หญิงนั้นต่ำต้อย ไม่เช่นนั้นฮวามู่หลานที่ไปออกรบแทนพ่อคงไม่ปลอมตัวเป็นชายหรอก
หรือว่าหลิ่วเมิ่งหรูก็เป็นวีรสตรีที่ไปออกรบแทนพ่อ?
“มิได้”
หลิ่วเมิ่งหรูส่ายหน้า “สามี จากนี้ไปท่านช่วยสืบเรื่องที่มีผู้หญิงปรากฏตัวในกองทัพดู ไม่แน่อาจจะค้นพบตัวต้นของข้า”
“เจ้าวางใจได้ ข้าจะเฝ้าระวัง”
จ้าวผิงสัมผัสหลังอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนเป็นการปลอบใจ
ไม่ต้องให้หลิ่วเมิ่งหรูแนะนำ จ้าวผิงก็จะเฝ้าระวังเรื่องนี้อยู่แล้ว
อย่างไรเสียสถานะของพ่อตาอาจจะไม่ธรรมดา ถ้ารู้สถานะเขาเร็วขึ้นฉันใด ตัวเองจะได้เตรียมตัวรับมือให้ดีฉันนั้น
หลังผ่านความวุ่นวายนี้มา จ้าวผิงก็ไม่คิดจะนอน หันไปต้มยาแทน
เหวินฮุ่ยและหลิ่วเมิ่งหรูยิ่งไม่อยากนอนเช่นกัน เลยเป็นลูกมือคอยช่วยสามี
จ้าวผิงเลยอธิบายการจัดยาเพื่อรักษาอาการหวัด อีกทั้งการจำแนกสมุนไพรเหล่านั้น
เหวินฮุ่ยเรียนรู้ได้ทันที แต่หลิ่วเมิ่งหรูกลับจำไม่ได้ เลยยอมแพ้
ต้มยาสองหม้อใหญ่เสร็จ ฝั่งเซี่ยเฉวียนก็จัดการเสร็จแล้วเช่นกัน เลยมารายงานเขา
“จ้าวเซียนเชิง หมาจิ่วโดนข้าฆ่าตายแล้ว”
“คนที่เหลือโดนฆ่าไปหกคน อีกสิบห้าคนนั้นไม่ได้ทำเรื่องอะไรร้ายแรง ข้าเลยปล่อยตัวไป”
“แล้วยังมีอีกเจ็ดคนที่ยอมติดตามพวกเรา ข้าตัดสินใจให้พวกเขาคนละหนึ่งร้อยอีแปะต่อเดือน โดยจ่ายเงินล่วงหน้าครึ่งหนึ่ง ส่งพวกเขาไปที่ตัวอำเภอและหมู่บ้านรอบ ๆ เพื่อสืบข่าว ...”
“อืม”
จ้าวผิงพยักหน้า “เก็บศพหมาจิ่วไว้ ข้าสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้”
“ตอนนี้ไปหมู่บ้านเซี่ยซุนกับข้า ข้าจะไปปรึกษาเรื่องบางอย่างกับหัวหน้าหมู่บ้านเซี่ยซุน”