จ้าวหยางจื่อย่อมไม่พอใจกับแค่พริกต้นเดียว เขายังออกค้นหาตามขอบชายป่าอีกครั้ง เผื่อว่าจะเจออะไรดีๆ เพิ่ม เป็ไปตามคาดเขาพบพริกอีกครั้ง แต่ทว่ามันก็เป็พริกขี้หนูอีกแล้ว
อย่างไรก็ตาม ขณะที่จ้าวหยางจื่อกำลังจะตัดสินใจกลับเข้าไปในป่า ในครรลองสายตาเขาก็เหลือบไปพบกับต้นข้าวสาลี พลางครุ่นคิดในใจ..
‘น่าแปลก? ทำไมต้นข้าวสาลีถึงขึ้นอยู่ตรงนี้ได้? ตอนนี้ก็ไม่ใช่ฤดูกาลเพาะปลูกด้วย..เก็บไว้ก่อนแล้วกัน’
แม้จะสงสัย ทว่าจ้าวหยางจื่อก็ไม่คิดมานัก สิ่งที่ต้องทำตอนนี้มีอยู่มากมาย
หลังจากที่ใช้มีดเหล็กขุดเอาต้นข้าวสาลีเสร็จจ้าวหยางจื่อก็นำธนูออกมาจากมิติย่อย แล้วตรงเข้าไปในป่า พลางครุ่นคิดในใจ
‘หวังว่าจะมีสัตว์ให้ล่า..’
ทว่าทันใดนั้นเองก็มีหมูสามตัวก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันต่อหน้าจ้าวหยางจื่อ ครอบครัวหมูทั้งสามตัวนี้พึ่งโผล่ออกจากป่าทึบ แล้วเดินตรงไปที่แม่น้ำ
แม้พวกมันจะมองเห็นจ้าวหยางจื่อ ทว่าพวกมันก็ไม่เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังเดินตรงมาหาเขาอีกต่างหาก มองเขาราวกับอากาศธาตุ..
ด้วยความแปลกใจนี้เองจ้าวหยางจื่อก็คิดบางอย่างได้ ในยุคต้าถังถือเป็ยุครุ่งเรืองของพวกหมูก็ว่าได้ เพราะเนื้อหมูเป็เนื้อที่เหม็นฉุนอย่างมาก ผู้คนจึงไม่นิยมรับประทาน
ไม่สิ ผู้คนรังเกียจมันเข้าไส้เลยต่างหาก แม้แต่คนที่กำลังอดตายก็ไม่คิดจะกินเนื้อหมู แม้จะปรุงสุกวางอยู่ตรงหน้า
เหมือนอย่างจ้าวหยางจื่อและน้องๆ ถึงพวกเขาจะหิวโหยมากขนาดไหน แม้จะพบหมูอยู่หลายครั้งหลายคราก็ไม่ฆ่ามันเพื่อกินเลย
อย่างไรก็ตามจ้าวหยางจื่อก็ยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ เพราะเขาในตอนนี้มีวิธีทำให้เนื้อหมูไม่มีกลิ่นเหม็นได้ พลางเดินเข้าไปหาหมูสามตัวนั้นอย่างช้าๆ
ซึ่งหมูทั้งสามตัวนั้นก็ไม่เกรงกลัวจ้าวหยางจื่อทำร้ายเลย พวกมันไม่แม้จะระวังตัวเสียด้วยซ้ำ ถึงจะมองเห็นจ้าวหยางจื่อเดินตรงมาหาพวกมันก็ตาม พวกมันเชิดหน้าใส่อย่างเย่อหยิ่งเสียด้วยซ้ำ นับว่าอาจหาญใช้ได้
ทันใดนั้นจ้าวหยางจื่อก็เดินไปขวางหน้าพวกมันไว้! หมูสามตัวเมื่อโดนขวางทางก็เงยหน้าขึ้นมองจ้าวหยางจื่อพลันร้อง อู๊ด!! ออกมาหนึ่งทีอย่างไม่พอใจ แล้วก็ปลีกตัวเดินหลบ..
จ้าวหยางจื่อใช้จังหวะที่หมูเดินหลบเขาไปนั่นเองใช้มือััพวกมันแล้วนำไปเก็บในมิติย่อย
‘ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ร่ำรวย!ๆ ข้าร่ำรวยแล้ว!’
เมื่อเก็บหมูทั้งสามตัวได้สำเร็จ จ้าวหยางจื่อก็พึงพอใจอย่างมาก และรีบตามเข้าไปในมิติย่อย
พอพบเจอหมูทั้งสามตัวอีกครั้ง เขาก็ยิ้มขึ้นอย่างชั่วร้าย..
“หยุด! อย่าขยับ”
ด้วยอำนาจภายในมิติล้นเหลือ จ้าวหยางจื่อเพียงแค่คิดเขาก็สามารถหยุดยั้งหมูทั้งสามตัวนี้ได้แล้ว แม้พวกมัน้าจะขยับตัว พวกมันก็ไม่สามารถทำได้ราวกับมีบางอย่างที่มองไม่เห็นตรึงพวกมันไว้กับที่
ในเวลาต่อมาจ้าวหยางจื่อก็ไปนั่งบ่มเพาะใต้ต้นโพ..
..
หนึ่งชั่วยามผ่านไปจ้าวหยางจื่อก็ถูกขับออกจากมิติย่อยอีกครั้ง โชคดีที่ไม่มีผู้คน ถ้ามีคนพบเห็นว่าเขาปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันเขาก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
ส่วนความคืบหน้าการบ่มเพาะพลังปราณของเขานั้นก็ไม่คืบหน้ามากนัก สองวันมานี้เขาควบแน่นพลังปราณเก็บไว้ตรงท้องน้อยได้เพียงหนึ่งหยดน้ำเท่านั้นเอง กว่าจะถึงขนาดร้อยหยดได้ก็คงเป็เวลานาน..
อย่างไรก็ตามเส้นทางการบ่มเพาะก็เป็เช่นนี้ ่เริ่มต้นมักเป็เื่ยากเสมอ
จ้าวหยางจื่อไม่ปล่อยให้เสียเวลามากนัก เขาตรงไปที่ป่าทันที
พอก้าวเดินเข้าสู่ป่า จ้าวหยางจื่อก็ระมัดระวังตัวขึ้นมาก พลางจัดเตรียมธนูพร้อมยิงได้ทุกเมื่อ เพราะอันตรายในที่แห่งนี้มีอยู่ทุกที่
ครั้งนี้จ้าวหยางจื่อสำรวจอย่างรอบคอบ ค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าเมื่อเห็นว่าปลอดภัย
ทันทีที่จ้าวหยางจื่อเดินเข้าป่าไปได้ร้อยจั้ง เขาก็ได้ยินเสียงของกิ่งไม้หัก และบางครั้งก็ได้ยินเสียงของสัตว์เสียงเหยียบใบไม้แห้งเป็ระยะ..
ด้วยความสงสัยจ้าวหยางจื่อค่อยๆ เดินไปที่ต้นตอของเสียงอย่างเงียบเชียบ เผื่อว่าจะเป็สัตว์ที่เขาล่าได้
ไม่นานนักจ้าวหยางจื่อก็พบต้นเหตุของเสียง ปรากฏว่าเป็พังพอนกำลังสู้อยู่กับงูเห่า! เขาไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะมาเจอเื่ที่เกิดขึ้นได้ยากแบบนี้เข้า! ช่างน่าอัศจรรย์นัก!
อย่างไรจ้าวหยางจื่อก็ค่อยๆ ปลีกตัวออกห่าง เขาไม่อยากยุ่งกับสัตว์ที่มีพิษอย่างทั้งสองตัว..
เดี๋ยวก่อน! พิษ? พิษของพวกมันมีประโยชน์กับข้านี่!
คิดได้เช่นนั้นจ้าวหยางจื่อเดินกลับมาชมฉากต่อสู้กันของสัตว์ทั้งสองตัวอีกรอบ
ขณะที่เขาเข้าใกล้ที่เกิดเหตุ มองเห็นสัตว์สองตัวว่ายวนรอบกันและกัน งูเห่าสีเหลืองตัวนั้นชูคอแผ่แม่เบี้ยสูงตั้งตระหง่านอยู่เหนือพังพอน มันส่งเสียงข่มขู่อย่างโกรธเคืองและพร้อมโจมตีสัตว์สี่ขาคู่อริตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา
แม้ว่างูเห่าจะข่มขู่เ้าพังพอนก็ดูไม่สะทกสะท้าน มันเคลื่อนที่ไปรอบๆ ด้วยความว่องไวและแม่นยำ จ้าวหยางจื่อที่เฝ้าดูอยู่ก็ตกตะลึง
ทันใดนั้นงูเห่าเคลื่อนตัวพุ่งไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วดุจสายฟ้า หวังจะฝังเขี้ยวพิษใส่เ้าพังพอน
ทว่าเ้าพังพอนก็เบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดาย และใช้โอกาสนี้โจมตีสวนกลับ! เมื่อฉกพลาดงูเห่าก็ได้รับการลงโทษ ขณะนี้ฟันอันแหลมคมของเ้าพังพอนได้จมเข้าไปในเนื้อของหงูเห่าพร้อมกับปล่อยพิษในขณะเดียวกัน
เมื่อโดนเล่นงาน งูเห่าก็รีบถอยหนีไปในป่าอย่างตื่นตระหนก แต่พังพอนไม่ยอมให้เหยื่อของมันหนีไปง่ายๆ พลางติดตามงูเห่าไปอย่างห่างๆ
ผู้สังเกตการณ์จ้าวหยางจื่อก็ลอบติดตามไปเช่นกัน
พิษของพังพอนก็รุนแรงอย่างมาก ใช้เวลาเพียงสองก้านธูป(30นาที) งูเห่าตัวนั้นก็เชื้องช้าลงราวกับหอยทาก ไม่ต้องสงสัย อีกไม่นานมันก็จะตกเป็อาหารของพังพอนตัวน้อยอย่างแน่นอน
เห็นว่าเหยื่อแน่นิ่งหายใจติดขัด พังพอนก็ตรงไปหางูตัวนั้นอย่างยินดี สำหรับมันอาหารเย็นวันนี้เป็งูตัวใหญ่นั้นดีไม่น้อยเลย
ทว่าขณะที่พังพอนลดการระวังนั้นเอง ลูกธนูของจ้าวหยางจื่อได้พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด ก็ทะลุลำตัวของมันปักลงพื้น พังพอนตัวนั้นแน่นิ่งไม่ขัดขืนเพราะคิดว่าตัวเองไม่รอดเป็แน่แท้
ขณะเดียวกันจ้าวหยางจื่อก็เคลื่อนตัวไปที่สัตว์ทั้งสองตัว ก่อนที่จะััลำตัวของพวกมันแล้วนำไปเก็บไว้ในมิติย่อย
ทว่าเขาก็ไม่ปล่อยให้สองตัวนั่นตกตาย ใช้เพียงแค่ความคิด เขาก็ควบคุมน้ำพุวิเศษภายในมิติย่อยเคลื่อนตัวเข้าไปในปากของสัตว์สองตัวนี้..
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel