โต๊ะอาหารในเอ็นโดโปลิส
คฤหาสน์สไตล์นีโอ-ฟิวเจอร์ริสติกตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองหลวงเอ็นโดโปลิสผนังกระจกใสเผยให้เห็นทิวทัศน์ตึกสูงที่ส่องประกายแสงนีออนประดับฟ้าเมืองนี้คือหัวใจของเมกะโลเซีย แหล่งรวมทั้งอำนาจ การค้า และศูนย์เทคโนโลยีของโลก
บนโต๊ะอาหารยาวที่ประดับด้วยแสงไฟสีเงินจานอาหารเรียงรายราวกับงานศิลป์ร่วมสมัย แต่ส่วนใหญ่คือ “อาหารจำลอง”ที่สร้างจากโปรตีนสังเคราะห์และไบโอเจลสำหรับหล่อเลี้ยงระบบของสายพันธุ์ลูกผสมฮิวมาโนซอยด์กับริโบนอยด์ไม่จำเป็ต้องกินเพื่อยังชีพ แต่เพื่อคงภาพลักษณ์มนุษย์พวกเขายังรักษาประเพณีการร่วมโต๊ะอาหารเอาไว้
จูเลียน่านั่งอยู่ข้างพ่อแม่บรรยากาศไม่ใช่การกินอย่างเพลิดเพลิน หากแต่เป็การสนทนาเื่สำคัญพ่อของเธอเอ่ยขึ้นด้วยเสียงทุ้มห้วน
“ลูกก็รู้ว่าตระกูลอัลฟอนโซให้ความสนใจ—โดยเฉพาะปิเอโตร เขาเป็ H1 ชั้นสูง อนาคตมั่นคงถ้าได้แต่งงานก็จะเป็เกียรติแก่ครอบครัว”
แม่เสริมเสียงอ่อนแต่จริงจัง“เรามีสายเื H1+R2 จะผูกสัมพันธ์กับโฮโมเซเปียนไม่ได้หรอกมันต่ำเกินไปต่อเกียรติยศ ลูกเข้าใจใช่ไหม”
จูเลียน่าจับช้อนเบาๆ สะท้อนเงาไฟ เธอยกยิ้มบางที่ดูสุภาพแต่เ็า “หนูยังไม่อยากคิดเื่แต่งงานค่ะตอนนี้ยังอยากสอนหนังสืออยู่”
คำตอบนั้นทำให้พ่อกับแม่สบตากันเงียบไปชั่วครู่ แต่ในดวงตาของทั้งคู่ มีแววไม่พอใจที่ไม่อาจปกปิดได้
ความลับใต้ิั
คืนนั้นในห้องนอนจูเลียน่านั่งลงหน้ากระจก เธอเลื่อนแขนเสื้อขึ้น เผยผิวขาวเนียนไร้ตำหนิแต่เมื่อเธอเอื้อมมือกดที่รอยเล็ก ๆ ตรงต้นแขน กลไกก็สั่นเบา ๆ แผ่นิัเปิดออกเผยให้เห็นขั้วเชื่อมโลหะและเส้นใยเรืองแสงสีฟ้าอ่อน
เสียงหึ่งเบา ๆดังขึ้น เมื่อเธอถอดชิ้นส่วนพลังงานเสริมออกมาเปลี่ยนใหม่ เธอหายใจช้า ๆอย่างเป็ระบบ—แม้ไม่จำเป็ต่อการมีชีวิต แต่เป็การ “เลียนแบบ”ที่เธอเรียนรู้ั้แ่เด็ก เพื่อกลมกลืนกับมนุษย์
ในกระจกเธอเห็นภาพสะท้อนของหญิงสาวที่ครึ่งหนึ่งคืุ์ อีกครึ่งหนึ่งคือกลไกซับซ้อนหัวใจเธอหวิวเล็กน้อย
“ถ้าเขาเห็นในสิ่งที่ฉันเป็จริงๆ… เขาจะยังยิ้มให้ฉันอยู่ไหมนะ”
โรงงานกับความฝันเล็กๆ
เช้าวันถัดมาเรมิโอก้มหน้าทำงานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์เช่นเคย แสงไฟสว่างขาวนวลเย็นเยียบสายพานลำเลียงหมุนไม่หยุด พนักงานทุกคนถูกจับเวลาแทบทุกวินาทีค่าแรงรายวันน้อยนิดเหมือนเดิม
เขาฝันเพียงอยากมีบ้านเล็กๆ ที่พ้นจากสลัม ให้แม่แก่ ๆ ได้พักผ่อน ไม่ต้องทนกลิ่นควันและเสียงเครื่องจักรแต่ทุกครั้งที่มองบัญชีรายได้ ความฝันก็เหมือนเมฆบางที่เอื้อมไม่ถึง
อย่างไรก็ตามภาพรอยยิ้มของจูเลียน่าเมื่อคืนก่อนยังติดอยู่ในใจรอยยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกว่าตนไม่ใช่เพียงแรงงานตัวเล็ก ๆ ที่ไร้ค่า
การพบอีกครั้ง
เมื่อเลิกงานเรมิโอรีบกลับไปยังโกดังเก่าในสลัม เด็ก ๆ วิ่งมาหาเขาพร้อมเสียงหัวเราะและที่นั่น—จูเลียน่ายืนอยู่เช่นเคย
“คุณมาช่วยอีกแล้วสินะ”เธอยิ้มต้อนรับ
เรมิโอเก้อ ๆ“ก็แค่ไม่อยากให้เด็ก ๆ รอเก้อ…”
ระหว่างสอนหนังสือเขาเผลอมองมือเรียวบางของเธอ แต่ก็สังเกตเห็นรอยเล็กตรงต้นแขนที่ดูผิดปกติเหมือนมีร่องรอยของกลไกเรืองแสง เขาเบิกตากว้างเล็กน้อย แต่ไม่เอ่ยอะไรออกมา
ความลับที่เปิดเผย
หลังสอนเสร็จเด็ก ๆ แยกย้ายกลับบ้าน จูเลียน่าเก็บอุปกรณ์ เธอขยับแขนแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนมีอาการขัดข้อง เรมิโอรีบเข้ามาช่วยประคอง
“เป็อะไรหรือเปล่า”
เธอลังเลก่อนค่อย ๆ ดึงแขนเสื้อขึ้น เผยช่องกลไกที่เปิดอยู่ รอยแสงฟ้าอ่อนส่องออกมา
“บางครั้งระบบก็รวนต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนเล็กน้อยค่ะ” เธอพูดเสียงเบาเหมือนกลัวเขาจะรับไม่ได้
เรมิโอนิ่งไปหัวใจเต้นแรง—เขาไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้ใกล้ชิดมาก่อน ความจริงที่อยู่ต่อหน้าคือเธอไม่ใช่มนุษย์แท้
แต่แทนที่จะถอยห่างเขากลับเอ่ยช้า ๆ “ไม่ว่าจะเป็มนุษย์หรือไม่… สำหรับผม คุณก็คือคุณ”
ดวงตาของจูเลียน่าพราวระยับเธอยิ้มทั้งน้ำตา “คุณไม่รู้หรอกว่าคำพูดนี้มีค่ามากแค่ไหน”
เสียงสะท้อนจากครอบครัว
คืนนั้นหลังกลับถึงคฤหาสน์จูเลียน่านั่งเงียบอยู่ที่ห้องรับแขก แสงไฟสลัวสะท้อนบนผิวกระจกโปร่งใสพ่อของเธอก้าวเข้ามาช้า ๆ น้ำเสียงเ็า
“ลูกออกไปสอนเด็กสลัมอีกแล้วใช่ไหมเราบอกแล้วว่าพวกโฮโมเซเปียนไม่มีอนาคตการคลุกคลีกับพวกนั้นจะทำให้ชื่อเสียงครอบครัวมัวหมอง”
จูเลียน่ากำมือแน่นแต่พยายามพูดอย่างสุภาพ “หนูแค่…อยากช่วยพวกเขา ได้เห็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ของเด็ก ๆก็มีค่ามากกว่าคำสรรเสริญใด ๆ”
แม่ถอนหายใจ“ลูกยังไม่เข้าใจ พวกเราถูกสร้างมาเพื่อก้าวไปข้างหน้าไม่ใช่ถอยหลังไปอยู่กับสิ่งที่กำลังจะสูญพันธุ์”
คำพูดนั้นทิ่มแทงหัวใจแต่เธอกลับยิ่งแน่วแน่ขึ้นภาพเรมิโอที่ยื่นมือมาประคองแขนเมื่อครู่ย้อนมาในใจ—สายตาที่ไม่ได้มองเธอเป็สิ่งผิดแปลกแต่เป็ “คนหนึ่งคน” อย่างแท้จริง
ความฝันของแรงงาน
ในอีกฟากหนึ่งของเมืองเรมิโอนั่งอยู่ในห้องเช่ามืดทึบ กลิ่นสนิมและน้ำมันเครื่องคลุ้งรอบตัวเขาจ้องมือหยาบกร้านของตัวเอง คำพูดของจูเลียน่าดังก้องอยู่
“ไม่ว่าจะเป็มนุษย์หรือไม่…สำหรับผม คุณก็คือคุณ”
เขายิ้มบาง ๆทั้งที่น้ำตาคลอ เขาไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็อย่างไรแต่ในชีวิตที่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย นี่คือครั้งแรกที่หัวใจเขามีแสงสว่างจริงๆ
ปิดท้ายค่ำคืน
บนท้องฟ้าเอ็นโดโปลิสไฟนีออนสว่างไสวราวดวงดาวเทียม เรมิโอเดินส่งจูเลียน่ากลับไปถึงเขตสูงแม้จะมีรปภ.ตรวจตรา แต่เธอแอบพาเขาเข้าไปได้โดยใช้รหัสผ่านในฐานะครู
ก่อนจากเธอกระซิบเบา ๆ “โลกของเราต่างกันมาก…แต่ฉันอยากให้คุณอยู่ในโลกของฉัน”
เรมิโอหัวเราะเบาๆ “ผมไม่มีโลกไหนหรอก… นอกจากที่มีคุณอยู่”
เงามืดของตึกสูงและหุ่นตรวจการณ์ส่องไฟสีแดงเข้มกวาดผ่านแต่ในหัวใจของทั้งคู่ แสงเล็ก ๆ ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว
จบตอนที่ 2
( 2 ก.ย. 68 )