เข้าสู่ยามรัตติกาลลมโชยพัดผ่านต้นไม้ใบหญ้าไหวเป็นคลื่นตามสายลมเป็นระยะๆ
ตู้เซ่าฝู่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ในหุบเขาใช้วิธีฝึกฌานของเหยี่ยวยักษ์ปีกทองในการควบคุมลมปราณ บริเวณรอบๆ มีแสงทองจางๆห่อหุ้ม พลังปราณเคลื่อนไหวอยู่เบาๆ ดูแล้วน่าพิศวง
ช่องเขาจิตพิภพตั้งอยู่ที่เขตแดนของแนวเขาอสุรกายช่องเขาแต่ละชั้นตั้งอยู่ซ้อนกัน เนินผาชันสูงตระหง่านเมื่อยามฟ้าสางหรือโพล้เพล้จะมีหมอกหนาปกคลุมอยู่ทั่วทำให้วิสัยทัศน์ในการมองไม่ชัดเจน
ร่ำลือว่าช่องเขาจิตพิภพมีอสูรร้ายกาจยึดครองอาณาเขตอยู่ตลอด ดังนั้นนักล่าอสูรเองก็ไม่กล้าย่างกรายเข้าไปโดยสุ่มสี่สุ่มห้า
และช่วงนี้นอกช่องเขาจิตพิภพคนฝีมือฉกาจมากมายมารวมตัวกัน แต่ก็ยังไม่มีใครบุกเข้าไปในช่องเขาจิตพิภพเลย
ยามราตรีหนาวเย็นจนเกิดน้ำค้าง จันทราอันผ่องใสลอยประดับนภา
ในช่องเขาจิตพิภพมีกลิ่นอายของพลังคุกรุ่นฟุ้งอยู่แน่นหนา ให้ความรู้สึกขนลุกหวิวๆ แปลกๆ
บนแผ่นหินก้อนยักษ์ที่ตั้งอยู่ข้างนอกบริเวณช่องเขาจิตพิภพมีวัยรุ่นหญิงชายราวๆ สิบกว่าคนยืนอยู่ซึ่งพวกเขาก็คือศิษย์แห่งสำนักยันต์ปราณนั่นเอง
จูเสวี่ยกัวหมิง และเสิ่นเหยียน ทั้งสามคนยืนอยู่ตรงกลาง มองไปในทิศทางที่มีเงาของคนหลายสิบคนรวมตัวอยู่บนเนินเล็กๆห่างจากพวกเขาราวๆ หนึ่งร้อยเมตร จูเสวี่ยมีสีหน้านิ่งมุมริมฝีปากสีแดงเลือดฝาดขยับขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับกล่าวว่า “คนของสำนักอสรพิษสวรรค์ก็มากันแล้ว”
“ศิษย์พี่เสิ่นเหยียน ศิษย์น้องหลายคนของพวกเราถูกคนของสำนักอสรพิษสวรรค์ฆ่าตายต้องแก้แค้นให้กับพวกเขาให้ได้” กัวหมิงบอกกับเสิ่นเหยียน
เสิ่นเหยียนเองก็มองไปที่กลุ่มคนของสำนักอสรพิษสวรรค์สีหน้าเคร่งขรึม เอ่ยว่า “คนของสำนักอสรพิษสวรรค์กับกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวร่วมมือกันอยู่พวกเราลงมือกันตอนนี้ทำอะไรมากไม่ได้หรอก”
“เสิ่นเหยียน พวกเจ้ามากันไวจังนะ”
มีเงาของกลุ่มคนเดินเข้ามาเป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นอายุราวๆ สิบเจ็ดสิบแปดปีชายหนุ่มที่เดินนำหน้ากลุ่มสวมชุดดูผู้ดีเฉกเช่นคุณชายพร้อมกับเด็กหนุ่มอีกคนสวมชุดชายเสื้อสั้นที่ดูโดดเด่นกว่าคนอื่นในกลุ่มเดินตามขึ้นมาติดๆเขากระโดดที่ไปบนก้อนหินยักษ์ชายหนุ่มที่สวมชุดคุณชายจ้องจูเสวี่ยด้วยสายตาร้อนแรง
“หลินป๋อกวัง หวังหยวน พวกเจ้าเพิ่งมากันหรือ?”
เสิ่นเหยียนเห็นเข้าก็ก้าวเข้าไปข้างหน้า เมื่อเห็นหลินป๋อกวังจ้องจูเสวี่ยด้วยสายตาร้อนแรงก็รู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมาทางสีหน้า
ชายหนุ่มที่สวมชุดคุณชายไม่ได้สนใจในตัวเสิ่นเหยียนเลยทว่าชายหนุ่มที่สวมชุดชายเสื้อสั้นมองเสิ่นเหยียนพร้อมกับกล่าวว่า “เสิ่นเหยียนพวกเราตกลงกันไว้ก่อน สำนักกระเงี้ยวนิลของพวกข้าจะร่วมมือกับสำนักยันต์ปราณ จัดการลวี่คุนคนของสำนักอสรพิษสวรรค์ทว่าสุดท้ายยาวิเศษจะเป็นของใคร ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคนนั้นแล้ว”
“ไม่มีปัญหา” เสิ่นเหยียนพยักหน้า
“ไม่ทราบว่าศิษย์น้องคนนี้มีนามว่าอะไร ข้าชื่อหลินป๋อกวังมาทำความรู้จักกันหน่อยดีหรือไม่?” หลินป๋อกวังเดินเข้าไปหาจูเสวี่ยใช้สายตาสอดส่องทั่วร่างของจูเสวี่ย ท่าทางการมองราวกับมองเหยื่อ
จูเสวี่ยเหลือบมองหลินป๋อกวังสักครู่ด้วยสายตาเย็นชาไม่ต้อนรับ พร้อมกับเอ่ยไปว่า “ท่านสนใจเรื่องของตัวเองไปเถิด”
บทสนทนาสิ้นสุดจูเสวี่ยหันร่างเพรียวบางของนางไปทางช่องเขา เมินชายหนุ่มคนนั้นนางมิได้มีท่าทีสนใจหลินป๋อกวังเลยแม้แต่น้อย
“สาวมั่น แบบนี้ข้าชอบไม่ช้าก็เร็วเดี๋ยวเจ้าก็จะได้เป็นผู้หญิงของหลินป๋อกวังแน่นอน”
หลินป๋อกวังกระซิบข้างหูของจูเสวี่ยจากนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างชอบใจและสายตาเขาก็จับจ้องไปทางช่องเขาลึกเช่นกัน กล่าวว่า “ดูท่ายาวิเศษใกล้จะบ่มเสร็จใช้ได้แล้วไม่รู้ว่าสุดท้ายจะตกไปอยู่ในมือของใครว่ากันว่าในช่องเขาจิตพิภพมีอสูรจำนวนมากอาศัยและครองพื้นที่อยู่การครอบครองยาวิเศษ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
“สำนักยันต์ปราณของพวกข้าและสำนักกระเงี้ยวนิลของพวกเจ้าร่วมมือกันโอกาสที่ได้ก็มากขึ้นเยอะเลย” เสิ่นเหยียนกล่าวตอบสายตามองไปที่หลังของหลินป๋อกวัง พร้อมกับกลับแววตาที่ไม่พอใจได้อย่างแยบยล
บนเนินเขาลวี่คุนมองเห็นกลุ่มคน รวมถึงเสิ่นเหยียนและหลินป๋อกวังก็แสดงสีหน้าเคร่งขรึมออกมา เขากล่าวกับชายที่อยู่ข้างๆ ความสูงราวๆสองเมตรที่ตัวผอมบางดั่งซี่โครงเดินได้ว่า “หัวหน้ากลุ่มใหญ่ไม่เห็นเจ้าเด็กบ้าที่สังหารหัวหน้ากลุ่มสองและหัวหน้ากลุ่มสามอยู่กับพวกเขาทว่าเจ้าบ้านั่นมีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักยันต์ปราณอย่างแน่นอน”
“การตายของน้องรองและน้องสาม จะต้องมีคนชดใช้ข้าไม่สนว่าเจ้าบ้านั่นจะเกี่ยวข้องกับสำนักยันต์ปราณหรือไม่ จะอย่างไรข้าก็จะไม่ปล่อยไว้” โซ่วหู่มองอย่างเคียดแค้นนัยน์ตาสั่นเบาๆ
หนึ่งค่ำคืนผ่านไปเมื่อแสงแรกแห่งอรุณเก็บความมืดมิดไป แสงอ่อนๆ สาดส่อง ณ บริเวณช่องเขาสุดท้ายแสงตะวันก็จ้าไปทั่วท้องนภา
“โครม!”
ดวงตะวันที่เพิ่งลอยขึ้นฟ้าทางทิศบูรพาส่องแสงเจิดจ้าเป็นสีแสดกลิ่นอายของพลังเคลื่อนไหวและคุกรุ่นทั่วช่องเขาอีกครั้ง
“ยาวิเศษขั้นสูงได้ที่แล้ว รีบเข้าไปชิงเร็ว!”
เพียงเวลาอันสั้นนอกช่องเขาก็เกิดคลื่นพลังอันน่ากลัวระเบิดออกมามีเงาของคนจำนวนมากเหาะลอยและวิ่งเข้ามาด้านในช่องเขาเกิดเสียงลมพัดแรงปกคลุมทั่วฟ้าอย่างต่อเนื่องพัดพาหมอกในช่องเขายามใกล้รุ่งให้ฟุ้งหนายิ่งขึ้น
“ยาวิเศษได้ที่แล้ว ลงมือได้”
เสิ่นเหยียนหลินป๋อกวัง หวังหยวน กัวหมิง จูเสวี่ยและคนอื่นๆ ทุกคนรวบรวมพลังปราณห่อหุ้มร่างจากนั้นเคลื่อนไหวรวดเร็วดังลมกระโจนเข้าไปในช่องเขา
เงาผ่านแวบไปดั่งฟ้าแลบหมอกยังคงเหลืออยู่ เสิ่นเหยียน หลินป๋อกวัง หวังหยวน กัวหมิง จูเสวี่ยโซ่วหู่และคนอื่นๆ คนสามกลุ่มนี้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วที่สุดเข้าไปสู่บริเวณด้านในช่องเขาได้ก่อน สายตาต่างจับจ้องไปที่หินยักษ์ด้านบน
ในซอกเล็กๆในก้อนหิน มีสิ่งสิ่งหนึ่งความสูงราวๆ หนึ่งนิ้ว มันคือเห็ดหลินจือรูปร่างของมันดูพิลึก มีสีแดงฉาน ลักษณะคล้ายแขนของเด็กทารกมันกำลังเปล่งแสงสีแสดรับกับแสงอาทิตย์ยามเช้า มองดูแล้วแลกับมีชีวิตเคลื่อนไหวได้รอบๆ ตัวมันมีอักษรยันต์ไหลเวียนออกมา พลังแผ่ออกมาทั่ว สิ่งที่พบเห็นมองเห็นมันแล้วต่างตาจะเป็นประกายจากความน่าพิศวงของมัน
“เห็ดหลินจือโลหิตทารก มีฤทธิ์ทำให้ชีพจรลมปราณแกร่งกล้ายิ่งขึ้นเป็นส่วนผสมหลักของยาวิเศษชั้นเลิศ”
“เห็ดหลินจือโลหิตทารกเป็นสมบัติอันเลอค่าสำหรับผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหว”
สำนักกระเงี้ยวนิลสำนักยันต์ปราณ สำนักอสรพิษสวรรค์ทุกฝ่ายต่างตั้งท่าเตรียมเคลื่อนไหวต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากันสักครู่ แล้วก็บุกเข้าไปข้างหน้าเริ่มต่อสู้ฆ่าฟันกัน
คนของแต่ละฝ่ายต่างฮึกเหิมกระตือรือร้นกันอย่างมากในขณะนี้ในช่องเขาเกิดการปะทะเป็นสงครามเล็กๆ ที่วุ่นวาย เมื่อมีผู้ใดคิดจะเข้าใกล้เห็ดหลินจือโลหิตทารกก็จะมีคนของอีกฝ่ายรุดหน้าเข้าไปขัดขวางทันทีไม่มีใครแตะต้องเห็ดหลินจือโลหิตทารกแม้แต่คนเดียว
“แกว่ก!”
ทันใดนั้นเองก็เกิดเสียงร้องแผดเสียงเสียงดังของนก จากนั้นก็มีอสูรวิหคร่างยักษ์ราวๆสิบกว่าจั้งสิบตัวกระโจนเข้ามา พวกมันสยายปีกทั้งสองข้างปกคลุมบดบังท้องฟ้าง้างกรงเล็บและเตรียมจะงอยปากอันแหลมคมไว้จู่โจมจากนั้นก็พุ่งเข้าไปตะลุมบอนต่อสู้กับผู้คนกลุ่มนั้นมีหลายคนถูกโฉบจับตัวไปและพาเหาะขึ้นไปบนฟ้าแล้วฉีกร่างเป็นชิ้นๆหมอกกลายเป็นสีโลหิตจางๆ น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด
“โฮกๆ!”
ในเวลาต่อมาไม่นานก็มีเสียงคำรามของอสูรดุร้ายในช่องเขาฝึก จากนั้นก็มีอสูรนับร้อยตัวพุ่งออกมาอสูรที่วิ่งนำฝูงมีขนาดหลายจั้งร่างใหญ่มหึมา เขี้ยวเล็บแหลมคม ดูโหดร้ายเลือดเย็นพวกมันออกมาปุ๊บก็กระโจนเข้าไปกัดฉีกร่างของมนุษย์ มีหลายคนที่ถูกกัดบดขยี้เป็นชิ้นๆกระดูกแตกยับเยิน
“ไม่ได้การละ อสูรหลายตัวเองก็สนใจในเห็ดหลินจือโลหิตทารกแถมอสูรเหล่านี้ก็ร้ายกาจมาก”
ทุกคนที่กำลังต่อสู้ตะลุมบอนกันอยู่ต่างตกใจเริ่มถอยหลังเหล่าอสูรและปีศาจที่โหดเหี้ยมทำให้ตื่นเต้นหวาดกลัวจนแทบไม่หายใจไม่ออกไม่มีใครคาดคิดว่าอสูรที่ทั้งดุร้ายและเก่งกาจจะพากันออกมามากมายเช่นนี้
อสูรและปีศาจมากมายปรากฏตัวบุกฝ่าหมอกหนาเข้ามา ความร้ายกาจของมันเหนือล้ำจนไม่อาจพรรณนาได้นี่ไม่ใช่สิ่งที่แค่เพียงมีคนจำนวนมากก็จะสกัดป้องกันไว้ได้
เหล่าอสูรและปีศาจแผดเสียงขู่คำรามมีคนหลายคนถูกจับฉีกกระชากร่างเป็นๆ ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของความเจ็บปวดก้องไปทั่วช่องเขา
เสิ่นเหยียนจูเสวี่ย กัวหมิง หลินป๋อกวัง หวังหยวน และลวี่คุนเป็นต้น พวกเขารีบถอยทัพการปรากฏตัวของอสูรมากมายเช่นนี้ แม้เห็ดหลินจือโลหิตทารกจะอยู่ตรงหน้าแล้วพวกเขาก็ไม่กล้าฝืนรุกเข้าไปเสี่ยง
“หนีเร็ว”
มีเสียงคนร้องพยายามหนีเอาชีวิตรอดในขณะที่ถูกอสูรไล่โจมตีไปด้วย พละกำลังของพวกเขายังต่ำอยู่มากไม่สามารถป้องกันตัวได้แม้แต่นิดเดียว แต่ละคนสีหน้าซีดเผือดไม่มีใครคาดฝันอยากเห็นภาพฝูงอสูรร้ายมากมายกรูกันออกมาโจมตีอย่างบ้าระห่ำเช่นนี้
“ดูสิ นั่นใครกัน ไม่หวาดกลัวอสูรเลย”
ในขณะนั้นเองมีคนเหลือบไปเห็นเงาของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังก้าวเท้าสาวอย่างรวดเร็วขึ้นไปบนเขารอบกายของเขาเปล่งแสงสีทองอร่ามอ่อนๆเขาเดินยืดอกตัวตรงไปทางเห็ดหลินจือโลหิตทารกด้วยท่าทางสง่าผ่าเผยและดูไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อยผู้ที่พบเห็นตะลึงจนอ้าปากค้าง
“แอ๊ๆ!”
“แกว่กๆ!”
อสูรและปีศาจที่อยู่รอบๆแผดเสียงร้องขู่คำราม แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มคนนั้นตรงๆ ก็ถอยไปเองราวกับว่าเกรงกลัวอะไรบางอย่าง
“นั่นมัน สหายตู้เซ่าฝู่”
กัวหมิงมองตะลึงตาค้างจากนั้นสีหน้าก็ปีติเป็นอย่างมาก เมื่อพบว่าเด็กหนุ่มท่าทางสง่าคนนั้นคือตู้เซ่าฝู่
“นั่นมันเขานี่”
จูเสวี่ยเสิ่นเหยียน ลวี่คุน รวมถึงหลินป๋อกวัง หวังหยวนและคนอื่นๆ ต่างจำตู้เซ่าฝู่ได้ทุกคนมองกลับไปทางช่องเขา ต่างมองตาโตด้วยความตะลึง
บริเวณที่เด็กหนุ่มท่าทางสง่าผ่าเผยคนนั้นเดินผ่านอสูรที่อยู่ตรงนั้นก็จะถอยไปเองด้วยความเกรงกลัว แสงประกายสีทองอร่ามที่ปกคลุมเขาทำให้เขายิ่งดูน่าเกรงขามมากขึ้นท่าทางในตอนนี้ราวกับว่าเขาเป็นเจ้าแห่งขุนเขาราชาแห่งอสูรทั้งมวล
ที่ตู้เซ่าฝู่มาที่นี่เพราะได้ยินว่าจะมียาวิเศษเกิดขึ้น การฝึกวิชาร่างของเหยี่ยวยักษ์ปีกทองจำเป็นต้องใช้ยาวิเศษในการบ่มเพาะขนเทพตามหลักดังนั้นโอกาสแบบนี้เขาจะพลาดไปไม่ได้
ที่จริงตู้เซ่าฝู่มาถึงช่องเขาจิตพิภพนานแล้วและเห็นคนของสำนักยันต์ปราณและสำนักอสรพิษสวรรค์มาแต่ที่ไกลๆเพียงแต่ไม่ได้เปิดเผยตัว แอบอยู่ในความมืดรอจังหวะเข้าไปชิงยาวิเศษเพราะนี่ถึงจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
ในเทือกเขาอสุรกายแม้ตู้เซ่าฝู่ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร ว่าทำไมอสูรและปีศาจทั้งหลายจะกลัวเขาทว่าเขาตระหนักได้ว่าตนมีข้อได้เปรียบเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอสูรพวกมันทั่วไปหากเห็นเขามีลมปราณของเหยี่ยวยักษ์ปีกทองก็จะตกใจและเกรงกลัวดังนั้นตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีที่สุดที่จะลงมือ
ตู้เซ่าฝู่ที่มีแสงสีทองปกคลุมรอบกายมีพลังอำนาจเหนือกว่าสิ่งใดๆ ตรงนั้น ไม่มีอสูรตัวไหนที่ไม่กลัวและหลบให้เขาและแล้วเขาก็เดินเข้าไปถึงจุดที่ปรากฏเห็ดหลินจือโลหิตทารก
มันมีปราณไหลเวียนอย่างหนาแน่นตู้เซ่าฝู่เห็นแล้วก็มีสีหน้าดีใจขึ้นมา ยาวิเศษนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดาจริงๆหากเขากินมันแล้ว จะช่วยในการบ่มเพาะขนเทพสำหรับฝึกร่างอย่างมาก
“โฮก!”
ในขณะนั้นเองกลางท้องฟ้าก็เกิดคลื่นสั่นไหว มีเสือบินได้ร่างยักษ์ตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้นรูปร่างเหมือนราชาแห่งกิเลน มีปีกแข็งแรงสองข้าง กิริยาร้องคำรามเฉกเช่นเสือเมื่อสยายปีกความกว้างของปีกมีมากถึงราวๆ ยี่สิบจั้งมันจ้องตู้เซ่าฝู่ด้วยสายตาโหดเหี้ยมอำมหิตเลือดเย็นเห็นได้ชัดว่ามันอยากได้เห็ดหลินจือโลหิตทารก
“คุณพระช่วย อสูรราชาพยัคฆ์กิเลน ถือว่าเป็นราชาแห่งอสูรได้เลย”
“อสูรราชาพยัคฆ์กิเลน ต่อให้เป็นผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวก็ต่อต้านได้ยากปราณของมันแข็งแกร่งมากๆ”
ทุกคนบริเวณนั้นตกตะลึงเมื่อเห็นอสูรเสือตัวนั้นสยายปีกบินโฉบไปมาพวกเขากลัวจนหายใจติดขัดและสติแทบหลุดลอย
ตู้เซ่าฝู่แหงนหน้ามองอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนร่างยักษ์ที่อยู่บนฟ้าทันใดนั้นเอง แสงประกายของตัวของเขาก็จ้าออกมา เขารวบรวมพลังปราณมีอักษรยันต์ไหลท่วมท้นออกมาจากนั้นพลังก็พลุ่งพล่านออกมามากและรุนแรงดังน้ำป่าไหลหลากพลังแสงพุ่งทะยานไปสู่ฟ้า เกิดเป็นเงาที่คล้ายๆกับภาพอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองสยายปีกเบ่งอำนาจ
จากนั้นตู้เซ่าฝู่ก็ร้องคำรามเสียงดังว่า “เจ้าอสูรชั้นต่ำยังไม่ไสหัวไปอีก!”