บทที่159: เลือดมังกร
หลังจากจัดการเรื่องยาของเบสซีเรียบร้อยเฮรัคเดินทางกลับถึงปราสาทและเรียกชาตียามาพบทันที ตลอดสองวันที่ผ่านมาสภาวะจิตใจของนางเริ่มมั่นคงขึ้นมากเมื่อพบว่าเฮรัคไม่ได้มีท่าทีคุกคามหรือล่วงเกินอย่างที่นางหวาดกลัวประกอบกับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแมรี ทำให้นางเริ่มปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
ชาตียานั่งตัวตรงอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มมือน้อยๆ กำชายกระโปรงแน่นด้วยความประหม่าที่ยังหลงเหลืออยู่
"นั่งนิ่งๆ...ข้าแค่ต้องการตรวจสอบบางอย่าง" เฮรัคกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะที่ดวงตาของเขากลายเป็นประกายสีจางๆ
“เชนหลาน...เริ่มต้นสแกนโครงสร้างชีวภาพและวิเคราะห์ฐานข้อมูลมานาในร่างกายของชาติยาอย่างละเอียดอย่าให้ตกหล่นแม้แต่เซลล์เดียว”
“รับทราบ...กำลังวิเคราะห์โครงสร้างทางชีวภาพ... ชาตียา โอลเดอร์: พละกำลัง 3.5, ความว่องไว 4.7, ความทนทาน 4.1, พลังจิต 19.7... สรุปผล:พลังจิตอยู่ในระดับผู้ฝึกหัดจอมเวทชั้นสามโดยธรรมชาติ”เชนหลาน รายงาน
เฮรัคลอบตกใจกับตัวเลขที่ปรากฏ ‘พลังจิตของนางเทียบเท่าศิษย์พ่อมดชั้นสามไปแล้วอย่างนั้นหรือ?’เขามองสบตานางแล้วเอ่ยถาม
“เจ้าฝึกฝนพลังจิตอย่างไร?”
“พวกเราเรียนรู้ศาสตร์มนตราจากเหล่าผู้อาวุโสค่ะ”นางตอบตามตรง
“แล้วระดับพลังจิตล่ะ? เจ้ามีวิธีทำสมาธิแบบเฉพาะตัวหรือไม่?”
ชาตียานิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า
“พวกเราไม่มีวิธีกระตุ้นพลังจิตเป็นพิเศษค่ะพลังเหล่านี้จะเพิ่มพูนขึ้นเองตามกาลเวลาและอายุขัย”
เฮรัคเข้าใจได้ทันทีนี่คือความแตกต่างที่น่าอิจฉาระหว่างมนุษย์และเอลฟ์ในขณะที่มนุษย์ต้องตรากตรำฝึกฝนแทบตายในทุกวันแต่สายเลือดแห่งพงไพรกลับเติบโตได้เองตามธรรมชาติ
“แล้วเจ้าถนัดเวทมนตร์บทไหน?”
ชาตียารีบยกมือขึ้นทำท่าประกอบคำพูดเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตน
“ข้าควบคุมธาตุธรรมชาติได้ค่ะโดยเฉพาะเวทพืชพันธุ์ ข้าช่วยให้พืชโตเร็วขึ้นได้ ข้าเห็นว่าท่านปลูกพืชสมุนไพรไว้มากมายข้าสามารถช่วยท่านได้นะคะ”
นางพยายามนำเสนอความสามารถอย่างเต็มที่เพราะรู้ดีว่าในโลกที่โหดร้ายความงามเพียงอย่างเดียวไม่อาจเป็นเกราะคุ้มภัยได้ตลอดไป หากนางไร้ประโยชน์นางอาจถูกทอดทิ้งอีกครั้ง แต่เฮรัคกลับส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่...เจ้าห้ามใช้เวทมนตร์ต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด”
“ทะ... ทำไมล่ะคะ?” สีหน้าของนางซีดลงทันที
“เพราะเจ้าคือเอลฟ์ราชวงศ์”เฮรัคกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“โครงสร้างเวทมนต์ของเจ้าแตกต่างจากเอลฟ์ทั่วไปอย่าประเมินความรู้ของพวกพ่อมดต่ำไป หากใครสังเกตเห็นความผิดปกติเข้าไม่ใช่แค่ข้าที่จะเดือดร้อน แต่ตัวเจ้าเองนั่นแหละที่จะเป็นอันตรายที่สุด”
ชาตียาพยักหน้าอย่างจดจำแม้แววตาจะฉายความผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่อาจช่วยงานเขาในสวนได้เฮรัคจึงหยิบหนังสือเล่มหนึ่งวางลงตรงหน้านาง
“แทนที่จะไปตากแดดในสวนเรียนสิ่งนี้ก่อนเถอะ”
นางพลิกดูหน้ากระดาษพลางขมวดคิ้ว“นี่คือ...”
“ภาษาสเวียร์ เป็นภาษากลางของดินแดนนี้เจ้าต้องเรียนรู้ให้เร็วที่สุดเพื่อความสะดวกในการสื่อสาร”
“ข้าจะตั้งใจเรียนค่ะ!”นางตอบรับอย่างหนักแน่น
เฮรัคจึงเริ่มสวมบทอาจารย์ถ่ายทอดไวยากรณ์และพื้นฐานภาษาให้นางด้วยตนเองและเขาก็ต้องทึ่งอีกครั้งเมื่อพบว่าสติปัญญาของเอลฟ์ราชวงศ์นั้นเข้าขั้นอัจฉริยะนางเรียนรู้เร็วเสียจนเขานึกว่านางมีชิปคอมพิวเตอร์เหมือนเขาฝังอยู่ในสมองเพียงหนึ่งชั่วโมงผ่านไป นางก็เริ่มโต้ตอบประโยคพื้นฐานได้อย่างคล่องแคล่ว
“ดีมาก”เฮรัคเผลอเอื้อมมือไปลูบศีรษะนางเบาๆ ด้วยความเอ็นดูชาตียาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะขัดเขินจนใบหน้าแดงขึ้น
เขาหยิบหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรและการปรุงยาวางทับลงไปอีก
“หลังจากเข้าใจภาษาแล้วศึกษาเล่มพวกนี้ต่อ ต่อไปเจ้าต้องช่วยข้าในห้องปรุงยา และอีกเรื่อง...ในอนาคตข้าอาจต้องขอแบ่งเลือดของเจ้ามาเพื่อใช้ในการวิจัยสายเลือดด้วย”
“ได้ค่ะท่านเฮรัค”นางกอดหนังสือแนบอกด้วยความเต็มใจ
เมื่อจัดสรรหน้าที่และกำชับเรื่องความปลอดภัยให้ชาติยาเสร็จสิ้นเฮรัคก็ปลีกตัวเข้าสู่ห้องทดลองส่วนตัวที่ปิดสนิทเขาหยิบหลอดแก้วบรรจุเลือดมังกรยักษ์ระดับสองออกมาแสงสีแดงเข้มที่หมุนวนอยู่ในหลอดดูราวกับเปลวเพลิงที่กำลังเต้นระบำ
"ถึงเวลาแล้ว..."
เฮรัคพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยจากความตื่นเต้นเขาค่อยๆ วางหลอดแก้วลงบนแท่นอาคม ก่อนจะสั่งการผ่านกระแสจิตอย่างรวดเร็ว
“เชนหลาน...เริ่มกระบวนการสกัดแยกองค์ประกอบสายเลือดมังกรยักษ์ระดับสองกำจัดสิ่งเจือปนและสกัดให้เหลือเพียงแก่นแท้บริสุทธิ์ที่สุด!”
“รับทราบ...กำลังเปิดใช้งานสนามพลังวิเคราะห์... เริ่มการสกัดแยกมานาส่วนเกิน...
กระบวนการเสร็จสิ้นร้อยละ 100พร้อมสำหรับการผสานร่าง”
สิ้นเสียงรายงานของเชนหลานเฮรัคไม่รอช้าที่จะกระตุ้นการทำงานของ มหานภามืดมิด ในกายทันทีเงาของแผ่นศิลาโบราณที่สลักรูนลับประหลาดพลันปรากฏขึ้นเบื้องหลังแผ่กลิ่นอายกดดันมหาศาลที่สยบทุกสรรพสิ่งในห้องทดลองให้เงียบงัน
เฮรัคเริ่มกระบวนการดูดซับแก่นพลังสายเลือดจากแก่นแท้โลหิตเข้าสู่ร่างกายโดยตรงในวินาทีนั้นความร้อนมหาศาลพลุ่งพล่านไปตามเส้นเลือดราวกับลาวาที่กำลังไหลรินลวกอวัยวะภายในผิวหนังของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำจนดูน่ากลัวเส้นเลือดตามขมับปูดโปนขยับเขยื้อนประดุจสิ่งมีชีวิตที่กำลังคลั่ง
เขาขบกรามแน่นเพื่อทนรับความทรมานจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างระดับเซลล์จนกระทั่งเมื่อกระแสพลังกลืนกินโดยมหานภามืดมิด ความร้อนระอุก็เริ่มมอดดับลง
“กระบวนการผสานสายเลือดมังกรเสร็จสิ้น...กำลังประเมินผลลัพธ์ผ่าน ชิปพันธุกรรม... สถานะปัจจุบัน:พละกำลัง +4.8, ความว่องไว +4.6, ความทนทาน+5.1... ตรวจพบการได้รับพรสวรรค์ใหม่:ความต้านทานเปลวไฟระดับสูง และ การควบคุมภาษามังกร”
เชนหลาน แจ้งเตือน
เฮรัคลืมตาขึ้นช้าๆแววตาประกายกร้าวด้วยความแข็งแกร่งที่พุ่งทะยานขึ้นจนสัมผัสได้ทั่วร่าง
ทว่าสิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าพละกำลังคือความรู้แจ้งใน ภาษามังกร ที่ถาโถมเข้ามาจากเดิมที่เขาเคยเข้าใจมันเพียงผิวเผินระดับพื้นฐานบัดนี้เขากลับเข้าถึงแก่นแท้และตีความทุุกอักขระได้อย่างทะลุปรุโปร่งราวกับว่าถ้อยคำอันทรงอำนาจเหล่านั้นคือภาษาแม่ที่ฝังลึกลงในจิตวิญญาณมาตั้งแต่ถือกำเนิด