“ทำไม...ทำไม ท่านถึงได้ประณามดิฉันรุนแรงขนาดนั้นล่ะเ้าคะทำไม...ท่านถึงดูถูกดิฉันได้ถึงขนาดนั้น?”
“หล่อนน่าจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่า...ขอทานย่อมไม่มีทางเลือกอยู่บ้างใช่ไหม...ในเมื่อเราก็เห็นๆกันอยู่ว่า ในที่สุดแล้ว หล่อนก็จะต้องแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีนั้นเพียงอย่างเดียว...แต่ขณะนี้หล่อนก็ยังยืนยันว่ามันไม่ใช่วิธีที่อยู่ในความคิดของตัวเอง...ซึ่งตามความเห็นของฉันแล้วมันก็เป็วิธีเดียวที่หล่อนจะหาเงินก้อนใหญ่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว...ฉันเองก็ไม่อยากเห็นหนี้สูญเอาเป็ว่าหล่อนไปขอความช่วยเหลือที่อื่นก็แล้วกัน”
“ท่าน...ท่านคงไม่...ไม่ใจร้ายขนาดนั้น...”
หางเสียงของเอรีน่าบอกความสิ้นหวัง
“ฉันหมายความตามที่พูดทุกตัวอักษรเลย...จริงๆแล้วหล่อนไม่มีสิทธิ์ที่จะเหยียบเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้วก็มาขอร้องให้ฉันช่วยเหลือผู้หญิงที่ไม่สมควรจะลวงล่อน้องสามีฉันไปั้แ่แรกเสียด้วยซ้ำ...แม่หล่อนไม่ใช่บุคคลที่ฉันจะต้องยื่นมือเข้าไปร่วมรับผิดชอบกับหล่อนด้วย”
“โอ...คุณหญิงเ้าขา...ได้โปรดเถอะนะเ้าคะ...ได้โปรดพยายามเข้าใจดิฉันหน่อย...ดิฉันก็ได้กราบเรียนคุณหญิงไปแล้วว่าเวลานี้ดิฉันจนปัญญาจริงๆไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร...ดิฉันเชื่อมั่นอย่างที่สุดเลยนะเ้าคะ ว่าถ้าท่านเซอร์โรเบิร์ตยังมีชีวิตอยู่ท่านจะต้องให้ความช่วยเหลือมาม่าแน่เลยเ้าค่ะ”
เอรีน่าสะอื้นเบาๆ เมื่อกล่าวต่อ
“ตอนที่ท่านพูดกับดิฉันวันฝังศพพ่อ...ดิฉันก็รู้ได้เลยเ้าค่ะ...ว่าถึงแม้ท่านทั้งสองจะมีความขัดแย้งกันอยู่...แต่จริงๆแล้วเซอร์โรเบิร์ตรักพ่อของดิฉันมากนะเ้าคะ”
“นี่...ฉันจะพูดให้หล่อนได้รับรู้ไว้นะว่าถ้าสามีฉันจะโง่เที่ยวสงสารใครต่อใครถึงขนาดนั้นมันก็เื่ของเขาแต่ไม่ใช่ฉันแน่”
โอลีฟกระแทกเสียงใส่
“เอาละ...ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับหล่อนอีกต่อไปแล้วเชิญหล่อนกลับไปหาแม่ของหล่อนเถอะ ถ้าไม่สบายมากนักก็ส่งเข้าโรงพยาบาลเสียสิ...”
“ถึงแม้จะมีเตียงว่างโรงพยาบาลของรัฐบาล...”
เอรีน่าพูดด้วยเสียงแหบพร่า
“ดิฉันก็คงไม่ยอมส่งแม่เข้าไปหรอกค่ะเพราะการทำอย่างนั้นเท่ากับฆ่าแม่ให้ตายทั้งเป็...ท่านไม่รู้หรอกว่าโรงพยาบาลนั่นน่ะมันสกปรกขนาดไหนเชื้อโรคแพร่กระจายไปทั่ว...แถมหมอก็ยังไม่มีความสามารถ...”
“ทั้งหมดที่หล่อนพูดมานี่ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันทั้งสิ้น”
โอลีฟขัดขึ้นก่อนที่หญิงสาวจะพูดจบ
“เชิญหล่อนกลับไปได้แล้วและจงอย่าได้กลับมาที่นี่อีกถ้าแม่ของหล่อนจะเกิดตายขึ้นมามันก็เป็ความผิดของเขาเองจะไปตำหนิว่าใครเขาไม่ให้ความช่วยเหลือไม่ได้นี่ละกรรมที่แม่ของหล่อนเคยทำไว้ในอดีต รู้ไว้เสียด้วย”
“ทำไม...ทำไม คุณหญิงถึงใช้คำพูดโหดร้ายอย่างนี้...?”
เอรีน่าร้อง
“ความผิดของแม่ดิฉันมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือที่ท่านรักปาป้า...ซึ่งก็เช่นเดียวกับที่ปาป้ารักท่าน...รักจนไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะสำคัญยิ่งกว่าอีกแล้ว...”
“อย่างนั้นเรอะ...น่าแปลกนะ ที่มาถึงวันนี้หล่อนกลับเห็นว่าเงินกลายเป็สิ่งสำคัญกว่า...”
โอลีฟเยาะให้“เอาละ...ฉันจะช่วยหวังอีกคนว่าหล่อนจะหาเงินจำนวนนั้นได้แต่เห็นจะไม่ใช่จากฉันแน่”
ลอร์ด อลิสแตร์ได้ยินเสียงเอรีน่าร้องออกมาดังลั่นและตามมาด้วยเสียงสะอื้นให้...
“นี่ พาตัวผู้หญิงคนนี้ออกไปให้พ้นจากบ้านฉันได้แล้ว แล้วก็คอยดูด้วยอย่าให้กลับมาเพ่นพ่านแถวนี้อีกฉันจะขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ถ้าลอร์ด อลิสแตร์ มาละก็ขึ้นไปบอกให้ฉันรู้ด้วย”
“แต่ คุณหญิงขอรับ...”
เบทสันไม่ทันพูดให้จบประโยคก็พอดีกับที่มีเสียงของหนักๆ ตกลงกระทบพื้นเหมือนใครเป็ลมล้มลง ลอร์ด อลิสแตร์ ได้ยินเสียงเขาร้องอุทานออกมาด้วยความใ
โดยไม่ทันคิดว่าตนเองเสียมารยาทที่เข้ามาแอบฟังอยู่ในห้องนี้จนได้ยินทุกประโยคคำพูดที่โอลีฟกับหญิงสาวตอบโต้กันอยู่ลอร์ด อลิสแตร์ผลักประตูบานพับที่กั้นระหว่างห้องให้เปิดออกและวิ่งเข้าไปในห้องรับแขก
โอลีฟหายตัวออกไปจากห้องแล้ว มีเพียงร่างแบบบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่นอนอยู่บนพื้นห้องขณะที่เบทสันกำลังก้มมองอยู่ด้วยความห่วงใย
พอลอร์ด อลิสแตร์ เข้าไปถึงตัว หญิงสาวผู้นั้นก็ปรือเปลือกตาขึ้นเสียงที่เธอเปล่งออกมานั้นราวจะขออภัยอยู่ในที่...
“ไปเอาบรั่นดีมา”
ลอร์ด อลิสแตร์ออกคำสั่งกับเบทสัน ซึ่งหัวหน้าคนรับใช้ของโอลีฟก็รีบปฏิบัติตามทันที
“ลอร์ด อลิสแตร์ คุกเข่าลงข้างตัวเอรีน่าบีเวอลี่ย์สังเกตเห็นเรือนร่างที่แบบบาง แก้มตอบซูบซีดเหมือนคนขาดอาหารเขาบอกกับตัวเองว่า ที่เธอเป็ลมล้มลงเช่นนี้น่าจะเป็เพราะความหิวมากกว่าจะเพราะความสิ้นหวังที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือทั้งที่บากหน้ามา”
ดวงตากลมโตคู่นั้นจดจ้องมองหน้าเขาอยู่ดวงตาของเธอไม่ใช่สีฟ้าแต่เป็สีเขียวอ่อนราวสีน้ำในลำธารวู้ด สตรีมจมูกโด่งเป็สันงดงามแบบผู้ที่มีสายเืขุนนางหรือพระราชวงศ์ส่วนริมฝีปากนั้นแม้จะค่อนข้างบางแต่ก็เรียวโค้งได้รูป เพียงแต่เผือดซีดมากซึ่งน่าจะเกิดจากการที่ไม่ได้รับประทานอาหารที่ดีมีคุณค่าอย่างเพียงพอมากกว่า
“ดิฉัน...ดิฉัน...ขอโทษค่ะ”
เขาแทบไม่ได้ยินเสียงที่เธอเปล่งคำพูดประโยคนั้นออกมา
“ไม่เป็ไรหรอก...”
เขาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“นอนนิ่งๆ อยู่ก่อนเดี๋ยวคนรับใช้จะเอาอะไรบางอย่างมาให้ดื่ม”
“ดิฉัน...คงต้องไป...ก่อนค่ะ”
“เดี๋ยวเดียวเท่านั้น ไม่ได้เสียเวลาอะไรเลย”
ขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้นก็พอตีกับที่เบทสันรีบรุดเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับบรั่นดีในแก้วใบเล็กลอร์ด อลิสแตร์รับแก้วมาจากมือเขา ช้อนศีรษะเอรีน่าขึ้นเอาแก้วจรดลงตรงริมฝีปาก
เธอจิบบรั่นดีเพียงเล็กน้อยเนื้อตัวสั่นระริกเมื่อมันลวกร้อนขณะลามไหลลงในลำคอ
“ไม่...พอแล้วค่ะ”
เธอรีบปฏิเสธ
“ดื่มอีกนิดเถอะ มันจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น”
ลอร์ด อลิสแตร์ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
และราวกับเธอเองก็สิ้นเรี่ยวแรงที่จะโต้แย้งจึงยอมปฏิบัติตามคำสั่งของเขาแต่โดยดี เพียงครู่สีเืก็ซ่านขึ้นบนนวลหน้า
“ดิฉัน...ต้องขอประทานโทษค่ะที่ทำอะไรโง่ๆ ลงไป”
น้ำเสียงของเธอแฝงความตื่นกลัว หวาดวิตกปนลังเลอย่างเห็นได้ชัด
“ผมเข้าใจดี”
ลอร์ด อลิสแตร์ ตอบ
“เมื่อครู่นี้คุณซ็อกไปเดี๋ยวผมจะเรียกรถม้าให้ไปส่งคุณกลับบ้าน”
“โอ...อย่าเลยค่ะ...เราไม่มีเงินมากพอที่จะเสียค่ารถหรอก”
เอรีน่ารีบปฏิเสธทันที
“คุณไม่ต้องเสียค่าเช่าอะไรทั้งนั้น...มา...ผมจะช่วยพยุงคุณขึ้น”
เขารู้ว่าบรั่นดีกำลังทำงานของมันอย่างได้ผลเขาพยุงร่างเอรีน่าให้ลุกขึ้นยืนเนื้อตัวเธอช่างเบาเสียเหลือเกินแต่เขาก็ยังสังเกตเห็นอยู่ว่าแม้เธอจะดูตัวเล็กตอนที่นอนอยู่บนพื้นแต่เมื่อยืนขึ้นเธอกลับมีเรือนร่างที่ค่อนข้างสูง
อย่างไรก็ตาม เธอยังทรงกายได้ไม่ดีนัก ลอร์ด อลิสแตร์ต้องช่วยพยุงไว้ขณะที่เธอเริ่มก้าวเดิน
“ไปเรียกรถม้าให้คันสิ...”
ลอร์ด อลิสแตร์ ออกคำสั่งเสียงเข้มเบทสันรีบวิ่งไปสั่งคนรับใช้ให้ตามรถม้าโดยด่วน และเมื่อลอร์ด อลิสแตร์พยุงเอรีน่าออกมาถึงบันไดด้านนอก รถม้าก็วิ่งเข้ามาจอดเพียบพอดี
“ขอบคุณท่านมากค่ะ...ท่านช่างใจดีมีเมตตาต่อดิฉันเหลือกัน...”
“ผมอยากทราบที่อยู่ของคุณด้วย”
ลอร์ด อลิสแตร์ กล่าว
“เพราะผมจะต้องบอกคนขับว่าให้ไปส่งคุณที่ไหนและในตอนบ่ายวันนี้ผมจะจัดส่งอาหารและสิ่งของที่จำเป็ไปให้คุณแม่ของคุณด้วย”
“โอ...ไม่ต้องค่ะ...ไม่ต้อง...กรุณาอย่าลำบากเพราะดิฉันเลยค่ะ”
“มันเป็อะไรบางอย่างที่ผมมีความตั้งใจจริงที่จะทำ”
ลอร์ด อลิสแตร์ พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หน้าที่คุณก็เพียงแค่บอกตำบลที่อยู่ให้ผมทราบเท่านั้น”
“มันเป็แค่ห้องเช่าอยู่ที่บลูมสเบอรี่สแควร์ค่ะ...เป็ห้องเล็กๆ...ที่เราพอเช่าเขาอยู่ได้...แต่ว่า...พรุ่งนี้เราก็ต้องไปจากที่นั่นแล้ว”
“ห้องของคุณเลขที่เท่าไหร่...?”
“เลขที่ยี่สิบเจ็ดค่ะ...เอ้อ...ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ท่านเมตตาต่อดิฉันมากเหลือเกิน”
เอรีน่ายื่นมือมาให้เขาัั และเนื่องจากเธอไม่ได้สวมถุงมือไว้ลอร์ด อลิสแตร์ จึงได้ััฝ่ามือเรียวบางที่เย็นเฉียบ
เขาหันไปสั่งคนขับรถพร้อมทั้งชำระค่าโดยสารล่วงหน้าให้เป็ที่เรียบร้อยก่อนที่รถม้าคันนั้นจะเคลื่อนออกจากที่