(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 95 เพียงแค่หนึ่งการโจมตีเท่านั้น

            การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของทันย่าได้ทำให้ทั้งสามและโรซาเลียต้องดวงตาเบิกกว้าง


            พวกเขาทั้งสี่ไม่เคยเห็นพลังแบบนี้มาก่อนเลยซักนิด ทำให้จิตใจของทุกคนต่างเต้นระรัวขึ้น


            เพราะช่วงเวลาที่ทันย่าได้ออกไปอาละวาดยังเมืองของมนุษย์ สมาพันธ์โลกและทุกคนต่างก็ได้เห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ แม้แต่ผู้แข็งแกร่งที่ทรงพลังมากมายก็คิดว่านั้นอาจเป็นพลังที่แท้จริงของเขา การย่อขยายร่างกายได้อย่างอิสระ


            ทว่าสิ่งเหล่านั้นมันไม่ใช่เลยซักนิด


            “นี่มันอะไรกัน พลังของเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดคิดเอาไว้มาก!”


            ชิงหลงตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่ดวงตาสีทองของเขาเบิกกว้าง


            “ท่านเร่งการเผาผลาญยีนส์พันธุกรรมภายในร่างกาย!”


            “กระบวนการที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นเทคนิคการต่อสู้ลับ!”


            แบคโฮเอ่ยขึ้นเสียงเบา ขณะที่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ทันย่าด้วยความประหลาดใจ


            ทันย่ามองพวกเขาด้วยสายตาเยือกเย็น ดวงตาสีแดงฉานของเขาส่องประกายราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนในรัตติกาล เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังอันรุนแรงทำให้บรรยากาศรอบข้างสั่นสะเทือน ขณะที่เขาเตรียมพุ่งเข้าโจมตี


            ทันใดนั้นทันย่าก็พุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วที่น่าตกใจ ประหนึ่งเป็นแสงวาบเลยก็ว่าได้


            “โฮกกกกกกกกกกกก!”


            ร่างกายของเขาเปล่งแสงสีทองสว่างไสว ทุกการเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วจนไม่สามารถติดตามได้ด้วยสายตา


            “เร็วมาก—?!!”


            ชิงหลง ฮยุนมู และแบคโฮพยายามตั้งการ์ดเพื่อป้องกันตัว แต่พวกเขาไม่ทันได้ตอบโต้การโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงของทันย่า


            “เปรี๊ยง!”


            กรงเล็บขนาดมหึมาของทันย่าโจมตีเข้าใส่ชิงหลงเป็นคนแรก แรงปะทะนั้นรุนแรงพอที่จะทำให้ร่างของชิงหลงกระเด็นปลิวไปกลางอากาศ


            “พรวด—!!”


            เลือดไหลออกมาจากปากของเขา พร้อมกับเกราะคริสตัลเหลวที่เคยปกป้องร่างกายเองก็ถูกทำลายไปในทันที


            “มะ..ไม่น่าเชื่อ! นี่มันพลังบ้าอะไรกัน!”


            ชิงหลงบ่นพึมพำออกมาอย่างเจ็บปวด ขณะที่ร่างของเขากระแทกลงกับพื้นดินอย่างรุนแรง ทิ้งรอยแตกขนาดใหญ่ไว้เหมือนหลุมลึก


            “ไม่ได้การ ตาแก่นั้นเสร็จเขาไปแล้ว!”


            ฮยุนมูเห็นชิงหลงถูกโจมตีก็หน้าซีดเผือด เขากัดฟันแน่นและพยายามเร่งยีนพันธุกรรมของตน พร้อมพุ่งเข้าไปหาทันย่าด้วยพลังทั้งหมด


            “ปัง!”


            แต่วิชาดาบแสงและกฎต้นกำเนิดแห่งลมของเขาก็ถูกกรงเล็บของทันย่าฟาดใส่จนเกิดเสียงดังสนั่น ดาบของเขาถูกตีกระเด็นออกไปจากมือ แรงปะทะทำให้ร่างของฮยุนมูปลิวไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ในป่าจนต้นไม้นั้นหักโค่นลง พังราบเป็นหน้ากลอง ประหนึ่งเกิดภัยพิบัติทำลายล้าง


            “อึก! ความแข็งแกร่งของเขาเกินกว่าที่ผมคาดไว้มาก!”


            ฮยุนมูครวญครางออกมา ขณะที่เขาเองก็พยายามจะลุกขึ้น แต่ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลสาหัสทั่วทุกหนแห่งเลยก็ว่าได้


            แบคโฮที่เหลืออยู่เป็นคนสุดท้ายรู้ตัวว่าการต่อสู้ครั้งนี้กำลังหลุดมือไป เขาพยายามใช้พลังจิตของเขาเพื่อควบคุมกรงจักรใหม่อีกสองอัน(เอามาจากไหน?)


            แต่ทันย่าไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ใช้พลัง ร่างสีดำทมิฬขนาดใหญ่พุ่งเข้ามาใกล้แบคโฮด้วยความรวดเร็วที่เกินกว่าที่เขาจะตอบสนองทัน


            “เปรี๊ยง!”


            กรงเล็บของทันย่าฟาดเข้าใส่ร่างของแบคโฮอย่างแรง จนร่างของเขาถูกส่งปลิวกระเด็นไปไกล


            พลังจิตที่เคยแข็งแกร่งถูกทำลายลงในพริบตา ร่างของแบคโฮกระแทกกับพื้นดินอย่างแรงจนผืนป่ารอบๆถูกทำลายลง ต้นไม้และก้อนหินใหญ่ถูกซัดกระเด็นไปทุกทิศทาง สร้างความเสียหายรุนแรงแก่พื้นที่รอบข้าง


            เมื่อฝุ่นควันที่เกิดจากการต่อสู้สงบลง ทันย่ายืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของป่าที่ถูกทำลาย


            ร่างกายของเขายังคงเปล่งประกายด้วยแสงสีทองอันทรงพลัง เขายืนสง่างามราวกับเทพเจ้าที่ไม่อาจโค่นล้มได้ ขณะที่ชิงหลง ฮยุน มู และแบคโฮนอนอยู่ท่ามกลางซากพังของการต่อสู้


            ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยบาดแผลและความเจ็บปวด ทุกคนได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีที่รุนแรงของทันย่า


            “ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมีพลังขนาดนี้... ”


            ชิงหลงบ่นพึมพำ ขณะที่เขาพยายามลุกขึ้น แต่ก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ลามไปทั่วร่างกาย


            “แม้แต่ผมเองก็ไม่เคยเห็นพลังเช่นนี้”


            “ระดับเดียวกับซวนหยวนหรือหยางจินเหิน? ไม่ใช่ซิ มันยังขาดอะไรไปอย่างนึง”


            “ต่อให้เวลานี้ท่านทันย่าจะแข็งแกร่ง แต่คงไม่อาจต่อกรกับทั้งสองคนนั้นได้อยู่!”


            ฮยุนมูที่นอนอยู่บนพื้นได้พยายามหายใจให้สงบ เขามองไปที่ร่างของทันย่าด้วยความตื่นตะลึงพรึงเพริด


            แบคโฮที่เต็มไปด้วยบาดแผลและหมดแรงก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่มุมปากของเขายกยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เพราะสิ่งที่พวกเขาทั้งสามปรารถนานั้นได้ประสบผลแล้ว ท่านเบฮีมอทสมควรที่จะเป็นราชันแห่งมอนเตอร์อย่างแท้จริง ข้อพิสูจน์คือร่างกายของพวกมันที่บาดเจ็บ


            ทันย่าในร่างเบฮีมอทหันไปมองพวกเขาทั้งสามด้วยสายตาที่เยือกเย็น เขาไม่ได้เอ่ยคำพูดใด แต่เพียงยืนเฝ้ามองด้วยความสงบ


            หลังจากที่การต่อสู้ที่ดุเดือดจบลง บริเวณที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นป่าทึบกลับกลายเป็นซากพังทลาย


            ท้องฟ้าเงียบงัน ไม่มีเสียงใดๆ นอกจากลมหายใจที่หนักหน่วงของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ทันย่าที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความพินาศของผืนป่า


            อาณาเขต ร่างกายของเขากลับมาเป็นปกติ แสงสีทองที่เคยเปล่งประกายหายไป เหลือเพียงเงาสะท้อนของเขาที่มองเห็นได้จากเศษซากเบื้องล่าง


            ชิงหลง ฮยุน มู และแบคโฮที่นอนอยู่บนพื้นด้วยบาดแผลสาหัส ทั้งหมดค่อยๆดึงตัวขึ้นมาช้าๆ ความเจ็บปวดแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่าง


            พวกเขาไม่แสดงอาการหวาดกลัว สิ่งที่พวกเขาสัมผัสได้จากทันย่าไม่ใช่เพียงแค่พละกำลังอันไร้ขีดจำกัด แต่เป็นพลังอำนาจของราชันแห่งมอนเตอร์ พลังที่พวกเขาองค์กรแห่งเหล่ามอนเตอร์ไม่อาจสามารถปฏิเสธได้


            โรซาเลียที่ยืนเฝ้าดูการต่อสู้อยู่ห่างๆก็มองดูทุกอย่างอย่างเงียบงัน


            แม้ว่าเธอจะไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ แต่ความหวาดกลัวและความเคารพในตัวของทันย่าก็เริ่มก่อตัวขึ้นภายในจิตใจ เธอรู้แล้วว่าชายผู้นี้ไม่ใช่เพียงแค่นักสู้ธรรมดา แต่เขาคือเบฮีมอท—ผู้ที่มีพลังอำนาจเหนือมอนเตอร์และมนุษย์ทั้งปวง


            “ท่านทันย่า พวกเราทั้งสี่ได้ทำเรื่องที่เสียมารยาทกับท่านไปแล้ว”


            “ได้โปรดอภัยต่อการกระทำของเราและพวกเขาทั้งสามคนด้วย!”


            ด้วยความเคารพในตัวตนของเขา โรซาเลียค่อยๆย่อเข่าลงช้าๆ เธอคุกเข่าต่อหน้าทันย่า ราวกับแสดงความภักดีต่อราชันที่แท้จริง


            ชิงหลง ฮยุนมู และแบคโฮ แม้จะเจ็บปวดและหมดแรง แต่พวกเขาก็เข้าใจแล้วว่าพวกเขาไม่สามารถทัดทานพลังของทันย่าได้


            ทั้งสามคนลุกขึ้นจากพื้น แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผล แต่พวกเขาก็ยืดตัวขึ้นก่อนจะคุกเข่าลงกลางห้วงอากาศ แสดงความเคารพต่อทันย่า ในฐานะราชันแห่งมอนเตอร์ที่แท้จริง


            ชิงหลงที่เคยภาคภูมิใจในพลังของตน ยอมลดศีรษะลงต่ำ ฮยุนมูที่เคยมั่นใจในความเยือกเย็นของตนเองก็ยอมศิโรราบต่อพลังที่ยิ่งใหญ่กว่า


            ส่วนแบคโฮที่เคยเชื่อว่าพลังจิตของตนจะควบคุมได้ทุกสิ่ง ก็ยอมรับว่าพลังของเบฮีมอทนั้นเหนือกว่าทุกสิ่งที่เขาเคยพบเจอ


            “ข้าขอคารวะต่อท่านทันย่า ราชันแห่งเหล่ามอนเตอร์”


            ในตอนนั้นชายวัยกลางคนอย่างชิงหลงได้กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความเคารพ


            “พวกเรายอมรับในตัวตนของท่าน”


            ฮยุนมูเสริมพร้อมกับก้มศีรษะต่ำ ขณะที่แววตาก็ส่องประกายอย่างบ้าคลั่ง


            “ข้าจะติดตามท่านตราบจนถึงที่สุด”


            แบคโฮกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ


            “เราจะถวายชีวิตเพื่อรับใช้ท่าน”


            “เพราะท่านคือราชันของพวกเรา”


            โรซาเลียไม่ลังเลที่จะเอ่ยคำสาบาน


            ทันย่ามองดูพวกเขาทั้งสี่ที่กำลังคุกเข่าต่อหน้าด้วยสายตาเยือกเย็น ดวงตาสีแดงดั่งโลหิตจ้องมองลงไปที่พวกเขา


            ขณะที่ภายในจิตใจก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แม้เขาจะเคยคิดว่าตัวเองอยู่ในโลกนี้เพียงลำพัง แต่ตอนนี้กลับมีผู้คนยอมศิโรราบต่อพลังของเขา ยอมรับในตัวตนของเขา


            “พวกเจ้าจะได้เห็นถึงพลังที่แท้จริงของฉันแล้ว หลังจากนี้ฉันจะทำให้โลกนี้กลายเป็นดินแดนของมอนเตอร์”


            “ฉันจะล้างบางเผ่าพันธุ์มนุษย์และสร้างโลกใหม่ที่พวกเราจะเป็นผู้ปกครอง!”


            ทั้งสี่คนได้ยินแบบนั้นก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน สายตาของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความเคารพและความศรัทธาต่อทันย่า พวกเขาไม่ได้เห็นเบฮีมอทเป็นเพียงแค่ผู้นำ แต่เป็นราชันที่พวกเขาจะติดตามไปจนสุดทางเลยก็ว่าได้



            ...

            ลูกน้อง 55+


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน