ภาค 2 บทที่ 27 : บทสนทนา
บทที่ 27ท่ามกลางบทสนทนาแห่งความตึงเครียดคุณหนูสกุลหลิวนั้นมองบิดาของตนเองและหยางหลงกำลังจ้องตากันอย่างกินเลือดกินเนื้อ ในบทสนทนานี้นางนั้นยังหาโอกาสออกปากเสียงมิได้เลยสักนิด“ เห้อ!!! เพียงแค่ท่านนั้นเอาชนะองค์ชายใหญ่ได้ในสายตาของผู้อื่นก็มิได้มองว่าท่านนั้นเป็นผู้เก่งกาจเลยสักนิด... ” ขุนนางหลิวนั้นกล่าวอย่างเยือกเย็น“ คำพูดของคนนั้นมิอาจตัดสินทุกอย่างได้ ”ขุนนางหลิวนั้นมองที่ร่างของบุรุษชุดขาวที่เอ่ยออกมา เขานั้นเข้าใจคำพูดที่ลึกล้ำนั้นเข้าหยางหลงดี “ แต่คำพูดของคนนั้นก็เป็นสิ่งที่นำพาใต้หล้านี้.... ” ขุนนางหลิวนั้นกล่าวออกมาราวกับสั่งสอนหยางหลงนั้นถึงกับส่ายหน้าไปมาก่อนที่เขานั้นจะกล่าว “ ข้านั้นมิสนใจหรอกว่าคำพูดของผู้คนนั้นจะเป็นเช่นไรหรือมีอำนาจเพียงใด ”ขุนนางหลิวและคุณหนูหลิวนั้นตั้งใจฟัง“ แต่ภายในใต้หล้านี้สิ่งเดียวที่จะนำพาตัวตนของข้าได้มีแต่เพียงความคิดของตัวของเองเท่านั้น ” คำกล่าวอย่างจริงจังผิวเผินผู้คนนั้นอาจจะไม่เข้าใจคำพูดของหยางหลง แต่สำหรับขุนนางหลิวเขานั้นเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นดีท่ามกลางกระแสของผู้คนบุรุษผู้นี้จะเป็นผู้เดียวที่ยืนมั่นในอุดมการณ์ของตนเอง วิสัยทัศน์ของความเป็นผู้นำนั้นปรากฏออกมาจากตัวขององค์ชายไร้ค่าผู้นี้ ขุนนางหลิวนั้นจ้องหยางหลงอย่างไม่กระพริบตาผ่านไปครู่หนึ่ง“ บุตรสาวของข้านั้นเป็นคู่หมั้นหมายขององค์ชายใหญ่แห่งแคว้นหลี่หวนหลิง เหตุใดข้าต้องปล่อยให้นางไปอยู่กับองค์ชายที่ไร้ยศศักดิ์เช่นท่านด้วย ” ชายวัยห้าสิบกลางๆนั้นกล่าวออกมาหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง“ ข้ารู้ดีว่าท่านเป็นคนเช่นไรขุนนางหลิว... ” ที่หยางหลงนั้นเอ่ยออกไปเช่นนั้นมิใช่คำโกหกหรืออันใด เขานั้นวิเคราะห์ตั้งแต่เดินเข้ามาภายในจวนแห่งนี้ ระหว่างทางเขานั้นพบเจอบ่าวไพร่อยู่บางอย่างประปราย บ่าวไพร่พวกเขานั้นต่างมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มและมีความสุข แถมยังบรรยากาศภายในจวนแห่งนี้อีกหยางหลงนั้นสามารถรับรู้ถึงนิสัยของเจ้าของจวนแห่งนี้ได้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาภายใน“ ท่านรู้งั้นหรือว่าข้าเป็นเช่นไร.... ” ขุนนางหลิวนั้นเอียงคอสงสัยดวงตาอันเฉียบคมของหยางหลงนั้นมองไปที่ใบหน้าของขุนนางหลิว ดวงตาอันเฉียบคมนั้นราวกับสามารถมองทะลุเข้าไปถึงภายในใจได้ ขุนนางหลิวนั้นรู้สึกไม่ชอบเลยที่ถูกจับจ้องด้วยสายตาเช่นนั้น“ ท่านคิดมิใช่คนประเภทที่จะบังคับบุตรสาวของตนเองหรอกข้าพูดถูกมั้ย ”“ องค์ชายท่านอย่างทำราวกับรู้ดีไปหน่อยเลย บางทีถ้าข้านั้นไม่อยากให้บุตรสาวของข้าลำบากแม้จะบังคับข้าก็จะทำ ” ขุนนางหลิวนั้นกล่าวออกมาอย่างใจเย็นการสนทนาของทั้งสองนั้นเป็นไปเยี่ยงบัณฑิต ทั้งสองนั้นพูดคุยกันด้วยเหตุผลแม้จะมีถ้อยคำบางอย่างที่รุนแรงไปบาง แต่โดยรวมบทสนทนาของขุนนางหลิวและหยางหลงนั้นก็ไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วงในสายตาของคุณหนูสกุลหลิวหยางหลงกระพริบตามองขุนนางหลิวเขานั้นอยู่ในท่าทางสงบนิ่ง“ ไม่หรอกถึงจะเช่นไรท่านก็มิมีทางบังคับบุตรสาวของท่านหรอกขุนนางหลิว ” หยางหลงนั้นเอ่ยด้วยความมั่นใจ“ อันใดทำให้องค์ชายคิดเช่นนั้น ”“ บรรยากาศรอบกายของท่านเป็นคนบอกกับข้า ”ขุนนางหลิวนั้นเริ่มสงสัยสิ่งที่หยางหลงนั้นเอ่ยออกมามันไม่ใช่วรยุทธหรือวิชาที่หายากแต่อย่างใด มันคือสิ่งที่ตัวของหยางหลงนั้นได้รับมาตั้งแต่ก่อนที่จะมาสถานที่แห่งนี้ ดวงตาที่สามารถมองและแยกแยะนิสัยของผู้คน เขานั้นพบเจอกับผู้คนมามากมายเมื่อได้พูดคุยสมองของเขานั้นก็สามารถบ่งบอกนิสัยของคนผู้นั้นได้อย่างแม่นยำ“ ท่านหมายความอย่างเยี่ยงไรองค์ชาย... ” ขุนนางหลิวนั้นมึนงงหยางหลงนั้นยิ้มเขานั้นเลือกที่จะไม่ตอบคำถามนั้น “ อีกหนึ่งปีข้างหน้าตัวของข้านั้นจะต้องประลองกับองค์ชายหลี่หวนหลิง...เมื่อถึงตอนนี้ข้าก็จะไม่ใช่คนไร้ค่าอีกต่อไป ”ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของหยางหลงนั้นถึงกับทำให้ขุนนางหลิวนั้นต้องเอ่ยถามออกมา “ ดูท่านมั่นใจจริงๆนะว่าจะชนะองค์ชายหวนหลิงได้ ” แม้แต่ขุนนางหลิวที่ได้ชมการประมือกันของหยางหลงและองค์ชายหลี่หวนหลิงนั้น เขายังคงไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียวว่าองค์ชายไร้ค่าผู้นี้จะชนะองค์ชายผู้มากความสามารถได้“ อย่างไรเสียการประลองอีกหนึ่งปีข้างหน้าข้านั้นก็ต้องชนะ ” หยางหลงยังคงกล่าวคำเดิมด้วยความมั่นใจ“ มิมีอะไรเลยที่จะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าท่านนั้นจะชนะองค์ชายหวนหลิง ถ้าข้างนั้นยอมยกบุตรสาวของข้างนั้นให้กับท่านแล้วถ้าในอีกหนึ่งปีข้างหน้าการประลองนั้นมาถึงแล้วท่านเกิดพ่ายแพ้ต่อองค์ชายหวนหลิงละ…. ”หยางหลงนั้นตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ บรรยากาศภายในห้องนั้นเริ่มเพิ่มความตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น“ ถ้าข้าแพ้แล้วเป็นเช่นไรงั้นหรือ… ” หยางหลงนั้นเอ่ยด้วยความสงสัย“ นี่ท่านไม่รู้จริงๆงั้นหรือว่าถ้าท่านพ่ายแพ้ชะตากรรมของท่านต่อจากนั้นจากเป็นเช่นไร ”หยางหลงเงียบเขานั้นมองขุนนางหลิวด้วยความจริงจัง“ ท่านจะพูดอันใดกันแน่ขุนนางหลิว ”“ ที่ข้านั้นอยากจะบอกก็คือ….ถ้าท่านนั้นพ่ายแพ้แก่องค์ชายหวนหลิง ชีวิตของท่านจะสูญเสียทุกอย่างแล้วถ้าเป็นเช่นนั้นบุตรสาวของข้าจะเป็นเช่นไร ”บทสนทนานั้นเริ่มจะรุนแรงขึ้นแน่นอนว่าคุณหนูหลิวที่นั่งฟังอยู่อย่างเงียบๆมาสักพักนางนั้นเริ่มคิดจะเอ่ยปาก “ ท่านพ่อ…. ”นางยังไม่ทันได้เอ่ยออกมานางนั้นถูกขัดจังหวะด้วยการที่ขุนนางหลิวนั้นยกมือขึ้นมาห้ามบุตรสาวของตนที่กำลังจะเอ่ยปาก “ ว่าอย่างไรละองค์ชายหยางหลง…. ” ขุนนางหลิวนั้นถามหาคำตอบของหยางหลง บุรุษชุดขาวที่นั่งอยู่นั้นยังคงท่าทางที่สงบนิ่งของตนเองเอาไว้ “ ข้านั้นจะไม่มีทางแพ้ ตัวของข้านั้นมาสถานที่แห่งนี้เพื่อสิ่งนั้น ” คำกล่าวที่หนักแน่นออกมาจากปากของบุรุษชุดขาวผู้นั้น ขุนนางหลิวนั้นมองลึกลงไปภายในดวงตาขององค์ชายที่แสนไร้ค่าในสายตาของผู้อื่น มันไม่เหมือนกับที่ผู้อื่นนั้นพูดกันเลยสักนิด ความจริงจังที่สะท้อนอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น ยิ่งขุนนางหลิวนั้นมองลึกลงไปภายในดวงตานั้นเท่าไหร่ราวกับว่าเขานั้นกำลังถูกดวงตาคู่นั้นดูดกลืนเข้าไปหลังจากที่จ้องดวงตาของหยางหลงไปสักพัก เขานั้นก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ตนเองนั่งอยู่ ขุนนางหลิวนั้นมองตรงออกไปด้านนอก ชายวัยห้าสิบกลางๆผู้นั้นได้ก้าวเท้าเดินออกไปอย่างช้าๆดวงตาของหยางหลงและคุณหนูหลิวที่นั่งอยู่นั้นมองร่างที่เดินผ่านหน้าของตนเองไปอย่างเงียบๆ จนกระทั่งขุนนางหลิวนั้นเกือบจะเดินผ่านประตูห้องโถงออกไป“ ท่านพ่อ.... ” เสียงของคุณหนูหลิวนั้นเอ่ยเรียกผู้เป็นบิดาของตนอย่างมึนงง นางนั้นไม่แน่ใจกับสถานการณ์ในตอนนี้“ ไปเถอะลูกหญิง.... ” ขุนนางหลิวนั้นกล่าวในขนาดที่ไม่หันมามองบุตรสาวของตนเอง เมื่อกล่าวจบขุนนางหลิวนั่นก็เดินผ่านประตูบานใหญ่เข้าไปอย่างไร้คำพูดใดๆต่อท้ายห้องโถงนั้นเงียบงันหยางหลงและคุณหนูหลิวนั้นเหลืออยู่เพียงสองคนในห้องอันกว้างขวางแห่งนี้ ความเงียบถึงขนาดที่ได้ยินเสียงลมพัดแว่วเข้ามาในหู หยางหลงนั้นไม่คิดหลบสายตาของนางเลยสักนิด ดวงตาของหยางหลงนั้นจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าที่งดงามของคุณหนูหลิวที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับตนเอง ใบหน้าที่งดงามนั้นก้มมองต่ำลงที่พื้นนางนั้นมิกล้าสบตากับหยางหลงตรงๆ“ สถานที่ที่ข้านั้นจะไปไม่ได้สบายเช่นจวนแห่งนี้หรอกนะ... ” หยางหลงเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ใบหน้าที่ก้มมองต่ำนั้นเริ่มเงยหน้าขึ้นอย่างช้าไป ดวงตาที่สวยงามราวกับลูกแก้วของนางนั้นต้องมองมาทางหยางหลงที่เอ่ยขึ้น ดวงตาของนางนั้นแฝงไปด้วยความตกใจอยู่เล็กน้อย“ เจ้ายังจะไปอีกหรือเปล่า.... ”คุณหนูหลิวนั้นนิ่งไปครู่หนึ่งร่างกายของนางนั้นหยุดนิ่งราวกับน้ำแข็ง “ ข้า.... ”“ ข้าจะไป ” คุณหนูหลิวนั้นเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่นหลังจากที่นางนั้นเงียบไปครู่หนึ่งหลังจากที่ได้ยินเสียงที่หยางหลงนั้นเอ่ยถามมุมปากของบุรุษชุดขาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนางนั้นได้เผยรอยยิ้มที่มุมปากทั้งสองข้างออกมา เขานั้นมองนางด้วยความอบอุ่นก่อนที่จะเอ่ยตาหลังออกมา “ ดี!!! แต่ก่อนอื่นพวกเราต้องไปรับคนๆหนึ่งก่อน ”จบบท