อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด

    อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด__41_แผนสาวงาม_

    หลังจากที่จัดการเรื่องที่แสนยุ่งยากทั้งหมด ตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาถึงบ่าย 3 โมงเย็นแล้ว

    เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เพิ่งสมัครเข้ามาในวันนี้ พวกเขาจะมีระยะเวลาทดลองงานครึ่งเดือน ซึ่ง เซียวเฉิน วางแผนที่จะใช้เวลาครึ่งเดือนนี้ ทำการทดสอบคุณสมบัติด้านอื่นๆของพวกเขาทุกคน!

    ในมุมมองของเซียวเฉิน เขาอยากจะสร้างมีดอันแหลมคมให้กับ ซู่ฉิง คุณสมบัติของคนกลุ่มนี้จะต้องไร้ที่ติ มิฉะนั้นไม่เพียงแต่มันจะทำร้ายคนอื่น อาจจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองก็ได้!

    หากว่าเขาอยู่ที่หลงไห่นี่ ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องอื่น แม้ว่าจะต้องมีปัญหากับใครหน้าไหนก็ตาม เขาก็สามารถจัดการพวกมันได้อย่างสบายๆ!

    แต่ว่าเขาไม่สามารถอยู่ที่หลงไห่ไปตลอดได้ ดังนั้นเขาจะต้องคอยระมัดระวังตัวเอาไว้ นอกจากนี้เขายังคิดจะให้ หลี่หานโฮ่ว ผู้เก่งกาจได้กลายเป็นมีดเล่มนี้ เพื่อจะได้มีเป้าหมายในชีวิต!

    “หัวหน้าเซียว เอกสารของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคนเรียบร้อยแล้ว”

    เสียงเคาะประตูดังขึ้น เป็น ถงเหยียน ที่เข้ามาข้างในแล้วขัดความคิดอันบ้าคลั่งของ เซียวเฉิน

    “อืม ถงเหยียน วันนี้เธอทำงานหนักหน่อยนะ” เซียวเฉิน พยักหน้าให้พร้อมรอยยิ้ม เขายืนขึ้นมาแล้วพูดว่า “ฉันจะต้องไปรายงานเรื่องนี้ให้กับเลขาฉินใช่ไหม?”

    “ใช่แล้วค่ะ”

    “ฮ่าๆๆ ไป พวกเราไปกันเถอะ!”

    “ได้ค่ะ” ถงเหยียน แย้มยิ้ม

    แม้ว่าวันนี้จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น แต่ว่าเรื่องการสมัครเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ผ่านไปด้วยดี เธอน่าจะได้กลายเป็นพนักงานประจำได้แล้วละมั้ง?

    แต่เมื่อนึกไปถึงตอนที่ เซียวเฉิน มีท่าทางที่น่ากลัว หัวใจเธอเริ่มสั่นสะท้าน หลังจากนี้ก็ไม่น่าจะมีเรื่องอะไรอีก เพราะเธอจะได้แยกจาก เซียวเฉิน แล้ว คนๆนี้ช่างน่าเกรงขามเหลือเกิน!

    “เธอเป็นอะไรไป?” เซียวเฉิน สังเกตเห็นแววตาที่ ถงเหยียน มองมาที่ตัวเอง ท่าทางของเธอดูแปลกไป เขาจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

    “ห๊ะ? มะ ไม่มีอะไรค่ะ” ถงเหยียน ค่อนข้างลุกลี้ลุกลน เธอรีบส่ายหัว แล้วเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าไป

    ด้านเซียวเฉินเองก็มองตามแผ่นหลังของ ถงเหยียน ไป เขาขมวดคิ้วขึ้น เธอกำลังคิดอะไรอยู่นะ? แต่ช่างเถอะ หน้าอกของเธอใหญ่เกินไป คงไม่สามารถคาดเดาจิตใจของเธอได้!

    เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานของ ฉินหลาน เซียวเฉิน ก็เคาะประตูขึ้น

    “เข้ามา”

    “เลขาฉิน ฉันมารายงานเรื่องการรับสมัครในวันนี้ค่ะ”

    “อ้อ ถงเหยียน เองเหรอ นั่งลงสิ” ฉินหลาน มองเห็น ถงเหยียน ก็ยิ้มทักทาย

    “ค่ะ ขอบคุณเลขาฉินค่ะ” ถงเหยียน นั่งลงหลังตรงนั้น และรายงานการทำงานออกมาอย่างละเอียด

    และเมื่อหันมาดูทางฝั่ง เซียวเฉิน เขานั่งอย่างสบายๆบนที่วางแขนโซฟา แล้วพูดคร่ำครวญขึ้น “พี่หลาน พี่ไม่สนใจผมเลยเหรอ? ทำไมถึงไม่ให้ผมนั่ง?”

    ได้ยินอย่างนั้นฉินหลาน กลอกตาใส่ เซียวเฉิน ไปทีหนึ่ง “ที่ฉันไม่เรียกให้นายนั่ง ก็ไม่เห็นนายยืนสักหน่อย.....”

    “แค่กๆ ผมแค่ทำไปตามจิตใต้สำนึกเอง?”

    ฉินหลาน คร้านเกินกว่าจะใส่ใจเขา หันไปพูดกับ ถงเหยียน “พูดเรื่องการรับสมัครในวันนี้ต่อเถอะ”

    “ค่ะ เลขาฉิน วันนี้........” ถงเหยียน พยักหน้าตอบรับ และรายงานรายละเอียดของงานในวันนี้ รวมถึงสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันด้วย

    ในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้อง เซียวเฉิน ได้ฟังแล้วก็รู้สึกเบื่อ จึงคิดสูบบุหรี่ เขาจุดบุหรี่ขึ้น จากนั้นมองซ้ายมองขวาไปเรื่อย

    แน่นอนสายตาของเขาตกไปอยู่ที่หน้าอกคู่มหึมาของ ฉินหลาน จากนั้นก็มองไปที่หน้าอกของ

    ถงเหยียน เขาลอบเปรียบเทียบหน้าอกของผู้หญิงทั้งสองขึ้นในใจ ว่าของใครใหญ่กว่ากัน?

    ดูเหมือนว่าหน้าอกของ ฉินหลาน จะใหญ่กว่าหน่อยแฮะ!

    “นายมองอะไร!” ฉินหลาน สังเกตเห็นสายตาหื่นกามของ เซียวเฉิน จึงเอ่ยถามขึ้นมา

    “มอง......” เซียวเฉิน เกือบจะพูดว่า ‘มองหน้าอก’ ทันใดนั้นก็ตระหนักได้ว่าไม่ควรจะพูดคำนั้นออกไป “มองทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่าง เมืองนี้ช่างสวยงามจริงๆ!”

    ด้านฉินหลาน กลอกตามองบน แต่ไม่ได้เปิดโปงเขาออกไป

    “เซียวเฉิน คิดไม่ถึงว่านายจะร้ายกาจเช่นนี้ ในเมื่อมีเรื่องที่สุดยอดเกิดขึ้นขนาดนี้ ฉันอยากจะเห็นมันบ้างจัง!”

    “ฮ่าๆๆ ร้ายกาจอะไรที่ไหนกัน ก็แค่เตะโด่งพวกตัวตลกสองสามคนออกไปเอง” เซียวเฉิน หัวเราะเบาๆ หากว่า ถงเหยียนไม่อยู่ที่นี่ เขาก็คงจะพูดว่า ‘อยากรู้ว่าผมร้ายกาจไหม ทำไมไม่มาลองดูสักหน่อยละ’

    “งั้นเหรอ? ดูเหมือนว่านายจะกลายเป็นผู้พิทักษ์ของบริษัทชิงเฉิงไปแล้วสินะ” ฉินหลาน ยิ้มและสายตาของเธอสว่างวาบขึ้น

    “ฮ่าๆๆ งั้นผมควรจะไปหาประธานซู่เพื่อขอขึ้นเงินเดือนสินะ?” เซียวเฉิน ถามด้วยสีหน้าแอบจริงจัง

    “นายก็ไปลองดูสิ”

    “........” เซียวเฉิน ยักไหล่ และรู้สึกเบื่อๆ “พี่หลาน ผมไม่ขอขึ้นเงินเดือนแล้วก็ได้ ส่วนเรื่องการสมัครงานในครั้งนี้ ถงเหยียน ก็ทำงานหนักไม่น้อย.....ก่อนหน้านี้เหมือนพี่จะสัญญาว่าจะให้เธอเป็นพนักงานประจำเต็มตัวใช่ไหม?”

    ทางด้านฉินหลาน ก็พยักหน้า แล้วหันไปมอง ถงเหยียน “ใช่ เรื่องในครั้งนี้เธอทำได้ไม่เลว นอกจากจะสามารถได้เลื่อนขั้นเป็นพนักงานแล้ว เงินเดือนเดือนนี้ก็จะจ่ายเต็มแบบพนักงานประจำ ถือว่าเป็นรางวัลที่เธอทำงานอย่างตั้งใจ.....”

    “ขอบคุณมากค่ะ เลขาฉิน” ถงเหยียน เบิกบานใจ และเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น

    “ฮ่าๆๆ ทำงานดีๆล่ะ!”

    “ค่ะ ฉันจะทำงานอย่างหนักแน่นอน จะไม่ทำให้คุณและประธานซู่ต้องผิดหวัง!” ถงเหยียน รีบลุกขึ้นยืนและเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง

    “อื้อ”

    หลังจากที่ทั้งสองคนพูดคุยอยู่ในห้องเลขาฉินสักพัก ก็จากไป

    “หัวหน้าเซียว ขอบคุณมากที่พูดสนับสนุนฉัน” เมื่อออกประตูห้องมา ถงเหยียน หันไปพูดขอบคุณ

    “ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไร เป็นเธอทำที่งานนี้ออกมาได้ดี” เซียวเฉิน หัวเราะ “ยินดีกับเธอด้วย ในที่สุดก็ได้เป็นพนักงานประจำแล้ว”

    “ขอบคุณค่ะ ฉันจะตั้งใจทำงาน เดี๋ยวเงินเดือนออกแล้ว ฉันขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวหัวหน้าเซียวนะคะ”

    เห็นได้ชัดว่า ถงเหยียน ตื่นเต้นจริงๆ แม้กระทั่งความคิดที่จะอยู่ให้ห่างจาก เซียวเฉิน เธอก็ลืมไปแล้ว

    “ได้สิๆ!” เซียวเฉิน ย่อมตอบรับ การได้กินข้าวกับสาวสวย ไม่มีเหตุผลที่เขาจะปฏิเสธเลยสักนิด

    “.........”

    หลังจาก ถงเหยียน พูดจบเธอก็รู้สึกเสียใจนิดหน่อย แต่เมื่อเห็น เซียวเฉิน ตอบตกลง เธอก็ทำได้แค่พยักหน้า และปลอบใจตัวเอง หัวหน้าเซียวคงจะไม่ใช้ความรุนแรงกับเธอใช่ไหม?

    “หัวหน้าเซียว เดี๋ยวฉันขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะคะ และก็ขอขอบคุณที่ดูแลฉันในช่วงไม่กี่วันมานี้ด้วยค่ะ”

    “โอ้ เกรงใจอะไรกัน ไม่ต้องเลยๆ”

    “หัวหน้าเซียว ไว้เจอกันค่ะ”

    “อืม ไว้เจอกัน” เซียวเฉิน มองตามแผ่นหลัง ถงเหยียน แล้วก็ยิ้มมุมปาก เด็กสาวคนนี้คงจะไม่กลัวหมาป่าอย่างเขาใช่ไหม?

    เมื่อกลับมาถึงแผนกรักษาความปลอดภัย เซียวเฉิน มองเห็น ติงลี่ และคนอื่นๆกำลังยืนล้อมรอบคอมพิวเตอร์เพื่อดูอะไรบางอย่างอยู่

    “พวกนายถึงกับดูหนังในเวลาทำงานเลยเหรอ? นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะ คิดไม่ถึงว่าจะไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาเลย!” เซียวเฉิน พูดออกมาเสียงดัง

    เมื่อ ติงลี่ และคนอื่นๆได้ยินแล้วก็สะดุ้งหันตัวกลับไปดู พบว่าเป็น เซียวเฉิน จึงเอ่ยทักทาย

    “พวกนายกำลังดูอะไรกันอยู่?”

    “พี่เฉิน พวกเรากำลังดูรายงานข่าวกันอยู่ เมืองหลงไห่ของเราเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”

    “เกิดอะไรขึ้น?” เซียวเฉิน นิ่งอึ้ง แล้วคิดอะไรบางอย่าง “ไม่ใช่ว่าธนาคารถูกปล้นอีกแล้วนะ?”

    “ตอนนี้ไม่เพียงแค่ธนาคารถูกปล้น รถขนเงินก็เพิ่งถูกปล้นเมื่อกี้นี้เอง!”

    ด้านเซียวเฉิน ตะลึงอีกรอบ “รถขนเงินก็ถูกปล้น? เป็นกลุ่มเดิมงั้นเหรอ”

    “ใช่ เป็นโจรสี่คนที่หนีไปได้.......เวรเอ้ย ทำไมพวกมันถึงกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้!” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งพูดขึ้น

    ได้ยินดังนั้นเซียวเฉิน ขมวดคิ้วเป็นปม คนพวกนี้เป็นบ้าไปแล้วรึไง? ก่อนหน้านี้พวกมันก็เพิ่งปล้นธนาคารมา ยังจะปล้นรถขนเงินอีก บ้าไปแล้ว? มันอยากจะเป็นศัตรูกับประเทศนี้รึไง!

    เมื่อดูจากอุปกรณ์ของโจรพวกนี้ แน่นอนว่าพวกมันไม่ใช่โจรธรรมดา แล้วทำไมพวกมันถึงไม่คิดถึงผลที่ตามมา?

    แม้ว่าพวกมันจะแข็งแกร่ง มีอาวุธครบครันแต่ถ้าพวกมันท้าทายประเทศนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ย่อมต้องลากหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติให้ลงมือ....และเกิดการต่อสู้กัน ทำให้เรื่องราวบานปลาย!

    “พวกมันน่าจะรู้ดี ปล้นครั้งหนึ่งก็ตาย ปล้นครั้งที่สองก็ยังตาย แต่พวกมันดันทำต่อไปอีก” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งพูดขึ้น

    เมื่อ เซียวเฉิน ได้ยินคำพูดนี้ ก็ลอบส่ายหัว เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เรื่องนี้ไม่น่าจะเรียบง่ายขนาดนั้น!

    แต่แล้วเขาก็หัวเราะ ทำไมเขาต้องสนใจด้วย ในเมื่อพวกมันเต็มใจที่จะทำอย่างนี้ก็ปล่อยพวกมันไป ตราบใดที่ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับพี่น้องตระกูลซู่ แม้ว่าพวกมันจะระเบิดหลงไห่ทิ้งไปก็ตาม เขาก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย!

    นอกจากนี้ที่นี่ไม่มีตำรวจแล้วหรือไง! ถ้าตำรวจทำไม่ได้ ก็ให้หน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติส่งกองกำลังพิเศษไปจัดการ ต่อให้พวกโจรจะร้ายกาจแค่ไหน ยังไงมันก็ต้องตายอยู่ดี!

    “ธนาคารมีเงินมากขนาดนั้น ตอนนี้ถูกปล้นก็สมควรแล้ว” ติงลี่ พูดออกมาอย่างสะใจในความโชคร้ายของธนาคาร

    ผัวะ!

    เมื่อได้ยินติงลี่พูด เซียวเฉิน ก็ตบไปที่หัวของเขา พูดออกมาอย่างอารมณ์ไม่สู้ดีนัก “เรื่องนี้มันควรจะสมน้ำหน้าเหรอ? พอแล้ว แยกย้ายกันไปทำงานของใครของมันได้แล้ว!”

    เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหลายแยกย้ายกันไป

    จากนั้น เซียวเฉิน กลับมาที่ห้องทำงานของตัวเอง เขาจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ และเสียงริงโทนโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขามองดูหมายเลขบนหน้าจอโทรศัพท์ แล้วนิ่งอึ้ง วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือยังไงกัน? ทำไมเจ้าเด็กคนนี้ถึงโทรมาหาเขาได้?

    “ฮัลโหล เสี่ยวเหมิง มีเรื่องอะไร?” แม้จะแปลกใจ แต่ เซียวเฉิน ก็รับสาย

    “พี่เฉิน พี่ยุ่งอยู่ไหม?” น้ำเสียงอันไพเราะของ ซู่เสี่ยวเหมิง ดังออกมาจากโทรศัพท์

    “......” เซียวเฉิน ฟังเสียงของ ซู่เสี่ยวเหมิง แล้วรู้สึกเหมือนว่าเสียงกำลังสั่น เจ้าเด็กคนนี้กินยาผิดสำแดงมาหรือเปล่าเนี่ย?

    “พี่เฉิน ยังไม่เลิกงานใช่ไหม? ไม่ได้อยู่กับพี่สาวฉันใช่ไหม?”

    “แค่กๆ เสี่ยวเหมิง มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า? เธอมีอะไรอยากจะพูดไหม?” เซียวเฉิน อดไม่ได้ที่จะถามไถ่ขึ้น

    “พี่เฉิน หยินเหอ มีสารท้าประลองถึงพี่”

    “ท้าประลองอะไรกัน? มันต้องการจะต่อสู้กับฉันเหรอ? จะสู้แบบเดี่ยวหรือว่าสู้เป็นกลุ่ม?” เซียวเฉิน พูดติดตลก

    “ไม่ได้ต่อสู้ แต่ท้าแข่งรถ”

    “แข่งรถ? ฉันไม่ว่างหรอกนะ!” เซียวเฉิน พ่นควันบุหรี่ออกมา แล้วเอาขาทั้งสองข้างพาดไปบนโต๊ะ “เวลาของฉันมีค่าหลายแสน จะเอาเวลาที่ไหนไปเล่นกับเด็กอย่างพวกมัน!”

    “เหอะ ไม่ใช่ว่าพี่กลัวหรอกนะ?”

    “กลัวอะไร เธอไม่เห็นทักษะการขับรถของฉันเหรอ?”

    “แล้วทำไมพี่ไม่ตอบตกลง?”

    “ฉันไม่ว่างและไม่สนใจ”

    “แต่ว่า ฉันช่วยรับคำท้าประลองนี้แทนพี่ไปแล้ว.......”

    “...........”

    “ฉันรับคำท้า ถ้าพี่ไม่แข่ง แล้วฉันจะอยู่ที่โรงเรียนนี้ได้ยังไง?”

    “นี่มันเรื่องของเธอ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉันเลยสักนิด?”

    “เซียวเฉิน นาย.......” ซู่เสี่ยวเหมิง โกรธจัด จากนั้นน้ำเสียงเริ่มอ่อนลงอีกครั้ง “พี่เฉิน พี่สัญญาไว้แล้วไม่ใช่เหรอ?”

    “เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งพูดเลย พี่สาวเธอเรียกหาฉันแล้ว” เซียวเฉิน ไม่สามารถทนฟังเสียวหวานๆของ ซู่เสี่ยวเหมิงได้อีก เกิดอาการขนลุก และรีบตัดบทในทันที

    ตู๊ดๆๆ

    เมื่อได้ยินเสียงวางสาย ซู่เสี่ยวเหมิง โกรธจัด เจ้าบ้านี้กล้าวางสายใส่เธออย่างงั้นเหรอ? เขาไม่ไว้หน้าเธอเลย?!

    “พี่เสี่ยวเหมิง เขาตอบตกลงจะแข่งไหม?” หนุ่มสาวทั้งหลายที่อยู่ด้านข้างถามขึ้น

    “ให้ตายเถอะ ไม่! แต่ไม่ต้องห่วงไป เขาหนีไม่พ้นฝ่ามือพี่สาวคนนี้หรอก!”

    “อ้อๆ พี่เสี่ยวเหมิง ถ้าหากว่าไม่ได้ พี่ก็ใช้แผนสาวงามหลอกล่อเขาสิ.........” มีผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอมอมยิ้มอยู่ พูดหยอกล้อขึ้น

    “ออกไปให้พ้น เห็นฉันเป็นคนยังไงกัน?!”

    ซู่เสี่ยวเหมิง กลอกตา แต่ในหัวเธอกลับคิดถึง แผนสาวงามนี้ หรือว่าคืนนี้จะลองดูซักตั้ง?

    คล้ายกับเรื่องอย่างนายเหรอบอดี้การ์ด ที่คุณอ่าน