[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    99 น้ำชีวิตและชีวิต

    เสียงวิ่งเหยียบหิมะดังขึ้นอย่างถี่รัว ใครหลายคนที่ได้ยินเสียงพุ่งตัวของแอนเดอร์สันล้วนแล้วเปลี่ยนทิศทางโจมตีเพื่อจะสกัดไม่ให้เขาได้วิ่งเข้าไปใกล้ภาชนะรองน้ำแห่งชีวิต อย่างไรก็ตามทุกคนกลับคิดผิดที่โจมตีเพราะในช่วงที่แอนเดอร์สันวิ่งไปเรื่อยๆนี้เอง เขาได้กวาดมือออกไปรอบข้างสร้างคำสาปออกมามากมาย ทุกคนที่คิดว่าแอนเดอร์สันเป็นเพียงนักเวทย์ 300 ปีต่างตกใจตื่น ทันใดนั้นทุกคนที่ฟื้นสติได้จากการใช้คำสาปของแอนเดอร์สันต่างแตกตื่นเมื่อร่างกายของพวกเขาเกิดความผิดปกติขึ้นมามากมายจนไม่สามารถบังคับร่างกายได้


    อ้าก!


    หนังเริ่มร่วงหล่นออกจากกระดูกแขนอย่างกับมันได้เน่ามาหลายวัน น้ำสีเลือดไหลออกมาจากปากหลังจากคำสาปทำงาน เหล่าคนที่เข้ามาขวางรวมไปถึงมอนสเตอร์ที่เข้ามาเผชิญหน้าต่างตกตายไม่แพ้กัน แอนเดอร์สันที่ยังไม่ได้เผชิญหน้ากับนักเวทย์ 800 ปีนั้นเขาจึงสามารถฆ่าทุกคนได้โดยง่าย ทันทีที่เข้าพุ่งออกจากกลุ่มที่ขวางทางมาได้ สายตาของแอนเดอร์สันก็ได้หันมองไปยังทิศทางที่กำลังเกิดการโจมตีอย่างหนัก มันเป็นทิศทางที่กลุ่มผู้ใช้เวทย์เสริมกล้ามเนื้อถูกรุมโจมตี  เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่ได้สนใจฝั่งที่แอนเดอร์สันอยู่นี้ เขาจึงพุ่งเข้าไปใจกลางเขตก่อนจะก้มมองดูภาชนะที่ใช้สำหรับรองหยดน้ำจากน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่จะละลายปีละไม่กี่หยดเท่านั้น


    “ได้มาราวๆแก้วสินะ”


    แอนเดอร์สันใช้แก้วตักน้ำในภาชระรองออกมาทั้งหมดจนเขาได้น้ำแห่งชีวิตมาเกือบเต็มแก้ว ภายใต้การตักน้ำของแอนเดอร์สันนี้เอง เขาก็ได้หันหน้าไปหากลุ่มคนที่กำลังโจมตีซึ่งกันและกัน ตอนนี้กลุ่มคนที่ใช้เวทย์ใส่ร่างกำลังเหลือคนไม่ถึง 10 เท่านั้น ผู้นำกลุ่มนับว่าบาดเจ็บสาหัส แอนเดอร์สันจึงร้องตะโกนก้อง อย่างน้อยเขาก็ตอบแทนที่ลุงได้เตือนเขาไม่ให้เข้ามาในนี้


    “เฮ่ ดูสิฉันได้อะไรมา”


    แก้วน้ำแห่งชีวิตในมือแอนเดอร์สันชูขึ้นฟ้าก่อนที่เขาจะปิดฝาเก็บเอาไว้ในแหวนเก็บของ ทุกคนที่หันมองมายังแอนเดอร์สันและพบว่าเขาตักน้ำแห่งชีวิตไปจนหมดถึงขั้นโกรธเพราะไม่คิดว่าแอนเดอร์สันจะเข้าไปถึงได้ก่อนพวกมัน ภายใต้นักเวทย์ที่เปลี่ยนเป้าหมายมานั้น แอนเดอร์สันได้ยิ้มเยาะเพราะตอนนี้ระบบกำลังแจ้งเตือนความอันตรายที่ก้าวกระโดดไปยังระดับ 510  


    พรึ่บ!


    ความรวดเร็วเท่าที่จะสร้างได้ผลักร่างแอนเดอร์สันออกไปจากตำแหน่งที่เขายืน ส่งผลให้นักเวทย์ที่มองดูตะลึงงันเป็นอย่างมาก ด้วยการใช้สายลมเสริมความเร็วส่งผลให้เขารวดเร็วเป็นที่สุด ถึงแม้เวทย์ของแอนเดอร์สันที่ใช้ออกมาในตอนนี้จะเป็นเพียงแค่ครึ่งหนึ่ง มันกลับเร็วกว่าที่นักเวทย์ 700 ปีจะตามทัน  ระหว่างแอนเดอร์สันวิ่งออกไปนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของผู้นำกลุ่มที่ใช้เวทย์คลุมร่าง จนเขาหันกลับมามอง


    นักเวทย์ 800 ปีที่มีอยู่ไม่กี่สิบคนหลังจากเห็นแอนเดอร์สันวิ่งออกไปนั้น พวกมันก็ได้วิ่งตามทว่าแอนเดอร์สันกลับหายไปจนไม่สามารถตามตัวได้


    “ลุงแซน เราจะทำยังไงดี สิ่งเดียวที่จะช่วยเราถูกชิงไปแล้ว”


    สมาชิกตระกูลโบฟอร์ตที่ยังมีชีวิตอยู่พูดด้วยน้ำเสียงเจ็บใจ พวกเขาเดินทางมาไกลเพื่อนำน้ำแห่งชีวิตกลับไปช่วยเหลือตระกูลแต่ตอนนี้ความหวังได้หายไปแล้วจากชายหนุ่มที่มีพลังเวทย์เพียง 300 ปีเท่านั้น ถึงแม้ทุกคนจะตกใจตื่นกับคำพูดของลุงแซนที่ร้องตะโกนออกไปเมื่อครู่ด้วยใจที่สั่นเทาและมีความหวัง แต่สุดท้ายชายที่วิ่งหนีไปก็ได้หายไปจากสายตาของทุกๆคนโดยไม่สนข้อเสนอจากทางตระกูลโบฟอร์ตของพวกเขาเลยสักนิดเดียว


    “มันหายไปไหน หาเร็ว ตามหามันให้เจอเร็วเข้า!”


    นักเวทย์เริ่มกระจายกันออกไปเพื่อตามหาแอนเดอร์สัน ทุกคนที่ได้ยินล้วนแล้วพยายามวิ่งตามกันไปติดๆเพื่อจะหาร่องรอยเขาให้เจอ อย่างไรก็ตามไม่มีใครเจอแอนเดอร์สันเลยสักคน จู่ๆเขาก็หายไปหลังจากวิ่งเข้ามาในป่า


    [แจ้งเตือน โฮสต์รอดพ้นจากเรื่องราวที่นำไปสู่ความตายได้สำเร็จ ได้รับตั๋วสุ่มรางวัล 5,100 ใบ]


    รอยยิ้มค่อยๆปรากฎบนใบหน้าของแอนเดอร์สัน การหลบเข้ามาในต้นไม้ของเขานั้นสามารถหลบนักเวทย์มากมายที่เต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจกลัวว่าแอนเดอร์สันจะวิ่งหนีหายไป ด้วยความกระวนกระวายที่เกิดขึ้น ทำให้นักเวทย์วิ่งด้วยความรวดเร็วไปรอบๆ ไม่แม้แต่จะตรวจสอบตำแหน่งต้นไม้ที่เขาหลบอยู่ให้ดี จึงทำให้เขาที่อยู่ภายในต้นไม้หลบหนีไปได้ตามเงื่อนไขของระบบ ถึงอย่างนั้นเขากลับต้องออกไปเพราะตั๋วยังสามารถได้รับจากการฆ่าจึงต้องเก็บให้ได้มากที่สุด


    —-------------------------------


    “ใครต้องการยารักษาอีกไหม”


    “ลุงแซน เรารับยาต่อไม่ได้แล้ว ต้องรออีก 1 ชั่วโมง แต่กว่าจะถึงเวลานั้นเราคง”


    คนของตระกูลโบฟอร์ตที่ถูกเล่นงานจนรอดชีวิตไม่ถึงสิบคนพูดออกมาด้วยใบหน้าหมดหวังนอกจากไม่สามารถนำน้ำแห่งชีวิตกลับไปได้ พวกเขาต้องมาทิ้งชีวิตในที่แห่งนี้ไปอย่างเปล่าประโยชน์ ยารักษา ยาฟื้นฟูที่พกมาล้วนแล้วไร้ประโยชน์เพราะพวกเขาใช้ยาเกินขนาดไปแล้วในตอนก่อนหน้าที่ถูกล้อมสังหาร ทุกคนได้ใช้ยาไปมากมายหลายโดสจนตอนนี้ร่างกายรับต่อไม่ไหวต้องรอกระบวนการย่อยสลาย ทันใดนั้นทุกคนกลับตกใจเมื่อจู่ๆชายสวมผ้าคลุมสีดำก็ได้ปรากฎตัวตรงหน้าพวกเขา


    “ลุงพูดอะไรนะผมไม่ได้ยิน”


    แอนเดอร์สันกลับมาหาลุงที่ร้องตะโกนตามหลังเขาในจัวหวะหนี เขาอยากได้ยินมันชัดๆอีกถึงความตั้งใจของลุงหากเขามอบน้ำยาแห่งชีวิตให้ 


    สำหรับแอนเดอร์สัน สิ่งที่อยู่ในมือของเขาตอนนี้ไม่ต่างจากน้ำเปล่า สาเหตุที่เขาพูดแบบนี้เป็นเพราะว่าเขายังไม่ได้รับบาดเจ็บจนต้องใช้มัน ในสายตาของเขามันจึงไม่ต่างจากน้ำธรรมดา การจะแลกเปลี่ยนกับคนตรงหน้าจึงเหมาะกว่าเก็บไว้กับตัว


    “ฉันบอกว่าถ้านายช่วยแบ่งน้ำแห่งชีวิตให้กับเรา ตระกูลโบฟอร์ตจะช่วยเหลือนายทุกอย่าง นายน้อยตระกูลแอนเดอร์สัน เรารู้ว่าคุณมองหากองกำลัง”


    แอนเดอร์สันฉีกยิ้มกว้างเมื่ออีกฝ่ายรู้จักตัวตนของเขาและรู้ถึงตระกูลสกอร์เปี้ยนส์


    “แล้วจะเชื่อใจได้ยังไงว่าถ้าผมมอบให้แล้วพวกคุณจะทำตามที่พูด”


    “พวกเราขอสาบานด้วยชีวิต ตระกูลโบฟอร์ตไม่เคยโกหก”


    “ผมไม่เชื่อคำสาบานหรอกนะ แต่มันก็มีวิธีหนึ่งที่จะทำให้ผมเชื่อใจ ลุงรู้ใช่ไหมว่าตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ถนัดคำสาป”


    แอนเดอร์สันนำน้ำแห่งชีวิตออกมาถือในมือของเขาพลางมองจ้องมันด้วยความตื่นเต้น เหล่าคนของตระกูลโบฟอร์ตเมื่อเห็นว่าแอนเดอร์สันต้องการจะร่ายคำสาปใส่ลงไปในน้ำพวกเขาล้วนวิตก


    “แต่ผมไม่ทำหรอกนะ เอาไปสิ”


    คนของตระกูลโบฟอร์ตย่นคิ้ว พวกเขาไม่สามารถตามอารมณ์ของแอนเดอร์สันได้ทัน หลังจากที่ลุงแซนได้รับน้ำแห่งชีวิตมาทั้งแก้วนั้นเขาก็แสดงท่าทางมีความหวังออกมา


    “นายให้พวกเราทั้งหมด ไม่เก็บเอาไว้ใช้หน่อยล่ะ”


    “ไม่ ผมให้คุณหมดเพราะเชื่อใจ พวกคุณล่ะกล้าทำให้ผมเชื่อใจได้หรือเปล่า”


    ตุบ!


    นักเวทย์ที่วิ่งออกไปวิ่งวกกลับมาอีกครั้ง เมื่อพบว่าแอนเดอร์สันกำลังอยู่กับตระกูลโบฟอร์ตพวกเขาก็เริ่มจุดพลุส่งสัญญาณให้นักเวทย์ที่กระจายตัววิ่งกลับมารวมตัวกันที่นี่


    “เราขอสาบาน ฉันแซนจากตระกูลโบฟอร์ต ต้องการจะช่วยนายน้อยแอนเดอร์สันทุกทาง หากฉันผิดคำสาบานขอให้แกนเวทย์ของฉันเสียหาย”


    แอนเดอร์สันมองไปยังตระกูลโบฟอร์ตแต่ละคนที่ลุกขึ้นมาใช้เวทย์สาบานกับแกนพลังตัวเอง แม้มันจะเป็นเวทย์แปลกประหลาดแต่แอนเดอร์สันรู้ว่ามันเป็นเวทย์ที่พิเศษมาก ด้วยความซับซ้อนที่เขามองเห็นไม่น่าจะแก้ไขเวทย์หรือปลดออกได้หากใช้ไปแล้ว


    “ถ้าอย่างนั้นไว้ค่อยคุยรายละเอียดกันภายหลัง ผมขอสะสางทุกอย่างก่อน”


    กระดาษเวทย์รักษาระดับ 8 นำออกมากระตุ้นจนทำให้เกิดแสงสีทองพุ่งเข้าไปโอบอุ้มร่างคนของตระกูลโบฟอร์ตเอาไว้ ทุกคนที่บาดเจ็บเจียนตายพบว่าบาดแผลบนร่างกายของพวกเขาค่อยๆกลับมาสมานตัวอีกครั้ง 


    “ส่งน้ำแห่งชีวิตมาซะ!”


    “ส่งมันออกมาแล้วเราจะไว้ชีวิตแก!”


    “แอนเดอร์สัน ส่งมันมา!”


    นักเวทย์รอบข้างชี้อาวุธมายังแอนเดอร์สัน มีทั้งคนรู้จักและไม่รู้จักเขาตะโกนพร้อมๆกัน แอนเดอร์สันที่กวาดตามองออกไปรอบข้างพบว่ามีนักเวทย์ 800 ปีอยู่จำนวน 23 คนเท่านั้น เขาจึงฉีกยิ้มกว้างส่งไปให้พวกมันทุกๆคน


    “ส่งมา หรือว่าแกอยากจะตายไปกับไอ้พวกอ่อนแอนั่น ส่งมาซะ!”


    “ลุงแซน ตระกูลโบฟอร์ตอ่อนแออย่างที่พวกมันพูดหรือเปล่า” แอนเดอร์สันหันไปพูดกับลุงแซนด้วยรอยยิ้มเหมือนกับว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย ทางฝั่งตระกูลโบฟอร์ตที่ได้ยินเสียงจากรอบข้างบอกว่าตระกูลโบฟอร์ตอ่อนแอพวกเขาถึงขั้นโกรธจัดในทันที


    “เราเป็นตระกูลเสาหลักของสหพันธ์กอดอน การที่เราดูอ่อนแอเพราะผู้แข็งแกร่งของตระกูลถูกส่งไปหาของอย่างอื่นในแนวหน้า  ”


    “แล้วของเหล่านั้นมีค่าเท่าน้ำแห่งชีวิตไหม”


    “พวกมันมีค่าเท่าๆกัน เพียงแค่ความเสี่ยงมันต่างกัน ดังนั้นนักเวทย์ที่ส่งมายังเกทแห่งนี้จึงไม่ได้แข็งแกร่งมากเพราะคนแข็งแกร่งส่งไปยังสถานที่แข็งแกร่งกว่า”


    “งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นตระกูลโบฟอร์ตก็แข็งแกร่งสินะ งั้นผมก็ไม่มีอะไรต้องห่วง”


    เปาะ!


    แอนเดอร์สันดีดนิ้วเล็กน้อย ก่อให้เกิดเสียงดังก้องกระจายออกไปทันใดนั้นวงเวทย์นับพันก็ได้ปรากฎตัวตรงหน้าแอนเดอร์สันพร้อมกัน เหล่าคนมากมายที่เห็นการร่ายเวทย์ของแอนเดอร์สันพิเศษมากพวกมันล้วนตะลึงไปในทันที


    เปาะ


    เวทย์ระดับ 8 อีกชุดพุ่งออกมาซ้อนทับเวทย์ระดับ 8 ชุดแรกที่แอนเดอร์สันเรียกใช้ ทันทีที่เขาดีดนิ้วอีกครั้งเวทย์ระดับ 8 ชุดที่ 3 ก็โผล่ออกมา ทันใดนั้นแอนเดอร์สันก็ได้กวาดมือไปรอบข้าง ส่งผลให้วงเวทย์มากมายที่เรียกออกมานั้นปลดปล่อยพลังออกไปรอบๆตัว


    “ลุงแซน นายน้อยแอนเดอร์สันใช้เวทย์ได้ทุกธาตุ!”


    คนของตระกูลโบฟอร์ตร้องตะโกลั่นด้วยความตกใจ นอกจากแอนเดอร์สันจะใช้เวทย์ได้ง่ายดายพร้อมกันหลายพันวงเวทย์ สิ่งที่พุ่งออกมาจากวงเวทย์กลับเป็นเวทย์คนละธาตุกัน อย่างไรก็ตามลุงแซนกลับต้องอธิบายถึงความสามารถและความพิเศษของแอนเดอร์สันหลังจากใช้เวทย์เหล่านี้ออกไป


    “ความพิเศษของคำสาปคือ มันไม่มีธาตุ คำสาปจะถูกสร้างขึ้นจากองค์ประกอบหลายๆอย่าง ทำให้มันสามารถใช้ธาตุออกมาได้มากกว่าหนึ่ง ไฟ ไม้ น้ำ ลม น้ำแข็ง ทุกอย่างที่ใช้ออกมาจะติดไปด้วยคำสาป และมันยังมีสิ่งที่น่ากลัวกว่าเวทย์คำสาปที่แสดงรูปลักษณ์ออกมาโดยตรงนั่นก็คือ การสังเวทย์เพื่อสร้างมิติพิเศษ”


    ตระกูลโบฟอร์ตมองจ้องไปยังไฟสีดำที่กำลังลุกไหม้ร่างของนักเวทย์ พลางมองไปยังน้ำที่เหมือนกับเลือดกำลังกัดกร่อนร่างกายนักเวทย์รอบข้าง พลางมองไปยังเถาวัลย์ไม้ที่กำลังทำให้นักเวทย์ติดสถานะพิษ ทุกๆอย่างที่เห็นรอบข้างล้วนแล้วเป็นคำสาปทั้งหมด ทันใดนั้นทุกคนได้มองไปยังโดมสีแดงอมดำ หลังจากลุงแซมบอกว่ามันคือสิ่งที่เกิดจากการสังเวย


    วิ๊ง!


    โดมขนาดใหญ่คลุมบริเวณที่นักเวทย์มากมายยืนอยู่ ทันใดนั้นมือจำนวนมากก็ได้ปรากฎออกมาฉีกกระชากพวกเขา เหล่าคนของตระกูลโบฟอร์ตที่กำลังนั่งมองดูการฆ่าฟันต่างขนลุกชันไปในทันที






     



     

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน