มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 38 หวนพบ

    บทที่38 หวนพบ


            เส้าเทียนพาน้องสาวหลบหนีเหล่าโจรภูเขามาไกลแล้วจนพวกมันบรรลุมาถึงธารน้ำอันเชี่ยวกรากที่ไหลทอดมาจากเขาสูงเชื่อมลงสู่แม่น้ำที่ไหลผ่านแผ่นดินใหญ่เมื่อมันและน้องสาวต่างมั่นใจว่าพวกตนปลอดภัยดีแล้ว ความร้อนใจและความเป็นห้องในพวกพ้องก็คอยกวนใจเส้าเทียนมิหายมันเหลียวมองที่ด้านหลังเป็นระยะๆ หวังจะเห็นสหายที่เพียงรู้จักกันได้ไม่นานติดตามมาแต่จนถึงป่านนี้มันก็ไม่เห็นแม้กระทั่งเงาของคนทั้งสอง ในใจก็ได้แต่เจ็บแค้นตนเองที่อ่อนด้อยหากมันมีพลังมากพอ มีฝีมือกว่าที่เป็นอยู่ คนที่มันรัก มิตรสหายที่มากด้วยน้ำใจก็คงไม่ต้องมาเสี่ยงเพื่อมันถึงเพียงนี้

             

            เส้าเทียนกำหมัดแน่น

            “พวกเจ้ารอข้าก่อน ข้าจะรีบนำคนของทางการมาช่วย"

             

            มันกล่าวคำพร้อมกับมองหาสิ่งที่จะลอยบนน้ำที่เชี่ยวกรากได้การเดินทางทางน้ำดูจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมแลรวดเร็วสำหรับมัน หันไปเจอต้นไม้แห้งที่ยืนต้นตายจนเหลือเพียงแค่ตอมันจึงทะยานออกไปพร้อมฟาดฝ่ามือออกอย่างรุนแรง จนไม้แห้งดังกล่าวหักโค่น มันก้มลงไปอุ้มเอาไม้ท่อนนั้นแต่ขณะที่เตรียมจะลอยท่อนไม้ไปตามสายน้ำ เงาร่างในชุดคลุมดำผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้น มันผู้มาเป็นบุรุษวัยกลางคนท่าทางดูเย็นชาเงียบขรึม พร้อมกับมีกลิ่นอายที่น่าหวาดหวั่นบางอย่างจนทำให้เด็กหญิงต้องถอยไปหลบที่เบื้องหลังของผู้เป็นพี่ชาย

             

            เส้าเทียนเห็นเช่นนั้นก็ระวังตัวเป็นพิเศษมันค่อยๆ ก้าวถอยกลับหลังอย่างช้าๆ ในขณะที่มือก็โอบอุ้มท่อนไม้อยู่

            “ท่านเป็นใคร”

             

            บุรุษในชุดคลุมดำแสยะยิ้ม แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยียบเย็น

            “ผู้ที่จะมาเอาชีวิตพวกเจ้าอย่างไรล่ะ”

             

            เส้าเทียนขมวดคิ้ว

            “เราท่านมิเคยรู้จักกัน ข้ามิได้สร้างความเจ็บแค้นใดแก่ท่าน"

            เส้าเทียนกล่าวไปพลางถอยหลังไปพลาง จนมันเข้าใกล้ที่ริมสายธารอันเชี่ยวกรากเต็มที

             

            บุรุษในชุดคลุมดำยกเหยียดนิ้วชี้ออกมา

            “เจ้าไม่ได้สร้างความเจ็บแค้นแก่ข้า แต่ผู้ที่รู้ที่ตั้งค่ายอัคคีทมิฬของนายข้าจักต้องตาย!”

            กล่าวจบนิ้วชี้ที่ชี้เหยียดของมันก็พลันเปล่งแสงเรืองรองออกลมปราณพิเศษสร้างพลังปาฏิหาริย์ที่ปลายนิ้ว บุรุษในชุดคลุมดำผู้นี้กลับเป็นผู้ที่อยู่ในมหาวิถีวจนะมุทรา!

             

            เส้าเทียนเบิกตาโพลง คนรีบพลิกร่างโอบอุ้มน้องสาวขึ้นแลคิดทิ้งตัวลงยังกระแสธารอันเชี่ยวกรากทว่าท่ามุทราที่ปลดปล่อยออกมานั้นรวดเร็วนัก ร่างของเส้าเทียนมิทันได้กระโดดลง พลังแห่งมุทราก็ได้บรรลุถึงแผ่นหลังของมันแล้ว

             

            เสียงเปรี้ยงจึงดังสนั่นก้อง ร่างของคนคะมำลงยังกระแสธารอันเชี่ยวกรากพร้อมกับน้องสาวเห็นแค่เพียงร่างที่จมลงแลโลหิตที่เบ่งบานขึ้นกลางสายน้ำ ส่วนท่อนไม้ที่ว่างเปล่าดูไร้ผู้คนยึดเกาะก็ได้ลอยตามกระแสธารไปอย่างรวดเร็วแล้ว

             

            เพียงหนึ่งการลงมือนี้ บุคคลในชุดคลุมดำมันก็มั่นใจได้ทันทีว่าบุรุษหนุ่มที่บาดเจ็บสาหัสและเด็กหญิงซึ่งเพียงมีอายุสิบขวบย่อมมิอาจช่วยเหลือตัวเองท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากเช่นนี้ได้มันจึงยกยิ้มที่มุมปากพร้อมคืนกลับไปยังค่ายโจรภูเขาอัคคีทมิฬทันที

             

            กลางค่ายโจรอัคคีทมิฬ ฮุ่ยจวินและปู้ชิงเถาต่างลงมือเสริมประสานเข้ารุกไล่หัวหน้าโจรเจียฝานคิดหาจังหวะเพื่อเปิดทางหนีให้แก่พวกตนเจียฝานแม้มันเสียตาขวาและเป็นฝ่ายถูกรุกไล่ แต่มันกลับสามารถลงมือต้านทานแลขัดขวางมิให้ฮุ่ยจวินและปู้ชิงเถาหลบหนีได้ปู้ชิงเถาจึงคิดลงมือกำราบมัน โดยอาศัยเล่นงานที่จุดบอดฝั่งขวาซึ่งเป็นจุดที่จำกัดด้านการมองเห็นของมันความมีเปรียบจึงเพิ่มพูน โอกาสชนะมีมากมายกว่าเจียฝานนัก

             

            กระบวนท่าที่สาม ฝ่ามือพิชิตท้องคลื่นเคลื่อนออกไปเบื้องหน้าฝ่ามือที่ตรงดิ่งนี้แท้จริงไม่ตรงดิ่ง มันเคลื่อนขึ้นลงไปมาสลับกันราวกับคลื่นน้ำที่เคลื่อนไปใต้ฝ่ามือที่เคลื่อนไปยังมีอีกหนึ่งฝ่ามือที่บดบังอยู่ด้านล่างเคลื่อนตาม ราวกับมีฝ่ามือหลบซ่อนอยู่ใต้ท้องน้ำจริงๆและเพียงฝ่ามือนี้ถูกร่ายรำและซัดออก มันก็กวาดม้วนเอาพลังลมปราณสามัญราวกับมหานทีที่สาดซัดทันใด

             

            ตูมมม

             

            ร่างของเจียฝานถูกซัดจนกระเด็นแลกระอักโลหิตออกมาแต่มันนับว่าทรหดนัก เพียงพึ่งถูกซัดยังไม่ถึงชั่วลมหายใจ มันก็ดีดตัวทะยานกายพุ่งออกมาป้องกันการหลบหนีของคนทั้งสองได้อย่างทันท่วงทีอีกหน

             

            ความพยายามของเจียฝานในครานี้ ทำให้ดูเหมือนว่ามันกำลังตกอยู่ในสภาพที่ว่าหากคนทั้งสองรอด เป็นมันเองที่จะตกตายแทน!

             

            สิ่งใดที่ทำให้หัวหน้าโจรหวาดหวั่นได้ถึงเพียงนี้ย่อมไม่มีใครรู้ทว่านับแต่ที่เงาร่างสีดำสองสายปรากฏออกมาบนค่ายโจรภูเขา แววความตื่นกลัวก็ปรากฏแลฉายชัดบนใบหน้าของมันแล้ว

             

            เจียฝานต่อสู้ด้วยความหนักอึ้งของจิตใจร่างกายก็บาดเจ็บสาหัส จุดอ่อนบนร่างก็เพิ่มพูน ซ้ำยังต้องต่อต้านกับเคล็ดวิชาท่องไพศาลอันร้ายกาจอีกประการสำคัญบุรุษหนุ่มผู้นั้นก็มีภูมิปฏิภาณล้ำเลิศเหลือเกิน มันอาศัยแค่การครูพักลักจำและอาศัยพื้นฐานที่ตนมีเคล็ดกระบวนวิชาในวิถีเดียวกันอยู่แล้วหนึ่งกระบวนท่า มันก็สามารถเข้าถึงกระบวนท่าทั้งเจ็ดของเคล็ดวิชาท่องไพศาลทันทีตอนแรกยังติดขัดไร้การหนุนเสริมพลังลมปราณแบบไม่ต่อเนื่องอยู่บ้าง แต่พอมันยิ่งได้สู้ก็เปรียบเสมือนได้ขัดเกลาจนแทบจะสมบูรณ์หมดจดทำให้หัวหน้าโจรภูเขาในตอนนี้ต้องรับมือกับผู้ที่เป็นเคล็ดวิชาท่องไพศาลพร้อมกันถึงสอง!

             

            เพียงรับมือขอทานหนุ่มในสภาพที่เสียเปรียบเพราะไร้ตาขวาก็นับว่ากินแรงแล้วยังต้องมารับมือกับบุรุษหนุ่มที่มีไหวพริบหลักแหลม พลิกแพลงกระบวนวิชาที่ดีอยู่แล้วให้ร้ายกาจแลสมบูรณ์ได้ดียิ่งขึ้นไปอีกมันก็ยิ่งตกอยู่ในที่นั่งลำบากอย่างเต็มตัว

             

            ในขณะที่เจียฝานตกอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำแลปางตายถึงขีดสุดในขณะที่มหาโจรผู้อำมหิตหวาดหวั่นไร้มาดโจรที่หยิ่งยโสดังเดิม เสียงที่ทรงอำนาจของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังมา

             

            “ขยะอย่างไรก็ยังเป็นขยะอยู่วันยังค่ำใช้การไม่ได้จริงๆ"

             

            ก่อนที่ลำแสงแห่งมหาวิถีวจนะมุทราจะแผ่พุ่งแสงนี้ทะลวงผ่านร่างของเจียฝานสะบั้นชีพมันอย่างไร้ปราณี และที่สำคัญแสงนี้ก็ได้ทะลวงเข้าใส่แผ่นอกของปู้ชิงเถาอย่างต่อเนื่องทันที

             

            บุคคลในชุดคลุมดำทั้งสองที่เฝ้าดูเหตุการณ์มาพักใหญ่พวกมันได้ลงมือแล้ว!

             

            “ผู้มีพลังลมปราณปาฏิหาริย์!”

            ปู้ชิงเถาได้แต่เพียงเปล่งวาจามิอาจหลบรอดจากพลังอันร้ายกาจที่แผ่พุ่งมานี้ด้วยมันที่กำลังลงมือรุกไล่เจียฝาน การรั้งสภาวะคืนกลับมาป้องกันตนคงเป็นไปได้ยาก มันต้องตกตายเช่นเดียวกับเจียฝานภายใต้พลังมุทราที่ร้ายกาจนี้แล้ว!

             

            ชั่ววินาทีแห่งความเป็นตาย ด้วยความอยากปกป้องมิตรสหายและไม่ต้องการเห็นคนรู้จักตายต่อหน้าอีกฮุ่ยจวินจึงได้ยอมพลีชีพพลิกกายมาบังร่างของปู้ชิงเถาไว้

            “ท่านรีบหนีไป”

             

            ปู้ชิงเถาเบิกตาด้วยความตื่นตระหนก

            “อย่าทำบ้าๆ"

             

            เปรี้ยง!!!

             

            พลังมุทราที่แกร่งกร้าวปะทะเข้าใส่ที่เบื้องหลังของฮุ่ยจวินอย่างถนัดถนี่ส่งให้ร่างของฮุ่ยจวินถลาไปเบื้องหน้าอัดกระแทกกับร่างของปู้ชิงเถาอย่างรุนแรง

             

            “น้องรอง!”

            ปู้ชิงเถาตะโกนเสียงหลงเพราะเป็นห่วงฮุ่ยจวินทว่าฮุ่ยจวินกลับลุกยืนขึ้นโดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้เพียงนิด จนบุรุษชุดคลุมดำยังต้องหรี่ตาบุคคลในชุดคลุมดำอีกผู้ที่ยืนนิ่งเสมอมายังต้องแปลกใจ ปู้ชิงเถางุนงง

            “เจ้าไม่เป็นอะไร?”

             

            ฮุ่ยจวินนึกขึ้นได้ว่าเบื้องหลังของตนได้สะพายกล่องไม้สี่เหลี่ยมปริศนาอยู่ตลอดเวลาเมื่อครู่พลังมุทราได้ปะทะถูกกล่องไม้มันจึงรอดมาได้อย่างหวุดหวิด แต่รอดชีวิตครานี้มันก็ยังไม่แปลกใจเท่ากล่องไม้ที่ดูธรรมดาไม่พิเศษอันใดกลับสามารถทานรับพลังมุทราที่แกร่งกร้าวได้โดยไม่ปรากฏริ้วรอยแม้เพียงเสี้ยว!

             

            ฮุ่ยจวินชำเลืองมองกล่องไม้ที่เบื้องหลังของตนพลางครุ่นคิด

            “กล่องไม้นี้คือสิ่งใดกันแน่….ท่านลุง ท่านต้องการทิ้งปริศนาใดแก่ข้า"

             

            ปู้ชิงเถาคลายใจต่ออาการของฮุ่ยจวินแต่มันก็หนักใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่พลิกผันตรงหน้า อุตส่าห์เอาชนะกองโจรภูเขาได้สำเร็จในวิชาที่ต้องการ ช่วยเหลือเส้าเทียนและเด็กหญิงหลบหนีได้สำเร็จ แต่พวกมันกลับไม่มีโอกาสได้ออกไปภายใต้ตัวตนที่ร้ายกาจที่ปรากฏมาใหม่นี้ ต่อให้พวกมันจะมีพลังที่มากกว่านี้ ก็ยากที่จะหลบหนีจากเงื้อมมือของพวกมันได้ทัน

            “เป็นยอดคนท่านใด จะไม่แสดงตัวหน่อยหรือ"

             

            เป็นฮุ่ยจวินที่ได้ฉุกใจคิด คืนนั้นที่มันลอบเข้าไปวางยาสลบลงยังน้ำดื่มของเหล่าโจรมันบังเอิญได้ยินโจรสองผู้สนทนากัน ซึ่งพวกมันได้เรียกขานสรรพนามของหัวหน้าโจรเจียฝานเป็นหัวหน้าคนเก่าหรือว่ายอดฝีมือที่มีพลังปาฏิหาริย์นี้จะเป็น…

             

            หัวหน้าคนใหม่ของพวกมัน!

             

            บุรุษในชุดคลุมดำขยับกายคราหนึ่งก็มาปรากฏยังเบื้องหน้าของคนทั้งสองปู้ชิงเถามิชักช้า ท่าเท้าเหยียบม่านเมฆาวูบไหว ต่อเนื่องด้วยหมัดทะลวงนภาอันเป็นกระบวนท่าที่สี่ของเคล็ดวิชาท่องไพศาลอย่างรวดเร็วเคล็ดวิชาท่องไพศาลเป็นการก่อรวมสรรพวิชาจากหมัด เท้า ฝ่ามือ กระบี่ จนเป็นหนึ่ง จึงเกิดเป็นความหลากหลายในแก่นของสรรพวิถีในวิชาเดียวตระกูลตงที่คิดค้นเคล็ดวิชาเช่นนี้ขึ้นมาได้นับว่าเป็นผู้ที่สุดยอดในเหล่าจอมยุทธ์สามัญมิน้อย

             

            ทว่าวิชาที่พลิกแพลงพริ้วแผ่วแฝงความแกร่งกร้าวนี้แม้จะร้ายกาจในหมู่จอมยุทธ์ลมปราณธรรมดาสามัญทั่วไป แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้มีพลังลมปราณพิเศษที่สามารถผนึกเป็นพลังปาฏิหาริย์ที่เหนือสามัญได้ วิชาเหล่านั้นจึงมิต่างจากของเด็กเล่นแม้เพียงนิดหากต้องปะทะซึ่งกันโดยตรงเช่นนั้นเพียงฝ่ามือของบุรุษชุดคลุมดำยกขึ้นมาประกบ ประกายพลังที่เจิดจ้าสาดกระทบออกก็ผลักดันกระบวนเคล็ดวิชาของปู้ชิงเถาให้สลายในทันตา

             

            โครม!!!

             

            ร่างของปู้ชิงเถาลอยถลาคืนกลับหลังอัดกระแทกจนกระท่อมไม้ไผ่ด้านหลังพังไปทั้งแถบฮุ่ยจวินเองจึงไม่ชักช้ามันเตรียมใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาท่องไพศาล แต่บุรุษชุดคลุมดำไม่ได้มีดีเพียงแค่พลังในมหาวิถีวจนะมุทราความเร็วและความแข็งแกร่งของมันก็ร้ายกาจไม่แพ้กัน โดยมิเปิดโอกาศให้ท่าเท้าเหยียบม่านเมฆาได้วูบไหวมันก็เข้าคร่ากุมร่างของฮุ่ยจวินแล้ว

             

            บุรุษชุดคลุมดำเพียงคร่ากุมฮุ่ยจวินไม่ลงมือมันกล่าวว่า

            “สติปัญญาและภูมิปฏิภาณของเจ้าต้องใจผู้เป็นนายของข้าหากเจ้ายอมศิโรราบต่อท่าน เจ้าจะมีตำแหน่งที่ดีแลไม่ตกตายอยู่ที่นี่”

             

            ฮุ่ยจวินแน่นอนว่ามันไม่มีทางเข้าสู่วิถีโจรเพื่อกระทำเรื่องชั่วช้าใดแน่

            “หากพวกเจ้าเลือกเดินในเส้นทางที่ดี ข้าคงไม่ปฏิเสธแต่ดูจากการกระทำของพวกเจ้าแล้ว จุดประสงค์คงมิใช่เรื่องดี"

             

            “เจ้ากล้าปฏิเสธน้ำใจของนายข้า มิกลัวตายหรือ!”

             

            “ความตายสำหรับข้าอุปมาดั่งนอนหลับ ตัวข้าในตอนนี้ก็ไม่เหลือห่วงใดแล้ว”

             

            “ประเสริฐ ในเมื่อต้องการเช่นนั้น ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!”

             

            บุรุษชุดคลุมดำเงื้อมือขึ้นคิดฟาดเข้าใส่ขมับของฮุ่ยจวินเพื่อปิดชีพชายหนุ่ม

             

            เข้าร่วมรอด ปฏิเสธตาย นี่คือโอกาสที่นายของมันมอบให้แก่บุรุษหนุ่มผู้นี้แต่ในเมื่อมันปฏิเสธ เช่นนั้นมันก็ต้องตาย!

             

            ฝ่ามือของบุรุษชุดคลุมดำฟาดลงมาอย่างรวดเร็วขณะที่ฝ่ามือนี้ห่างจากขมับของฮุ่ยจวินเพียงชุ่น จิตสังหารที่รุนแรงราวเกลียวคลื่นที่สาดซัดก็โถมมาส่งให้บุรุษชุดคลุมดำต้องชะงักค้าง นัยน์ตาชำเลืองมองไปที่ปากประตูค่ายโจรในทันใด

             

            ที่แห่งนั้นเห็นเป็นสตรีในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับหิมะก้าวย่างเข้ามาอย่างมิช้ามิเร็วทุกฝีก้าวของนางเต็มไปด้วยพลังความกดดันและจิตสังหารที่มหาศาล มหาศาลจนทำให้เงาร่างในชุดคลุมดำซึ่งเป็นนายของบุรุษชุดคลุมดำต้องสั่นสะท้านขึ้นคราหนึ่ง!

             

            ไม่นานเสียงอันกังวานก็สะท้อนสะท้านมาจากตำแหน่งที่สตรีในอาภรณ์ขาวก้าวเดิน

            “ไม่เจอกันนาน คุณหนูตระกูลฉินผู้สูงศักดิ์ดูท่านจะลำบากมิใช่น้อย"

             

            เงาร่างในชุดคลุมดำที่อยู่บนจุดสูงสุดของค่ายโจรภูเขาอัคคีทมิฬกำหมัดแน่นพร้อมกล่าวเสียงรอดผ่านไรฟัน

            “ไป๋เหิ่นซิน!”

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน