“พี่กายขา…” เสียงเรียกอันแผ่วเบา รวมไปถึงริมฝีปากสีแดงระเรื่อ ประหนึ่งเป็นการเชื้อเชิญให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาสัมผัสตรงนี้อีกครั้ง
ในขณะที่เกียกกายกำลังโน้มตัวลงประทับริมฝีปากกับน้ำฟ้า ภาพใบหน้าของธาริณีหญิงสาวที่ตนแอบรักมานานกว่าสิบปีก็ลอยเข้ามา หัวใจที่กำลังเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความตื่นเต้นกับกลิ่นใหม่ที่ได้ลิ้มลอง กลับแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดที่มีต่อคนที่ตนรักอย่างสุดหัวใจ
"พี่ธา..." เกียกกายหยุดชะงักทันที มองไปยังสาวสวยที่นอนเปลือยกายอยู่เบื้องหน้า…นี่เรากำลังทำอะไรอยู่วะเนี่ย เราจะทรยศความรักที่มีต่อพี่ธาไม่ได้…เมื่อตั้งสติได้จึงรีบคว้าเสื้อผ้าขึ้นมาใส่อย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คนที่นอนอยู่เบื้องหน้ามองด้วยความงุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไป
“เกือบไปแล้วไหมล่ะไอ้กาย” เสียงบ่นพึมพำ ประกอบกับมือที่ยังสาละวนติดกระดุมเสื้อ
“พี่กายขา ไม่ทำต่อแล้วเหรอคะ” น้ำฟ้ารีบลุกขึ้นมา ใช้มือกอดไปที่ลำคอของเกียกกายอีกครั้ง
“พี่ว่าพอแค่นี้ดีกว่า อย่าทำอะไรแบบนี้เลย ใส่เสื้อผ้าซะ”
“พี่กายขา…” น้ำฟ้าพยายามใช้เสียงออดอ้อนอีกครั้งแต่ยังไม่ทันจะพูดจบ เกียกกายก็หันมาทำตาดุใส่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน หญิงสาวจำต้องใส่เสื้อผ้าของตนแต่โดยดี
“เดี๋ยวพี่จะไปส่งที่บ้าน น้ำฟ้าไปรอคนอื่นที่บ้านก็แล้วกันนะครับ ถ้ารอคนเดียวไม่ได้ พี่จะนั่งรอเป็นเพื่อน” คำพูดที่เด็ดขาดและดูเย็นชาออกมาจากปากของเกียกกาย ทั้งยังนึกถึงสิ่งที่เกือบจะทำผิดพลาดไปยิ่งรู้สึกผิด
เกียกกายขับรถไปส่งน้ำฟ้าโดยที่ไม่มีการพูดคุยกันตลอดทาง สายตาของหญิงสาวยังเหลือบมองเกียกกายอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีท่าทีที่ชายหนุ่มจะหันมามองเลยสักครั้ง
น้ำฟ้าได้แต่คิดทบทวนว่าตนทำอะไรผิดพลาดไปรึเปล่า บรรยากาศที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร เรื่องของตนกับเกียกกายไม่ควรจบลงเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจเพราะไม่เคยมีผู้ชายไหนกล้าปฏิเสธตนมาก่อน…อดทนไว้ ๆ ครั้งหน้าฉันจะต้องไม่พลาด…
ในเวลาไม่นานรถยนต์ได้เข้ามาจอดในลานกว้างของที่เรือนไทยหลังเดิม เกียกกายเริ่มหันมามองวงหน้าสวยใสของน้ำฟ้าอีกครั้ง
“พี่ขอโทษนะน้ำฟ้า”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่กาย ถ้าพี่พร้อมเมื่อไรเราค่อยทำก็ได้นะคะ” น้ำฟ้าพูดเสียงใสพลางใช้มือเรียวบางถูไปยังต้นขาของเกียกกาย ทั้งยังส่งสายตาหวานอย่างเคย
“ไม่ใช่อย่าง…” ก่อนที่เกียกกายจะพูดจบ น้ำฟ้ารีบประทับรอยจูบของตนลงบนแก้มของเกียกกายก่อนที่จะรีบออกจากรถ เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มปฏิเสธตน
“ไว้เจอกันใหม่นะคะพี่กายขา” หญิงสาวโบกมือลาจนรถยนต์ลับตาไป…แล้วพี่จะต้องเป็นของฉัน…
“แหม… ทิ้งงานไปอยู่กับผู้ชาย ถ้าแม่ครูรู้จะว่ายังไงน๊า…” เสียงกระแนะกระแหนของเพื่อนนางรำที่แอบดูอยู่ลอยเข้าหู ยิ่งทำให้ความหงุดหงิดที่มีอยู่ในใจเพิ่มมากขึ้น
“คงจะไม่ว่าอะไรหรอกเพราะฉันบอกแม่ครูแล้วว่าจะไปหาหมอ พวกที่ไม่สวยก็คงต้องเหนื่อยหน่อยนะ” น้ำฟ้าหันกลับไปโต้ตอบเพื่อนนางรำเพราะคิดว่าตนถือไพ่เหนือกว่า ทั้งความสวยและความสามารถคงไม่อาจมีใครในที่นี้มาเทียบได้
“ต๊าย… ถ้าสวยแล้วบ้าผู้ชายขนาดนี้ ก็ไม่ไหวหรอกจ้ะ ขออยู่แบบไม่สวยแต่เหนื่อยทำมาหากินดีกว่า” เพื่อนนางรำไม่สนใจในท่าทางที่หยิ่งผยองของน้ำฟ้า ทั้งยังมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่ขยะแขยงเต็มทน
“แล้วอีกอย่าง… เที่ยวเล่นกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้าแบบนี้ระวังท้องไม่มีพ่อนะจ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่าเพื่อนไม่เตือน” เสียงกระแนะกระแหนพูดขึ้นอีกครั้งและเดินเบียดไหล่ขึ้นเรือนไปทันที ทิ้งให้น้ำฟ้ายืนกำมือแน่นด้วยความโกรธอยู่ด้านล่าง
“ครืด…” แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงทำให้ทีปกรซึ่งกำลังนั่งสัปหงกอยู่บนรถโดยสารประจำทาง ต้องลืมตาขึ้นมาดูด้วยอาการงัวเงีย
“ว่าไงเพื่อนรัก” เสียงเนือย ๆ ที่ออกมาจากปากของทีปกร บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าจากการเดินทางทั้งวัน
“นายไปสมัครงานหรือไปออกรบวะ ทำไมเสียงเป็นอย่างนั้น นายอยู่ไหนแล้วให้ฉันไปรับไหม” เสียงจากปลายสายรัวคำถามเป็นชุดด้วยความเป็นห่วง เพราะน้อยครั้งที่จะแยกออกจากกัน
“ช่างฉันเถอะน่า เล่าเรื่องของนายมาดีกว่า” ทีปกรพูดอย่างคนรู้ทัน เพราะแค่เกียกกายอ้าปากก็มองเห็นไปยังตับไตไส้พุงเสียแล้ว