[New Life] อิสระของชีวิต

    [37] หยามหน้า

    [37] หยามหน้า
    ราวสองสัปดาห์ก่อน ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอเมริกา“สวัสดีค่ะคุณลุง”“สวัสดีไลล่า ไม่ได้เจอกันนานนะ”“ก็คิดว่าไม่นานเท่าไหร่นะคะ”หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงหัวเราะเบาๆ เมื่ออีกฝ่ายผายมือให้นั่งลงบนโซฟาเธอจึงทรุดตัว มือเรียวคว้าเอกสารในกระเป๋าออกมา“นั่นคือธุระที่มาวันนี้ใช่มั้ย?”“พูดเหมือนไม่มีธุระหนูจะไม่มาเลยนะคะ แต่ก็ไม่ผิดหรอกค่ะ”เธอยื่นกระดาษเอกสารส่งให้อีกฝ่าย ‘โจเซฟ เกรแฮม’ ชายวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในอเมริกา ทั้งยังเป็นศัลยแพทย์ที่มีชื่อเสียง เพื่อนเก่าและอดีตนายแพทย์ประจำตัวของพ่อที่เสียไปแล้วของเธอเขาเป็นเสมือนญาติผู้ใหญ่ที่ไลล่าไว้วางใจได้ และดูเหมือนว่าก่อนที่พ่อของเธอจะมีอันเป็นไป พ่อก็เคยฝากให้ลุงโจเซฟช่วยดูแลเธอเหมือนลูกด้วย ช่วงแรกๆ ที่พ่อเสียเธอก็มาขอให้ลุงโจเซฟช่วยเหลือไว้ค่อนข้างมาก“แอปคราวที่แล้วที่มาขอให้ช่วยทดสอบก็ใช้ดีอยู่นะ แต่ก็อยากจะลองให้นานกว่านี้เพื่อดูคุณภาพในระยะยาวนี่สิ”“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะ คุณลุงลองอ่านเอกสารดูก่อนเถอะ”“หืม?”โจเซฟกวาดตาอ่านข้อความบนกระดาษไปได้สักพักก็เปลี่ยนท่าที จากการอ่านคร่าวๆ กลายเป็นตั้งใจอ่านสุดๆ พออ่านจบมือทั้งสองข้างก็สั่นระริก แม้แต่จะเอ่ยปากพูดก็พูดได้ไม่เป็นคำ“...ไลล่า...นี่มัน...?”“คุณลุงคิดว่ามันเป็นไปได้รึเปล่าคะ?”“ถึงจะยังไม่สมบูรณ์ทั้งหมด แต่...มัน...มันเหมือนปาฏิหารย์...แต่มันเป็นไปได้...ทฤษฎีนี้มีความเป็นไปได้แน่นอน”โจเซฟว่าเสียงสั่น รอยยิ้มเต็มข้างแก้มเขาจ้องมองกระดาษในมือเหมือนสมบัติอันล้ำค่า ต่อให้ไม่ใช่สายงานของตัวเองโดยตรง แต่ข้อมูลที่เขียนประกอบนั้นละเอียดมาก มันมากพอที่เขาจะอ่านเข้าใจในครั้งเดียว และตอบได้อย่างเต็มปากว่ามันไม่ใช่แค่สูตรลวงโลก“ใช้ได้จริง จริงๆ สินะคะ”ไลล่าพึมพำเบาๆ สรรพคุณของยาที่เขียนมานั้นเธออ่านแค่ครั้งเดียวก็เข้าใจ เพียงแต่ว่าเธอยังไม่ค่อยอยากเชื่อนักว่ายาที่เหมือนยาในฝันแบบนี้จะสามารถสร้างขึ้นมาได้จริง“ไลล่าบอกลุงที...ใครเป็นคนคิดสูตรนี่?”“คนเดียวกับคนที่ขายโปรแกรมสร้างแอปนั่นให้หนู เขาใช้นามแฝงว่า Z ค่ะ”“เขาขายสูตรยานี่ให้หนูงั้นเหรอ?”“จะว่าขายให้ก็ไม่ถูก เพราะเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องเงินเลย เขาแค่ต้องการให้หนูช่วยเป็นคนกลางติดต่อ เพื่อตัวยาที่เสร็จสมบูรณ์ แม้แต่สิทธิบัตรยังบอกเลยว่าจะจดในชื่อใครก็จดไป”โจเซฟแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่คิด สูตรยาที่จะช่วยคนได้อีกมากมาย ชื่อเสียงเกียรติยศก็จะตามมา ผู้คนมากมายจะสรรเสริญ ถูกจดจำชื่อเสียงเรียงนาม แต่กลับไม่ต้องการเงิน ไม่ต้องการสิทธิใดๆ เลย“...คนแบบนี้มีด้วยเหรอ?” โจเซฟขมวดคิ้ว แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ “หรือจะเป็นเพราะเขาต้องการใช้ยาตัวนี้เร่งด่วน เขาเลยไม่ต้องการอะไรเลย?”“หนูก็คิดว่าอย่างนั้นค่ะ”“เขาเป็นหมอรึเปล่าไลล่า?”“เขาบอกว่าแค่มีสูตรยาในมือน่ะค่ะ และดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่สูตรนี้สูตรเดียว”ไลล่านิ่งเงียบสักระยะพอให้ลุงโจเซฟคิดวิเคราะห์และประเมินผล ก่อนที่จะเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ดูจะจดจ่อกับกระดาษในมือ“ลุงโจเซฟคะ ลุงจะสร้างยาตัวนี้ขึ้นมาได้มั้ยคะ ด้วยสถานวิจัยในเครือโรงพยาบาลของคุณลุง หนูว่ามันคงไม่ยากจนเกินไป”“นั่นนับเป็นเกียรติมาก ถ้ามีโอกาสลุงไม่คิดจะปฏิเสธอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าแค่โรงพยาบาลของลุงอาจจะไม่เพียงพอ ถ้ายังไงลุงจะติดต่อขอความร่วมมือจากที่อื่นด้วย”“ถ้าคุณลุงจะออกหน้าช่วยหนูก็วางใจค่ะ แต่ว่าถ้าจะหาคนร่วมงานต้องหาที่ไว้ใจได้นะคะ เจ้าของสูตรยานี่เป็นคนน่ากลัวมากค่ะ”เธอว่าด้วยใบหน้าซีดขาว ไม่อยากคิดภาพผู้ชายปริศนาคนนั้นโดนเล่นตุกติก หากเขาคนนั้นโมโหขึ้นมาจะมีใครที่โดนเล่นงานจนตั้งตัวไม่ติดอีกบ้างก็ไม่รู้ ...แน่นอนว่าแม้แต่เธอก็คงไม่เหลือ ดีไม่ดีคงโดนหนักกว่าคนอื่นแน่“น่ากลัวยังไงรึไลล่า?” โจเซฟถามด้วยความสนใจ น้อยครั้งที่จะเห็นเห็นเธอหน้าถอดสี“ตอนซื้อขายโปรแกรม คนในบริษัทหนูผิดสัญญากับเขา และเขาก็เกือบทำให้บริษัทหนูล้มได้ในห้านาที ยังดีที่ไกล่เกลี่ยกันทัน เขารู้ข้อมูลของหนูหมดแต่หนูกลับ...”“โฮ่...ไม่รู้ข้อมูลของอีกฝ่ายเลยสินะ”“ใช่ค่ะ” ไลล่าก้มหน้ารับ“เข้าใจล่ะ ก็ไม่ได้แปลกใจที่มีอัจฉริยะไม่เผยตัว โลกนี้มันกว้างใหญ่นี่” เขาพยักหน้ารับรู้กับตัวเอง “เอาเป็นว่าเรื่องคนที่จะร่วมงานลุงจัดการเอง ไม่ต้องห่วงไป ไว้เรียบร้อยเมื่อไหร่ลุงค่อยให้หลานติดต่อเจ้าของสูตรให้แล้วกัน”“ฝากด้วยนะคะคุณลุง”ด้วยความร่วมมือจากโจเซฟผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงนี้มาตลอด การหาคู่ค้าที่จะช่วยจัดการเรื่องวัตถุดิบต่างๆ ในการทดลองผลิตยาตามสูตร (ที่ไม่สมบูรณ์) ได้รับมาก็ไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่รอทำสัญญา การดำเนินการสร้างยาแห่งปาฏิหารย์ก็สามารถเริ่มได้ทันทีสิ่งที่อีกฝ่ายร้องขอเธอก็อุตส่าห์รีบจัดการ แม้จะไม่ได้ผ่านตัวเองทั้งหมดแต่เธอก็คอยติดตามสถานการณ์ตลอดเรียกได้ว่ากระตือรือร้นสุดๆ...แล้วทำไมพอโทรไปกลับได้ข้อความตอบกลับว่ายังไม่ว่าง แล้วเธอต้องรออีกฝ่ายติดต่อกลับมาอีกนานมั้ยล่ะเนี่ย?


    กลับสู่ปัจจุบัน ยามเช้าก่อนเข้าเรียน“เซ็ทมึงโอเคมั้ยวะ?”“โอเค...แค่ทำงานจนเช้าเลยยังไม่ได้นอน เกือบหลับละ”เซ็ทว่าแล้วก็อ้าปากหาว แม้ความจริงแล้วจะไม่ได้ง่วงมากมายขนาดนั้น แต่ก็แสดงอาการคนง่วงกันพวกสาวๆ ที่ทำท่าอยากเดินเข้ามาคุยด้วยให้รู้สึกเกรงใจขึ้นมา“พอรู้ หน้าพร้อมหลับมาก”“ขอหลับงีบนึง จารย์เข้าแล้วปลุกหน่อยได้มั้ย?”“ไม่มีปัญหา เดี๋ยวช่วยเฝ้าให้ด้วย”ประโยคหลังคิวกระซิบให้พอได้ยินสองคน แล้วก็จัดการลากเก้าอี้มานั่งข้างเซ็ท หยิบมือถือขึ้นมานั่งเล่นแต่จริงๆ คือมากันซีนสาวๆ ที่อยากจะแอบเข้าหาเซ็ทตอนหลับ และเมื่อคิวช่วยขนาดนี้เซ็ทก็เลยหลับงีบนึงจริงๆ เพียงแต่สัญชาติญาณระวังตัวยังคงเต็มเปี่ยม หากมีอะไรไม่ชอบมาพากลเซ็ทจะตื่นโดยอัตโนมัติ“นี่คิว นายมานั่งนี่ทำไมอ่ะ?”“เซ็ทขอให้ช่วยปลุกตอนจารย์มา ก็เลยขี้เกียจเดินไปเดินมาน่ะ”“เดี๋ยวพวกฉันปลุกให้ก็ได้ นายกลับไปนั่งที่เลยไป”“ฉันก็นั่งอยู่นี่แล้วไม่เห็นเป็นไร”คิวกับนักเรียนหญิงคุยกระซิบกันเสียงเบากันคนง่วงตื่น แต่ทุกประโยคก็ยังเข้าโสตประสาทเซ็ทที่นอนฟุบหน้ากับโต๊ะนักเรียนอยู่ดี เซ็ทล่ะอยากหัวเราะให้ฟันหัก แต่ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะหางานให้ตัวเอง“เซ็ท จารย์มาละ”คิวกับนักเรียนหญิงเจ้าปัญหายังคงเถียงกันจนอาจารย์เดินเข้ามา เซ็ททำท่าบิดขี้เกียจงัวเงียหน่อยๆ แต่ก็ลุกขึ้นมาหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาวางบนโต๊ะ คิวที่เห็นเซ็ทตื่นแล้วก็เดินกลับที่นั่งตัวเองบ้าง “...โอ๊ะ อืม...ขอบใจคิว”เซ็ทนั้นแอบรู้สึกสงสารคิวนิดหน่อย เพราะท่าทางเจ้าตัวจะถูกพวกผู้หญิงบางส่วนในห้องมองเป็นศัตรูซะแล้ว แต่ไว้พวกนั้นคิดได้ก็จะรู้เองว่าการจะเข้าหาเขานั้น ควรเข้าทางเพื่อนมากกว่าเข้าหาเขาตรงๆ{เหมือนจะยังมีคนคิดได้นะเซ็ท}‘รายนั้นเขายังเข้าหาฉันตรงๆ ไม่ได้อยู่แล้วเถอะโร’“คิวจ้ะ เมื่อกี้ตอนมาเอาเก้าอี้เธอทำเงินตกน่ะ” มิ้วยิ้มหวานยื่นแบงค์สีเขียวส่งให้คิว“อ้าวเหรอ ขอเช็คแปป”คิวทำท่าจะควักกระเป๋าเงินขึ้นมาดูจำนวนเงินของตัวเอง ทว่ามิ้วกลับเดินเข้ามาเอาแบงค์ยี่สิบยัดใส่มือเขาโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดอะไรเพิ่ม“คราวหน้าก็ระวังอย่าทำตกอีกนะ อาจารย์มาแล้วรีบไปนั่งที่เถอะ”คิวที่รู้เช่นเห็นชาติกันดีเดินไปนั่งที่เงียบๆ แล้วคลี่แบงค์ยี่สิบในมือ ข้อความเขียนด้วยลายมือยุกยิกว่า [ช่วยให้ฉันใกล้ชิดเซ็ทที] ไม่ได้สร้างความประหลาดใจใดๆ แก่คิวแม้แต่น้อยจะติดสินบนแต่ใช้แบงค์ยี่สิบเพื่อที่ว่าต่อให้คิวเอาไปพูดให้ใครฟังคนก็จะไม่เชื่อ ลายมือเขียนหวัดก็เพื่อจะได้ไม่มีใครคิดโยงไปว่าเป็นลายมือมิ้ว ...แม่นางฟ้าจอมปลอมช่างขยันทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากจริงๆ คิวล่ะอยากลองเอาแบงค์นี่ไปให้บูมดูเผื่อเจ้าตัวจะตาสว่างเห็นสันดานกันสักที แต่คนหลงมิ้วหัวปักหัวปำคงมิวายหาว่าเขาใส่ร้ายมิ้วแหงแซะ ดังนั้นในเมื่อหลุดออกมาได้แล้วก็อย่าหาเรื่องให้โดนต่อยโดยใช่เหตุดีกว่า แล้วก็...ถึงบูมจะไม่เชื่อก็ใช่ว่าเซ็ทจะไม่เชื่อนี่นะ‘คนที่เธอมองว่าเป็นเหยื่อคนใหม่เขาไม่ได้โง่อย่างที่เธอเข้าใจนี่สิ จะทำยังไงล่ะมิ้ว’ในขณะที่คิวนั่งหัวเราะอยู่กับตัวเอง มิ้วก็นั่งมโนหาหนทางเข้าใกล้เซ็ทโดยไม่โดนนินทา ส่วนคนรู้ทันนั้นนั่งปั้นหน้าตั้งใจเรียนแต่จริงๆ อ่านข้อมูลที่โรหามาไม่คิดจะสนใจใครทั้งสิ้น...“เฮ้ย! คาบต่อไปจารย์ไม่เข้า มาแข่งกันหน่อยดิ”“หือ?”หลังจบสองคาบเช้าที่เซ็ทไม่ได้ฟังจารย์สอนอะไรทั้งสิ้น บูมก็มายืนจังก้าอยู่หน้าโต๊ะ แม้จะไม่ได้มีลูกสมุนใดๆ มาด้วยแต่ก็มีทีท่าข่มขู่อย่างเห็นได้ชัด {สู้ด้วยกำลังไม่ชนะก็เลยมาท้าแข่งเรื่องอื่น ก็ถือว่ามีสมองอยู่บ้าง} เซ็ทไม่ได้โต้กลับว่าการแข่งไม่ว่าอะไรก็ตามช่างไร้สาระ ในเมื่ออีกฝ่ายมาท้าทายอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้ จะให้เฉไฉไม่รับปากก็กระไรอยู่ อีกอย่างไหนๆ ก็อ่านข้อมูลที่โรหามาให้จบหมดแล้ว แผนการผลิตก็คิดไว้พร้อมแล้วเหลือแค่รอคุยตอนกลางคืน ตอนนี้จะเล่นกับเด็กแก้เบื่อสักหน่อยก็ได้“แล้ว...จะแข่งอะไรล่ะ?”“เทนนิส ตัวต่อตัว ไม่ต้องมีเพื่อนร่วมทีม แพ้คือแพ้จะได้ไม่มีข้ออ้าง”เซ็ทกระพริบตาปริบๆ หัวเราะแห้งๆ ใส่บูม “...โทษทีนะบูม แต่โรงเรียนเราไม่มีสนามเทนนิสนะ นายจะให้ไปเล่นกันที่ไหน?”“สองร้อยเมตรทางหลังโรงเรียนมีสโมสรเทนนิสอยู่ ไปเล่นที่นั่นได้ กูขออนุญาตอาจารย์ออกนอกโรงเรียนเรียบร้อยแล้ว ว่าไง กล้ารึเปล่า?”เซ็ทรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายวางแผนไว้แล้ว จงใจท้าแข่งกีฬาผู้ดีที่เซ็ทเด็กโง่คนก่อนไม่น่าเคยเล่น แถมยังใช้อำนาจในทางมิชอบขอทำเรื่องออกจากโรงเรียนไว้ก่อน กะว่าถ้ารับคำท้าก็จะฝังให้จมดิน แต่ถ้าไม่รับก็จะกลายเป็นพวกขี้ขลาดไปโดยทันที...ช่างคิดดีนะ แต่มันก็เป็นแค่ความคิดตื้นๆ“...เอาสิ ไม่มีปัญหา ไปกันเลยมั้ย?”บูมมีทีท่าแปลกใจไม่ใช่น้อยที่เซ็ทยอมรับคำท้าทายอันไร้ที่มาที่ไปของเขา แต่ถึงอย่างนั้นก็บูมก็ฉีกยิ้มเย้ยหยันด้วยความพอใจ ต่อให้ใครไม่คิดแต่บูมก็คิดไปแล้วเซ็ทอวดดีตั้งใจทำเป็นเข้มต่อหน้ามิ้ว บูมเลยตั้งมั่นอย่างยิ่งว่าจะใช้เทนนิสที่เขาเล่นมาตั้งแต่เด็กๆ อัดเซ็ทให้ไม่กล้าทำเป็นเก่งอีกเลย“บูม ฉันไปดูด้วยได้มั้ย?”คิวนั้นไม่ได้อยากเข้ามายุ่งด้วยสักเท่าไหร่ ตอนแรกคิวก็หวังว่าเซ็ทจะปฏิเสธไป แต่ในเมื่อเซ็ทตกปากรับคำบูมไปแล้ว คิวก็ได้แต่ต้องเข้าไปยุ่งด้วยเพื่อกันไม่ให้เซ็ทโดนบูมเล่นสกปรกใส่ เพราะในเมื่ออีกฝ่ายคือคนอย่างบูม จะปล่อยให้เซ็ทไปคนเดียวได้ยังไง จะว่าคิดมากก็ช่าง แต่อะไรที่กันได้ก็ต้องกันไว้ดีกว่าแก้“มึงจะไปทำไมวะ?”“ถ้าเป็นการแข่งก็ต้องมีพยานไม่ใช่เหรอ?”“เอ่อ...ฉันก็อยากดูนะ” มิ้วว่าเสียงอ่อน ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ“ถ้ามิ้วจะไปก็ได้สิ ไม่ถึงชั่วโมงก็กลับมาแล้ว”บูมที่กำลังหัวร้อนคิวพลันเปลี่ยนท่าที เขาตอบตกลงความต้องการของมิ้วโดยไม่ต้องคิด ดีเสียอีกที่มิ้วจะได้เห็นเซ็ทหมดท่ากับตา เพื่อนร่วมห้องคนอื่นเองก็อยากไป แต่ไม่มีใครกล้าพอที่จะขอบูม ได้แต่แอบมากระซิบกับคิวว่าให้มาเล่าผลด้วย...“แม่ง...มึงจะรับคำท้าทำไมเนี่ย?”คิวบ่นอุบ เดินฝ่าแดดร้อนๆ ไปสนามสโมสรที่ห่างออกไปไม่ไกลกับเซ็ทสองคน ส่วนมิ้วนั้นได้นั่งรถไปกับบูมจะได้ไม่ต้องเหนื่อย ...คิวล่ะไม่อยากจะพูด นี่ขนาดโดนเขาทิ้งก็ยังไม่เลิกหลง โง่หลายตายซะ“มาท้าต่อหน้าเพื่อนทั้งห้องขนาดนี้ไม่รับก็ได้โดนว่าขี้ขลาดน่ะสิ”“ใช่เวลาห่วงหน้าตาเรอะ นี่ถ้าโดนดักเล่นงานจะทำยังไง?” คิวโวยวาย อยากจะจับเซ็ทเขย่าคอถามว่าในสมองมีอะไรอยู่บ้าง“ไม่โดนหรอกน่าเชื่อสิ อุตส่าห์มาท้าขนาดนั้น ถ้าฉันเยินก่อนได้แข่ง เพื่อนในห้องต้องเดาได้อยู่แล้วว่าเป็นฝีมือบูม อีกอย่างตอนนี้ฉันเป็นคนของสังคมนะ ขืนทำอะไรไม่คิดครอบครัวจะเสียชื่อเปล่าๆ” คิวที่คิดตามคำอธิบายของเซ็ทไปทีละขั้น เริ่มเข้าใจว่าตัวเองนั้นอาจจะกังวลมากเกินไป“มีเหตุผล แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...”“ที่สำคัญหมอนั่นดูจะมั่นใจในฝีมือตัวเอง ในเมื่ออยากโชว์พาวต่อหน้ามิ้วก็ต้องชนะฉันในการแข่งให้ได้ เพราะงั้นหมอนั่นไม่เล่นตุกติกก่อนแข่งหรอกน่ะ”“...แต่นั่นก็หมายความว่าหมอนั่นต้องชนะเท่านั้นไม่ใช่รึไง ดูหน้ามึงแล้ว...มึงก็ไม่ได้คิดจะแพ้เลยนี่”“ก็ไม่ได้คิดจะแพ้ไง”รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเซ็ทเล่นเอาคิวรู้สึกพูดไม่ออก แต่แล้วก็นึกถึงเหตุการณ์ตอนเล่นฟุตบอลด้วยกันขึ้นมากระทันหัน คิวเหล่มองเซ็ทที่ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อน แอบเหงื่อตกด้วยความกังวลแทน“มั่นใจขนาดนั้น ...เล่นเทนนิสเป็นแน่ใช่มั้ย?”“เคยเล่นไอ้ที่คล้ายๆ กันอยู่ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฟอร์มดีกว่าฟุตบอลแน่ๆ ก็แล้วกัน”“งั้นก็โล่งไป” คิวถอนหายใจ ถ้าเซ็ทมั่นใจขนาดนั้นก็น่าจะหวังได้เกินพอ แต่แล้วคิวก็อดกังวลขึ้นมาอีกไม่ได้ เพราะถ้าบูมเกิดหน้าแตกเพราะเซ็ทขึ้นมา... “แต่ว่า...ถ้านายชนะก็ไม่ได้แปลว่าบูมจะไม่ทำอะไร...ไม่ใช่รึไงวะ?”“อันนี้ก็ต้องรอดู แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอก อย่าคิดมาก”“มึงมันคิดน้อยไงไอ้บ้า”“โธ่ๆ คิดมากเดี๋ยวแก่ไวนะเพื่อน” เซ็ทยิ้มยียวน ตบบ่าเพื่อนขี้กังวลที่อุตส่าห์คิดแทนสองสามที เดินตัวปลิวเข้าไปตามทางเดินของสโมสรเทนนิสเล็กๆ ไม่นานก็เห็นบูมในชุดกีฬาเต็มยศยืนรออยู่ข้างสนามแห่งหนึ่ง“มาซะช้า คิดว่าจะป๊อดไม่ยอมมาซะแล้ว”“โทษที แต่นายให้ฉันเดินมานะ”เซ็ทว่าพลางหัวเราะเดินช้าๆ ไปหยิบแร็กเก็ตที่วางพิงอยู่ข้างกำแพง สำรวจไม้อยู่พักหนึ่งถึงได้รู้ว่าบูมไม่ได้เล่นตุกติดอะไรกับไม้ไว้เลย “ถ้ากลัวกูเล่นไม่ซื่อจะไปยืมไม้ใหม่มาก็เชิญ”“ไม่เป็นไร ใช้นี่แหละ” เซ็ทถือไม้แร็กเก็ตสีแดงสดเดินตามบูมเข้าไปในคอร์ท โบกไม้โบกมือให้คิวเป็นเชิงว่าไม่ต้องเป็นห่วง มองเมินมิ้วที่ติดสอยห้อยตามมา แต่เจ้าตัวดันคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาโบกมือให้ เลยโบกมือกลับพลางส่งสายตาเป็นห่วงนี่ก็นะ...หลงตัวเองจริงๆ“มาพนันกับกู”“พนันอะไรล่ะ?”“กูจะเอาชนะมึงอย่างยุติธรรม และถ้ากูชนะ อย่าได้เข้าไปยุ่งกับมิ้วอีกเป็นครั้งที่สอง แม้แต่พูดคุยก็ห้าม สัญญามาซะ”เซ็ทละอยากกลอกตามองบน สรุปแล้วก็ไม่พ้นเรื่องเดิมๆ ...แถมกีฬาที่เซ็ทคนก่อนไม่เคยแตะ ในขณะที่เจ้าตัวออกจะดูมั่นใจ นี่เรียกว่ายุติธรรมแล้วเหรอ เซ็ทอยากจะถามแบบนั้นแต่ก็ปล่อยผ่าน เพราะเขาก็ไม่ใช่เด็กโง่เซ็ทคนก่อนที่เจ้าตัวจะชนะได้แน่ๆ ซะหน่อย“ไม่มีปัญหา ถ้าฉันแพ้ฉันจะไม่เฉียดใกล้มิ้วอีกเลย ไม่เปิดปากพูดด้วย แต่ถ้าฉันชนะ นายก็เลิกวุ่นวาย เลิกหาเรื่องฉันสักทีก็แล้วกัน ต่างคนต่างอยู่น่ะ โอเค?”“ชนะให้ได้ก่อนค่อยมาพูด ตัดสินกันในเซ็ตเดียว โค้ชของที่นี่จะช่วยเป็นผู้ตัดสินให้ มีปัญหาไรมะ?” บูมว่าพลางชี้ไปที่ผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ในคอร์ท เซ็ตจึงส่ายหน้า “งั้น...มาโยนหัวก้อยกันเถอะ”“เลือกเลยทั้งแดนทั้งเสิร์ฟนั่นแหละ เพราะไม่ว่ามึงจะเลือกอะไรกูก็จะเป็นฝ่ายชนะอยู่ดี” บูมว่าด้วยความหยิ่งผยอง“งั้นฉันเลือกรับ ขอคอร์ทฝั่งนี้ละกัน”เซ็ทล่ะอยากจะเตือนว่าอวดดีเกินไปหน้าแตกขึ้นมาหมอจะไม่รับเย็บ แต่คนหัวดื้อแบบบูมโดนสอนด้วยประสบการณ์น่าจะดีกว่า ว่าแล้วก็เดินไปประจำที่รอให้บูมเป็นฝ่ายเสิร์ฟลูกมาก่อน เขายืนตั้งรับเรียบง่ายเหมือนคนยืนเฉยๆ แทบไม่ตั้งท่าอะไรเลย“ดูถูกกันอยู่รึไง กูจะให้มึงชดใช้ที่ทำกูขายหน้าทบต้นทบดอกเลย!”บูมคิดย้อนไปถึงตอนที่ตัวเองโดนเซ็ทล้มได้ทั้งต่อหน้ามิ้วและลับหลัง ความโกรธก็พุ่งทะยาน เขากำแร็กเก็ตในมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนมือหนาตั้งท่าโยนเสิร์ฟได้อย่างไหลลื่น ทันทีที่ลูกกระทบกับเอ็นแร็กเก็ต ลูกบอลก็พุ่งมากระทบพื้นสนามก่อนจะลอยผ่านหน้าเซ็ทไปกระแทกลูกกรงที่อยู่ข้างหลังเคร้ง!“15-0”“เห~”เซ็ทมองตามลูกเทนนิสที่กลิ้งหลุนๆ อยู่ด้านหลังแล้วก็ผิวปากเบาๆ ไม่แปลกใจเลยที่บูมจะดูหยิ่งผยองปานนั้น ดูแล้วเทนนิสจะเป็นกีฬาที่เจ้าตัวถนัดมากจริงๆ“ตายซะ!!”ลูกต่อไปพุ่งตามมา สถานการณ์ไม่ต่างจากเมื่อครู่เมื่อเซ็ทยังคงแทบไม่ได้กระดิกตัว จวบจนเกมส์เสิร์ฟของบูมจบลงไปอย่างรวดเร็วโดยที่เซ็ทไม่ได้แม้แต่แต้มเดียว คนเสียเกมส์ยังคงนิ่งเฉย แต่คนคอยเชียร์ข้างสนามนั้นกระวนกระวายแทน“1-0 เกมส์”“ทำบ้าอะไรของมึงวะเซ็ท ไหนว่าเล่นเป็นไง?”“คิว เซ็ทเล่นเทนนิสไม่เป็นเหรอ?”“มันว่าเล่นได้ เซ็ทเว้ย ตบมันกลับสิเซ็ท”คิวยืนพึมพำจับลูกกรงเขย่าไปมา คิวมองเมินมิ้วที่ยืนอยู่ข้างตัว อยากจะเดินเข้าไปในคอร์ทแล้วตบกระโหลกเพื่อนให้เอาจริงสักที ดูออกนะเว้ยว่าท่าทางแบบนั้นคือยังไม่คิดจะเล่นจริงจังเลยน่ะ“...ไอ้กอลิล่าเวร”มิ้วพูดลอดไรฟันด้วยความคับแค้น เธอนั้นได้ยินสิ่งที่บูมพนันกับเซ็ทตอนจะเริ่มเล่น ตอนนี้เธอเลยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเซ็ทจะชนะ ในขณะที่ในใจเธอกำลังก่นด่าบูมด้วยทุกคำหยาบที่คิดออก ขนาดเธอบอกเลิกไปชัดเจนแล้ว บูมก็ยังไม่วายจะทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเธอไม่เลิก ขืนเซ็ทแพ้แล้วยอมทำตามสัญญาบ้าๆ นั่น แล้วเธอจะทำให้เซ็ทไล่ตามเธอได้ยังไง แผนที่เธอจะจับเซ็ทก็ได้ล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่มน่ะสิ! “เหอะ ไอ้อ่อน ไหนลองเสิร์ฟลูกกระจอกๆ มาดิ อย่างน้อยก็ให้กูได้เหงื่อสักหน่อยเถอะ”“เอางั้นก็ได้”เซ็ทเมินเฉยต่อท่าทางดูถูกดูแคลนของบูม เขาเดินไปหยิบลูกเทนนิสมาถือ โยนลูกขึ้นกลางอากาศ จากนั้นก็ตั้งท่าหวดออกไปอย่างสวยงาม ลูกเทนนิสที่พุ่งมาอย่างแรงกระทบพื้นข้างนิ้วเท้า แล้วพุ่งเฉียดผ่านข้างแก้มบูมกระแทกเข้ากับลูกกรงเสียงดังเคร้ง!“สะ...15-0”“เอ้า พ่อคนเก่ง ขยับสิ หรือเร็วเกินไป”เซ็ทเลียนแบบท่าทางอวดดีอันสุดแสนจะน่าโมโหของพระเอกการ์ตูนที่เคยดู จัดการตีลูกเสิร์ฟแบบที่บูมพยายามรับแค่ไหนก็ไม่เฉียดจนคะแนนกลับมาเป็นหนึ่งเท่าอย่างรวดเร็ว คิวถึงกับหลุดปากโห่ร้องด้วยความยินดีหลังจากใจหายใจคว่ำมาตั้งหนึ่งเกมส์“ให้มันได้อย่างนี้สิวะไอ้บ้า!”เซ็ทเมินเสียงจากข้างสนาม จ้องไปที่บูมที่กำลังยืนกัดฟันกรอด ความมั่นใจที่จะชนะแน่นอนของบูมเริ่มลดน้อยถอยลงจนอดไม่ได้ที่จะกระวนกระวาย“นี่บูม ถามหน่อยสิว่าทำไมถึงเลือกแข่งด้วยเทนนิส เพราะมั่นใจว่าจะชนะแน่นอนงั้นเหรอ?”“มึง...อย่ามาหยามกันนะเว้ย!”“หยาม? เข้าใจผิดแล้ว ...ถ้าบอกว่าต่อจากนี้นายจะไม่ได้คะแนนไปจากฉันแม้แต่แต้มเดียว” เซ็ทมองต่ำมุมปากหยียดยิ้มเย้ยหยัน “แบบนี้สิถึงเรียกว่าหยามจริงๆ”“มึง-!!”“มาเล่นกันต่อเถอะ”เซ็ทยิ้ม เดินไปยืนที่เตรียมรับลูกเสิร์ฟจากบูมตามกติกาสลับฝั่งเสิร์ฟ ท่ายืนยังคงเป็นท่ายืนสบายๆ มีแต่ช่องโหว่ ทว่าลูกเสิร์ฟที่บูมตีไปกลับถูกเซ็ทที่ไม่ตั้งท่าโต้กลับได้ และมันก็ลอยผ่านสีข้างบูมไปอย่างง่ายดาย โดยที่บูมยังไม่ทันได้ขยับตัว“15-0”ผัวะ! ตุ้บ! ผัวะ!“มึง...มึงตายซะเถอะ!!”บูมเลือดขึ้นหน้า พยายามจะเอาแต้มจากเซ็ทให้ได้ด้วยความแค้น หากแต่เซ็ทนั้นจงใจโต้กลับในความเร็วที่บูมพอจะตีกลับมาได้ ดังนั้นภาพที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นผู้เล่นทั้งสองฝั่งวิ่งไล่กวดลูก โดยที่ฝั่งหนึ่งหน้าดำคร่ำเครียด แต่อีกฝั่งนั้นยังคงมีรอยยิ้มน้อยๆ ประดับอยู่บนใบหน้า“...บูม ถึงนายจะทำตัวไม่น่าคบ แต่เราก็เป็นเพื่อนร่วมห้องกัน ถ้ายังไงในระหว่างที่เกมส์ยังไม่จบ เรามาเปิดใจคุยกันหน่อยเป็นไง?”“หุบปากไปซะไอ้สวะเซ็ท!!”เซ็ทเมินเฉยต่อเสียงร้องคำรามด้วยความโกรธ เขายิ้มมุมปากในขณะที่ยังวิ่งตีโต้ลูก เริ่มการละเล่นปั่นประสาทเด็กอย่างที่ตั้งใจ{แกล้งเด็กนะเซ็ท}‘ก็เด็กมันหาเรื่องเองนี่’ ...ก่อนจะแพ้ด้วยกีฬาที่ถนัดที่สุด ก็ประสาทเสียให้สุดก่อนก็แล้วกันนะ
    ‘ต่อให้มั่นใจแค่ไหนก็ใช่ว่าทุกสิ่งจะเป็นไปตามที่ตั้งใจ’
    ---------------------ไม่ได้จะโชว์พาวทักษะการเล่นกีฬา เซ็ทแค่ตั้งใจจะมาแกล้งเด็กเฉยๆ ถถถถถ บูมช่างเป็นตัวละครที่น่าสงสาร งมงายในรัก โดนหญิงเท แล้วยังจะมาโดนเซ็ทแกล้งอีกนะ 5555+ที่บ้านแมวฝนตกหนักมาก เมื่อเช้ายังร้อนแดดเปรี้ยงอยู่แท้ๆ ถ้ายังไงก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ด้วยรักและเป็นห่วงจากแมวค่ะปล. พบคำผิดใช้คำไม่ถูกต้องแจ้งได้นะคะ แมวนำไปแก้ในไฟล์เวิร์ดตลอด ส่วนแก้ในเว็บมันต้องรอให้ทางเว็บตรวจสอบ ใช้เวลาหนึ่งถึงสามวัน ดังนั้นแมวเลยตั้งใจจะเช็คให้ละเอียดแล้วมาแก้ทีเดียวมากกว่า เพราะก่อนนี้เคยแก้ทีละคำสองคำ ก็กลัวโดนคนเช็คบ่นอยู่ แหะๆขอบคุณทุกคอมเม้นต์ ทุกการเปย์ และทุกกำลังใจ ขอบคุณและขอบคุณอีกครั้งค่ะ

    คล้ายกับเรื่อง[New Life] อิสระของชีวิต ที่คุณอ่าน