บทที่ 37 อวิ๋นหม่านเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน
จ้าวผิงไม่อาจขัดขืนได้ เลยต้องจำใจไปห้องนอนฝั่งตะวันตก
ขณะเดียวกัน เหวินฮุ่ยยังไม่หลับ
ทั้งสองคงตกลงกันไว้ก่อนหน้าแล้ว เลยรู้ว่าจ้าวผิงจะมา
ใบหน้านางถูกแต้มด้วยสีชาดอ่อน ๆ อมชมพู ดูงดงามน่ารัก
เสื้อผ้าถูกเปลี่ยนเป็นชุดพริ้วเบา สามารถมองเห็นส่วนเว้าโค้งสวยงามได้ชัดเจน
แม้แต่บนเตียงก็ปูผ้าเช็ดหน้าสีขาวไว้
แสงเทียนพลิ้วไหวในห้องมืดสลัว ให้อารมณ์ราวฉากในหนังไม่มีผิด
เหวินฮุ่ยเห็นจ้าวผิงเข้ามา ใบหน้าที่เขินอายแสดงความประหลาดใจขึ้นมา
เมื่อนึกถึงเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น ใบหน้าก็ยิ่งแดงระเรื่อเข้าไปใหญ่
ทว่าหญิงสาวกลับไม่ได้ลังเล นางก้าวไปข้างหน้าอย่างกล้าหาญ
“สามี ข้าช่วยท่านถอดชุดเอง” พูดไป มือเล็ก ๆ ของหญิงสาวก็เอื้อมไปยังตัวจ้าวผิง
จ้าวผิงจับมือเธอแล้ว ก่อนโอบเอวอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมกอด
เขาไม่ใช่หลิวเซี่ยฮุ่ย*[1] ผู้มีคุณธรรมสูงส่ง ไม่ล่วงเกินผู้หญิง เขาเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง
ในเมื่อทะลุมิติมาในยุคนี้แล้ว อีกทั้งฝ่ายหญิงยังเป็นคนรุกและเสนอตัวก่อน แล้วเขาจะควบคุมตัวเองได้อย่างไร
ราวคนทั้งสองเข้าสู่ห้วงเสน่หา
แสงเทียนพลันดับลง
เกิดเป็นท้วงทำนองอันเร่าร้อนท่ามกลางราตรี
เฉียนลิ่วนอนอยู่ในกระท่อมพลันได้ยินเสียงจากห้องฝั่งตะวันตกดังขึ้นมา ในใจเกิดความรู้สึกเว้หว่าขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
หรือข้าควรจะหาเมียสักคน
เฉียนลิ่วถามตัวเองในใจ…
วันรุ่งขึ้น จ้าวผิงไม่ได้ยินเสียงไก่ขัน เขากลับได้ยินเสียงตื่นเต้นของอวิ๋นหม่านแทน
“อาจารย์! อาจารย์ พวกเราจับเสือได้แล้ว”
จ้าวผิงยังนึกว่าฝันอยู่ คิดอยากจะกอดเหวินฮุ่ยแล้วนอนต่อ ทว่ากลับโดนเหวินฮุ่ยผลักออก
“สามี อวิ๋นหม่านกลับมาแล้ว ท่านรีบไปดูหน่อยเถอะ”
เหวินฮุ่ยลุกขึ้นจากเตียงก่อน พลางหาเสื้อผ้าของจ้าวผิงมาช่วยเขาสวมใส่ จากนั้นค่อยใส่เสื้อผ้าตนเอง
หลังจ้าวผิงออกมา ข้างหน้าปรากฏแสงจันทร์สว่างพร้อมดวงดาว เขาขมวดคิ้ว “อวิ๋นหม่าน เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้เวลาใด มาร้องปาว ๆ ไยกัน โวยวายตอนข้าหลับอยู่ไม่รู้หรือ?”
อวิ๋นหม่านอายุสิบเจ็ดปีแล้ว
เมื่อเห็นจ้าวผิงออกมาจากห้องฝั่งตะวันตก ทั้งเหวินฮุ่ยยังตามมาด้านหลังด้วยผมเพ้ายังยุ่งเหยิง จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
แต่เขาไม่ได้ใส่ใจ
ผู้ชาย ขอเพียงแค่เลี้ยงดูไหว จะมีเมียสามคนห้าคนก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลก
อีกอย่าง เหวินฮุ่ยอยู่บ้านอาจารย์มาตลอด แม้จะไม่ได้สู่ขออย่างเป็นทางการ แต่ในใจของอวิ๋นหม่านก็ถือว่าเธอเป็นอาจารย์แม่มานานแล้ว
เมื่อความเคอะเขินผ่านไป อวิ๋นหม่านก็พูดต่อ “อาจารย์ พวกเราจับแม่เสือตัวนั้นได้แล้ว”
“ท่านรู้หรือไม่ ขณะที่กลุ่มพวกข้าขุดหลุมกับดักเสร็จกำลังจะกลับ ยังเดินมาได้ไม่ไกล ก็ได้ยินเสียงร้องอู้อี้ดังมาจากข้างหลัง พวกเรารีบย้อนไปดู พลันก็เห็นเสือตัวนั้นตกลงไปในกับดัก ตามตัวโดนแทงอยู่หลายแผล สภาพร่อแร่แล้ว ...”
อวิ๋นหม่านกระโดดโลดเต้น เล่าเรื่องจนเห็นภาพ
ตอนนี้เองจ้าวผิงถึงเพิ่งเห็นว่าพวกเซี่ยเฉวียนแบกเสือตัวหนึ่งเข้ามาในลานบ้าน
บนตัวเสือมีแผลเลือดออกมากมาย เลือดยังไหลอยู่เลย
ถึงแม้ว่าตัวนี้จะเล็กกว่าเสือตัวผู้หน่อย แต่ก็น่าจะหนักถึงสามร้อยกว่าชั่ง
ไม่เพียงแต่จะได้เงินรางวัลสามสิบตำลึง ทว่ายังเอาไปขายได้อีกหลายสิบตำลึง ช่างเป็นรายได้ที่งามแท้
จ้าวผิงชื่นชมด้วยความพอใจ “ดีนัก เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ พวกเราเอาไปขายที่อำเภอด้วยกัน ได้เงินมาแล้วจะแบ่งให้พวกเจ้าด้วย”
“นายท่านจ้าว คงทำเช่นนั้นไม่ได้” เซี่ยเฉวียนเอ่ยปาก “ท่านเป็นคนเสนอวิธีการจับเสือ พวกเราก็แค่ทำตามเท่านั้น อีกทั้งอวิ๋นหม่านยังเป็นลูกศิษย์ ส่วนพวกข้าก็เป็นทาสของท่าน เราจะรับเงินได้อย่างไร”
เมื่อตัดสินใจเป็นทาสของจ้าวผิงแล้ว แม้แต่การเรียกชื่อจ้าวผิง เซี่ยเฉวียนก็เปลี่ยนด้วย
จ้าวผิงประหลาดใจมาก ต้องคุยกันอยู่นานกว่าจะตัดสินใจเรียกชื่อได้ในที่สุด
เซี่ยเฉวียนเรียกนายท่านจ้าว สี่คนที่เหลือเรียกจ้าวเซียนเชิงเป็นการให้ความเคารพ
ส่วนเงิน พวกเขายืนยันว่าไม่รับ จ้าวผิงก็ไม่ได้คัดค้าน
ถือโอกาสกลับไปทำเหล้าให้ดื่มมากหน่อย เป็นการชดเชยให้พวกเขา
เมื่อกินข้าวเสร็จ ทุกคนก็แบกเสือสองตัวขึ้นเกวียนม้า และยังคงให้หลี่โฉ่วช่วยขับเกวียน
ตัวจ้าวผิงขี่ม้า ส่วนพวกเซี่ยเฉวียนนั่งเกวียนลา มุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอ เพื่อไปรับรางวัลยังจวนว่าการอำเภอ
จ้าวผิงไม่อยากออกหน้า เกรงว่าจะทำให้หมาจิ่วตกใจจนไม่กล้ามาหาเรื่องที่หมู่บ้านซีผิง
หากเช้นนั้นจ้าวผิงก็จะไม่มีโอกาสแก้แค้น เขาเลยให้อวิ๋นหม่านไปรับแทน
นายอำเภอหวงเฟิงเหนียนเห็นเสือสองตัวโดนตีจนตาย กล่าวชมอวิ๋นหม่านไม่หยุด ก่อนตบเงินรางวัลด้วยความพึงพอใจ อีกทั้งยังส่งคำเชิญให้อวิ๋นหม่าน อยากให้เขามาเป็นเจ้าหน้าที่ศาลประจำจวนว่าการอำเภอ ถึงกับเสนอให้เงินเดือนสามร้อยอีแปะด้วย
น่าเสียดายที่อวิ๋นหม่านไม่สนใจแม้แต่น้อย
หวงเฟิงเหนียนก็ไม่ได้โน้มน้าวต่อ จากนั้นเขาก็ติดดอกไม้ใหญ่สีแดงให้อวิ๋นหม่านด้วยตัวเอง แล้วยังให้เจ้าหน้าที่รัฐพาไปเดินขบวนตามถนน
ตีฆ้องตีกลองอย่างครึกครื้น
ทุกคนเห็นแล้วต่างก็พากันรุมล้อมเข้ามา แต่ละคนเข้ามาถามถึงสถานการณ์
ทว่าอวิ๋นหม่านไม่ได้เล่าความจริง เพียงแต่บอกว่าเป็นผลงานของกลุ่มปราบเสือ
กระนั้นทุกคนเห็นดอกไม้สีแดงติดอยู่บนหน้าอกอวิ๋นหม่าน ชาวบ้านก็คิดว่าอวิ๋นหม่านย่อมต้องเป็นกำลังสำคัญแน่นอน
ทุกคนจึงสรรเสริญชายหนุ่มอย่างยิ่งใหญ่
การล่าเสือคราหนึ่งได้ถึงสองตัวเช่นนี้… ทั้งพืชผลยังปราศจากความเสียหาย อีกอย่างความเสี่ยงอันตรายที่ขึ้นเขาไปขุดผักป่าก็น้อยลงมากด้วย
ส่งผลให้ผู้คนที่มารุมล้อมต่างซาบซึ้งใจในอวิ๋นหม่านเป็นอย่างยิ่ง
ถึงขั้นมีบางคนแนะนำภรรยาให้อวิ๋นหม่าน ทำเอาชายหนุ่มหน้าแดงแจ๋
เซี่ยจี้หัวหน้าหมู่บ้านเซี่ยชุนก็อยู่ในเหตุการณ์
พอได้ยินคำพูดพวกนี้ก็รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้สืบถามต่อ
อวิ๋นหม่านเป็นลูกศิษย์ของจ้าวผิง เขาทำเรื่องพวกนี้แทนอาจารย์ถือเป็นเรื่องปกติมาก
แต่ที่น่าสงสัยเพียงอย่างเดียวก็คือที่ว่าล่าเสือได้สองตัว เพราะเขาจำได้ว่าตายไปตัวเดียวเอง
รอกลับไปค่อยถามเซี่ยเฉวียนก็แล้วกัน ตอนนี้ยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำอยู่
หัวหน้าหมู่บ้านซีผิงโดนเสือทำร้ายจนเสียชีวิต จำเป็นต้องเลือกหัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่ขึ้นมา ชาวบ้านจึงมาหาหวงเฟิงเหนียน ก่อนรายงานความจริงให้ทราบ
ปัง!
หวงเฟิงเหนียนตบโต๊ะ โกรธจนลุกขึ้นยืน
เขาพูดด้วยความโมโห “ไอ้เจ้าหูซิงเย่ มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าหมู่บ้าน แต่กลับไม่ทำกระไร เอาแต่สนับสนุนให้พวกอนุให้ล่าลูกเสือ ซ้ำยังเอากลับมาบ้านต้มกิน ยั่วยุให้เสือดุร้ายเข้ามาในหมู่บ้าน ก่อเกิดภัยพิบัติ ตายไปยังไม่เสียดายเลย”
“เจ้าหน้าที่ ไปยังหมู่บ้านซีผิง รื้อค้นบ้านและยึดทรัพย์สินของหูซิงเย่ทั้งหมด แล้วพาคนที่เหลือทั้งหมดเอาไปขายที่ตลาด ให้เป็นทาสทั้งชีวิต”
เซี่ยจี้ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่รู้สึกเสียดายแทนหูซิงเย่เท่านั้น
อยู่ว่างไม่มีอะไรทำ กลับมีอนุมากมายเพียงนั้นไปไยกัน
แม้คนหนึ่งไม่มีใครดูแล ทว่ากลับทำให้ธุรกิจครอบครัวเสียหาย ไม่พอยังลำบากไปถึงลูกหลานรุ่นต่อไป ต้องกลายเป็นทาสตลอดชีวิต
ส่วนเซี่ยจี้ ดขาไม่สนใจสถานการณ์ครอบครัวของหูซิงเย่แต่อย่างใด กลับถามต่อ “นายอำเภอหวง ตอนนี้หัวหน้าหมู่บ้านซีผิงตายไปแล้ว ใครจะเป็นหัวหน้าหมู่บ้านแทนล่ะขอรับ?”
“หลังเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงก็ต้องเก็บภาษี หากไม่มีหัวหน้าหมู่บ้านรับผิดชอบแล้วจะทำอย่างไรกันดี?”
“หมู่บ้านซีผิง …” หวงเฟิงเหนียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูด “ข้าจำได้ว่าวีรบุรุษที่ฆ่าเสือนั่นมาจากหมู่บ้านซีผิงใช่รึไม่?”
“เขาชื่ออวิ๋นหม่าน… ใช่แล้ว ๆ ชื่ออวิ๋นหม่าน”
“เด็กหนุ่มนั่นมีอนาคต อายุยังน้อยกลับฆ่าเสือได้สองตัวแล้ว กลับไปข้าจะออกหนังสือแต่งตั้งให้เขามารับตำแหน่งหัวหน้าหมู่บ้านซีผิง”
เดิมทีเซี่ยจี้อยากจะบอกว่าวีรบุรุษผู้ฆ่าเสือคือจ้าวผิง
ครั้นคิดอีกหน อวิ๋นหม่านเป็นลูกศิษย์ของจ้าวผิง เชื่อฟังคำพูดของอาจารย์ทั้งสิ้น
หากเขาได้เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ก็เท่ากับมีจ้าวผิงอยู่เบื้องหลัง
เช่นนั้นก็โล่งใจแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เซี่ยจี้จึงรายงานสถานการณ์หมู่บ้านเซี่ยชุนต่อหวงเฟิงเหนียน แล้วขอลากลับ
ตอนออกมาจากจวนว่าการอำเภอก็บังเอิญเจอจ้าวผิง เขาทักด้วยความประหลาดใจ “พ่อหนุ่มจ้าว เจ้ามาทำกระไรที่จวนว่าการอำเภอ?”
“ข้าเพียงมาทำธุระเล็กน้อย” จ้าวผิงยิ้ม “หัวหน้าหมู่บ้านเซี่ย แล้วท่านมาทำอะไรหรือ?”
“จะทำอะไรได้ ก็มารายงานเรื่องเสือร้ายที่บุกหมู่บ้านแด่นายอำเภอน่ะสิ” เซี่ยจี้ตอบ
“แล้วนายอำเภอว่าอย่างไร?”
เมื่อจ้าวผิงถาม เซี่ยจี้ก็เล่าเรื่องการตัดสินของหวงเฟิงเหนียนให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง
จ้าวผิงตกใจ…
การเดินทางทะลุมิติข้ามเวลามานานพอควร และเคยได้ยินเรื่องความโหดร้ายของยุคนี้มาบ้าง แต่คาดไม่ถึงว่าจะโหดร้ายถึงขั้นนี้
อย่างไรเสียหูซิงเย่ก็เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน แต่ด้วยอนุเขากินลูกเสือ เลยทำให้เสือเข้ามาในหมู่บ้าน
ทว่าด้วยเหตุนี้ ครอบครัวของหูซิงเย่ทั้งหมดจึงได้รับโทษถ้วนหน้า โดยที่ผู้อื่นไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอันใดให้เลย
บัดนี้หวงเฟิงเหนียนออกคำสั่งตรวจค้นและยึดทรัพย์สินตระกูลหู ทั้งยังออกคำสั่งให้ผู้รอดชีวิตทุกคนในบ้านกลายเป็นทาสไปตลอดชีวิต
นี่เท่ากับตัดอนาคตของตระกูลหูแล้ว
หวงเฟิงเหนียนเป็นเพียงนายอำเภอระดับเจ็ด แต่กลับมีอำนาจมากถึงเพียงนี้
เป็นเพียงระดับเล็กแต่กลับมีอำนาจยิ่งใหญ่
แล้วเขาที่มีพ่อตาที่ยังไม่เคยพบ แต่กลับมีส่วนเกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์เล่า
อำนาจไม่ถึงขั้นสูงเสียดฟ้าเลยหรือ?
จ้าวผิงรู้สึกตึงเครียดมากยิ่งขึ้น
เขาจำเป็นต้องเร่งสร้างรากฐานให้ตัวเอง หากเมื่อวันนั้นมาถึง แม้แต่สิ่งที่เคยอวดอ้างได้ก็จะไร้ผลอีกต่อไป
ตอนนี้ขบวนของอวิ๋นหม่านสิ้นสุดลงแล้ว
หวงเฟิงเหนียนประกาศจากหนังสือราชการ ต่อหน้าชาวบ้านว่าจะแต่งตั้งให้อวิ๋นหม่านเป็นหัวหน้าหมู่บ้านซีผิง
เซี่ยเฉวียนที่รู้เรื่องจึงดึงอวิ๋นหม่านให้คุกเข่าลงเพื่อแสดงความขอบคุณ
รอจนขายเสือเสร็จเรียบร้อย ถึงค่อยไปสถานที่ที่นัดพบกับจ้าวผิง
สถานที่นั้นคือจวนเฉียน
ลิ่วเฉียนอาศัยอยู่บ้านจ้าวผิงมาตลอด ที่นี่เลยไม่มีใครอยู่ เอาไว้เป็นสถานที่แวะพักเวลาจ้าวผิงเข้ามาทำธุระในตัวอำเภอ
แม้แต่เซี่ยจื้อเสวียที่มาสอดส่องหมาจิ่วก็พักอยู่ที่จวนเฉียน
เซี่ยเฉวียนยื่นเงินให้จ้าวผิง เงินรางวัลสองก้อนหกสิบตำลึง เงินจากขายเสือตัวผู้ได้แปดสิบตำลึง เสือตัวเมียขายได้เพียงหกสิบตำลึง รวมทั้งสิ้นเป็นสองร้อยตำลึง
จ้าวผิงแบ่งให้พวกเขาหกคน คนละสิบตำลึง
แม้แต่หลี่โฉ่วก็ได้สองตำลัง
ทุกคนต่างยินดีปรีดา ได้แต่สาบานในใจว่าจะติดตามจ้าวผิงเป็นอย่างดี
เพียงชั่วระยะเวลาอันสั้น กลับได้เงินมากถึงเพียงนี้
นอกจากนี้จ้าวผิงยังหาร้านอาหาร เลี้ยงพวกเขาให้กินได้อย่างสำราญ แล้วจึงค่อยพาทุกคนกลับหมู่บ้านซีผิง
เมื่อมาถึง เหวินฮุ่ยก็เข้ามาต้อนรับ
“สามี บ้านหูซิงเย่โดนริบทรัพย์สินแล้ว พวกเราไปเลือกซื้อของกันเถอะ”
“เลือกซื้อของ?” จ้าวผิงไม่ค่อยเข้าใจ “หมายความว่าอย่างไร?”
*[1] หลิวเซี่ยฮุ่ย เป็นคนหลู่กั๋ว สมัยยุคชุนชิวจ้านกั๋ว ขึ้นชื่อในเรื่องของบุรุษผู้มีคุณธรรมอังสูงส่ง