เปรี้ยง...! เปรี้ยง...!
เสียงดังดุจสายฟ้าฟาดดังสนั่น เจียงเฉินและเจ้าหมาเหลืองทั้งสองได้กระเด็นไปชนกับผนังถ้ำ ทำให้ถ้ำสั่นสะเทือนทั้งหมด ฝุ่นปกคลุมไปทั่วและหินก็ร่วงหล่นลงมาจากด้านบน
เจียงเฉินและเจ้าหมาเหลืองต่างมองไปยังอีกฝ่ายด้วยสายตาแตกตื่น โดยเฉพาะเจียงเฉิน เข้ารู้ตัวเองว่ามีพลังหมัดถึงห้าหมืิ่นจิน หัวของเจ้าหมาตัวนี้แข็งมากทำให้แขนเขาชาเลย
เจ้าหมาสีเหลืองเองก็มองประเมินเจียงเฉินเช่นกัน มันไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ามันจะมีพละกำลังมหาศาลเช่นนี้ ร่างกายของเขาเองก็แข็งกล้าเช่นกัน แทบไม่มีผู้ใดเทียบเคียง
'กลิ่นอายที่เจ้าหนุ่มนี่ปล่อยออกมามันเป็นกลิ่นอายของผู้อยู่จุดสูงสุด เจ้านี่เกิดมาเพื่อเป็นราชา ซึ่งมันไม่เหมาะสมกับอายุของเจ้านี่ นอกจากนั้นความแข็งแกร่งของเจ้าหนุ่มก็ทรงพลังอย่างยิ่ง หากข้าได้กินมันล่ะก็ ประโยชน์ที่ข้าได้คงไร้ขีดจำกัด'
เจ้าหมาสีเหลืองคิดในใจ แม้ว่ามันจะตกตะลึงกับพละกำลังของเจียงเฉิน แต่พลังปราณและโลหิตของเจ้าหนุ่มทำให้มันอยากกินยิ่งขึ้น
"เจ้าหนุ่ม ที่นี่มันแคบเกินไป เจ้าและข้าไปสู้กันด้านนอก"
เจ้าหมาเหลืองกล่าว
"ตกลง ออกไปต่อด้านนอก"
เจียงเฉินผงกหัว เขาก็คิดว่าเป็นความคิดที่ดี
ดังนั้น หนึ่งคนและหนึ่งหมาได้ออกไปด้านนอก มายังที่โล่งกว้างของหุบเขา
ซู่ม!
ดั่งสัตว์ร้ายที่มีร่างกายแข็งกล้าได้กระโจนเข้าหากันในเวลาเดียวกัน พวกเขาลงมือจู่โจมใส่กันด้วยวิธีโหดร้ายที่สุดในการต่อสู้ของคนและหมา
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!.....
การต่อสู้ระหว่างคนกับหมาเร่าร้อนยิ่งนัก ทั้งๆเพิ่งเริ่มไม่นาน ตัวหนึ่งต้องการกินคน ส่วนอีกคนหนึ่งต้องการฆ่าเพื่อดื่มเลือด ทุกการปะทะทำให้เกิดเสียงดั่งค้อนกระทบกันและเกิดประกายไฟขึ้นกระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง
"บัดซบ! ผิวของไอ้หมาโง่นี่มันทำจากเหล็กหรืออย่างไร?"
เจียงเฉินก่นสาปแช่ง ถึงแม้ว่าร่างกายของเขาจะแข็งแกร่งทนทาน แต่เขารู้สึกเหมือนกับว่าหมาตัวนี้ได้ทำลายความภาคภูมิใจของเขา เมื่อเขาซัดฝ่ามือใส่ร่างมัน เขาทำได้เพียงให้มันถอยหลัง ไม่ได้สร้างบาดแผลให้แก่มันแม้แต่น้อย
"เจ้าสารเลวน้อยฝึกร่างกายมาแบบไหนกันแน่? เจ้าต้องบ่มเพาะทักษะบ่มเพาะที่ทรงพลังเป็นแน่! บอกบิดามาซะแล้วบิดาจะให้เจ้าได้ตายอย่างมีความสุข"
เจ้าหมาเหลืองปฏิเสธว่ามันด้อยกว่า แต่ยิ่งสู้ไปมันก็ยิ่งตกใจ
"เจ้าหมาโง่! บิดาผู้นี้จะให้เจ้าได้ตายอย่างมีความสุข! หนึ่งดัชนีสุริยัน!!"
เจียงเฉินตะโกนดังก้อง ทันใดนั้นเขาปลดปล่อยหนึ่งดัชนีสุริยันออกมา ดัชนีทองคำขนาดยักษ์เหมือนเสาค้ำจุนสวรรค์ ดัชนีทองคำบินตรงไปยังเจ้าหมาเหลืองอย่างรวดเร็ว
"ทักษะยุทธระดับปฐพี? ไอ้หนุ่ม... เจ้าไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆซะด้วย"
หมาสีเหลืองตัวนี้มีประสบการณ์มากมาย มันสามารถที่จะบอกถึงระดับของทักษะหนึ่งดัชนีสุริยันได้ทันทีเมื่อเห็นครั้งแรก แต่มันไม่ได้กลัวการโจมตีนี้ หมาสีเหลืองได้อ้าปากและปล่อยลำแสงสีทองออกจากปาก ลำแสงสีทองนั้นขยายตัวทันทีกลายเป็นลำแสงสีทองขนาดยักษ์ใหญ่พอๆกับหนึ่งดัชนีสุริยัน และลำแสงนั่นพุ่งเข้าไปปะทะกับดัชนีทองคำ
ตู้มมม...!
หนึ่งดัชนีสุริยันและลำแสงทองคำได้เข้าปะทะกัน เกิดแสงสีทองสว่างจ้าทั่วหุบเขา แรงระเบิดที่รุนแรงและดังกึกก้องทำให้หุบเขาได้สั่นสะเทือน แม้แต่ทำให้สัตว์อสูรที่อ่อนแอบางตัวต้องหนีออกจากหุบเขาด้วยท่าทีตื่นกลัว
ตูม! ตูม! ตูม!
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นทุกบริเวณในหุบเขา แสงสว่างเจิดจ้าแม้แต่ท้องฟ้ายังสว่างด้วย และมีหลุมลึกเกิดขึ้นทุกแห่งในหุบเขา การต่อสู้ระหว่างคนกับหมานั้นรุนแรงมาก เจียงเฉินได้ใช้พลังมหาศาลต่อทักษะหนึ่งดัชนีสุริยัน เขาใช้แม้กระทั่งเฮยหลิง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถที่จะทำให้เจ้าหมาเหลืองบาดเจ็บได้แม้เพียงปลายขน เจียงเฉินใช้กระทั่งทักษะยอดวิญญาณต้าเหยี่ยนและปลดปล่อยแรงกดดันวิญญาณออกมา ภายใต้แรงกดดันวิญญาณอันรุนแรง เจ้าหมาสีเหลืองทำเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ย่าทวดมันเอ๊ย!!"
เจียงเฉินก่นด่า ด้วยพลังของเขาสามารถที่จะสังหารผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์ขั้นต้นได้ไม่ยาก แต่เขากลับไม่สามารถที่จะสังหารหมาตัวนี้ได้ ทำให้เขาต้องการกระอักเลือด
"บัดซบ! เจ้ามนุษย์เฮงซวย"
เจ้าหมาสีเหลืองหายใจหอบ มันทั้งผิดหวังทั้งกราดเกรี้ยว วันนี้มันได้พบเรื่องประหลาด เจ้ามนุษย์นี่ไม่ธรรมดา มีระดับการบ่มเพาะเพียงฉีไห่ขั้นกลางแต่มีพลังทัดเทียมผู้เชี่ยชาญแก่นแท้มนุษย์ มีพลังวิญญาณทรงพลัง และประสาทสัมผัสเฉียบคมเหนือมนุษย์
"ดูเหมือนว่าถ้าต้องการที่จะสังหารหมาตัวนี้จะต้องใช้ไพ่ตายซะแล้วสิ"
เจียงเฉินหรี่ตาเล็กน้อย บนใบหน้าเผยรอยยิ้มชั่วร้าย ณ ตอนนี้มีหนทางเดียวคือใช้พิษร้าย ถึงจะมีโอกาสที่จะสังหารเจ้าหมาตัวนี้
ด้วยการคิดเพียงครั้งเดียว น้ำวนสีเขียวภายในทะเลปราณของเขาได้เคลื่อนไหว คลื่นน้ำวนสีเขียวปรากฏขึ้นบนมือของเขา
โฮกกก.....
เจ้าหมาสีเหลืองคำรามออกมาก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่เจียงเฉิน ดั่งลูกธนูถูกปล่อยออกมาจากคันศร
โอกาสมาแล้ว!
รอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้าเจียงเฉินยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเจ้าหมาสีเหลืองเข้าใกล้เขา พริบตานั้นเขาได้ปลดปล่อยของเหลวสีเขียวพุ่งเข้าใส่ปากของมัน
"บัดซบ... ไอ้มนุษย์สารเลว นี่มันอะไรกัน?"
หมาสีเหลืองหันลำตัวไปด้านข้าง และมันก็สำรอกออกมา
"บัดซบ ขมชะมัด นี่มันพิษประเภทใดกัน? ขมสุดๆ โอ้ก.....ข้าจะสำรอกจนตาย"
เจ้าหมาเหลืองสำรอกออกมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่มันอาเจียนออกมาคือของเหลวสีเขียว มันไม่ลืมที่จะก่นด่าออกมาขณะที่กำลังสำรอก แต่เจียงเฉินที่อยู่ตรงข้ามมันตกตะลึงอย่างหนัก
"บัดซบ! มันไม่ได้บาดเจ็บสักนิด"
ในใจเจียงเฉินรู้สึกถึงลางสังหรณ์แห่งความพ่ายแพ้ นี่เป็นพิษจากอสรพิษชิงหมิงที่ได้ถูกขนานนามว่าราชาแห่งพิษ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้โจมตีด้วยพิษ แต่ทว่าเจ้าหมานี่มันไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ทำได้เพียงให้มันสำรอกเพียงเท่านั้น.....ความรู้สึกพ่ายแพ้นี่มัน
"บ้าน่ะ! เหตุใดเจ้าหนุ่มนี่ถึงได้มีลูกเล่นแพรวพราวมากมายเช่นนี้ เขาใช้ได้กระทั่งพิษร้าย"
หลังจากที่เจ้าหมาสีเหลืองสำรอกเสร็จ มันรู้สึกหดหู่อย่างมาก
"ไอ้หมาโง่ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าไม่สามารถสังหารเจ้าได้"
เจียงเฉินขบฟันและพุ่งไปโจมตีต่อ การต่อสู้ที่รุนแรงระหว่างคนกับหมายังคงดำเนินต่อไป...
สิบนาทีต่อมา ทั้งคนทั้งหมาต่างจับจ้องกัน เจียงเฉินหอบแฮ่ก ส่วนเจ้าหมาเหลืองเองก็ลิ้นห้อย ทั้งคู่ต่างเหนื่อยหอบ เรี่ยวแรงไม่เหลือ
"บัดซบ! เจ้ามนุษย์สารเลว ไม่สู้กับเจ้าแล้ว บิดาเหนื่อย"
หลังจากพูดจบเจ้าหมาเหลืองก็นอนฟุบลงบนพื้น
"บิดาเองก็ไม่สู้แล้ว........"
เจียงเฉินเองก็นั่งลงบนพื้นเช่นกัน การต่อสู้กับเจ้าหมาสีเหลืองตัวนี้ทำให้เขาเหนื่อยแบบสุดๆ
"เจ้าหนุ่ม แม้ข้าจะไม่ได้กินเจ้าวันนี้ แต่นี่เป็นการต่อสู้ที่ดี"
เจ้าหมาสีเหลืองกล่าว
"ใช่ ข้าก็เหมือนกัน"
เจียงเฉินไม่ปฎิเสธความรู้สึกนี้ ตั้งแต่ที่เขาได้เกิดใหม่มาเขาได้ต่อสู้มามากมายแต่ไม่มีครั้งไหนที่เขาได้สัมผัสการต่อสู้ที่ดีเหมือนวันนี้ การต่อสู้กับเจ้าหมาเหลืองวันนี้ทำให้เขาได้รับประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจ
"เจ้าหนุ่ม ดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นคนมีพรสวรรค์ ดังนั้น ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ข้า...เจ้าคิดว่าอย่างไร? เร็วเข้าสิ รีบโขกหัวคำนับข้าเป็นอาจารย์ของเจ้าซะ"
เจ้าหมาเหลืองกล่าว
"โขกหัวบิดาเจ้าสิ! ไปปัสสาวะซะและชะโงกดูตัวเองเสียบ้าง"
เจียงเฉินปฎิเสธในทันที ไอ้หมาตัวนี้ช่างไร้ยางอายโดยแท้ ก่อนหน้านี้ยังพยายามฆ่ากันอยู่ มาตอนนี้จะมารับเขาเป็นศิษย์? ช่างกล้าที่จะพูดดีนี่ ยิ่งไปกว่านั้นหากเขามีอาจารย์เป็นหมาต่อไปจะสู้หน้าคนอื่นๆได้เช่นไร
"เป็นบ้าอะไรของเจ้า? มีปัญหากับรูปลักษณ์ข้างั้นรึ? ตัวข้านั้นออกจะแข็งแรงและกำยำเสียขนาดนี้ อีกทั้งข้ายังสูงส่ง ...เจ้าไม่รู้หรอกว่ามีสัตว์อสูรมากมายร้องขอที่จะมีปฎิสัมพันธ์กับข้า เจ้าไม่รู้จักที่จะซาบซึ้งกับข้อเสนอของข้ายังไม่พอ เจ้ายังกล้าที่จะดูแคลนข้าอีก"
เจ้าหมาเหลืองโกรธในทันที
อุ๊บ! ฮ่าฮ่าฮ่า....
เจียงเฉินหัวเราะออกมาทันที เจ้าหมาตัวนี้ไม่ได้แค่ไร้ยางอายอย่างเดียว ยังหลงตัวเองอีกด้วย
"แน่นอนว่าเจ้าสามารถเลือกที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงมนุษย์ของข้าได้! หากผู้ใดกล้าที่จะมากลั่นแกล้งเจ้า ข้าจะกัดมันให้ตาย"
หมาเหลืองพูดออกมาด้วยความหลงตัวเองสุดๆ
"เงียบไป!"
บนหน้าผากเจียงเฉินปรากฏเส้นสีดำขึ้น
"ว่าไง เจ้าหมาโง่ แม้ว่าพวกเราจะเริ่มต้นไม่ดีนัก แต่ข้าต้องการขอบางสิ่งจากเจ้า"
เจียงเฉินพูดพร้อมรอยยิ้ม
"ดูจากสายตาของเจ้าที่แฝงไปด้วยเจตนาร้าย มันคงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่ ไม่ให้!"
หมาเหลืองปฎิเสธเจียงเฉินอย่างไม่ใยดี
เจียงเฉินอึ้ง เขาพยายามห้ามตัวเองไม่ให้ต้องไปสู้กับมันอีก แน่นอนว่าเขารู้ดี ถึงแม้ว่าพวกเขาสู้ต่อสามคืนผลลัพธ์ที่ออกมาก็เหมือนเดิม
"แล้วเจ้าจะขออะไรล่ะ?"
เจ้าหมาสีเหลืองถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เลือดของเจ้า ข้าต้องการที่จะขอมันไม่มากหรอก....สักหนึ่งถ้วยเต็มก็พอ"
เจียงเฉินยิ้มให้
"บัดซบ ข้าจะมอบปัสสาวะของข้าแก่เจ้าหนึ่งถ้วยฟรีๆเลยเอา"
เจ้าหมาเหลืองพูดแล้วมันยกขาขึ้น
รอยเส้นสีดำบนหน้าผากเจียงเฉินหนาขึ้น เขารู้ตัวดีว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะขออะไรจากหมาตัวนี้
เรื่องมันคงไม่มีวันจบหากยังโต้เถียงกับหมาตัวนี้ เขาลุกขึ้นแล้วปัดฝุ่นออกจากหลังเขา เขาได้ใช้เวลาที่อยู่บนภูเขาราวๆสองชั่วโมงแล้ว ถึงเวลาที่ต้องกลับแล้ว
เป้าหมายของหลี่ชางหมิงคือเจียงเฉิน หากว่าเขาไม่พบเจียงเฉินคงไประบายความโกรธแค้นกับคนตระกูลเยี่ยนเป็นแน่ นอกจากนี้ความสัมพันธ์ทั้งสองตระกูล เมื่อพบกันคงสู้กันจนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายอีกฝ่ายรอด เจียงเฉินไม่ต้องการที่จะเห็นคนจากตระกูลเยี่ยนต้องมาตายที่นี่
"เจ้าหนุ่ม นั่นเจ้าจะไปไหน?"
เมื่อเห็นเจียงเฉินกำลังจะกลับหมาสีเหลืองก็ถามทันที
"กลับไปยังไงล่ะ"
เจียงเฉินยืดเส้นยืดสาย และเดินจากไป หมาสีเหลืองได้ลุกขึ้นและเดินตามเขา
"เจ้าหมาโง่ เจ้าตามข้ามาทำไม? เจ้าอยากสู้อีกรอบรึ?"
คิ้วของเจียงเฉินขมวดแน่น
"หึ! บิดาจะไปไหนก็เรื่องของบิดา ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า"
เจ้าหมาสีเหลืองแค่นเสียงเย้ย
เจียงเฉินส่ายหัวและไม่สนใจเจ้าหมานั่น เขาเดินไปยังทางออกหุบเขา และเจ้าหมาเหลืองได้ตามเขามาติดๆ หลังการต่อสู้กับหมาเป็นเวลานาน มันตัดสินใจที่จะตามเขาไปแต่เจียงเฉินก็ไม่ได้ปฎิเสธความคิดนี้ อย่างไรก็ตามมันคือกิเลนมันเป็นการดีที่จะตามเขาไป และเจียงเฉินมีโอกาสมากมายที่จะเอาเลือดของมัน เมื่อคิดเช่นนี้เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
"เจ้าหนู เจ้ายิ้มหาพระแสงเจ้าเรอะ เจ้ากำลังคิดว่าจะเอาอะไรไปจากบิดาสินะ! บิดาขอบอกอะไรไว้เลย อย่าแม้แต่จะคิด ข้าตามเจ้ามาเพราะเห็นว่าเจ้ามีศักยภาพอยู่บ้าง และสักวันเจ้าจะโขกหัวคำนับข้าเป็นอาจารย์ของเจ้า"
เจ้าหมาเหลืองกล่าว
"เช่นนั้นเจ้าก็รอต่อไปเถอะ"
เจียงเฉินยักไหล่ของเขา คนและหมาได้ออกจากหุบเขาไปและเดินทางไปยังทิศทางที่ตระกูลเยี่ยนอยู่
"เจ้าหมาโง่ เหตุใดเจ้าถึงได้หนังหนานัก?"
"เจ้าหนู ข้าเตือนเจ้า อย่าได้เรียกข้าว่า'หมาโง่'ข้ามีนามอยู่ นามของข้าคือ หวงต้า!"
"ปู้ด...หมามีนามด้วย"
"เจ้าหนู เจ้ารู้สึกคันก้นอีกแล้วสินะ?"
"เข้าใจแล้ว หวงต้า ก็หวงต้า .....แต่ก็ยังเป็นหมา"
"เงียบเลยไป!"
.....................................................
ในอีกด้านหนึ่ง ภายในป่าลึกมีการต่อสู้ที่รุนแรงได้เกิดขึ้น
คนตระกูลเยี่ยนทั้งสามได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ใบหน้าพวกเขาซีดเซียวและได้รักมันถือดาบยาวเปล่งประกายวิบวับ บนใบหน้าขอบบาดเจ็บทั่วร่าง เลือดไหลออกมาไม่หยุด ชายทั้งห้าที่ยืนตรงข้ามพวกเขาเป็นคนของตระกูลหลี่ พวงพวกมันเผยรอยยิ้มเหี้ยม
"นี่เป็นการทดสอบ ตระกูลหลี่ของพวกเจ้าไม่ไปล่าสัตว์อสูรแต่กลับมาพยายามสังหารพวกข้า พวกเจ้ากำลังฝ่าฝืนกฏ"
หนึ่งในคนของตระกูลเยี่ยนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว
"ฮ่าฮ่า กฏ? ข้าจะบอกให้พวกเจ้าได้รู้ พี่ชายหมิงได้ออกคำสั่งให้พวกข้าไปสังหารคนจากตระกูลเยี่ยนให้หมดในวันนี้ จะไม่มีผู้ใดรอดไปได้"
ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ากลุ่มตระกูลหลี่หัวเราะดังลั่นและพูดออกมา ในสายตาของมัน คนทั้งสามนี่ได้ตายไปแล้ว
****************************************
โปรดติดตามตอนต่อไป...
*หวงต้า(黃大) = เหลืองใหญ่