ตอนที่ 36
หลังจากจบการจำลองสู้รบทั้ง 2 ทีมก็ได้ถูกส่งยังห้องส่วนตัว
“ท่านพี่ค๊าา” รินรีบวิ่งมาทางนิลกาฬทันที เสวียนซินรีบหลบทางให้รินทันที
“อ..อืม ว่าไงริน”
“ท่านพี่ยังจำสัญญาที่ให้ไว้ในการจำลองสู้รบได้ไหมค่ะ”
“อ..อืม จำได้สิ ว่าแต่รินอยากได้อะไรเป็นรางวัลอย่างงั้นหรือ”
“หนูขอเป็นต่างหูชิ้นนี้ได้หรือไม่ เพราะของชิ้นนี้เป็นของที่ท่านพี่มอบให้แก่หนูเป็นชิ้นแรก ยังไงละค๊าา”
“อ..อืมได้สิไม่มีปัญหา”
“เย้!” รินร้องด้วยความดีใจที่ได้ต่างหูจากนิลกาฬ
หลิน ยูกิ ยืนงงกับลักษณะนิสัยของรินที่เปลี่ยนไปจากเดิม พวกนางมองไปทางนิลกาฬและเสวียนซิน สังเกตุเห็นว่าพวกเขาจะไม่แปลกใจสักเท่าไรแสดงว่าพวกเขารู้แล้วว่านิสัยของรินได้เปลี่ยนไป
“อ๊ะแฮ่ม! หนูต้องขอโทษทุกคนด้วยนะค่ะ ที่แสดงกิริยามารยาทที่ไม่ดีไม่งานออกไป” หลังจากที่รินดีใจและตื่นเต้นที่ได้รางวัลจากนิลกาฬ รินพึ่งนึกขึ้นได้ว่า หลินและยูกิ ยังไม่ได้เห็นนิสัยที่แท้จริงของนาง ทุกคนได้แต่ยืนยิ้มแห้งๆ
“ห่านเสิ่นเจ้าว่าเป็นยังไงบ้างว่าที่น้องเขยของข้า” ควินถามห่านเสิ่นเมื่อกลับมาถึงห้องส่วนตัว
“อืม ใช้ได้เลยทีเดียวทั้งพลัง ความฉลาด ไหวพริบ ถึงจะดูเจ้าเล่ห์ไปหน่อยแต่ก็จะเจ้าเล่ห์กลับศัตรูเท่านั้น แถมยัง..” ห่านเสิ่นก้มลงมากระซิบข้างหูควิน ‘ขนาดข้าใช้พลังทั้งหมดที่ข้ามี ยังไม่สามารถทำอะไรเกราะของเขาได้เลย’
เมื่อควินได้ยินที่ห่านเสิ่นพูดก็ตกใจเป็นอย่างมาก ขนาดคนที่เก่งที่สุดในโรงเรียนยังทำอะไรชุดเกราะของนิลกาฬไม่ได้ แล้วจะมีใครในโรงเรียนนี้ที่สามารถสู้กับพวกนิลกาฬได้ แถมในทีมของนิลกาฬแต่ละคนก็มีทั้งพรสวรรค์ หลินที่อยู่กับนิลกาฬเองก็มีพลังแปลกๆแผ่ออกมา ยูกิก็เป็นถึงเหลนของผู้อำนวยการ เสวียนซินเองก็มาจาก 12 ตระกลูใหญ่ ของเมืองไม้ยืนต้น ส่วนรินก็เป็นเด็กที่ได้รับพรจากนักรบคลั่งเบอเซอเกอร์ และเป็นอัจฉริยะของเผ่านักรบคลั่งของเรา ที่พวกห่านเสิ่นแพ้เพราะส่วนหนึ่งมาจากการรินได้ใช้พรแห่งนักรบคลั่ง จึงทำไมพวกเขาไม่สามารถต่อกรกลับพลังอันบ้าคลั่งนี้ได้และแพ้ไปในที่สุด
หลังจากพวกเขาคุยกันเสร็จแล้วพวกห่านเสิ่นก็ได้ออกมารอพวกนิลกาฬที่หน้าห้องส่วนตัว ไม่นานนักพวกนิลกาฬก็ออกมา
“ว่าไงน้องชายทีมของเจ้าไม่ธรรมดาเลย แต่ละคนก็มีความสามารถที่แตกต่างกันออกไปทำให้สามารถช่วยเสริม และสนับสนุนกันได้ในหลายๆสถานการณ์” ห่านเสิ่นพูดชม
“พี่ห่านท่านก็พูดเกินไป พวกข้าแค่โชคดีก็เท่านั้น”
ที่พวกเขาพูดคุยกันสนิทสนมแบบนี้ก็เพราะว่าก่อนจะออกจากการจำลองสู้รบ นิลกาฬและห่านเสิ่นคุยถูกคอกันอย่างมากเลยทำให้นิลกาฬนับถือห่านเสิ่นเป็นเสมอพี่ ส่วนห่านเสิ่นเองก็ถูกใจนิสัยของนิลกาฬ ก็เลยทำให้พวกเขานับถือเป็นพี่น้องกัน
หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปยังร้านร้อยพฤกษา ห่านเสิ่นได้ทำการจองร้านนี้ทั้งหมด วันนี้พวกนิลกาฬจะได้มาลองกินร้านอาหารร้านนี้เป็นครั้งแรก ถึงการมาร้านในครั้งแรกจะเจอกับพวกทาฮาชิขัดขว้างก็ตาม เมื่อพวกเขาได้ลองชิมอาหารร้านนี้ นิลกาฬพบว่าอาหารร้านนี้อร่อยมากๆ ถ้าให้เขาเปรียบเทียบละก็ร้านนี้คงจะต้องเป็นร้านอาหารระดับห้าดาวของโลกเก่าเขาแน่ๆ ถึงเขาจะไม่เคยไปกินก็เหอะ
ขณะที่พวกเขากำลังนั่งกินอาหารกันอยู่นั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงกู่เจิงอันไพเราะ ทำให้ห่วงแห่งจิตของพวกเขาสงบ รู้สึกผ่อนคลายเพลิดเพลิน ราวกับว่าพวกเขาได้พื้นฟูพลังกายและจิตพร้อมๆกัน
“คนที่บรรเลงกู่เจิงนั้น จะต้องเป็นคุณหนูไป๋แน่ๆ แสดงว่าวันนี้คงจะเป็นวันดีสำหรับพวกเราสินะ” ไป๋ทรงชิงพูด
“จ..เจ้าว่ายังไงนะทรงชิง คุณหนูไป๋กำลังบรรเลงเพลงให้พวกเราฟังยังงั้นหรือ” เฉินตรงถามไป๋ทรงชิงอย่างตื่นเต้น
“พี่ห่านทำไมพวกเขาถึงได้ทำท่าทางดีใจขนาดนั้นกัน” นิลกาฬสงสัย
“ฮ่าๆ ไม่มีอะไรหรอกน้องนิลกาฬ พวกเขาก็แค่คนหนุ่มธรรมดา ที่คิดอยากได้ดอกฟ้ามาครอบครอง แต่ดูท่าแล้วพวกเขาคงจะไม่สมหวัง” ห่านเสิ่นสายหัวไปมาหลังจากมองไปที่เฉินตรง
หลังจากสิ้นเสียงบรรเลง ก็ได้มีหญิงสาวเดินมา นางใส่ชุดจีนสมัยถังสีชมพูอ่อน เมื่อนิลกาฬเห็นนางเขาต้องตกใจทันที
“นายน้อยนิลกาฬไม่น่าเชื่อเลยว่าข้าจะได้พบนายน้อยที่นี้” ไป๋หนิงพูด
พวกของห่านเสิ่นทุกคนตกใจทันที เขาไม่คิดว่าคุณหนูไป๋หนิงแห่งตระกลูไป๋จะเรียกนิลกาฬว่านายน้อย นางคือหนึ่งในสาวงามถล่มบ้านทลายเมืองของเมืองไม้คราม พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมนางถึงเรียกนิลหาฬว่านายน้อย
“เจ้าเองก็ร้ายไม่เบาน้องนิลกาฬ ข้ารู้สึกว่ารอบๆตัวของเจ้าจะมีแต่สาวงามทั้งนั้นเลย” ห่านเสิ่นตบไหล่นิลกาฬ
“พี่ห่าน พี่ก็พูดเกินไปข้าพึ่งจะ 12 ปีเอง ข้ายังไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้น ตอนนี้ข้าเพียงแค่ต้องการแสวงหาพลังที่สามารถปกป้องคนที่ข้ารักไม่ให้เผชิญกันอันตรายใดๆ เรื่องที่พี่ห่านพูดมาในอนาคตอาจจะแน่ไม่นอนก็ได้ ฮ่าๆ~” นิลกาฬพูดแบบเขินๆ ถึงในโลกเก่าของเขาอายุของนิลหาฬตอนนี้ไม่เหมาะสมที่จะแต่งงาน แต่เมื่อเขามาที่ก็อตโทเปียทุกอย่างที่เขารู้มาจากโลกเก่าไม่สามารถนำมาใช้กับที่นี้ได้หมดทุกเรื่อง ที่ก็อตโทเปียนั้นการแต่งงานตั้งแต่อายุ 12 ปี ถือเป็นเรื่องปกติ ยิ่งพวกตระกลูใหญ่ๆผู้ชายบางคนมีภรรยาถึง 10 - 20 คนก็ยังได้ ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะสามารถดูแลพวกนางได้หรือไม่
เมื่อห่านเสิ่นพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา มันทำให้นิลกาฬนึกถึงเรื่องราวอันเจ็บปวดในอดีต เขาจึงได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าเขาจะต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องคนที่เขารักให้ได้เสียก่อน นิลกาฬถึงได้ไขว้คว้าหาพลังเพื่อที่จะไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบในอดีตอีก ตัวเขาในอดีตก็ต้องคิดผิดเขาเคยเดินในหนทางแห่งความมืดจนเขาเกือบจะหลงผิด ดีที่เขาได้มาเจอกับหลวงตาเสียก่อน ไม่อย่างงั้นเขาคงจะกลายเป็นปีศาจกระหายเลือดไปแล้ว เมื่อหลวงตาเห็นว่านิลกาฬต้องการพลังในการปกป้องคนที่รัก หลวงตาจึงได้สอนศาสตราเทวะ และการใช้จิตในการต่อสู้ ที่นิลกาฬเป็นผู้เป็นคนได้ขนาดนี้ เขาต้องขอบคุณหลวงตาเป็นอย่างมากที่ช่วยให้ชีวิตของเขาได้พบแสงสว่าง แต่ภายในแสงสว่างนั้นก็ยังคงมีความมืดหลบซ่อนอยู่ เขาถึงตั้งใจที่จะฝึกศาสตราเทวะให้บรรลุขั้นที่ 2 ให้สำเร็จ เพื่อที่จะสามารถควบคุมความมืดในตัวของเขาได้
เมื่อเหล่าหญิงสาวทั้งหลายที่หมายตานิลกาฬได้ยินที่นิลกาฬพูด ก็ทำให้พวกนางเขินอายขึ้นมาทันทีเลย บรรยากาศในตอนนี้ทำให้ไป๋ทรงชิงและเฉินตรงอิจจานิลกาฬเป็นอย่างมาก ส่วนริซ่าเองก็มองนิลกาฬแบบแปลกๆ ห่านเสิ่นนับถือนิลกาฬจากใจจริงเขาสามารถรับรู้ได้ว่าที่นิลกาฬพูดนั้นมาจากใจจริง ควินเองก็คิดเช่นเดียวกับห่านเสิ่นนางคิดถูกจริงๆที่ฝากรินไว้กับนิลกาฬ
พวกเขาก็กินอาหารและพูดคุยกันต่อ ทำให้นิลกาฬรู้ว่าร้านร้อยพฤกษาเป็นร้านของแม่นางไป๋หนิง และทำให้นางเองก็ยังเป็นรุ่นพี่ของเขาด้วย นางอยู่ปี 3 หลักสูตรการเมือง หลังจากที่พวกเขาพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่พวกเขาก็แยกย้ายกลับที่พักกัน นิลกาฬได้ให้ใบต้นมหัสจรรย์รื่นรมย์แก่พวกของห่านเสิ่นคนละใบ เพื่อเป็นการขอบคุณที่พวกห่านเสินช่วยเขาซ้อมจำลองสู้รบ ทำให้พวกเขาตกใจเป็นอย่างมากที่นิลกาฬมีใบต้นไม้มายา
ในตอนแรกพวกห่านเสิ่นตั้งใจไม่รับมัน แต่หลังจากที่นิลกาฬนำใบต้นไม้มายาออกมาอีกหลายใบ ทำให้พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธความหวังดีของนิลกาฬได้
เมื่อถึงหอพักพะยูงรินก็ขอตัวกลับเข้าห้องก่อน หลิน ยูกิ และเสวียนซิน ต้องการที่จะคืนแหวนเพิ่มพลังธาตุให้แก่นิลกาฬแต่
“พวกเจ้าเก็บมันไว้เถอะ ถือซะว่าเป็นของรางวัลจากข้าก็แล้วกัน เพราะข้าก็ให้ห่างหูเป็นรางวัลแก่รินแล้ว ถ้าไม่ให้รางวัลพวกเจ้าบ้างข้ารู้สึกไม่สบายใจที่ให้รางวัลแก่รินเพียงคนเดียว เพราะพวกเจ้าเองก็พยายามกันอย่างมากในการจำลองสู้รบ เช่นนั้นข้าขอตัวไปนอนก่อน ราตรีสวัสดิ์” นิลกาฬพูดจบเขาก็เดินเข้าห้องของเข้าทันที
พวกนางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันด้วยความดีใจที่นิลกาฬให้ของขวัญพวกนาง หลังจากที่พวกนางได้สติกลับคืนมาก็ต่างแยกย้ายเข้าห้องของตัวเองไป
หลังจากที่นิลกาฬเข้ามาภายในห้อง
‘เอาละนนทกบอกวิธีจัดการกับหินต้นกำเนิดจักรวาลที’
‘หึ นึกว่าเจ้าลืมข้าแล้วซะอีกเจ้าหนู’
‘ใครจะกล้าลืมนนทกสุดสวยได้ล่ะ’
‘หึ~ เจ้านำหินต้นกำเนิดจักรวาลออกมา และใช้สสารมืดควบแน่นจนเป็นมีดทำให้มีดบางที่สุดเท่าที่จะบางได้ เมื่อเจ้าทำให้มีดบางที่สุดแล้วให้เจ้าจินตนาการถึงการสั่นสะเทือนและทำให้ใบมีดเกิดการสั่นสะเทือนเหมือนกับที่เจ้าจินตนาการ หลังจากนั้นก็เลื่อยไปที่หินต้นกำเนิด’
ขณะที่นนทกอธิบายนิลกาฬก็ทำตามที่นนทกบอก แต่เขาจินตนาการเหมือนกับเลื่อยไฟฟ้า และจินตนาการให้ใบมีดสั้นสะเทือนหนึ่งล้านครั้งต่อวินาที ทำให้นิลกาฬสามารถตัดหินต้นกำเนิดได้อย่างง่ายดาย ทำให้นนทกตกใจเป็นอย่างมากวิธีที่นางบอกนิลกาฬเป็นวิธีการตัดหินต้นกำเนิดก็จริงแต่ตอนที่นางทำนั้นใช้เวลานานมากกว่าที่นิลกาฬทำเยอะมากๆ
‘เจ้าทำแบบนั้นได้ยังไง’
‘แบบไหน’
‘ที่เจ้าตัดหินต้นกำเนิดไง’
‘อ่อ มันก็ง่ายๆข้าก็จินตนาการและควบแน่นสสารมืดตามที่เจ้าบอกทุกอย่าง มันเป็นอะไรอย่างงั้นหรอ’
‘ข้าว่าไม่น่าจะใช่ เพราะตอนที่ข้าใช้วิธีที่ข้าบอกเจ้า ข้ายังใช้เวลามากกว่าที่เจ้าทำ เจ้าจินตนาการแบบไหนกันแน่’
‘ข้าก็แค่จิตนาการให้ใบมีดควบแน่นและสั่นสะเทือนหนึ่งล้านครั้งต่อวินาทีก็เท่านั้นเอง’
‘อะไรคือหนึ่งล้านครั้งต่อวินาที’
‘อย่าบอกนะว่าเจ้าเพียงแค่จิตนาการให้ใบมีดสั่นสะเทือนเฉยๆ’
‘…’
‘งั้นข้าจะอธิบายให้ฟัง ในการสั่นสะเทือนนั้นยิ่งความถี่ในการสั่นสะเทือนมากเท่าไหร่อำนาจในการตัดก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น มันเป็นหลักการง่ายๆ ข้าเพียงแค่สังเกตุสสารมืดว่าเมื่อควบแน่นแล้วใบมีดจะมีความทนทานมากขนาดไหน ข้าจึงคำนวณคร่าวๆว่าความทนทานของใบมีดจะสามารถรับการสั่นสะเทือนได้ในระดับไหน เท่าที่ข้าคำนวณมันสามารถทนการสั่นสะเทือนได้ที่หนึ่งล้านครั้งต่อวินาที ทีนี้เจ้าพอเข้าใจไหนนนทก’
‘…’ นนทกถึงกับเหม่อลอยทันทีนางไม่สามารถเข้าใจการอธิบายของนิลกาฬการได้
เมื่อนิลกาฬเห็นว่านนทกไม่สามารถเข้าใจการอธิบายของเขาได้เขาจึงนำหินต้นกำเนิดให้แก่คุโระกิน ส่วนอีกครึ่งนึงเขาก็ดูดซับพลังต้นกำเนิดจักรวาล เขาสามารถรับรู้ได้ถึงพลังจักรวาลมหาศาลภายในหินต้นกำเนิด
ปล.เมื่อวานต้องขอโทษด้วยนะครับที่ไม่ได้ลงนิยายเนื่องจากแม่ผมไม่สบายเลยไม่มีเวลาแต่งนิยายเลย