
งานหมั้นจัดขึ้นที่บ้านของนรารักษ์แเื่ที่เป็บรรดาญาติๆของทั้งสองฝ่ายมาร่วมงานค่อนข้างมากทำให้บริเวณบ้านดูคับแคบไปถนัดตา
“พราว”นรารักษ์กวักมือและเรียกด้วยน้ำเสียงอันเบาส่วนคนร่างอรชรที่สวมชุดเดรสสีฟ้าอ่อนรัดรูปสั้นเหนือหัวเข่าแขนตุ๊กตาที่เป็ผ้าชีฟองยิ่งทำให้พราวนภาดูน่ารักเรียบร้อยไปมากกว่าเดิมใบหน้างามแต่งแต้มสีสันเล็กน้อยผมถูกรวบเป็มวยอย่างเรียบร้อยดวงตาคู่งามหันมามองเพื่อนแล้วยิ้มพร้อมกับเดินไปใกล้
“มีอะไรเรากำลังช่วยคุณท่านรับแขกอยู่”พราวนภาตอบแล้วหันไปมองนางนุศราที่จ้องมาตลอดเวลา
“ไปเอากระดาษซับมันให้ทีในห้องนอนเราหน้าเรามันมากเลยตอนนี้”
“ได้สิ”พราวนภาเดินไป้าหาสิ่งที่นรารักษ์้าและรีบลงไปที่ด้านล่างส่วนนางนุศรากับนางกัลยาก็ยืนคุยกันเบาๆ
“ไม่น่าให้มารับแขกเลยนะคะ”
“ยัยน้ำอบสิไม่ยอมให้ไปอยู่ครัวดูสิจับแต่งตัวนึกว่าลูกสาวของญาติๆเรา”นางนุศราส่ายหน้าเล็กน้อย
“เด็กหน้าตาดีนะคะแต่งแบบนี้บ่อยๆดูไม่ออกว่าเป็เด็กรับใช้”
“ไม่ใช่หรอกค่ะแค่มาทำงานบ้านบางวันฉันไม่ได้จ้างเป็คนใช้ค่ะ”
“ก็เหมือนกันค่ะเด็กคนใช้ฉันไม่ได้ตำหนิลูกสาวคุณนะคะที่คบเพื่อนฐานะต่ำกว่าแบบนี้แต่บางทีก็น่าจะเลิกคบนะคะดูแล้วไม่ได้มีอะไรพอที่จะช่วยเหลือน้ำอบได้เลยมีแต่ขอความช่วยเหลือมากกว่า”
“เด็กคนนี้นิสัยดีค่ะเท่าที่ดูมายังไม่เคยทำอะไรให้ผิดหวังเลยค่ะน้ำอบก็รักช่วยเหลือเพื่อนตลอด”
“ค่ะก็ขอให้เป็เด็กดีแบบนี้ไปตลอดนะคะฉันละกลัวจริงๆ”
“กลัวอะไรคะ”นางนุศราถามพร้อมมองตามร่างอรชรที่เดินไปหาลูกสาวตน
“ก็สวยเกินหน้าเกินตาหนูน้ำอบไงคะคุณนุศราไม่กลัวเหรอ ฉันยังกลัวใจลูกชายตัวเองเลยค่ะ”
“คุณกัลยาคิดแบบนั้นเหรอคะ”
“เราอาจไม่ทันเด็กๆสมัยนี้นะคะต้องจับตาดูคุณคงไม่อยากให้ลูกสาวเสียใจส่วนฉันก็ไม่อยากได้สะใภ้ที่ฐานะยากจนหรอกค่ะไม่ใช่รังเกียจอะไรแต่ลูกชายฉันเหมาะกับหนูน้ำอบมากที่สุดค่ะ”
“ค่ะฉันเข้าใจแล้วเื่นี้ฉันจะจับตาดูค่ะน้ำอบจะไม่เสียใจเด็ดขาดผู้หญิงต่อให้ไม่ได้รักตอนแรกแต่พอคบๆไปมักใจอ่อนและตกหลุมรักในที่สุด”
“ค่ะ”นางกัลยานึกกังวลใจยิ่งมองพราวนภามากแค่ไหนความสดใสความโดดเด่นก็ยิ่งกลบความสวยความน่ารักของนรารักษ์ไปเกือบหมด
ชุดเดรสเกาะอกสีขาวตกแต่งด้วยเลื่อมพองามไม่มากมายจนเกินไปใบหน้างามแต่งแต้มด้วยช่างมืออาชีพรอยยิ้มของหญิงสาวในวันที่สำคัญดูมีความสุขจนใครๆก็อิจฉาในขณะที่ชายหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งคู่กับหญิงสาวที่สวยที่สุดในวันนี้สวมชุดสูทสีขาวราคาแพงทรงผมจัดโดยช่างมืออาชีพชื่อดัง มือเรียวยื่นไปเพื่อสวมแหวนเพชรเม็ดงามพร้อมกับยิ้มด้วยความสุข
พิธีการเสร็จสิ้นและผ่านไปอย่างเรียบร้อยแเื่ทยอยกลับกันเกือบหมดเหลือเพียงญาติที่สนิทไม่กี่คนและก็มีญาติผู้พี่ของนรารักษ์ที่อายุเท่ากันกับกันต์กวียังคงอยู่คุยกับนางนุศราและนรารักษ์ส่วนพราวนภารีบไปเปลี่ยนชุดเพื่อมาช่วยน้าตุ่นเก็บข้าวของไปทำความสะอาด
“คุณอาครับน้องน้ำอบจะแต่งเลยหรือว่าเรียนต่อโทละครับ”เอกรินทร์ถามพร้อมกับหันไปมองร่างอรชรในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเสมอเข่าที่ถือถาดใส่แก้วน้ำไปท้ายครัว
“มองอะไรตาเอก”นางนุศราถามด้วยความไม่พอใจ
“ผมเห็นเด็กคนนั้นแต่งตัวชุดสวยๆแต่ทำไมมาช่วยน้าตุ่นล้างของละครับตกลงเป็คนใช้หรือยังไง”
“เพื่อนน้ำอบมาช่วยงานน่ะไม่ต้องสนใจหรอกนั่นน้องมาแล้วลูก”
“พี่เอกไม่กลับอีกติดใจอะไรคะถึงไม่กลับ”
“พอดีคุณแม่จะให้ไปรับชุดที่ตัดไว้แต่มันยังไม่ถึงเวลาเหลืออีกตั้งสองชั่วโมงเลยอยู่กับคุณอาก่อน”เขาตอบแล้วยิ้ม
“พี่เอกยังไม่ได้เจอเพื่อนน้ำอบใช่ไหมลืมไปเลยว่าจะแนะนำ”นรารักษ์หันไปเรียกพราวนภาให้มาหาเอกรินทร์
“มีอะไรน้ำอบ”พราวนภาหลบสายตาเอกรินทร์เล็กน้อย
“นี่พี่เอกญาติเราเองนี่พราวเพื่อนสนิทน้ำอบค่ะ”
“สวัสดีค่ะ”พราวนภายกมือไหว้เขาในขณะที่เอกรินทร์ก็ยกมือรับไหว้มองค้างกับความสดใสตรงหน้าจนนรารักษ์กระแอมใส่เขา
“อะแฮ่ม”
“สวยจังขนาดใส่เสื้อผ้าทำงานบ้านนะ”เขาชมจนนางนุศราต้องรีบปราม
“หนูพราวมาทำงานใช้หนี้ให้น้ำอบแต่ไม่ได้เป็คนใช้นะตาเอกแค่ทำบางวัน” นางนุศรายิ้มมุมปาก
“เรียนที่เดียวกับน้ำอบก็แสดงว่าเรียนดีสินะ”เขายังคงจ้องหน้าพราวนภา
“ไม่หรอกค่ะพอเรียนได้ค่ะ”
“พี่ว่างพรุ่งนี้อยากไปเที่ยวแต่ไม่มีเพื่อนน้ำอบไปกับพี่นะ”
“อ้าวทำไมคะไม่มีแฟนเหรอต้องมาชวนน้อง”
“โสดมาก” เขาตอบแล้วมองหน้าพราวนภา
“ก็ได้ค่ะแต่ต้องให้พี่กันต์ไปด้วยนะคะ”
“งั้นก็ต้องให้พราวไปด้วยสิพี่จะได้มีเพื่อนคุย”
“เข้าใจแล้วค่ะ โอเคพี่ชายสุดที่รัก”นรารักษ์ยิ้มอย่างน้อยหากเอกรินทร์สนใจพราวนภาเื่กันต์กวีก็น่าจะหมดกังวลไปได้บ้าง
“แต่ว่าเราต้องไปช่วยแม่ทำขนมนะน้ำอบ”
“พี่ไปหาแม่ของพราวเองไม่ต้องห่วง” เขาพูดจบแล้วยกมือลานางนุศราพร้อมกับหันมาพูดกับนรารักษ์อีกครั้ง
“ส่งที่อยู่ไปให้พี่นะพรุ่งนี้พี่จะไปบ้านพราวแต่เช้าดูสิแม่พราวจะว่ายังไง”
“ค่ะ”นรารักษ์ยิ้มหวานทำให้นางนุศรานึกสงสัยในตัวลูกสาวจนกระทั่งอยู่กันตามลำพังเลยเอ่ยปากถามเื่ที่สงสัย
“ทำไมหนูดูเชียร์พี่เอกจังเลยลูก”
“พี่เอกจีบพราวก็ดีนะคะ”
“เื่ตากันต์เหรอ”
“คุณแม่รู้เหรอคะใช่ค่ะบางทีอาจไม่มีอะไรแต่กันไว้ดีกว่านะคะพราวยังไม่อยากมีปัญหาหรือแตกหักกับเพื่อนเื่ผู้ชาย พี่กันต์มีท่าทีเอ็นดูพราวมากอาจจะมากกว่าหนูด้วยซ้ำไปค่ะคุณแม่”
“เหรอลูกงั้นก็ยุตาเอกจีบเถอะอีกอย่างหนูพราวฟลุกตกถังข้าวสารก็สบายไปเลยแถมเราก็โล่งอกเื่ตากันต์ได้อีก”
“ค่ะคุณแม่บางทีความรักมันห้ามกันไม่ได้แม้แต่หนูที่บอกไม่ได้ว่ารู้สึกยังไงกับพี่กันต์แต่แค่เห็นว่าพี่กันต์เอ็นดูพราวแล้วหัวใจก็สั่นมือสั่นไปหมด”
“ไม่เป็ไรลูกกันไว้ดีแล้วต่อไปก็คอยระวังอย่าให้เขาอยู่ใกล้กันสองต่อสอง”
“ค่ะ”นรารักษ์ตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบาแม้จะรู้ดีว่าตัวเองเหนือกว่าเพื่อนทุกอย่างแต่ความรู้สึกกลัวที่เข้ามาเกาะกุมหัวใจในตอนนี้ทำให้หญิงสาวต้องทำอะไรสักอย่างก่อนจะต้องสูญเสียเขาไป
‘เราก็ยังรักเธอเหมือนเดิมแต่เรากลัวเธอมากนะพราวกลัวเหลือเกิน กลัวหัวใจพี่กันต์ด้วย’