ทั้งที่อาคุมุเป็ต่อทุกอย่างไม่ว่าจะพลังเวทหรือแต้ม B แต่สาเหตุที่เขาไม่อยากจะต่อสู้ในตอนนี้ ก็เพราะว่าเขาไม่ได้ฝึกอะไรเพิ่มเลยหลังจากมีแต้ม B ที่มากขึ้น ทักษะการโจมตีก็มีเพียงแสงอัสนีบาตเพียงอย่างเดียว ถ้าไม่นับมีดในกระเป๋า
และก็ยังไปไม่ถึงเมืองหลวงเสียที ไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยแม้แต่น้อย
“ะุวารี!!” นักเวทผู้เป็น้องได้พูดพร้อมกับหันฝ่ามือทั้งสองมาทางอาคุมุ วงแหวนเวทสีฟ้าได้ปรากฏขึ้นรอบข้อมือของเขา พลังเวทะุน้ำได้พุ่งออกมาจากฝ่ามือทั้งสอง ผ่านข้างลำตัวของพี่ใหญ่และพี่รองของเขา ตรงไปยังอาคุมุที่ยืนอยู่
“หอกวารี!!” ผู้เป็พี่คนโตและคนรองกล่าวออกมาพร้อมกัน วงแหวนสีฟ้าปรากฏขึ้นข้าง ๆ ลำตัว ได้มีอาวุธหอกซึ่งเป็อาวุธที่สร้างจากพลังเวทแห่งน้ำค่อย ๆ ออกมาจากวงแหวนเวท แล้วทั้งสองก็ดึงมันออกมา
‘ฉันไม่ได้ฝึกอะไรเพิ่มเลยเนี่ยสิ โธ่เว้ย!’
“แสงอัสนีบาต!” อาคุมุพูดพร้อมกับหันฝ่ามือไปทางศัตรู วงแหวนเวทสีฟ้าปรากฏขึ้นรอบข้อมือของเขาพร้อมกับสายฟ้าที่มีความรุนแรงได้พุ่งออกจากฝ่ามือและตรงไปหาทั้งคู่ แต่แท้จริงแล้วอาคุมุตั้งใจโจมตีใส่ะุวารีของผู้ที่เป็น้อง เพราะตำแหน่งที่เขายืนในตอนนี้คือด้านหลังรถม้า จึงจำเป็ที่จะต้องขัดขวางไว้ไม่ให้รถม้าโดนการโจมตีเสียก่อน
ตู้มม!!
ที่มากไปกว่านั้นคือเพื่อให้ะเิและหยุดการเคลื่อนที่ของทั้งสองคนนั้นไว้ก่อน
“แค่การโจมตีเพียงครั้งเดียวของฉันก็ขัดขวางพวกนายได้แล้ว คิดดีแล้วเหรอที่จะสู้ต่อ? ไม่ลองเก็บข้อเสนอของฉันไปคิดหน่อยหรือไง? เปลี่ยนฝั่งตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ” อาคุมุพูดโน้มน้าวใจอีกครั้ง เขาพูดและเดินเปลี่ยนทิศไปเพื่อไม่ให้ตัวเขาเองนั้นอยู่ด้านหน้ารถม้า ซึ่งการพูดในครั้งนี้ก็ดูเหมือนว่าจะสำเร็จ... แต่ก็ยังไม่สำเร็จ
“ไม่ต้องมาขายประกันโว้ย! ฆ่ามัน!!” ทั้งสองคนพุ่งเข้ามาหาอาคุมุด้วยหอกที่อยู่ในมืออีกครั้ง
“ฉันให้พวกนายแค่ทักษะเดียว เพราะแค่ทักษะเดียวก็เกินพอแล้ว”
‘จริง ๆ คือฉันใช้ได้แค่อย่างเดียว บ้าเอ๊ย’
“แสงอัสนีบาต!!” อาคุมุใช้แสงอัสนีบาตโจมตีไปยังทั้งสองที่กำลังพุ่งเข้าโจมตีเขาด้วยหอกวารี
ตู้มม!!!
ทั้งสองใช้หอกในมือป้องกันการโจมตีไว้ ซึ่งมันก็เกิดการะเิอีกครั้งและแน่นอนว่าอาคุมุไม่ได้รับาเ็ใด ๆ แต่กลับกัน สองคนนั้นคุกเข่าข้างหนึ่งลงที่พื้นและอีกข้างหนึ่งชันขึ้น เพราะได้รับแรงกระแทกพอสมควร
ในเวลาเดียวกันขณะเกิดการะเิและพื้นที่บริเวณนั้นเต็มไปด้วยควัน อาคุมุที่ลืมวางกระเป๋าก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงหยิบมีดในกระเป๋าออกมาพร้อมกับสร้างวงแหวนเวทไว้
“พี่ใหญ่ พี่รอง เป็อะไรมากไหม?” ผู้เป็น้องเล็กเห็นอย่างนั้นจึงเข้ามาดู และก็รู้สึกโกรธแทนพี่ทั้งสอง
“แกต้องเจอนี่หน่อย...” น้องเล็กยังไม่ทันได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น เขาก็ต้องหยุดชะงักไป
“เดิมทีฉันก็อยากจะมีพันธมิตรเพิ่มน่ะนะ...”
เพราะอาคุมุนั้นยืนอยู่ตรงหน้า พร้อมกับมีมีดในมือที่ปลายแหลมนั้นหันเข้าหาหน้าท้องของผู้ที่เป็น้องเล็กซึ่งกำลังคิดจะใช้เวทโจมตี
‘ฉันตัวแค่นี้แล้วจี้คอไม่ถึงเฉย ๆ หรอก... ตอนนี้มันไม่น่ากลัวเลยสักนิด’
“แต่ในเมื่อฉันให้โอกาสไปกี่ครั้งก็ถูกปฏิเสธหมดทุกครั้ง ถ้างั้นก็ลาก่อนแล้วกันนะศพแรก...”
“ย.. อย่านะ!!”
ฉึก!
อาคุมุแทงมีดลงไปที่หน้าท้องของคนที่เป็น้องเล็กสุด เ้าตัวที่เห็นมีดปักอยู่บริเวณหน้าท้องก็แน่นิ่งไป ั้แ่ตอนที่อาคุมุมาปรากฏตัวตรงหน้าก็ใจนร่างกายขยับไม่ได้ สุดท้ายร่างนั้นก็ค่อย ๆ ล้มลงไปที่พื้น
“น.. น้องเล็ก” ผู้เป็พี่ได้พูดออกมาทั้งน้ำตา ซึ่งในใจก็โกรธแค้นเป็อย่างมาก
“แสงอัสนีบาต!!” อาคุมุหันฝ่ามือไปทางร่างไร้ิญญาที่นอนนิ่งอยู่ สายฟ้าที่รุนแรงได้ตรงไปยังร่างนั้นและพื้นที่โดยรอบจนทำให้เกิดะเิอีกครั้ง
“อั่ก!!!” ทั้งสองที่อยู่ใกล้ ๆ ร่างของน้องชายก็ได้รับแรงกระแทกอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ จนถึงขั้นล้มลงไปกองที่พื้นทั้งสองคน
“อึ่ก! ย... เ็าเกินไปแล้ว”
“ฉันก็ไม่ได้ลงมือทันทีสักหน่อย แล้วก็ให้โอกาสพวกนายไปหลายครั้งแล้ว ซึ่งทุกครั้งพวกนายก็ไม่รับโอกาสนั้นไว้เอง จะมาบอกว่าฉันเ็าเพราะพวกนายทำตัวเองไม่ได้นะ ว่าไง?” อาคุมุตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ และสายตาที่ดุดัน
“ก.. ก็ได้ งั้นฉันรับข้อเสนอของนายก็ได้...” ผู้ที่เป็พี่คนโตพูดยังไม่ทันจบประโยค อาคุมุก็พูดแทรกขึ้นมาในทันที
“น้องตายแล้วค่อยมาเปลี่ยนความคิด? ยกให้เป็พี่ดีเด่นเลยนะนายเนี่ย แต่ไม่ล่ะ! ฉันไม่เอาข้อเสนอนั่นให้แล้ว อย่างมากก็ไปหาน้องของพวกนายซะ”
เรย์ที่นั่งอยู่ในรถม้าได้ยินอย่างนั้นจึงะโบอกกับอาคุมุ ซึ่งอาคุมุที่กำลังจะลงมือก็หยุดชะงักในทันที
“ช้าก่อนเ้าหนู!!!”
“หืม? ว่าไงเหรอครับลุงเรย์?” เขาจึงถามกลับไปด้วยความสงสัยพร้อมกับหันไปมอง เรย์ก็เดินลงมาจากรถม้า ทหารคนอื่น ๆ จึงเดินตามมาด้วย
“รับมือกับเ้าพวกนี้ไหวใช่ไหม?” เรย์ถามกลับ ซึ่งดูเหมือนว่าเขามีอะไรบางอย่างที่อยากจะบอกอาคุมุ
‘ดูสภาพก็น่าจะรู้นะ’
“สบายมากครับ ลุงเรย์มีอะไรหรือเปล่า?”
“ฉันว่าไอ้เ้า 2 คนนี้น่าจะใช้ประโยชน์ได้นะ” เรย์ตอบกลับมา
ซึ่งนั่นทำให้อาคุมุเริ่มมีการคิดแผนอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้อาคุมุ้าจะดึงทั้งสามคนมาเป็พันธมิตรแต่ไม่สำเร็จไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม ั้แ่ตอนที่อาคุมุลงมือปลิดชีพคนแรก เขาก็ไม่ได้คิดอะไรเพิ่มอีกเลยนอกจากฆ่าให้หมด และในตอนนี้เหลือแค่สองคนก็ยิ่งทำให้เขาไม่อยากปล่อยไว้
“อืม.. แต่ผมคิดว่าพวกมันคงไม่มีประโยชน์แล้วล่ะครับ” อาคุมุตอบกลับไป เขาแค่ลังเลนิดหน่อย แต่แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะปล่อยไว้เช่นเดิม
“ถ้านายว่าอย่างงั้น... เชิญ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น อาคุมุจึงหันกลับไปหาทั้งสองคนที่นอนราบอยู่บนพื้นดิน เรย์และเหล่าทหารต่างหันหลังให้อาคุมุ พร้อมกับใช้สัญญาณมือทำความเคารพ
“แสงอัสนีบาต!!”
ตู้มม!!!!
พลังเวทของอาคุมุปะทะเข้ากับร่างกายคนที่นอนอยู่บนพื้นโดยตรง ด้วยพลังโจมตีอันมหาศาลจากเวทแห่งสายฟ้าของอาคุมุ ตกกระทบลงที่ร่างกายของมนุษย์ ภาพที่เขาเห็นนั้นแทบจะไม่ต่างจากเศษเนื้อเผา
‘สิ้นสุดข้อเสนอของฉันที่จะให้พวกนาย ส่วนฉันมีแต้ม B เพิ่มมากขึ้น แล้วก็...?’ เขาหันกลับมาพบว่าเรย์และทหารทุกคนต่างหันหลังให้และอยู่ในท่าทำความเคารพ
‘เอ่อ.. เป็งานเกินไปแล้ว’