คำสั่งลับจากตระกูล
เมื่อกำหนดการแต่งตั้งถูกประกาศออกไป ชีวิตของกัสก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เริ่มต้นจากสายตาที่ผู้คนมองดูเขา มันเปลี่ยนไปจากความชื่นชม อิจฉาและประทับใจกลายเป็นความเคารพนับถือ กลัวเกรง และความรู้สึกเทิดทูนบูชาราวกับกำลังมองดูตำนานที่มีชีวิตอยู่จริง
ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจากสถานะที่เปลี่ยนไปจาก ‘อัจฉริยะ’ ที่โดดเด่น กลายเป็น ‘ผู้อาวุโส’ ที่เป็นดังตำนาน มันส่งผลกระทบต่อกัสและครอบครัวของเขาอย่างรุนแรง
ไม่เพียงแต่สายตาของผู้คนยามที่มองกัสจะเปลี่ยนไป สายตาของผู้คนที่มองดูครอบครัวของเขาเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน เพียงแต่ไม่รุนแรงเท่ากับที่มองดูเขาและมองดูด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ต่างกันออกไป
โดยมากสายตาที่ผู้คนมองดูครอบครัวของเขา มองดูพ่อแม่และพี่น้องของเขา มักจะเป็นความรู้สึก ‘อิจฉา’ เสียเป็นส่วนใหญ่ที่ครอบครัวของเขาสามารถให้กำเนิดอัจฉริยะที่น่าทึ่งอย่างเขา
หลังจากความเปลี่ยนแปลงของสายตาที่เฝ้ามอง ก็ตามมาด้วยความสนใจ เริ่มต้นจากการสืบค้นข้อมูลอย่างเงียบๆ ตามมาด้วยการสานสัมพันธ์ของกลุ่มคนที่คุ้นเคยและไม่คุ้นเคย แม้กระทั่ง ‘ญาติ’ ที่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดที่ห่างเหินกันไปนานหลายปีก็ยังกลับมาพบเจอกันอีกครั้ง
ความเปลี่ยนแปลงนี้กัสบอกไม่ได้ว่าดีหรือไม่ดี แต่เขารู้สึกไม่ดีนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เรียกว่าญาติสนิทที่ห่างเหินกันไปนานหลายสิบปีที่กลับมาสนิทสนมกันอีกครั้ง
แต่ถึงจะไม่พอใจกัสก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปและเขาเองก็พอเข้าใจว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ญาติสนิทเหินห่างจากครอบครัวของเขา
ส่วนเรื่องที่กลุ่มญาติสนิทจะกลับมาคืนดีกับครอบครัวของเขาอีกครั้งนั้น กัสตัดสินใจไม่เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยหากแต่ยกเรื่องนี้ให้พ่อของเขาเป็นคนจัดการเพราะเขาทราบดีว่าคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นคือพ่อของเขา
สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของญาติสนิทกลายเป็นเหินห่างมาจากอาการบาดเจ็บของเลโอลอว์ผู้เป็นพ่อ รวมกับความสิ้นหวังและการตัดสินใจเลือกที่ทำร้ายจิตใจของใครหลายๆ คน
ในฐานะของลูกกัสย่อมไม่ต้องการทำร้ายจิตใจของพ่อ หรือแม้แต่ทำลายศักดิ์ศรีของพ่อ ดังนั้นเขาจึงยืนอยู่เงียบๆ โดยไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อเรื่องนี้
เช่นเดียวกับพี่ชายทั้งสองของเขาที่ไม่ได้เข้ามาวุ่นวายกับเรื่องนี้ หากแต่มองดูอยู่เงียบๆ เช่นเดียวกับเขา
อันที่จริงต่อให้พี่ชายทั้งสองของเขาจะอยากเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้ก็ทำไม่ได้อยู่ดีเพราะพวกเขาเองก็มีเรื่องวุ่นวายเข้ามาหาเช่นกัน หากบอกว่าพ่อของเขาต้องรับมือกับเหล่าญาติสนิทที่ห่างเหินไปนานจนรู้สึกลำบากใจ
พี่ชายทั้งสองของเขากลับต้องพบเจอกับขบวน ‘แม่สื่อ’ ที่มาทาบทามพวกเขาให้กับลูกสาวจากครอบครัวหลายๆ ครอบครัวที่รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้าง บางคนเคยได้ยินเพียงแค่ชื่อ แต่บางคนที่ไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อก็ยังปรากฏให้เห็น
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับขบวนแม่สื่อที่ยิ้มแย้มสดใสและนำเสนอหญิงสาวมากหน้าหลายตาที่ทั้งสวยงามและนิสัยดี ไม่ว่าใครก็ต้องลำบากกันบ้าง
ขนาดกัสที่ได้ยินข่าวก็ยังตกใจจนตัวสั่น พลางถอนหายใจด้วยความโชคดีที่ตัวเขาไม่ต้องพบเจอกับปัญหาแบบนั้น
แต่กัสก็โล่งใจได้ไม่นานเพราะหลังจากข่าวเรื่องที่พี่ชายทั้งสองของเขาเจอกับขบวนแม่สื่อแพร่ออกไป เขาก็ได้พบเจอกับประสบการณ์ที่ไม่ต่างกัน หรืออันที่จริงควรจะพูดว่าหนักหนาสาหัสเสียยิ่งกว่า
พี่ชายทั้งสองของเขาเพียงเจอกับครอบครัวของ ‘คนธรรมดา’ แต่ที่กัสเจอคือครอบครัวของ ‘ชนชั้นสูง’ หากเทียบกับการปฏิเสธแม่สื่อจากครอบครัวของคนธรรมดาแล้ว การปฏิเสธแม่สื่อจากครอบครัวชนชั้นสูงเป็นอะไรที่ยากลำบากยิ่งกว่า
ต่อให้ตอนนี้ตำแหน่งผู้อาวุโสของกัสจะถูกกำหนดเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำตัวเสียมารยาทกับชนชั้นสูงกลุ่มนี้ได้
นอกจากเรื่องนี้แล้วเทคนิคที่บรรดาแม่สื่อจากชนชั้นสูงใช้นั้นก็ยังเหนือกว่าแม่สื่อทั่วไปมาก พวกนางล้วนมีคารมที่ดี มีทักษะการใช้คำพูดที่เหมาะสม มันทำให้กัสรู้สึกว่ายากที่จะปฏิเสธได้
ไม่เพียงเท่านั้นรูปโฉมของหญิงสาวที่มาจากชนชั้นสูงเองก็ยังเหนือล้ำกว่าหญิงสาวทั่วไปอยู่หลายส่วน ความสามารถของพวกเธอเองก็โดดเด่น มารยาทก็สมบูรณ์พร้อม เรียกได้ว่าเป็นหญิงสาวที่บุรุษทุกคนล้วนปรารถนา
แต่นั้นไม่ได้รวมถึงกัส ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชื่นชอบสตรีที่งดงาม แต่ในความคิดของเขา ตัวเขามีภรรยามากพอแล้วและเขาเองก็ไม่คุ้นเคยกับสิ่งที่เรียกว่า ‘การแต่งงานการเมือง’ อีกด้วย
ทว่ากัสก็ยังนับว่าโชคดีที่เขามีคริสตัลและสองสาวฝาแฝดรูบี้กับแซฟไฟร์อยู่ สามสาวถือเป็นหญิงสาวที่เติบโตขึ้นมาจากครอบครัวชนชั้นสูง พวกเธอจึงมีทักษะในด้านการเมืองติดตัวอยู่ไม่น้อย
โดยเฉพาะคริสตัลที่มีแม่เป็นถึง ‘ท่านหญิง’ เธอจึงมีความสามารถในด้านนี้สูงกว่าใครทั้งหมดในกลุ่มภรรยาของเขา ด้วยเหตุนี้กัสจึงขอให้คริสตัลช่วยเขาจัดการกับเรื่องนี้
ซึ่งก็แน่นอนว่าคริสตัลย่อมไม่ปล่อยให้สามีของเธอต้องลำบากใจ นอกจากนั้นแล้วการได้ช่วยคัดเลือกหญิงสาวที่อาจจะมาเป็นภรรยาใหม่ของสามีก็นับเป็นหน้าที่ที่ได้รับความนับถือจากพี่น้องของเธอเช่นกัน
ขนาดบลูอายเองก็ยังต้องยอมรับว่าเธอไม่มีความสามารถในการจัดการกับเรื่องนี้มากเท่ากับคริสตัล
แต่ความสามารถของบลูอายเองก็ได้รับการยอมรับจากพี่น้องทุกคนเช่นกัน พวกเธอจึงตัดสินใจร่วมมือกันตรวจสอบหญิงสาวในรายชื่อทั้งหมดรอบหนึ่งและจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ขึ้นเพื่อให้บลูอายช่วยตรวจสอบนิสัยใจคอของหญิงสาวทั้งหมดแบบลับๆ
งานนี้กัสไม่ได้มีส่วนร่วมเลยสักนิด คนที่จัดการกับเรื่องนี้คือภรรยาของเขา เขาเลยมีเวลาว่างมากพอที่จะพักผ่อนจิตใจสักระยะหนึ่ง
ในช่วงเวลานี้เองกัสก็ได้รับข่าวดีที่ทำให้เขามีความสุขเป็นที่สุดข่าวหนึ่ง นั่นคืองานของซีต้านั้นประสบความสำเร็จแล้ว
ผลงานอันยิ่งใหญ่ที่ซีต้าและปรมาจารย์ผู้รักษาอีกหลายสิบคนร่วมมือกันค้นคว้าและวิจัย ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในที่สุด
ซีต้าจึงได้รับการปลดปล่อยจากงานที่รัดตัวและสามารถกลับมาอยู่ข้างกายกัสได้ในที่สุด
การกลับมาของซีต้าในครั้งนี้มาพร้อมกับข่าวดีที่ทำให้กัสมีความสุขมากอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือเรื่องที่เขามองข้ามไปโดยไม่รู้ตัว
ก่อนหน้านี้เพราะสถานะของกัสทำให้เขาไม่อาจแต่งงานกับซีต้าได้เพราะสถานะที่แตกต่างกัน
ทว่าตอนนี้สถานะของกัสไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขากลายเป็นผู้อาวุโสแล้ว นั่นก็หมายความว่าเขาสามารถแต่งงานกับซีต้าได้อย่างเปิดเผย หรือต่อให้ต้องการแต่งกับมิซ่าพร้อมกันเลยก็ยังได้
ไม่เพียงเท่านั้นกัสยังสามารถ ‘สู่ขอ’ แองจี้ที่เป็นวิศวกรมนตราระดับผู้ชำนาญได้อีกด้วย นี่ยังไม่รวมกับปัญหายิบย่อยต่างๆ ที่เขาประสบก่อนหน้านี้ อย่างการแต่งงานกับเทียร์น่าก็ยังสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความเห็นจากผู้อาวุโสในตระกูลอีกต่อไป
กล่าวได้ว่าปัญหาชีวิตทั้งหมดจะหายไปหลังจากที่กัสกลายเป็นผู้อาวุโส
ข่าวดีนี้ทำให้กัสดีใจจนแทบจะโห่ร้องออกมา เขาดีใจมากถึงขนาดกอดซีต้าแน่นแล้วจูบเธออย่างดูดดื่มราวกับต้องการตอบแทนข่าวดีที่เธอนำมาฝากเขา
สุดท้ายทั้งสอง รวมไปถึงเมดสาวของซีต้าอย่างวอร์แคทก็ถูกกัสพาขึ้นเตียงแล้วเริงรักกันอย่างเร่าร้อนตลอดทั้งวันทั้งคืน ราวกับคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งจะแต่งงานกัน
อันที่จริงความโหยหาที่พวกเขาสองคนมีต่อกันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันสักเท่าไหร่เพราะพวกเขาไม่ได้สนิทสนมกันมานานมากแล้ว
กัสที่จัดหนักกับซีต้าและวอร์แคทอย่างเมามันจนแทบจะลืมเวลา เขาถึงกับลืมตัวเผลอลากมิซ่าที่เข้ามาเรียกและคิตตี้เมดสาวตัวน้อยของเธอมาร่วมวงด้วยตอนไหนเขาก็จำไม่ได้
กว่าจะรู้ตัวอีกทีภายในห้องนอนของกัสก็เต็มไปด้วยกลิ่นคาวของน้ำกามและเรือนร่างเปลือยเปล่าของสาวๆ ที่นอนหลับอยู่บนเตียงนอนที่ชุ่มไปด้วยน้ำรักและของเหลวสีขุ่นที่ผสมกันจนเกิดเป็นกลิ่นที่แปลกประหลาด
กัสไม่ได้รู้สึกรังเกียจกลิ่นนี้ แต่เขาก็ไม่อยากปล่อยให้มันส่งกลิ่นอยู่แบบนี้สักเท่าไหร่ เขาเลยดีดนิ้วครั้งหนึ่ง เรือนร่างของหญิงสาวคนรักก็ได้รับการชำระล้าง พวกเธอคล้ายกับถูกพาไปอาบน้ำจนสะอาดเอี่ยม
คราบที่เกิดจากการเริงรักอย่างเร่าร้อนของเขาและพวกเธอหายไปจนหมด สีหน้าของพวกเธอก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย เตียงนอนก็ถูกจัดการจนสะอาดเหมือนเพิ่งผ่านการซักมาใหม่ๆ ทุกคนผ่อนคลายจนหลับลึกยิ่งกว่าเดิม
กัสอมยิ้มน้อยๆ ด้วยความพึงพอใจแล้วหยิบเอาผ้าห่มออกมาห่มลงบนเรือนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวอันเป็นที่รักก่อนจะหมุนตัวจากไปอย่างเงียบๆ แล้วผ่อนคลายอยู่ภายในห้องนั่งเล่น
การเป็นเทพเทวะระดับ 8 ดาวของเขาทำให้เขาแทบไม่จำเป็นต้องนอนหลับอีกต่อไป แม้จะผ่านเกมรักที่เร่าร้อนกับหญิงสาวคนรักมาตลอดทั้งวันทั้งคืนเขาก็ยังไม่รู้สึกเหนื่อย หากแต่รู้สึกผ่อนคลายยิ่งกว่าเดิมราวกับได้ปลดปล่อยความเครียดและความอ่อนล้าทั้งหมดออกไป
กัสที่ผ่อนคลายและสุขสบายออกมารับลมและแสงแดดที่นอกบ้าน เขาแทบจะหลับไปเพราะบรรยากาศที่อบอุ่น แต่เขาก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงขุมพลังที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้
รอยยิ้มของกัสยกสูงขึ้นเล็กน้อย กลิ่นอายของขุมพลังที่เคลื่อนตัวเข้ามานั้นเป็นอะไรที่คุ้นเคยกับเขามาก เขาจึงไม่รอช้ารีบลุกขึ้นไปรับหน้าในทันที
“ท่านพ่อตา!”
กัสส่งเสียงทักทายด้วยความยินดีขณะมองดูไวท์ริเวอร์ก็ร่อนลงมาพร้อมกับรอยยิ้มอันอบอุ่น ตามหลังมาด้วยไอซ์เอจและท่านหญิงโฟรเซ่นฮาร์ท
ทั้งสามลงมาพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น ผิดจากแนวทางการฝึกฝนของทั้งสามที่เย็นเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็ง
“กัส! เจ้าทำได้ดีมาก! ยินดีด้วยนะผู้อาวุโสคนใหม่!”
น้ำเสียงหยอกเย้าของไวท์ริเวอร์ทำให้กัสรู้สึกประหลาดใจและไม่คุ้นเคยอยู่บ้างเล็กน้อย แต่เขาก็ตอบรับกลับไปด้วยรอยยิ้ม พลางทักทายแม่ยายทั้งสองด้วยความเคารพ ซึ่งก็ได้รับรอยยิ้มอบอุ่นตอบรับกลับมา
จากนั้นไม่นานทั้งสามก็เข้าไปในบ้าน ไวท์ริเวอร์กวาดสายตามองไปรอบๆ ครั้งหนึ่ง ก็ยิ้มน้อยๆ ราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง
กัสเองก็สัมผัสได้ ใบหน้าของเขาจึงแดงขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็พยายามระงับความขัดเขินเอาไว้ แม่ยายทั้งสองก็ยิ้มออกมาด้วยความขบขันแต่ก็ไม่มีคำพูดอะไรออกมา
“ข้าได้ยินว่าเจ้ากำลังลำบาก แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นแบบนั้นสินะ”
“ใครว่าละครับ ข้าลำบากมากเลยเพราะไม่รู้ว่าจะปฏิเสธยังไง ตอนนี้ก็ได้คริสตัลกับทุกคนคอยช่วย ถึงได้ถ่วงเวลาได้บ้าง”
ได้ยินแบบนั้นไวท์ริเวอร์ก็เลิกคิ้วน้อยๆ แม้มันจะไม่ได้สนิทสนมกับลูกเขยคนนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่ามันจะอ่านนิสัยของลูกเขยคนนี้ไม่ออก
อย่างไรเสียมันก็เป็นบุรุษเหมือนกันย่อมมีความเข้าใจที่ตรงกันบ้างไม่มากก็น้อย ไวท์ริเวอร์จึงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเพราะต่อให้บุรุษจะชอบสตรีมากแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกมันจะต้องการสตรีทุกนาง
“ถ้าเจ้ามีคนที่สนใจก็ลองเลือกมาสัก 2 – 3 คนก็ได้ ส่วนที่เหลือข้าจะช่วยพูดให้ คิดว่าฝ่ายหญิงน่าจะยอมถอนตัวกลับไปโดยดี แบบนี้เจ้าจะได้ไม่ลำบากใจที่ต้องปฏิเสธ”
ได้ยินแบบนั้นกัสก็รีบกล่าวขอบคุณด้วยความยินดี พลางพูดเป็นนัยว่าเขาอยากปฏิเสธทั้งหมด แต่ไวท์ริเวอร์ก็ยิ้มออกมาและแนะนำให้เขารับเอาไว้สัก 1 – 2 คน เพื่อรักษาหน้าตาของชนชั้นสูง ไม่เช่นนั้นต่อให้เขาจะมีผลงานสูงยังไง เขาก็คงหลีกเลี่ยงความลำบากไม่ได้
“เจ้าอาจจะไม่รู้ แม้ว่าตระกูลของพวกเราจะเน้นหนักที่ความพิสุทธิ์ ทั้งร่างกาย จิตใจและวิญญาณ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคนที่คิดไม่ดีอยู่นะ บางคนอาจจะนิสัยดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำอะไรร้ายๆ ไม่เป็น”
คำเตือนของไวท์ริเวอร์ทำให้กัสตกตะลึงจนสูญสิ้นคำพูดไปชั่วขณะ เขาแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่ความคิดบางอย่างก็ผ่านเข้ามาในจิตใจของเขาและทำให้เขาเชื่อว่าคำพูดนี้เป็นเรื่องจริง
ตระกูลอันดูวเดธอาจจะมีเวทมนตร์ชำระล้างเป็นหัวใจสำคัญทำให้นิสัยใจคอของคนในตระกูลค่อนข้างบริสุทธิ์ กล่าวได้ว่าเป็นความบริสุทธิ์ที่ปราศจากจิตคิดร้ายต่อผู้อื่น
แต่นี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะบริสุทธิ์เหมือนกันหมด นิสัยบางอย่างอาจจะไม่สามารถเรียกได้ว่าต่ำช้าหรือเลวร้าย บางคนกระทั่งทำสิ่งชั่วร้ายลงไปด้วยใจที่บริสุทธิ์ก็มีอยู่ ทั้งนี้เป็นเพราะเวทมนตร์ชำระล้างคอยชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ ทำให้บางครั้งความชั่วร้ายที่เพิ่งจะก่อตัวก็ถูกชำระล้างไป จนถูกมองข้ามไปเพราะไม่คิดว่าเป็นความชั่วร้าย
ด้วยเหตุนี้จึงมีคนอยู่ไม่น้อยที่ไม่ตระหนักว่าความคิดของตนเองนั้นเลวร้าย เช่นเดียวกับเด็กน้อยที่ทำสิ่งที่โหดร้ายลงไปเพราะไม่เข้าใจว่ามันโหดร้ายยังไง
พูดไปแล้วเรื่องนี้นับเป็นความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ในตระกูลอันดูวเดธ เป็นปัญหาที่ซ่อนอยู่ในมุมเล็กๆ เพียงแต่มุมเล็กๆ ที่ว่านั้นดันอยู่ในสังคมของชนชั้นสูงเสียเป็นส่วนใหญ่
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของไวท์ริเวอร์ สีหน้าของกัสก็เปลี่ยนไปจนแปลกประหลาดเขาแทบจะไม่อยากเชื่อว่าตระกูลของเขาจะมีปัญหาอะไรแบบนี้ซ่อนอยู่
“แต่เจ้าก็ไม่ต้องกลัวถึงขนาดนั้นหรอกนะกัส เพราะถึงจะบอกว่าชั่วร้าย แต่อันที่จริงมันก็เป็นความชั่วร้ายแบบเด็กๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้เป็นอะไรที่เลวร้ายเสียทีเดียว ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็เหมือนเด็กนิสัยเสียนั่นแหละ”
“ด..เด็กนิสัยเสีย”
กัสครางออกมาแบบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ผิดจากไวท์ริเวอร์ที่หัวเราะแบบฝืนๆ เพราะเรื่องพวกนี้พูดไปก็ไม่น่าฟังสักเท่าไหร่
“ใช่ แต่ก็อย่าได้ดูถูกเด็กนิสัยเสียก็แล้วกัน พวกมันอาจจะทำให้เจ้าลำบากมากกว่าที่เจ้าคิด”
หลังจากทิ้งคำแนะนำและคำเตือนเอาไว้เล็กน้อยพูดคุยกันอีกนิดหน่อย ไวท์ริเวอร์ก็จากไปในที่สุด ทิ้งให้กัสครุ่นคิดถึงคำแนะนำต่อไปเงียบๆ
โดยไม่รู้ตัวว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน กัสก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง ก่อนที่วงแขนที่เรียวบางจะโอบกอดเข้ามาจากด้านหลังของเข้า
“เกิดอะไรขึ้นหรือกัส..ทำไมสีหน้าเจ้าดูไม่ดีเลย”
ซีต้ายิ้มน้อยๆ ด้วยความรักและเอ็นดูพลางลูบหัวของเขาเบาๆ ทำให้เขาผ่อนคลายความเครียดลงได้อย่างน่าประหลาด
จากนั้นเพียงครู่เดียวกันก็ดึงตัวซีต้ามานั่งบนตักแล้วกอดเอวเธอไว้หลวมๆ พลางซุกหน้าลงที่หน้าอกของเธอแล้วอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้เธอฟัง
สีหน้าของซีต้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอคล้ายแปลกใจที่กัสเครียดกับเรื่องเล็กๆ แบบนี้ แต่ไม่นานนักเธอก็เข้าใจ เรื่องพวกนี้พูดไปแล้วอาจจะเป็นเพียงเรื่องธรรมดาสำหรับเธอที่เป็นปรมาจารย์ผู้รักษา
แต่สำหรับกัสที่เป็นเด็กน้อยคนหนึ่งที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นผู้อาวุโสแล้ว มันเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจและเป็นสิ่งที่เขาไม่คิดว่าจะต้องพบเจอมาก่อน
หลังจากเข้าใจปัญหาของกัส ซีต้าก็ยิ้มน้อยๆ ด้วยรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความหมายบางอย่างซึ่งเขาไม่ทันสังเกตเห็นเพราะเขาแต่ซุกไซร้หน้าอกที่อวบอิ่มของเธอด้วยความชอบใจ
“เจ้าไม่ต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้หรอกกัส..เพราะหลังจากนี้จะมีเรื่องที่ยากลำบากรอเจ้าอยู่”
กัสชะงักไปเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นมามองดูซีต้าที่ยิ้มน้อยๆ ด้วยความรักและเอ็นดูโดยไม่คิดที่จะอธิบายอะไรเพิ่มอีก
ไม่ว่ากัสจะถามยังไง ซีต้าก็ยืนยันคำเดิมว่าอีกไม่นานเขาก็จะรู้เอง กัสก็เลยทำได้เพียงรอต่อไป
หลังจากนั้นไม่นานปัญหาที่ทำให้กัสคิดหนักก็หมดไปโดยที่เขาเองก็คิดไม่ถึง อยู่ๆ เหล่าแม่สื่อที่พยายามอย่างหนักในการตามตื๊อเขาก็พร้อมใจกันหายหน้าไปจนหมดโดยที่คริสตัลกับคนอื่นๆ ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่การจากไปของเหล่าแม่สื่อก็ได้ทำให้ชีวิตที่วุ่นวายของกัสสงบลงในที่สุด จนเวลาผ่านไปอีกหลายวัน กำหนดการแต่งตั้งก็มาถึง
กัสที่เตรียมพร้อมมานานแล้วเข้ารับการแต่งตั้งเป็นผู้อาวุโสตามกำหนด เขาเข้าร่วมพิธีพร้อมกับภรรยาของเขา
งานพิธีดำเนินไปอย่างราบรื่นและเรียบง่าย ไม่มีเหตุการณ์อะไรผิดปกติ มันเป็นเช่นเดียวกับการแต่งตั้งผู้อาวุโสทั่วไป เรียบง่ายไม่มีอะไรที่สำคัญ เว้นเพียงเรื่องที่กัสเป็นผู้อาวุโสที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับการแต่งตั้งโดยไม่สนใจกฎด้านอายุ
หากไม่นับเรื่องนี้พิธีแต่งตั้งของกัสก็แทบไม่ต่างอะไรจากพิธีแต่งตั้งผู้อาวุโสคนอื่นๆ เลย แม้กระทั่งการแสดงความยินดีจากสภาผู้อาวุโสก็ยังธรรมดาสามัญจนหาความพิเศษไม่เจอ
โดยที่กัสเองก็ไม่เข้าใจ แต่ความธรรมดานี้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกผิดหวังอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกเหมือนกับกำลังมองหาใครบางคนที่น่าจะปรากฏตัวขึ้นในงานพิธีแต่ก็หาไม่เจอ
กัสจึงรู้สึกผิดหวังเล็กๆ จนกระทั่งกลับไปถึงบ้านหลังจากงานพิธีจบลง คนที่เขามองหาก็ปรากฏตัวขึ้นที่บ้านของเขา
“ท..ท่านหญิง!”
กัสไม่รู้ว่าสีหน้าของเขาในตอนนั้นเป็นยังไง แม้กระทั่งภรรยาของเขาก็ไม่ทราบเพราะทุกคนกำลังตกใจที่ได้เห็นท่านหญิงไอโกะและเมดสาวยามิอยู่ในบ้านของเขา
ท่านหญิงไอโกะยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เธอยิ้มน้อยๆ ด้วยรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความซุกซน เธอมองตรงไปยังกัสแล้วมองดูหญิงสาวคนอื่นๆ ด้วยรอยยิ้มที่แฝงไว้ด้วยความเอ็นดู
“กลับมาแล้วหรือกัส ข้ารอเจ้าอยู่ตั้งนาน”
“ข..ขออภัยด้วยครับท่านหญิง!”
กัสอุทานออกมาด้วยความตกใจ โดยไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มซุกซนของท่านหญิงไอโกะเลยสักนิด เขาถึงได้ถูกท่านหญิงไอโกะหัวเราะใส่ ก่อนจะเรียกเขาและทุกคนเข้าไปหา
ไม่นานนักความวุ่นวายที่เกิดจากความตกใจก็สงบลง กัสกับทุกคนนั่งลงยังตำแหน่งที่ต่ำลงไป ส่วนตัวกัสนั้นเขานั่งอยู่ด้านข้างของท่านหญิงไอโกะเพื่อรอฟังคำสั่ง
“วันนี้ข้าเห็นเจ้าในพิธี เจ้าทำได้ไม่เลวเลย! พอจะมีภาพลักษณ์ของผู้อาวุโสขึ้นมาบ้างแล้ว”
เมื่อได้ยินคำชมรอยยิ้มของกัสก็ขยายตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ มันมีความภาคภูมิใจก่อตัวขึ้นภายในใจ เช่นเดียวกับเหล่าภรรยาของเขาที่ภาคภูมิใจในตัวของสามีของพวกเธอ
“แต่ที่ข้ามาในวันนี้ไม่ได้มาเพื่อชมเจ้า! ข้ามาเพื่อบอกให้เจ้ารู้ว่าตระกูลมี ‘คำสั่งลับ’ ถึงเจ้า!”
ทุกคนทวนคำว่าคำสั่งลับพร้อมกันด้วยความตกใจ สีหน้าของกัสเปลี่ยนไปในทันที ความตื่นเต้นยินดีถูกสลัดทิ้งไปจนเหลือเพียงความเคร่งขรึมสำรวม
“ผู้อาวุโสกัสโทนีย่ารับคำสั่ง!”
“ครับ!!”
สีหน้าของท่านหญิงไอโกะกลายเป็นเคร่งขรึม แต่รอยยิ้มยังคงอยู่ เธอมองดูสีหน้าที่เคร่งขรึมของกัสแล้วลอบหัวเราะอยู่ในใจ
“เพื่อแก้ปัญหาของสายโลหิตของตระกูล เจ้าในฐานะของผู้อาวุโส จงแต่งงานกับสตรีที่มาจากสายตระกูลทั้งหมดเพื่อสืบทอดสายโลหิตของตระกูลให้สืบต่อไป”
สิ้นคำสั่งทุกเสียงก็ขาดหายไปชั่วขณะ ดวงตาของกัสและภรรยาทุกคนเบิกกว้างราวกับไม่เชื่อว่าคำสั่งที่พวกเขาได้ยินจะเป็นเรื่องจริง