อภินิหารศาสตราวุธ

    ตอนที่​ 137 บุกรุก​

    ตอนที่​ 137 บุกรุก​ (ภาค 3)

    อีกด้านของป่าที่พักคางหมิง

    "สุดท้าย ท่านก็ไม่ใช่ผู้แข็งแกร่ง​สุดอยู่ดี"

    ชายคนนึง ที่แอบเฝ้าดูการต่อสู้​ของสองราชันผู้แข็งแกร่ง​สุด เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา

    เมื่อชายคนนี้เฝ้าฝันปรารถนา​ที่ต้องการ​พลัง เพื่อเป็นคนแข็งแกร่ง​สุดในใต้หล้า จึงยอมฝากตัวเป็นศิษย์​แก่คางหมิง

    แม้แต่การแสวงหาพลังจากการฆ่าบิดาของตนก็ยอมทำ ชายคนนี้ คือ หลิวหรง

    "ทักษะ​สุดท้าย​ ช่างร้ายกาจ​เสียจริง"

    หลิวหรง ที่เห็นการต่อสู้​ทุกอย่างจบลงแล้ว จึงไม่รอช้าออกไปสำรวจพื้นที่​ต่อสู้​อย่างรวดเร็ว​ เพื่อตามหาบางอย่าง

    แต่ต้องกับความผิดหวัง เมื่อทักษะ​สุดท้ายของ หยางเจี่ยน ได้เผาผลาญ​ทุกสิ่งทุกอย่างให้วอดวาย​จนหายไปอย่างสิ้นเชิง

    ไม่ว่าจะเป็นศพคางหมิง หรือสิ่งของที่ติดตัว​คางหมิงล้วนถูกทำลายเรียบร้อย

    "นี้มัน"

    เหล่าคนสำนักมังกรสุริยัน ที่เดินทางมาสมทบเพื่อจะช่วยต่อสู้​กับคางหมิง ต่างตกใจกับภาพตรงหน้าที่เห็นเปลวไฟสีน้ำเงินลุกสว่างไสว​ออกมาอย่างรุนแรง​

    ไฟสีน้ำเงินยังคงลุกสว่างไสว​อยู่ไม่จางหายไปเป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ซึ่งบ่งบอกได้ว่าไฟสีน้ำเงินเหล่านี้มีอานุภาพ​มากแค่​ไหน

    เมื่อไฟสีน้ำเงินดับลง เหล่าคนของสำนักสุริยันต่างออกค้นหาร่างของเจ้าสำนักกันทันที

    แต่ไม่ว่าจะพยายาม​ตามหามากเท่าไร​ ก็ไม่พบวี่แวว​ของเจ้าสำนัก ทำให้ทุกคนต่างสรุปกันเป็นเสียงเดียวว่า เจ้าสำนักสละชีวิต​ตนเองเพื่อกำจัดคางหมิง

    บัดนี้ ศัตรู​ที่น่ากลัวสุดที่เคยสร้างความปั่นป่วน​แก่ยุทธภพได้ตายลงไปแล้ว พร้อมกับสุดยอดจอมยุทธ​ผู้กล้าที่ยอมสละชีวิต​ตนเองเพื่อจัดการศัตรู​ที่น่ากลัว​สุดให้หายไปจากโลกนี้ด้วยกัน

    ณ.สำนักมังกร​สุริยัน

    "ท่านพ่อ ไม่จริง"

    เสียงแห่งความเศร้าโศก​ เสียใจ​ต่อการจากไปของบิดาที่ไม่มีวันหวนกลับคืนมาได้อีกของสองพี่น้องดังออกมา

    "พ่อเจ้า เป็นวีรบุรุษ"

    "แม้แต่ช่วงเวลาสุดท้าย​ของชีวิตก็ตายอย่างสมภาคภูมิใจ​ในฐานะ จอมยุทธ"

    ภรรยาเจ้าสำนัก ชื่นชม​ในการเสียสละ​ของสามีตนเองขึ้นมา

    แม้จะได้รับข่าวว่า สามีตนเองตายไปแล้วก็ตาม แต่เป็นการตายที่สมศักดิ์ศรี

    เหล่าเจ้าสำนัก หัวหน้า​พรรค เมื่อทราบข่าวต่อการจากไปของหยางเจี่ยน จึงร่วมกันจัดพิธีอย่างสมเกียรติ

    ในวันพิธีทุกคนต่างมาร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของเจ้าสำนักมังกร​สุริยันกันถ้วนหน้า

    เวลาล่วงเลยมา 1 เดือน

    สำนักมังกร​สุริยัน ยังไม่สามารถ​หาเจ้าสำนักมังกรสุริยันคนใหม่ได้เลย

    แม้ว่าจะมีผู้สืบทายาทอยู่แล้วก็ตาม แต่ด้วยวุฒิภาวะ​ของผู้สืบทอด​ยังไม่เหมาะสม จึงไม่ได้รับการยอมรับจากอาวุโส​ในสำนักมากนัก

    เมื่อตอนนี้เหล่าอาวุโส​ต่างแยกกันเป็นสองฝ่าย ทั้งเห็นด้วย​กับไม่เห็นด้วยในการแต่งตั้ง หยางหลงเป็นเจ้าสำนักคนใหม่

    ทำให้ตอนนี้ อาวุโส​จิ้น ที่เป็นอาวุโส​เก่าแก่​สุด แล้วเป็นคนที่อยู่มานาน และเป็นคนที่เจ้าสำนักไว้ใจ​มากสุดถูกแต่งตั้ง​เป็นเจ้าสำนักชั่วคราวแทนไปก่อน

    "แบบนี้แหละ พอสำนักขาดผู้นำ เป็นธรรมดาที่ต้องมีคนฉวยโอกาส​แย่งชิง​ตำแหน่งเจ้าสำนักกันทั้งนั้น"

    อาวุโส​จิ้น ที่ยืนพูดอยู่ข้างๆหยางหลง ซึ่งด้วยการที่ตนเองแข็งแกร่ง​สุดในสำนักมังกร​สุริยัน​ จึงอาสารับหน้่าที่ตำแหน่ง เจ้าสำนักชั่วคราว​ เพื่อป้องกัน​เหล่าคนฉวยโอกาส​เหล่านั้น

    "ช่วงเวลาสงบสุข​นี้ เจ้าจงตั้งใจ​ฝึกฝนซะ"

    เจ้าสำนักชั่วคราว​ เตือนออกมา แม้ตนเองจะได้กลายเป็นเจ้าสำนักชั่วคราว​ แต่ด้วยอายุที่มากแล้วของตนเอง คงมีชีวิต​อยู่ได้อีกไม่นาน ทำให้ไม่สามารถ​ดำรงตำแหน่งนี้ได้นานนัก

    ...

    ณ.สำนักอาชาสวรรค์​

    "พวกเจ้าเป็นใครกัน"

    "ทำไมถึงมาบุกรุก​สำนักข้าเช่นนี้กัน"

    เจ้าสำนักอาชาสวรรค์​ ที่ยืนประจัน​หน้ากับศัตรู​ที่โจมตีสำนักตนเองด้านหน้าอยู่ พร้อมกับอาวุโส​สูงสุด​ของสำนัก

    ตอนนี้ทั้งสองคนที่มีอำนาจสูงสุด​ของสำนักอาชาสวรรค์​ กำลังโกรธ​จัดแก่ศัตรู​ที่กล้ามาโจมตีแล้วยังเล่นงานสังหารศิษย์​ของสำนักไปต่อหน้าต่อตา​อีกด้วย ถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ​นัก

    "พวกข้างั้นรึ ก็จะมาถล่มสำนักเจ้าไงละ"

    ชายยืนประจันหน้ากับเจ้าสำนักอย่างไม่หวาดกลัว​

    ทั่วร่างมีบาดแผลตามตัว ชวนดูน่าเกลียดน่ากลัว​อย่างมาก กำลังถือหอกอันน่าเกรงขาม​อยู่ในมือ ซึ่งเป็นศาสตราวุธ​ของชายคนนี้

    ศาสตราวุธ​ศัตรู​ที่โจมตีสำนักอาชาสวรรค์​ ตอนนี้​ที่ปลายหอกมีศิษย์​ของสำนักอาชาสวรรค์​ถูกเสียบคาหอกเอาไว้อยู่ด้วยจำนวนสามคน

    "หนอย คิดว่าอยากจะมาถล่มสำนักก็จะมาถล่มกันง่ายๆ​รึไงกัน"

    "มีปัญญาก็ลองทำดู"

    ผู้อาวุโส​สูงสุด​ ได้ยินเช่นนั้นก็ทนไม่ไหว พุ่งตรงเข้าจู่โจม​ใส่ศัตรู​อย่างรวดเร็ว​ ใช้ปราณจิตสร้างศาสตราวุธ​ขึ้นมาในพริบตา​

    ทวนหัวอีกา ปรากฏ​ในมือของผู้อาวุโส​สูงสุดขึ้นมาทันที​​

    ทวนหัวอีกาของผู้อาวุโส​สูงสุด​ ปลายทวนทั้งแหลมและยาวเหมาะแก่การแทง

    จัดการ​เตรียม​แทงใส่ศัตรูด้านหน้า​อย่างไม่ปราณี​

    จากนั้น​เสริมด้วยอำนาจธาตุ​ลมของปราณจิตศาสตราวุธ​ขั้น 5 ธาตุลม ที่พร้อมกวาดเล่นงานเหล่าศัตรู​ด้านข้างให้กระเด็น​กระดอน​ออกไปในคราวเดียว

    ฉึก

    แต่ก่อนที่ทวนของผู้อาวุโส​สูงสุด​ จะแทงถึงตัวศัตรูต้องถูกหยุดเอาไว้ด้วยสามง่ามอันแหลมคมของอีกฝ่าย

    "รายที่สี่"

    ชายที่ถือสามง่าม เอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็น​ แม้ว่าปลายสามง่ามจะมีศิษย์​สำนักอาชาสวรรค์​เสียบคาเอาไว้อยู่ด้วยกันสามคนก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

    แต่ก็ไม่มีผลอะไรกับการใช้สามง่ามของชายคนนี้เลย

    "เร็ว"

    ผู้อาวุโส​สูงสุด​ แม้จะใช้ทวนหัวอีกาที่มีความสามารถ​ในการแทงได้อย่างดีเยี่ยม

    แต่กับไม่สามารถ​เทียบทักษะ​การแทงของชายมีแผลเต็มตัว​ที่ถือสามง่ามอันน่าเกรงขาม​ฝ่ายตรงข้าม​ได้เลยสักนิด

    จนสุดท้าย​ต้องถูกสามง่ามอีกฝ่ายแทงทะลุอกเลยไปถึงหัวใจ​จนสิ้นใจตายคาหอก

    "ช่างอ่อนหัดนัก"

    ตอนนี้ปลายสามง่ามของชายมีแผล ได้มีเหยื่อรายใหม่เสียบเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง เมื่อรวมกับศิษย์​สำนักอาชาสวรรค์​ที่โดนเสียบสังหารก่อนหน้านั้นอีกสามคน ทำให้กลายเป็นสี่คนเรียบร้อย​ที่ถูกเสียบคาศาสตราวุธ​จนตาย

    "ผู้อาวุโส​สูงสุด​"

    "แก"

    "บังอาจ​ทำกับผู้อาวุโส​สูงสุด​"

    ตู้ม

    เจ้าสำนักอาชาสวรรค์​ ระเบิดความโกรธ​พุ่งเข้าใส่ศัตรู​