“อ่ะ..กินยาครับ..” ณภัทรเดินถือถุงยาเข้ามาให้ในห้องนอนของพิชญุตม์ แล้วตามมาด้วยทวิภาคกับวิชญ์พลที่เดินถือถุงข้าวต้มกับน้ำตามเข้ามา จ้องมองคนที่โทรไปหาพวกเขาว่าช่วยซื้อยามาให้หน่อย เพราะไม่สบายเลยไม่ได้เข้าเรียนในวันนี้ ลำบากเพื่อนที่แสนดีอย่างพวกเขาต้องรีบโดดเรียนด้วยความเป็ห่วงเพื่อนมากกว่าเหตุผลอื่นใด แล้วมุ่งตรงมาที่พักสุดหรูของเพื่อนรักทันที
“หนักว่ะพีช..ไปหาหมอดีกว่ากูว่า..” วิชญ์พลรีบพูดเมื่อตอนแรกแค่จะจับตัวคนป่วยให้ลุกขึ้นมากินข้าว แต่ความร้อนที่พุ่งออกมาจากร่างกายของอีกคนกลับทำให้เขาเป็ห่วงขึ้นมากกว่าเดิม
“เออสัส..แม่งตัวร้อนชิบหาย..” ณภัทรเองก็ดูใขึ้นมาไม่น้อย เมื่อได้ััร่างกายที่อุณหภูมิสูงของเพื่อน
“ไม่ไป..กูปวดหัวกินข้าวกินยาเดี๋ยวก็ดีขึ้น..” คนที่นอนปางตายอยู่บนเตียงปฏิเสธความหวังดีของเพื่อน แล้วเอื้อมมือจะรับข้าวกับยาไปกิน
“ไปทำอะไรมาว่ะ..แต่ช่างเถอะรีบกินข้าวกินยาก่อน..” ทวิภาคว่าก่อนจะช่วยประคองเพื่อนให้นั่งแล้วณภัทรอาสาจัดเตรียมถ้วยข้าวต้มมาให้ พิชญุตม์รับข้าวต้มมานั่งกินแม้จะไม่อยากกินแต่ก็ต้องฝืน เขาต้องรีบหายไวไวเพราะยังมีใครอีกคนที่ต้องไปคอยดูแล แค่ไม่ได้เห็นหน้าวันเดียวแค่นี้อาการโหยหาของเขาก็เกือบปางตายแล้ว ถ้าอาการทรุดหนักกว่าเดิมแล้วไม่อาจออกไปหาอีกคนได้ คิดว่าเขาน่าจะตายด้วยความคิดถึงก่อนหายป่วยจริงๆ
“วันนี้ไม่ได้มาครับ..” เ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยบอก เมื่อเห็นคนที่เดินออกมาจากลิฟท์ใน่ค่ำของอีกวันพยายามส่องหาใครสักคน และเขารู้ว่าใครสักคนนั้นคือใคร
“ดีแล้วครับ..” ผ่อนลมหายใจออกมา ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้ดีแล้วจริงหรือ
“ไม่รู้ว่าป่วยหรือเปล่านะครับ..เมื่อวานเข้ามาหลบฝนกับผมในตึก..จู่ๆก็บอกต้องไปซื้อร่ม..ผมก็บอกแล้วว่าให้ยืมร่มก็ไม่ยอมบอกจะรีบไปซื้อร่มมาให้คุณติณ..เดี๋ยวถ้าคุณออกมาแล้วฝนไม่หยุดลำบากแน่..พูดจบก็รีบวิ่งออกไปเลยครับ..” เ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเล่าเื่ราวให้อีกคนฟังถึงเหตุการณ์เมื่อวาน
“ที่เปียกเพราะไปซื้อร่มมาให้ผมเหรอครับ..”
“ครับ..” คนรับฟังผ่อนลมหายใจออกด้วยความหนักใจ น้องมันจะเป็ยังไงบ้างเนี่ย พักอยู่ที่ไหนเขาก็ไม่รู้ เฮ่อ..ทำไมต้องเป็ห่วงด้วยว่ะเนี่ย ไหนบอกว่าไม่ต้องไปสนใจไง บ้าจริง.. เพราะั้แ่เกิดมาต้องคอยดูแลตัวเองมาตลอด ติณณภพเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างที่กำลังทำให้หัวใจเขาอบอุ่นแปลกๆ
“อย่าเป็ไรเลยนะ..ไม่อยากรู้สึกผิด..บ้าจริง..” บอกกับตัวเองเมื่อขึ้นมานั่งบนรถแล้ว นับวันติณณภพเริ่มไม่เป็ตัวของตัวเองแล้ว เพราะการมีไอเด็กนั่นเข้ามาทำให้ระบบการใช้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป จากคนที่ต้องคอยดูแลคนอื่นเวลานี้เขากลับมีเด็กอายุน้อยกว่าคอยมาดูแลแทนเสียนี่
“อ่าว..มาแล้วเหรอ..ไม่สบายหรือเปล่า..” คนยืนเฝ้าตึกหันมาหาคนที่เดินตรงเข้ามาหาตน พร้อมยื่นของในมือมาให้
“ฝากให้เขาหน่อย..ผมกลับก่อนนะครับ..” พูดจบเ้าตัวก็เดินออกไปเลย หน้าตาซีดเซียวขนาดนั้นยังอุตส่าห์ฝืนพาตัวเองเอาของมาฝากคนอื่นอีกนะ ไอนี่..สุดยอดจริงๆ คนรับของไว้ทึ่งในความพยายามแล้วก็เดินนำของขึ้นไปให้เ้าของที่แท้จริง
“ของฝากครับ..” เ้าหน้าที่คนเดิมเดินเอาของเข้ามายื่นโกโก้เย็นแก้วใหญ่กับขนมเบเกอร์รี่น่าทานให้ติณณภพ ชายหนุ่มเงยหน้าก่อนจะรับสิ่งที่เขาอยากกินเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม
“มาแล้วเหรอครับ..”
“ครับ..แต่กลับไปแล้ว..”
“อ่าว..”
“สภาพป่วยหนักแน่นอนครับ..เดินหมดแรงออกไปแล้ว..น่าสงสารมาก..” บ่นเสร็จก็เดินกลับออกไป ทิ้งให้ความกังวลใจรุ่มเร้าใครอีกคนแทน น้องมันป่วยจริงเหรอเนี่ย.. แล้วที่อุตส่าห์ออกมาไม่กลัวอันตรายเกิดขึ้นหรือไง นี่ไม่รักตัวเองบ้างเหรอ น่าโมโหจริงคนอะไรดื้อชะมัด
“ทำไมต้องทำแบบนี้..จะกดดันกันหรือไง..” ติณณภพมองแก้วน้ำตรงหน้า แต่สมองกลับคิดไปถึงใบหน้าของเ้าของที่ไม่คิดเจียมสังขารเลย เวลางานผ่านไปด้วยความสับสนของติณณภพ เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดหรือทำอย่างไรที่จะทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นคิดได้และออกไปจากชีวิตเขาเสียที
“กลับดึกอีกแล้วนะครับคุณติณ..” ผู้รักษาความปลอดภัยเอ่ยกับคนที่ยังคงทำงานด้วยความขยันขันแข็งตั้งแรกวันแรกๆจนถึงตอนนี้ไม่มีเปลี่ยน
“ครับ..อีกสักพักแหละครับ..
“เหนื่อยหน่อยนะครับ..ดูคุณโทรมๆ..”
“ครับ..ไม่ค่อยได้พัก..งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ..”
“ครับ..เชิญครับขับรถปลอดภัยนะครับ..” คนทั้งคู่น้อมตัวลงเคารพซึ่งกันและกัน ก่อนติณณภพจะเดินพาร่างอันเหนื่อยเหน็บไปที่รถยนต์ด้วยความหนักอึ้ง ชายหนุ่มคิดว่าตัวเองควรจะต้องแวะหาของบำรุงทานเสียหน่อยก่อนจะเข้านอนคืนนี้ คิดได้ดังนั้นเ้าของรถยนต์คันเก่งก็ขับออกไปและเลี้ยวเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อเดินเข้าไปหยิบอาหารบำรุงทั้งสมองทั้งร่างกาย แล้วเดินออกมาด้วยความอิดโรย
“เดี๋ยว..” เมื่อกำลังจะเดินไปเปิดประตูรถฝั่งคนขับ ก็มีเสียงเอ่ยเรียกทักให้ร่างบางหันกลับไปมอง
“ครับ..” คนถูกเรียกตอบรับแบบไม่เข้าใจในสถานการณ์
“เอาเงินมา..”
“หา..” คิ้วเรียวขมวดมุ่น เมื่อได้ยินคำบอกกล่าวของคนที่เดินเข้ามาหาตน
“เอาเงินมา..ถ้าไม่อยากเจ็บตัว..” ข่มขู่พร้อมแสดงอาวุธในการโจรกรรมให้เห็น มีดปลายแหลมถูกจ่อเข้ามาหาตัวของติณณภพ ร่างบางถอยถดจนหลังติดประตูรถจิตสำนึกลนลานด้วยไม่เคยประสบกับเื่น่ากลัวแบบนี้
“ผะ..ผม..”
“ไม่ต้องพูดมาก..เอาเงินมา..” คนทำผิดกฎหมายเริ่มมีอารมณ์ เมื่อเขาก็ไม่อยากยืนกระทำการแบบนี้รอให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มาเชิญตัวเขาไปอยู่ด้วยหรอกนะ
“หนีไปซ่ะ..” ไม่ทันที่ติณณภพจะล้วงหยิบกระเป๋าเงินให้คนตรงหน้า เสียงต่ำเข้มกลับเอ่ยขัดจังหวะจนทำให้คนข่มขู่ต้องรีบหันกลับไปมอง
“อย่ายุ่งถ้าไม่อยากเจ็บตัว..” เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อมีคนเข้ามาเห็นเหตุการณ์
“หนีไปซ่ะ..ก่อนจะตาย..”
“อะไรของมึง..มึงนั่นแหละไปตายซ่ะ..อย่ามาแส่เื่ชาวบ้าน..”
“กูไม่แส่แน่..ถ้ามึงไม่ยุ่งกับคนนี้..” พูดจบก็ปลายตาไปมองที่ยืนสั่นสะท้านด้วยความกลัวอยู่อีกด้าน
“มึงอยากเจ็บตัวใช่ไหม..”
“แล้วแต่คิด..”
..ผั๊ว.. ตุบ.. กำมือใหญ่ถูกปล่อยออกไปประทะเข้ากับใบหน้าหล่อแบบเต็มแรง ส่งผลให้คนโดนกระทำทรุดถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนจะรีบสวนฝ่าเท้าออกมาพุ่งเข้าไปเมื่อคิดว่ากำปั้นตนน่าจะไม่ทำให้อีกฝ่ายมีอาการมากนัก
“มึง..อย่าอยู่เลย..” มีดปลายแหลมถูกพุ่งเข้าไปหาตัวคนมาทีหลัง แต่คนสายกีฬามีหรือจะเคลื่อนตัวไม่ทัน เขาว่องไวมากเื่นี้ใครๆก็รู้
“ขึ้นรถไป!!..” พิชญุตม์ะโไล่คนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้วยใบหน้าซีดเซียว ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่ามันอันตรายมายืนล่อมีดอยู่ได้..
“ตะ..แต่..”
“ไป!!..” เมื่อเสียงะโไล่ดังขึ้นอีกครั้ง ติณณภพรีบหันกลับไปเปิดประตูเพื่อจะทำตามคำสั่งของคนอายุน้อยกว่า แต่ชายไม่ทราบชื่อเมื่อเห็นว่าเหยื่อกำลังจะหนีเอาตัวรอดก็รีบพุ่งมีดปลายแหลมเข้าใส่ทันที
“ระวัง!..” พีชญุตม์ตาโตใรีบวิ่งเข้าไปที่ร่างของอีกคนด้วยความเร็วแสง
“อื้ม..”
“โอ้ย!..”
“ผั๊ว!!..” ร่างบางร้องโอกครวญออกมา เมื่อร่างของเขากระแทกเข้ากับประตูรถอย่างรุนแรง และเมื่อหันกลับไปมองคนที่พุ่งเข้ามาหาเขาทั้งสองคนกลับดีดตัวไปต่อสู้กันอีกรอบ แต่เป็พีชญุตม์ที่เป็ฝ่ายง้างเท้าเตะจนจอมโจรต้องล่าถอย ผู้คนเริ่มมุงดูด้วยความสนใจแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย จนทำให้ผู้ที่คิดจะทำเื่ผิดกฎหมายต้องวิ่งหางจุกตูดไปขึ้นรถมอเตอร์ไซด์แล้วขับบิดออกไป
“เก็บของแล้วกลับบ้านซ่ะ..” คนพูดเสียงเบาเหงื่อซึมออกเต็มใบหน้าหล่อ ก่อนใบหน้าจะเหยเกให้อีกคนได้เห็นทั้งที่พยายามจะอดทนเอาไว้แล้ว
“เป็อะไร..” ถามพร้อมมองสำรวจร่างกายของอีกฝ่ายไปด้วย
“ไม่..เป็ไร..” ปฏิเสธแล้วหมุนตัวจะหันหลังกลับ
“เดี๋ยว..”
“โอ้ย!..” เพียงแค่ติณณภพยื่นมือไปรั้งชายเสื้อคนที่หันหน้าหนีเอาไว้ อีกคนก็เผลออุทานเ็ปออกมา จนติณณภพต้องรีบอ้อมไปดูให้รู้ว่าเป็อะไร
“ขอดูแผล..” ติณณภพไม่รู้หรอกว่าอีกคนเจ็บที่ใดหรือเป็อะไร แต่เขามั่นใจว่าต้องาเ็ที่ใดที่หนึ่งแน่นอน หลังจากเข้ามาช่วยเหลือเขาเมื่อสักครู่นี้ เมื่อถูกไล่ต้อนพีชญุตม์จึงต้องยอมรูดซิบเจ็กเก็ตลงและเปิดให้ติณณภพได้เห็นรอยโดนแทงที่หน้าท้อง ตาคนมองใอึ้งกับสิ่งที่อยู่ในสายตา เืซึมออกมาเต็มเสื้อขาวนักศึกษาจนเริ่มทำอะไรไม่ถูก
“ไปโรงพยาบาล..” คิดได้ดังนั้นก็รีบจับแขนคนาเ็ให้เดินไปกับตน
“เดี๋ยวผมไปเอง..”
“จะบ้าเหรอ..เจ็บขนาดนี้..อย่าอวดเก่ง..” กระชากคนที่ใบหน้าเริ่มไร้สีของเืให้อ้อมไปขึ้นรถฝั่งข้างคนขับ ก่อนตัวเองจะรีบวิ่งกลับเข้ามาฝั่งคนขับแล้วออกตัวไปโรงพยาบาลทันที แผนกฉุกเฉินวุ่นด้วยการทำหน้าที่รักษาผู้าเ็ตามกระบวนการทางวิชาชีพ ปล่อยให้เ้าของไข้ต้องนั่งกระวนกระวายใจจนอยากจะลุกวิ่งออกไปที่ไกลๆสักแห่งแล้วะโระบายความอึดอัดภายในใจออกไป
“เชิญญาติคนไข้ค่ะ..” พยาบาลสาวเดินมาผายมือเชิญก่อนจะเดินนำไปยังเตียงคองคนป่วย
“ขณะนี้ทางเราได้ทำการรักษาโดยการเย็บาแให้คนไข้เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ..โชคดีที่าแไม่ได้ลึกมากนัก..แต่อาการก็หนักพอสมควรเพราะค่อนข้างเสียเืเยอะ..ยังไงรอให้คนไข้ฟื้นแล้วขอผลสรุปอีกครั้งนะคะว่า้าที่จะแอ็ดมิทหรือไม่..”
“ผมสามารถเฝ้าเขาที่นี่ได้ไหมครับ..” ติณณภพเอ่อยถามเพราะตอนนี้พวกเขายังอยู่ในห้องฉุกเฉิน ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าจะสามารถนั่งเฝ้าอีกคนได้หรือไม่
“ได้ค่ะ..เมื่อคนไข้ฟื้นรบกวนแจ้งพยาบาลด้วยนะคะ..” หมอหญิงสุขุมยิ้มให้ก่อนจะเดินออกไปดูคนไข้รายอื่น ติณณภพลากเก้าอี้เข้ามานั่งชิดขอบเตียง เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกในตอนนี้อย่างไรดี ทั้งดีใจที่คนาเ็ไม่เป็อะไรมาก ทั้งเสียใจที่เป็ต้นเหตุให้คนตรงหน้าต้องมาเสียเืเพราะตน ทั้งอบอุ่นใจที่อย่างน้อยในวันนี้ยังมีคนคอยห่วงใยช่วยเหลือเขาอยู่ คอยดูแลโดยเขาไม่ต้องร้องขอ..
“หือ..ฟื้นแล้วเหรอ..” ด้วยเผลอฟุบหลับไปข้างเตียง จนมารู้สึกตัวเมื่อมีอะไรเคลื่อนไหวไปมาอยู่แถวๆแก้มนวลของตัวเอง
“กลับเถอะ..” คนนอนบนเตียงรู้สึกเจ็บตรงรอยแผลแต่ก็ไม่อยากจะอยู่ในสถานที่แห่งนี้ให้นานไปกว่านี้
“ยังเจ็บอยู่ไหม..เป็ไงบ้าง..” เข้าไปพยุงช่วยเหลืออีกคนให้ลุกนั่ง
“เจ็บ..แต่อยากกลับไปพักที่ห้อง..”
“อ่า..ได้ๆ..เดี๋ยวแนไปทำเื่ค่าใช้จ่ายก่อน..ส่วนนายถ้าเสร็จก่อนไปรอที่หน้าห้องนะ..” ติณณภพเดินไปเรียกพยาบาลเพื่อให้เข้าไปดูแลคนป่วยอีกครั้ง ก่อนตัวเองจะเดินออกไปชำระค่าใช้จ่ายแล้วกลับมารับยาพร้อมพาอีกคนเดินไปขึ้นรถ
“บ้านอยู่ไหน..เดี๋ยวขับไปส่ง..” พีชญุตม์นั่งเงียบไม่พูดไม่จา ก่อนคนขับจะเป็ฝ่ายหมดความอดทนแล้วหันมาถามที่พักอาศัยของอีกคน
“ชื่ออะไร..”
“พีช..”
“อืม..พีช..ขอบคุณนะ..” คำขอบคุณถูกเปล่งออกมาทั้งที่ใบหน้าคนพูดยังมองตรงไปตามช่องทาง
“อืม..”
เดี๋ยวตลอดอาทิตย์นี้..ฉันจะพานายไปทำแผลทุกวันเอง..”
“ไม่เป็ไร..ผมทำเองได้..”
“อย่าดื้อน๊า..นายจะทำเองได้ไง..” ติณณภพเริ่มยู่ปากเมื่อคนข้างๆเริ่มดื้อด้านขึ้นมาอีกแล้ว
“ก็ไม่ยาก..”
“งั้นฉันจะมาทำให้เอง..”
“แล้วแต่..”
“โอเค..ตามนี้นะ..ตอนเย็นฉันจะแวะมาทำแผลให้..ถ้ากลางคืนเจ็บก็โทรมาหาได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ..”
“อืม..”
“ป่ะ..ถึงคอนโดนายแล้ว..เดี๋ยวเดินขึ้นไปส่ง..” ติณณภพมองใบหน้าคนเจ็บกับสถานที่อยู่อาศัย เด็กคนนี้ท่าทางฐานะทางบ้านคงจะรวยน่าดู ไม่เช่นนั้นแค่เด็กมหาวิทยาลัยคงไม่มีปัญญาซื้อคอนโดหรูหราแบบนี้ได้ เทียบกับเขาแล้วห่างกันโดยสิ้นเชิง
“ห้องนี้เหรอ..” หันไปถามคนเจ็บทั้งที่คนถูกถามก็ไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปอยู่ทนโท่ พีชญุตม์เดินเข้าไปนั่งลงบนโซฟาตัวยาว แล้วทิ้งตัวพิงพนักด้วยไร้เรี่ยวแรง ติณณภพยืนมองก่อนจะเดินเข้าไปหาและคิดว่าตนควรจะช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อีกคน แล้วรีบกลับไปเพื่อให้เวลาคนป่วยได้พักผ่อน
“เดี๋ยวเช็ดตัวให้นะ..” เดินเข้าไปหากะละมังกับผ้าขนหนูผืนเล็กโดยไม่รอให้เ้าของห้องอนุญาต ใช้เวลาในการค้นหาอยู่พอควร ก่อนจะเดินถือสิ่งที่้าออกมาแล้ววางไว้บนโต๊ะ
“ถอดเสื้อสิ..เดี๋ยวเช็ดตัวให้..”
“ไม่ต้อง..เดี๋ยวทำเอง..”
“อย่าดื้อน๊า..ไม่ง่วงไม่เหนื่อยหรือไง..”
“เหนื่อย..อยากนอนแล้ว..”
“งั้นเช็ดตัวนิดเดียวให้พอสบายตัวนะ..” เว้าวอนบอกเมื่อรู้สึกว่าอยากจะไถ่โทษ
“อืม..” มือหนาค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออก แล้วเบี่ยงตัวปลดชิ้นผ้าที่เบอะเปื้อนเืออกไปให้พ้นกาย
“กางเกงด้วย..เข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำเลยไป..” ไล่คนที่เอาแต่ทำหน้าบูดบึ้งด้วยความเหนื่อยเพลีย
“ตกลงคุณมาดูแลจริงหรือเปล่าเนี่ย..” หลับตาพูดแล้วก็ลุกออกไปทำตามคำสั่ง ก่อนจะออกมาพร้อมผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้ิ่เหม่ชวนให้คิดว่าหากเพียงแค่ขยับขาก้าวเดินให้แรงกว่านี้ไม่แน่ว่าปมที่ผูกอาจจะคลายจนผ้าหลุดล่วงได้
“มองอะไร..”
“กะ..ก็..เปล่า..”
“ก็เห็นชัดๆว่ามอง..ยังโกหก..”
“ใครโกหก..รีบนั่งลงสิจะได้เช็ดตัว..” คนร้อนตัวรีบเปลี่ยนเื่คุยบอกให้ร่างสูงที่ยืนค้ำศีรษะอยู่ในนั่งลงมา แล้วเริ่มกระบวนการลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าให้อีกคนทันที ติณณภพคงไม่รู้ตัวเลยว่าระหว่างที่กำลังทำความสะอาดให้กับคนข้างกาย ใบหน้าของเขานั้นจะแดงก่ำสักเพียงใด และคงไม่ทันได้สังเกตว่าคนถูกดูแลแอบยิ้มด้วยความสุขเพียงใดในตอนนี้
“แล้วนี่มีอะไรกินไหม..ข้าวค่ำล่ะ..” การล้างเนื้อตัวแบบลวกๆเสร็จสิ้นลง ติณณภพเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอีกคนต้องกินยาก่อนนอน แต่..แล้วไหนอาหารล่ะ
“ในตู้เย็น..” พีชญุตม์บุ้ยหน้าให้อีกคนรับรู้ว่าชีวิตเขาอยู่ได้เพราะตู้สี่เหลี่ยมแช่แข็งนั่น
“กินแบบนี้ตลอดเลยหรือไง..”
“แล้วแต่..ถ้าเพื่อนชวนไปกินข้างนอกก็ไป..”
“อืม..งั้นเดี๋ยวไปเวฟข้าวมาให้ดีกว่า..”
“ไม่ต้อง..” มือใหญ่รีบจับข้อมือของคนที่ทำท่าจะลุกไปในครัวตามคำบอกกล่าวจริง
“ทำไมล่ะ..นายจะเกเรไม่ยอมกินข้าวกินยาใช่ไหม..”
“เปล่า..ดึกแล้ว..กลับบ้านไปเถอะ..วันนี้ผมไม่ได้ตามไปส่งด้วย..”
“เอ่อ..”
“ไปเถอะ..สัญญาว่าเดี๋ยวจะกินข้าวกินยา..ตามที่คุณสั่งทุกอย่าง..” พีชญุตม์สบตามองส่งคำมั่นไปให้ทางสายตา เขาแสนจะเต็มใจให้คนตรงหน้าอยู่ที่นี่ด้วยตลอดเวลา และแสนจะสมยอมให้มือนุ่มๆนี้คอยทำโน้นทำนี้ให้ แต่ตอนนี้มันก็ค่ำมืดแล้วหากอีกคนต้องมาคอยดูแลเขาจนเวลาเลยเถิดไปมากกว่านี้ ทั้งที่วันนี้เขาไม่อาจขับรถไปส่งจนแน่ใจว่าถึงที่พักอย่างปลอดภัยได้
“จริงนะ..”
“ครับ..ติณกลับบ้านไปเถอะ..แล้วก็..”
“หือ..”
“กดเบอร์โทรเอาไว้ด้วย..ถ้าคืนนี้เจ็บเดี๋ยวจะโทรหา..”
“อ่า..ได้ๆ..” รับโทรศัพท์มาจากคนที่ยื่นส่งมาให้ พีชญุตม์รู้ว่าหากใช้เหตุผลนี้ในการขอเบอร์ติดต่อของอีกคนไว้ มันจะสามารถได้มาแบบไม่ต้องทุ่มทุนพรรณนาเนื้อหาเยอะ
“งั้นกลับแล้วนะ..แล้วพรุ่งนี้จะไปเรียนยังไง..”
“เดี๋ยวค่อยให้เพื่อนมารับ..”
“โอเค..” พยักหน้าเข้าใจเมื่อคำตอบคือสิ่งที่คนอายุมากกว่าเห็นว่าปลอดภัยดี
“แล้วรถของนายล่ะ..” ติณณภพเกือบลืมเื่นี้ไปเลย รถนั่นต้องไม่ใช่ราคาถูกๆอย่างแน่นอน
“ให้บริษัทรถรับมาจอดข้างล่างแล้ว..”
“อืม..โอเค..งั้นกลับจริงๆแล้วนะ..บ่าย..” โบกมือลาแล้วไล่ให้อีกคนปิดประตู เขายอมรับว่าวันนี้ั้แ่เกิดเื่มา ความรู้สึกมันแปลกๆมาโดยตลอด แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุใดถึงได้รู้สึกแบบนั้น แต่ที่รู้คือถ้าวันนี้ไม่มีพีชญุตม์ตามมาช่วย เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะพบจุดจบเช่นไรเหมือนกัน ติณณภพไม่รู้ว่าเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิตหรือแค่ความบังเอิญที่ส่งผู้ชายคนนี้เข้ามาในชีวิตของเขา จากที่เคยทำแต่เื่วุ่นวายใจให้ แต่วันนี้กลับเข้ามายื่นการ์ดดาบคู่ปกป้องเขาเอาไว้
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
เค้าขอหัวใจ กดไลท์ด้วยนะคะ
ขอยอดคอมเม้นด้วยนะคะ เพื่อเป็กำลังใจของกันและกันเนอะ
รักนะคะ..รักอี้ป๋ออ่ะ 555555555555555555555555555555