ไม่นานนักจ้าวลี่อิ่งก็เปลี่ยนชุดเป็นชุดออกกำลังกายแล้วเดินออกมาส่วนสวี่มั่วก็ยอมจำใจคาบสายจูงไปวางไว้ที่หน้าประตู
เมื่อผูกสายจูงเรียบร้อย จ้าวลี่อิ่งก็จูงฮัสกี้ออกจากบ้านไป
สวี่มั่วสังเกตว่ามลพิษทางอากาศของโลกนี้ดูจะน้อยกว่าโลกเดิมของเขามาก แม้จะอยู่ในปักกิ่งเมืองหลวงที่พลุกพล่าน อากาศก็ยังค่อนข้างบริสุทธิ์ โดยเฉพาะในยามเช้าพอมีแดดอ่อนๆ ส่องลงมายิ่งรู้สึกสบายตัวสุดๆ
ทั้งคน (หมา?) เหมือนได้รับการฟื้นฟูจากแสงแดดอย่างแท้จริง
พวกเขาวิ่งเลียบลำคลองข้างหมู่บ้านไปประมาณครึ่งชั่วโมงจากนั้นจ้าวลี่อิ่งก็จบการออกกำลังกายตอนเช้าแล้วจูงฮัสกี้มาที่ถนนสายหนึ่งนอกหมู่บ้านเข้าไปซื้ออาหารเช้าที่ร้านริมทาง...นมถั่วเหลือง ปาท่องโก๋ และซาลาเปา
มือหนึ่งถือถุงอาหารเช้า อีกมือจูงสวี่มั่ว มุ่งหน้ากลับหมู่บ้าน
ซาลาเปานั่นดูน่าอร่อยชะมัดเลย...
สวี่มั่วเงยหน้ามองซาลาเปาในมือของจ้าวลี่อิ่งอย่างอดไม่ได้แล้วเผลอกลืนน้ำลายลงคอเพราะกลิ่นหอมโชยมาเต็มรูจมูกความหิวก็เล่นงานจนท้องร้องโครกทันที
[ติ๊ง! มีภารกิจใหม่ปรากฏ ต้องการตรวจสอบหรือไม่]
เสียงระบบดังขึ้นในหัวสวี่มั่ว
เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพูดอย่างดีใจว่า "ดูสิ!"
เช้าๆ แบบนี้มีภารกิจให้ทำด้วย ดีจริงๆ!
[เนื้อหาภารกิจ: ในฐานะฮัสกี้การออกมาเดินเล่นนอกบ้านไม่ควรจะเรียบร้อยขนาดนี้นั่นไม่ใช่พฤติกรรมที่เหมาะสมของฮัสกี้ที่แท้จริง ขัดขวางไม่ให้เจ้าของกลับบ้านและใช้เวลาเล่นข้างนอกเพิ่มอีก 60 นาที ยอมรับภารกิจหรือไม่]
"หา?!" สวี่มั่วถึงกับตะลึงแล้วอดบ่นไม่ได้ว่า "บ้าจริง! ภารกิจประหลาดแบบนี้อีกแล้ว! ระบบพอได้แล้วมั้ง! แกอคติกับฮัสกี้มากไปแล้วนะ!!"
[ขอย้ำอีกครั้งภารกิจที่ระบบสร้างขึ้นไม่มีองค์ประกอบจากความตั้งใจของระบบแต่อย่างใดทุกอย่างเป็นการสุ่มล้วนๆ และระบบจะไม่รับฟังการคัดค้านใดๆคุณต้องการรับภารกิจหรือไม่ หากปฏิเสธ จะไม่สามารถ...]
"รู้แล้วน่า! รับก็ได้!!"
[รับภารกิจสำเร็จ เริ่มนับเวลา ห้ามกลับเข้าบ้านก่อน 60นาที ใช้ประตูทางเข้าตึกเป็นเขตจำกัด]
"ประตูทางเข้าตึก?" สวี่มั่วขมวดคิ้วพลางแหงนหน้าขึ้นมองแล้วก็เห็นว่า... ตึกที่จ้าวลี่อิ่งอาศัยอยู่อยู่ตรงหน้าแล้ว!!
สวี่มั่วรีบหยุดฝีเท้าทันที
จ้าวลี่อิ่งเดินต่อไปอีกสองก้าว ก่อนที่สายจูงจะตึงจนเธอต้องหยุดหันกลับมาถามด้วยความงุนงง "มั่วมั่ว? เป็นอะไรน่ะรีบเดินสิ ใกล้ถึงบ้านแล้วนะ"
ให้ตายสิจะทำยังไงดีถึงจะถ่วงเวลาให้จ้าวลี่อิ่งอยู่นอกบ้านอีกชั่วโมงได้นะ
สวี่มั่วมองจ้าวลี่อิ่ง แล้วหันไปมองประตูตึกก่อนจะหันกลับมามองรอบตัว ความคิดแล่นพล่านไม่หยุด พยายามหาวิธีทำภารกิจให้สำเร็จ
จ้าวลี่อิ่งเห็นฮัสกี้ดูร้อนรน เดินวนไปมาราวกับกำลังหาอะไรสักอย่างจึงร้องออกมาว่า "อ้อ! หรือว่าแกอยากเข้าห้องน้ำ? แต่ตรงนี้ไม่ได้นะ กลับบ้านก่อนเร็ว"
ว่าแล้วเธอก็ออกแรงดึงสายจูง เตรียมหันตัวกลับ
"เดี๋ยว! ฉันไม่ได้จะเข้าห้องน้ำ!"แน่นอนว่าสวี่มั่วย่อมไม่ยอมไป เขาโน้มตัวถอยหลัง สู้แรงดึงเต็มที่
"โฮ่งๆ!"
จ้าวลี่อิ่งได้ยินเสียงเห่าก็หยุดฝีเท้า หันกลับมาอย่างแปลกใจ "อ้าว? ทำไมไม่ไปล่ะไม่ใช่ว่าอยากเข้าห้องน้ำเหรอ"
แต่ฮัสกี้กลับส่ายหน้าแล้วหันไปมองทางนอกหมู่บ้านอย่างมีจุดมุ่งหมายราวกับยังไม่อยากกลับ
คราวนี้จ้าวลี่อิ่งเข้าใจทันที ถึงกับอุทานอย่างแปลกใจ "อะไรนะ ยังอยากเล่นอีกเหรอ"
ฮัสกี้แสดงสีหน้าดีใจทันที แล้วดึงสายจูงไปในทิศทางที่ต้องการ
จ้าวลี่อิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางส่ายหน้า "ไม่ได้จบช่วงออกกำลังกายแล้ว เราต้องกลับไปกินข้าวกันก่อนแกไม่อยากกินซาลาเปาเนื้อแล้วเหรอ"
เธอพูดพลางยกถุงอาหารในมือขึ้นเขย่าเบาๆ
แต่ฮัสกี้ก็ยังดื้อดึง หันหัวพยายามจะเดินออกนอกเส้นทางแรงดึงที่ส่งผ่านสายจูงมากขึ้นเรื่อยๆ จนจ้าวลี่อิ่งถึงกับถูกลากไปสองก้าว
เธอเริ่มหงุดหงิดแล้ว "อย่าซน! เชื่อฟังหน่อยสิ! ได้ยินไหม!กลับไปกินข้าวก่อน แล้วค่อยออกมาเล่นทีหลัง!"
สวี่มั่วพยายามยื้ออีกสองสามที แต่จ้าวลี่อิ่งไม่ยอมเด็ดขาดยังคงดึงเขาเข้าตึกอย่างแรง
เขาเองก็ไม่กล้าใช้แรงมากเกินไป กลัวจะทำให้เธอล้ม อีกอย่างถ้าเขาหลุดจากเชือก แล้วเธอโกรธจนไม่ยอมตามมา กลับบ้านไปคนเดียวก็เท่ากับล้มเหลวอยู่ดี
ใช้กำลังไม่ได้ แบบนี้ต้องใช้เล่ห์แทนสินะ...
สวี่มั่วกลอกตาไปมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็คิดอะไรออก
จ้าวลี่อิ่งสังเกตเห็นว่าฮัสกี้หยุดฝืน จึงหันกลับมามองเธอนึกว่าอีกฝ่ายยอมเชื่อฟังแล้ว จึงยิ้มอย่างพอใจ "เข้าใจแล้วใช่ไหม ดีงั้นรีบกลับ... เฮ้ แกทำอะไรน่ะ!"
ยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นฮัสกี้งอขาทั้งสี่ ขยับตัวเอนนิดหน่อยแล้วทิ้งตัวนอนแผ่กับพื้นไม่ขยับเลย...
จ้าวลี่อิ่ง: "..."