ยาจกเช่นข้าไฉนกล้ารักท่าน

    นับเลขไม่ได้

    ภายในจวนตระกูลหวง ทุกอย่างเงียบสนิท คืนนี้เป็นคืนแรกที่หลันฮวาได้นอนบนเตียงแสนนุ่มพร้อมหมอนกลิ่นหอม มีผ้าสะอาดห่มคลุมกายหาใช่ฟางหญ้าเหมือนเช่นก่อน นางทอดกายนอนพร้อมกับความคิดมากมายในสมอง

    “นับจากเด็กจนโต ข้าไม่เคยได้นอนเตียงที่นุ่มและสะอาดเช่นนี้มาก่อน ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ฤาไม่” หลังจากถามตัวเองแล้วจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาสูดดม พร้อมกับหมุนตัวไปมาบนเตียงอย่างมีความสุข ก่อนนึกบางอย่างได้จึงเอื้อมมือมาบิดแขนตัวเองอย่างแรง

    “อ๊า..เจ็บ” หญิงสาวหลับตาพร้อมกับปัดแขนเบา ๆ ก่อนจะเข้าใจว่า ความสุขนี้หาใช่ความฝัน มือบางตัดสินใจดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย พร้อมกับกอดรัดผ้าผืนนั้นไว้ด้วยความพอใจ

    “ไม่ใช่ความฝันจริง ๆ ด้วย ข้าหลุดออกจากความอดอยาก และความโดดเดี่ยวแล้วจริง ๆ ที่ข้านอนอยู่นี้เป็นจวนของตระกูลหวงจริง ๆ” หลันฮวาพูดด้วยแววตาแห่งความหวัง ก่อนนางจะตะแคงตัวแล้วมองแสงไฟจาง ๆ ที่อยู่ด้านนอก

    “พวกเขาดีต่อข้าจริง ๆ เช่นนี้แล้วข้าไม่อาจทำให้พวกเขาผิดหวังต่อข้าได้” หญิงสาวรู้ละอายใจอยู่ไม่น้อย ก่อนจะตั้งสัจจะกับตัวเองพร้อมถอนหายใจออกมาเบา ๆ

    อู่เจ๋อยืนหน้าซีดอยู่ลำพัง หลังจากถูกหวงเฉิงเซ่อเรียกไปสอบถามถึงความเป็นมาของหลันฮวา คำถามมากมายจากชายกลางคนทำให้ชายหนุ่มอ้ำอึ้งอยู่หลายครั้ง แต่ก็ผ่านมาได้ทุกคำถาม ก่อนที่หวงเฉิงเซ่อจะถอนหายใจออกมาอย่างไม่เห็นด้วยนัก ที่อยู่ ๆ มีหญิงปริศนาที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าเข้ามาอาศัยอยู่ในจวนด้วยอีกคน

    “ไม่ใช่ว่าข้าจะรังเกียจนาง แต่ข้าอยากรู้ความเป็นมาของนาง มากกว่าที่จะบอกว่าเป็นเพียงแม่ค้า รอนแรมไปเรื่อยเช่นนี้”

    “เรียนนายท่าน แม่นางยู่จินกับคุณชายซีเหรินรักกันมาก ได้โปรดเมตตาและให้โอกาสนางสักครั้งเถิด เรื่องทั้งหมดข้ายืนยันได้ว่าแม่นางยู่จินเป็นคนดี” ชายหนุ่มพยายามช่วยซีเหรินอย่างเต็มที่

    “เอาล่ะ ในเมื่อไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมจากตัวเจ้า ข้าจะเป็นคนไปถามนางด้วยตัวเอง แล้วตอนนี้ซีเหรินตื่นหรือยัง”

    “ตอนนี้คุณชายเข้าไปตรวจสอบสินค้ากับแม่นางยู่จิน จะให้ข้าตามมาพบฤาไม่”

    “ไม่ต้อง..ข้าจะไปพบเขาเอง” หลังจากหวงเฉิงเซ่อปฏิเสธ อู่เจ๋อจึงค้อมตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามชายกลางคนตรงไปยังเรือนเก็บสินค้า ที่มีบ่าวไพร่กำลังขนย้ายสินค้าอยู่เป็นจำนวนมาก

    ในเวลานี้หลันฮวานั่งเคียงคู่อยู่กับซีเหริน พร้อมกับสองมือเท้าคางแล้วนั่งมองเขาจดรายละเอียด ด้วยเพราะนางไม่รู้หนังสือจึงทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายอยู่มากพอควร หลังจากนั่งเหม่อมาพักใหญ่ ความง่วงก็ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาทำให้นางผล็อยหลับไป

    “นั่งตัวตรง” ซีเหรินใช้ด้ามพู่กันตีที่หน้าผากนางเบา ๆ ก่อนหญิงสาวจะสะดุ้งตัวตื่น แล้วหาวหวอดใช้สองนิ้วแหกตาตัวเอง

    “ข้าต้องนั่งกับท่านเช่นนี้อีกนานเท่าใด”

    “จนกว่าข้าจะพอใจ เพราะหากเจ้าอยู่แต่ในเรือนรับรอง จะมีคนสงสัยเอาได้ ว่าเจ้ากับข้ารักกันจริงฤาไม่”

    “ท่านให้ข้ามานั่งเฝ้าท่านทำงานเช่นนี้ ผู้คนจึงเชื่อว่าเรารักกันเช่นนั้นฤา นี่มันทรมานข้าชัด ๆ ตอนข้าอยู่ในศาลเจ้าร้าง เวลานี้มันเวลานอนของข้า ท่านรู้ฤาไม่” หลันฮวาเถียงเขาพร้อมกับตาที่กำลังใกล้ปิดไปอีกรอบหนึ่ง ทว่าเขายังคงใช้ด้ามพู่กันดีดหน้าผากนางจนหญิงสาวต้องลืมตาขึ้นมา

    “เจ้าเรียงกระดาษพวกนี้ให้ข้า แล้วนับเป็นกอง กองละห้าสิบใบ” หวงซีเหรินเดินไปเอากระดาษจากคนงานมา แล้วยื่นให้กับหลันฮวาเพื่อที่นางจะได้ไม่เผลอหลับอีก

    “กองละห้าสิบเช่นนั้นฤา” ชายหนุ่มพยักหน้า แล้วหันไปนั่งจดรายละเอียดต่อ เสียงนับของหลันฮวาดังขึ้นเป็นจังหวะช้า ๆ

    “สิบแปด สิบเก้า สิบ...” เขาชะงักแล้วฟังนางอึกอัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้น แล้วพบกับรอยยิ้มแหย ๆ ของนางก่อนหญิงสาวจะเม้มปากแน่น

    “สิบเก้าแล้ว..จำนวนต่อไปเป็นเท่าใดกันนะ”

    “นี่เจ้าไม่รู้จริง ๆ เหรอ” เขาขมวดคิ้ว ก่อนที่หลันฮวาจะถอนหายใจพร้อมวางกระดาษในมือลงช้า ๆ

    “นอกจากข้าอ่านหนังสือพวกนั้นไม่ออกแล้ว ข้าก็นับเลขไม่ค่อยได้ด้วย ข้าไม่เคยเรียนหนังสือ แค่อาหารจะกินเข้าไปแต่ละวันก็ยากแล้ว จะมีโอกาสเรียนหนังสือเช่นผู้อื่นได้อย่างไร” หวงซีเหรินนั่งฟังพร้อมสีหน้าราบเรียบเช่นเดิม

    ไม่ทันได้พูดอันใด หวงเฉิงเซ่อก็เดินเข้ามาพร้อมกับอู่เจ๋อ ก่อนทั้งสองที่นั่งอยู่จะรีบลุกขึ้นยืนด้วยความอ่อนน้อม

    “ท่านพ่อ” ซีเหรินเอ่ยทัก พร้อมกับหลันฮวาที่ส่งยิ้มอ่อนให้กับชายกลางคนด้วยกิริยาอ่อนน้อมเช่นกัน

    “บ่ายวันนี้ สินค้าที่เตรียมไว้ให้กับร้านขายข้าวท้ายตลาด ข้าเตรียมไว้หมดแล้ว ท่านพ่อมีสิ่งใดเพิ่มเติมอีกฤาไม่” ชายกลางคนส่ายศีรษะ ทว่าสายตาของเขาเลื่อนมองตรงมายังหลันฮวา ก่อนที่หวงซีเหรินเห็นดังนั้นจึงเอื้อมมือมาจับนางไว้

    “มีอันใดฤาไม่” ซีเหรินหันถามอู่เจ๋อ ก่อนที่สีหน้าคนสนิทของเขาจะแสดงออกมาอย่างไม่สู้ดีนัก

    “ข้าขอคุยกับแม่นางยู่จินตามลำพังหน่อย” คำพูดของหวงเฉิงเซ่อทำเอาทั้งสองหันมองหน้ากันอย่างรู้ความหมาย

     

    คล้ายกับเรื่องยาจกเช่นข้าไฉนกล้ารักท่าน ที่คุณอ่าน