ตอน ััที่ร้อนแรง
วันต่อมา
บรรยากาศยามสายในวันหยุดของบ้านหลังใหญ่นี้ช่างดูสงบสุขและอบอุ่นจนน่าอิจฉา แสงแดดอ่อนๆ ทอแสงผ่านบานหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ส่องกระทบแจกันดอกไม้สดที่น้าอรเพิ่งจัดวางไว้อย่างประณีต กลิ่นขนมปังปิ้งและกาแฟหอมกรุ่นยังคงอบอวลอยู่ในห้องอาหาร เป็ภาพของครอบครัวที่สมบูรณ์แบบที่ใครเห็นก็ต้องชื่นชม
ฉันนั่งอยู่ที่โซฟาตัวเล็กมุมห้องนั่งเล่น ในมือมีเข็มโครเชต์และไหมพรมเส้นนุ่มสีพาสเทล ฉันกำลังเร่งมือถักเสื้อคลุมไหมพรมตามออเดอร์ที่เพื่อนในคณะรับมาทำแล้วทำไม่ทัน จึงจ้างให้ฉันช่วยทำต่อเพื่อหารายได้เสริม งานฝีมือแบบนี้ต้องใช้สมาธิและความประณีตสูง แต่มันก็คุ้มค่ากับเงินพิเศษที่จะได้มาจุนเจือค่าใช้จ่ายส่วนตัว
"แตงกวา ไม่ไปช้อปปิ้งด้วยกันจริงเหรอจ๊ะลูก น้าว่าจะพาอันนาไปดูชุดใหม่ที่พารากอนนะ" น้าอรเดินมาถามฉันด้วยรอยยิ้มที่หวังดี
"ไม่ดีกว่าค่ะน้าอร พอดีแตงกวาต้องรีบปั่นงานนี้ให้เสร็จค่ะ แล้วตอนบ่ายสามแตงกวาก็ต้องเข้ากะที่ร้านสุกี้ในห้างต่อจนถึงดึกเลยค่ะ ขอบคุณน้าอรมากนะคะที่ชวน"
ฉันตอบอย่างเกรงใจ พลางส่งยิ้มบางๆ ให้
"ขยันจริงๆ เลยนะเรา งั้นก็ตามใจจ้ะ เดี๋ยวลุงเขาอยู่เฝ้าบ้านนะ มีอะไรก็บอกลุงเขาได้"
น้าอรพูดพลางหันไปหาลุงอนันต์ที่กำลังเดินเข้ามา
ที่กลางห้องนั่งเล่น ฉันเห็นภาพที่ดูคุ้นตาแต่กลับทำให้ใจฉันสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก อันนาในชุดเดรสสีสดใสเดินเข้ามากอดคอลุงอนันต์จากด้านหลังแล้วหอมแก้มเขาฟอดใหญ่เหมือนทุกครั้ง
"คุณพ่อขา วันนี้อันนาขอซื้อชุดใหม่สักสองสามชุดนะคะ" อันนาอ้อนเสียงหวาน
"ได้สิลูก อยากได้อะไรก็ซื้อเถอะ พ่อตามใจเราอยู่แล้ว" ลุงอนันต์หัวเราะเบาๆ พลางดึงลูกสาวมานั่งตักแล้วกอดตอบอย่างแสนรัก เขายัดบัตรเครติดให้อันนา มือหนาของเขาลูบหัวอันนาด้วยความเอ็นดู เป็ภาพพ่อลูกที่ผูกพันกันจนคนมองอย่างฉันรู้สึกอุ่นใจตามไปด้วย
ไม่นานนัก น้าอรก็เดินเข้ามาวางมือลงบนบ่าของสามีแล้วโน้มตัวลงมากอดเขาอย่างรักใคร่ "ขอบคุณนะคะอนันต์ที่ตามใจลูก วันนี้อรคงกลับค่ำหน่อยนะคะ กะว่าจะไปดูของแต่งบ้านกับดอกไม้ใหม่ที่จะเอามาลงสวนด้วยเลย"
"ตามสบายเลยจ้ะอร เดินทางปลอดภัยนะ" ลุงอนันต์หันไปยิ้มให้ภรรยาด้วยแววตาที่ดูอบอุ่นและซื่อสัตย์
ฉันมองภาพเ่าั้แล้วก็อดคิดไม่ได้... ครอบครัวนี้ช่างรักกันเหลือเกิน ลุงอนันต์คือเสาหลักที่ใจดี คือพ่อที่อบอุ่น และคือสามีที่แสนประเสริฐ
แล้วเื่ที่เกิดขึ้นกับฉันก่อนหน้านี้ล่ะมันคืออะไรกันแน่?
หรือมันจะเป็เพียงแค่ความเอ็นดูที่ฉันคิดมากไปเอง?
เมื่อน้าอรและอันนาเดินออกไปจากบ้านพร้อมเสียงหัวเราะที่ค่อยๆ จางหายไป ความเงียบเชียบก็กลับมาปกคลุมบ้านหลังใหญ่อีกครั้ง ฉันยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ก้มหน้าก้มตาถักไหมพรมต่อไปพยายามใช้สมาธิอยู่กับฝีเข็มเพื่อไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน เสียงเข็มโครเชต์กระทบกันเป็จังหวะเบาๆ ในความเงียบ
แต่แล้ว ความรู้สึกถึงการถูกจ้องมองก็ทำให้ฉันเริ่มอยู่นิ่งไม่ได้ ฉันััได้ถึงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบทางด้านหลัง
"ตั้งใจทำงานจังเลยนะแตงกวา ขยันแบบนี้ลุงชอบนะ" เสียงทุ้มต่ำของลุงอนันต์ดังขึ้นใกล้ๆ จนฉันสะดุ้ง
ยังไม่ทันที่ฉันจะหันไปตอบ ลุงอนันต์ก็โน้มตัวลงมาโอบกอดฉันจากทางด้านหลัง อ้อมแขนแกร่งของเขารวบตัวฉันไว้แน่นจนแผ่นหลังของฉันแนบชิดกับแผงอกที่กว้างและมั่นคงของเขา ความร้อนจากร่างกายเขาที่ส่งผ่านมาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนโดนไฟช็อตไปทั้งตัวด้วยความใและทำอะไรไม่ถูก
"ลุง ลุงอนันต์คะ!" ฉันอุทานเสียงหลง พยายามจะขยับตัวออกแต่เขากลับรั้งไว้เบาๆ
เขานอนโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มฉันแรงๆ หนึ่งที กลิ่นโคโลญจน์จางๆ ของเขาปะทะจมูกจนฉันรู้สึกมึนงงไปด้วยความสับสนและความกลัว ร่างกายของฉันสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ มือที่ถือเข็มโครเชต์อยู่สั่นจนไหมพรมแทบหลุดจากนิ้ว
"โถ! แตงกวา กลัวลุงเหรอ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน กระซิบที่ข้างใบหูในขณะที่ยังไม่ยอมคลายอ้อมกอด
"ลุงก็แค่รักและเอ็นดูเราเหมือนที่เอ็นดูอันนาไง ลุงก็คิดว่าเราเป็ลูกสาวอีกคน ลุงก็อยากกอดแตงกวาบ้าง อยากให้แตงกวารู้สึกว่าลุงเป็ที่พึ่งได้ เหมือนเป็พ่ออีกคนนึงไงลูก"
คำพูดของเขาดูมีเหตุมีผลจนฉันเริ่มสับสน เขารักฉันเหมือนลูกสาวจริงๆ เหรอ? แต่ััเมื่อคืนกับตอนที่เขาหอมแก้มเมื่อกี้ มันให้ความรู้สึกที่ต่างจากตอนที่เขากอดอันนาอย่างบอกไม่ถูก มันลึกซึ้งและมีความหมายแฝงที่ฉันััได้ แต่เขากลับพูดออกมาได้อย่างบริสุทธิ์ใจเสียจนฉันกลายเป็คนรู้สึกผิดผิดที่ระแวงไปเอง
"ลุงคะ แต่แตงกวาไม่ใช่ลูกสาวลุงนะคะ มัน มันดูไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ถ้าใครมาเห็นน่ะค่ะ ลุงปล่อยแตงกวาเถอะค่ะ"
ฉันพูดพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้
ลุงอนันต์นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกแต่โดยดี เขาถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวแล้วมองหน้าฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและแววตาที่แฝงไปด้วยความเสียใจ
"ลุงขอโทษนะแตงกวา ลุงคงลืมนึกไปว่าเราโตเป็สาวแล้ว ไม่ใช่เด็กๆ เหมือนเมื่อก่อน ลุงแค่เห็นเราทำงานหนักและขยัน ลุงก็เลยอยากให้กำลังใจแบบที่ทำกับอันนา ลุงไม่ได้มีเจตนาไม่ดีจริงๆ นะลูก อย่าโกรธลุงเลยนะ"
สายตาของเขาในตอนนี้ดูซื่อสัตย์และสุภาพมาก จนฉันเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาเสียเองที่มองเขาในแง่ร้ายไปอีกแล้ว
"ค่ะลุง แตงกวาทราบค่ะ แต่รบกวนลุงอย่าทำแบบนี้อีกนะคะ แตงกวาใค่ะ"
"ได้สิลูก ลุงสัญญา ลุงจะไม่ทำให้เราอึดอัดอีก" เขายิ้มให้อย่างใจดี
"งั้นเดี๋ยวลุงไปชงกาแฟร้อนๆ มาให้ดื่มนะ จะได้สดชื่น ปั่นงานเสริมจะได้เสร็จไวๆ เดี๋ยวบ่ายต้องไปยืนเหนื่อยที่ร้านสุกี้อีก"
"หมะ ไม่ต้องค่ะ"
ลุงอนันต์เดินหายเข้าไปในครัวอย่างสุภาพ เขาไม่ได้หันมามองหรือแสดงท่าทีลวนลามใดๆ อีกเลย ตลอดเวลาที่เขาอยู่ในครัว ฉันนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา พยายามทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในใจ
ไม่นานนัก ลุงอนันต์ก็เดินกลับออกมาพร้อมถ้วยกาแฟเซรามิกที่มีควันกรุ่นลอยขึ้นมา กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วหอมฟุ้งไปทั่วห้อง เขาเดินเข้ามาวางถ้วยกาแฟไว้ที่โต๊ะข้างๆ ฉันอย่างระมัดระวัง ไม่มีการถูกตัวฉันเลยแม้แต่นิดเดียว
"นี่จ้ะ ลาเต้ร้อนหวานน้อยแบบที่แตงกวาชอบ ลุงชงเองกับมือเลยนะ" เขายิ้มให้ด้วยความเมตตา "ดื่มซะนะลูก ลุงไม่กวนเราแล้วล่ะ ลุงจะไปนั่งอ่านบทวิเคราะห์หุ้นตรงมุมนู้น มีอะไรก็เรียกได้นะ ลุงอยู่ตรงนี้เสมอ"
เขาพูดจบก็เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานมุมห้องที่ห่างออกไปพอสมควร แล้วเริ่มเปิดไอแพดอ่านข้อมูลอย่างตั้งอกตั้งใจ เขาไม่ได้เงยหน้ามามอง หรือทำท่าทางคุกคามฉันอีกเลยตลอดสองชั่วโมงที่เหลือ
ความเงียบสงบกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ใจของฉันกลับเริ่มว้าวุ่นด้วยความคิดที่ขัดแย้งกันอย่างหนัก
หรือว่าฉันจะคิดมากไปเองจริงๆ?
ลุงอนันต์อาจจะเป็แค่ผู้ใหญ่ที่ใจดีและแสดงความรักแบบตรงไปตรงมาเหมือนครอบครัวสมัยใหม่ เขาอาจจะเอ็นดูฉันเหมือนลูกสาวจริงๆ อย่างที่เขาบอกมาตลอด
ภาพที่เขากอดน้าอรและอันนาเมื่อเช้า มันช่างดูบริสุทธิ์ใจเหลือเกิน แล้วทำไมฉันถึงต้องไปตั้งแง่กับเขาด้วยล่ะ?
ความขยันและนิสัยที่ดูเป็สุภาพบุรุษของเขาเริ่มทำให้เกราะป้องกันในใจของฉันเริ่มปริร้าว ฉันมองไปที่ร่างของชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐานและทำงานอย่างขะมักเขม้นตรงนั้น ความรู้สึกผิดที่ไปสงสัยความหวังดีของเขาเริ่มกัดกินใจฉันจนรู้สึกอึดอัดเสียเอง
"ขอบคุณสำหรับกาแฟนะคะลุงอนันต์ อร่อยมากค่ะ" ฉันะโบอกเขาเบาๆ เมื่อจิบกาแฟจนหมดถ้วย
เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ฉันจากโต๊ะทำงาน รอยยิ้มนั้นมันดูใจดีและอบอุ่นจนฉันรู้สึกปลอดภัย "ยินดีจ้ะลูก ทานให้อร่อยนะ ตั้งใจทำงานเข้าล่ะ ลุงเป็กำลังใจให้เสมอ"
รอยยิ้มนั้นมันดูอบอุ่นและปลอดภัยจนฉันเริ่มจะเชื่อจริงๆ แล้วว่า ลุงอนันต์คือคุณลุงที่เคารพคนเดิมที่ฉันเคยรู้จัก และสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ อาจจะเป็เพียงแค่ความเข้าใจผิดในวัยสาวของฉันที่ยังไม่ประสีประสาต่อความรักความเอ็นดูแบบผู้ใหญ่เท่านั้น
หรือเปล่านะ?