“ไม่ใช่แกบอกให้ฉัน...”
หลี่ไล่จื่อโกรธแค้นจนแทบกระอักเลือด“แกเป็นคนบอกให้ฉันตบเองนะ!”
เจียงอิ๋งอิ๋งกะพริบตาปริบๆ“ฉันก็แค่ล้อเล่นเอง! ใครจะไปรู้ว่าแกจะลงมือตบตัวเองจริงๆตั้งแต่เกิดมาฉันเพิ่งเคยเจอคนซื่อสัตย์ขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย!”
“หลี่ไล่จื่อ แกตบตัวเองแล้วจะมาสาดน้ำครำใส่พี่เหยาของฉันไม่ได้นะคนตั้งเยอะตั้งแยะเขาเห็นกันหมด!”
ชาวบ้านที่อยู่รายรอบแทบไม่มีใครรู้สึกดีกับหลี่ไล่จื่ออยู่แล้วยิ่งเห็นเงินสิบหยวนนั่นก็ยิ่งชวนให้ตาร้อนผ่าวด้วยความอิจฉาจึงพากันส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมาทันที
หลี่ไล่จื่อกำเงินสิบหยวนในมือแน่นแทบอยากจะพุ่งเข้าไปฆ่าผู้หญิงที่ชื่อเจียงอิ๋งอิ๋งคนนี้ให้ตายคามือ!
“คนอย่างแก วันไหนเผลอฉันจะจัดการให้ตาย!”
ทว่าเสิ่นเหยายังคงยืนตระหง่านอยู่ข้างกายเธอราวกับเทพทวารบาลหลี่ไล่จื่อจึงได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันข่มขู่ด้วยวาจา
แต่พอพูดจบคอเสื้อของเขาก็ถูกเสิ่นเหยากระชากขึ้นมาด้วยมือเดียวสายตาคู่นั้นเย็นเยียบราวกับจะฆ่าคนได้ “แกจะจัดการใครให้ตาย?”
หลี่ไล่จื่อรู้สึกเจ็บหน้ามากกว่าเดิมเสิ่นเหยาแผ่รังสีอำมหิตออกมาทั่วร่าง แววตาเหี้ยมเกรียมนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
เขาสังหรณ์ใจว่าวินาทีถัดไปตนเองอาจจะต้องตายจริงๆ...
สุดท้ายเขาก็ขลาดเขลาจนตัวสั่น“ฉัน... ฉันไม่ได้หมายถึงใครทั้งนั้น...”
“อยู่ห่างๆ เมียฉันไว้!”
เสิ่นเหยาสะบัดมือออกหลี่ไล่จื่อทรุดลงไปกองกับพื้นเหมือนโคลนตมไม่กล้าเอ่ยถึงเรื่องเงินสี่สิบหยวนนั่นอีก มีเพียงความเคียดแค้นที่สุมอยู่ในอก
เขาพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นกุมเงินสิบหยวนหวังจะเดินหนีไปเสียให้พ้นแต่แล้วกลับมีเสียงตะโกนดังขึ้นจากฝูงชนทางด้านหลัง
“ขอทางหน่อยครับ พวกเรามาหาคุณเจียงอิ๋งอิ๋ง!”
ตำรวจสี่ห้าคนเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาทันใดนั้นบริเวณรอบๆ ก็ตกอยู่ในความเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าปริปากหลี่ไล่จื่อยิ่งตกใจจนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว...
เขาไม่ได้แจ้งตำรวจนี่นาแล้วทำไมถึงเรียกตำรวจมาได้ล่ะ?
ตำรวจที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนั้นเจียงอิ๋งอิ๋งคุ้นหน้าดีเพราะเขาคือคนที่ไปส่งเธอที่รถแทรกเตอร์ของลุงหลี่เมื่อตอนกลางวันนั่นเอง
เมื่อซ่งจื้อเห็นเจียงอิ๋งอิ๋งก็เผยรอยยิ้มออกมาทันที“ที่แท้คุณก็อยู่ที่หมู่บ้านนี้เอง รู้จักเจียงอิ๋งอิ๋งไหมครับ?”
“เจียงอิ๋งอิ๋งหรือคะ?”
เธอนิ้วชี้มาที่จมูกตัวเองเจียงอิ๋งอิ๋งกะพริบตาคู่สวย “คุณมาหาฉันหรือคะ?”
เสิ่นเหยายืนบังข้างหน้าเธอไว้อย่างเงียบๆดวงตาคมกริบสีดำสนิทไม่ได้สั่นคลอนเลยแม้แต่น้อยต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ซ่งจื้ออุทานออกมาพลางส่ายหน้ายิ้มๆ“ช่างบังเอิญจริงๆ! คุณคือเจียงอิ๋งอิ๋งนี่เอง!”
เขาหยิบซองกระดาษสีแดงออกมาจากชุดเครื่องแบบตำรวจเมื่อเปิดออกข้างในมีธนบัตรใบละสิบหยวนจำนวนสิบใบและจดหมายชมเชยที่เขียนด้วยลายมืออีกหนึ่งฉบับ
“โบราณวัตถุที่คุณให้คนส่งไปที่สถานีตำรวจเมื่อวานนี้ไม่ธรรมดาเลยนะครับผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นของสมัยราชวงศ์โจวตะวันตก ไม่อาจประเมินมูลค่าได้เลย”
โจวตะวันตก?
เจียงอิ๋งอิ๋งอึ้งไปเลยเธอยังจำได้ว่าในโลกอนาคตเครื่องสำริดที่ขุดพบจากสมัยโจวตะวันตกสามารถประมูลได้สูงถึงหลายล้านหยวน!
ซ่งจื้อยัดเงินและจดหมายชมเชยใส่มือเธอก่อนจะทำความเคารพแบบทหาร “คุณเป็นผู้ค้นพบโบราณวัตถุชิ้นนี้และส่งมอบให้รัฐในทันที ช่วยรักษาคุณค่าของมันไว้ได้อย่างดีที่สุดผมขอขอบคุณในนามของประเทศชาติครับ!”
โบราณวัตถุเป็นของที่ห้ามครอบครองส่วนตัวหากใครพบแล้วเก็บไว้เองถือว่าผิดกฎหมาย
แม้เจียงอิ๋งอิ๋งจะรู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆแต่เงินก้อนนี้ก็ได้มาอย่างง่ายดาย อีกทั้งเงินหนึ่งร้อยหยวนก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆที่สำคัญที่สุดคือจดหมายชมเชยฉบับนี้จะส่งผลดีต่อชื่อเสียงของเธออย่างมาก
คนรอบข้างไม่มีใครกล้าพูดอะไรทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เงินหนึ่งร้อยหยวนและจดหมายชมเชยนั่น
เจียงอิ๋งอิ๋งคนนี้มีดวงอะไรส่งเสริมกันนะ!แค่ขุดรูมดแก้เบื่อยังเจอโบราณวัตถุได้?
นั่นมันเงินตั้งร้อยหยวนเชียวนะครอบครัวหนึ่งหาเงินทั้งปีอาจจะยังเก็บไม่ได้มากขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ!แถมยังมีจดหมายชมเชยนั่นอีก!
เสิ่นหงชุ่ยที่เห็นตำรวจก็กลัวจนถอยไปอยู่ด้านหลังสุดของฝูงชนตั้งนานแล้วแต่พอเห็นเงินจำนวนมากขนาดนั้นก็อดตาร้อนไม่ได้
เธอรวบรวมความกล้าเดินไปแย้ง“คุณตำรวจคะ เงินนี้จะให้เธอคนเดียวได้ยังไงนั่นมันที่ดินสาธารณะนะคะ!”
ซ่งจื้อขมวดคิ้วมองไปเห็นว่าเป็นหญิงวัยกลางคน น้ำเสียงของเขาจึงยังดูราบเรียบ“ใครเป็นคนพบและส่งมอบ รางวัลก็ตกเป็นของคนนั้น!ถ้าวันหน้าคุณพบโบราณวัตถุแล้วส่งมอบให้รัฐด้วยตัวเอง คุณก็จะได้รางวัลเช่นกัน”
“ไม่เกี่ยวกับว่าเป็นที่ดินของใคร!”
เสิ่นหงชุ่ยยังไม่ยอมแพ้“ยังไงเงินนี้ก็ควรจะเอามาแบ่งกันบ้างสิ? ของของหลวงทำไมเธอถึงเก็บไว้คนเดียว...”
สีหน้าของซ่งจื้อขรึมลง“ทางราชการทำงานย่อมมีระเบียบแบบแผนของทางราชการ หากคุณไม่พอใจสามารถไปยื่นคำร้องต่อรัฐบาลที่อำเภอได้!”
คำพูดนี้ทำเอาเสิ่นหงชุ่ยหน้าถอดสีเธอเพิ่งจะออกมาจากห้องขัง ตอนนี้เห็นตำรวจก็ขาอ่อนไปหมดแล้วถ้าไม่ใช่เพราะเงินก้อนนั้นมันยั่วยวนใจจริงๆ เธอก็คงไม่กล้าเสนอหน้าออกมา
“ฉันก็แค่... แค่พูดไปอย่างนั้นเอง...”
เธอพึมพำเสียงแห้งห่อไหล่ก้มหน้าเดินมุดหายไปจากฝูงชน
ซ่งจื้อกวาดสายตามองชาวบ้านรอบๆแล้วเอ่ยเสียงดัง “รัฐมีกฎระเบียบของรัฐหากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ สามารถไปพบผมได้ที่สถานีตำรวจท้องที่ผมจะพาไปยังที่ว่าการอำเภอด้วยตัวเอง! แต่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถอยู่เหนือกฎหมายหรือทำเรื่องที่ผิดศีลธรรมและกฎระเบียบได้!”
คำพูดนี้ถือเป็นการให้ท้ายเจียงอิ๋งอิ๋งอย่างชัดเจน
ชาวบ้านเห็นซ่งจื้อมีท่าทางเที่ยงธรรมทั้งชุดเครื่องแบบตำรวจที่ดูน่าเกรงขามจนชวนให้หวาดกลัว จึงไม่มีใครกล้าเอ่ยปากอีก
หลี่เสวี่ยเหลียนเพิ่งจะได้ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อครู่ตอนตำรวจมา เธอตกใจจนแทบไม่กล้าหายใจโชคดีที่ตำรวจพวกนี้มาเพื่อมอบเงินรางวัลให้ครอบครัวเธอ!
ซ่งจื้อหันมามองเจียงอิ๋งอิ๋งอีกครั้งแล้วเอ่ย“คุณเจียงอิ๋งอิ๋ง ภารกิจของพวกเราเสร็จสิ้นแล้วหวังว่าวันหน้าคุณจะค้นพบโบราณวัตถุได้มากกว่านี้อีกนะครับ!”
เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มจนตาหยี“ฉันจะเป็นพลเมืองดีที่เคารพกฎหมายอย่างแน่นอนค่ะหากเจอโบราณวัตถุเมื่อไรจะรีบส่งมอบทันที!”
ชาวบ้านแถวนั้นต่างเบ้ปากกันอยู่ในใจโบราณวัตถุนะไม่ใช่ผักกาดขาว ทั้งชีวิตจะเจอสักครั้งก็บุญโขแล้ว
ทว่าแต่ละคนกลับเริ่มวางแผนในใจว่าจะหาเวลาว่างไปขุดแถวๆรูมดนั่นดูบ้าง ไม่แน่อาจจะมีโบราณวัตถุชิ้นอื่นหลงเหลืออยู่อีก...
ซ่งจื้อละสายตาและยิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนจะนำทีมคนอื่นๆ เดินจากไป
พอตำรวจเดินคล้อยหลังไปไกลแล้วเสิ่นเหยาจึงเอ่ยถามเสียงเบา “พวกคุณรู้จักกันหรือ?”
เจียงอิ๋งอิ๋งพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ“วันนี้ตอนเข้าเมืองไปเจอพวกอันธพาลเข้า เขาเป็นคนช่วยฉันไว้ค่ะ”
คิ้วของเสิ่นเหยาขมวดเข้าหากันทันที“คุณเข้าเมืองไปคนเดียวหรือ?”
“ใช่ค่ะ พาเหวินฉินกับเหวินชงไปด้วย ซื้อของมาเยอะแยะเลย!”
พูดจบเธอก็ทำตาหวานเชื่อมพิงร่างเข้าหาเสิ่นเหยาพลางอ้อน “ซื้อของมาทั้งวันเลยค่ะฉันเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว!”
พวกผู้หญิงสูงวัยแถวนั้นเห็นเข้าก็ทนดูไม่ได้ต่างพากันเอามือปิดตาแล้วด่าทอในใจ ยัยจิ้งจอกตัวน้อยนี่จริงๆ เลย...ช่างไร้ยางอายสิ้นดี...
เมียชาวบ้านเขาลงนาทำงานหลังขดหลังแข็งทั้งวันยังไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยส่วนเธอน่ะหรือ ไปเดินตลาดใช้เงินซื้อของยังจะมีหน้ามาบ่นเหนื่อยอีก?
หนึ่งในนั้นคือป้าเสิ่นเธอทนมองไม่ไหวจึงตำหนิขึ้นมา “เจียงอิ๋งอิ๋งทำไมเธอถึงไปยืนพิงผู้ชายแบบนั้น! เสียกิริยาจริงๆ!”
เสิ่นเหยาประคองเอวเธอไว้แน่นก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ป้าครับอิ๋งอิ๋งเหนื่อยมาทั้งวัน ตอนนี้ไม่มีแรงก็เป็นเรื่องปกติครับ!”
อะไรนะ?เข้าเมืองไปผลาญเงินเนี่ยนะ เรียกว่าเหนื่อยมาทั้งวัน?
จะปกป้องเมียก็ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย!
ทว่ายังไม่ทันที่ป้าเสิ่นจะได้พูดอะไรต่อเสิ่นเสี่ยวอวิ๋นที่อยู่ข้างๆ ก็ร้องโวยวายพลางผลักป้าเสิ่นออกไป“ป้าเลิกพูดเถอะค่ะ ไม่เห็นหรือว่าพี่สะใภ้ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว?”
ในกลุ่มฝูงชนยังมีหลี่อิงจ้านที่เข้าเมืองไปเมื่อตอนกลางวันด้วยเขาเห็นดังนั้นจึงช่วยพูดขึ้นอีกแรง “ใช่ๆเมียบ้านเสิ่นวันนี้เข้าเมืองไปซื้อของ แถมยังต้องกระเตงเด็กๆ ไปด้วยหิ้วของพะรุงพะรังขนาดนั้นต้องเหนื่อยแน่นอน! สะใภ้เสิ่นปล่อยให้แม่หนูเขาพักผ่อนเถอะ!”
ป้าเสิ่นใบหน้าเปลี่ยนสีไปมาทั้งเขียวคล้ำทั้งซีดขาว เธออ้าปากค้างไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดสุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจแรงๆ แล้วสะบัดหน้าเดินกลับบ้านไป
ได้!ถือเสียว่าเธอแส่หาเรื่องเอง!
“กลับไปกินข้าวได้แล้ว แยกย้ายกันไปเถอะ!”
หลี่เสวี่ยเหลียนเปิดประตูบ้านพลางโบกมือไล่คนพร้อมกับเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ลูกสะใภ้บ้านฉันทำตัวดีมีเกียรติถ้าใครกล้ามาพูดจาพล่อยๆ อีกละก็ แม่จะฉีกปากมันให้ขาด!”
พูดจบเธอก็ยังไม่หายแค้นจึงเสริมทิ้งท้ายไปอีกประโยค “นังคนไหนที่ไร้ยางอายแอบไปนินทาลับหลังก็ปิดปากเหม็นๆ ของตัวเองไว้ให้ดี!ไม่อย่างนั้นฉันจะตักอุจจาระใส่ถังไปราดหัวมันถึงที่!”
ไม่มีใครกล้าปริปากโต้แย้งต่างพากันแยกย้ายไปอย่างรวดเร็ว
จากเหตุการณ์ในวันนี้ข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านว่าเจียงอิ๋งอิ๋งรวยแล้วส่วนเสิ่นเหยาก็รักเมียปานแก้วตาดวงใจครอบครัวนี้เห็นทีจะไปตอแยด้วยไม่ได้อีกต่อไป!
ในขณะเดียวกันที่บ้านเดิมของเจียงอิ๋งอิ๋ง หลิวซิ่วฉินกำลังนั่งลับมีดด้วยใบหน้าบึ้งตึง...