[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    เล่มที่ 1 บทที่ 44 ค้นหาหมาทั่วเมือง


    หอคอยเทียนสุ่ย เป็นภัตตาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองชื่อ ผู้คนเนืองแน่นร้านทุกวัน มันยากที่จะหาโต๊ะว่าง ในวันนี้ภัตตาคารแห่งนี้กลับว่าง ศิษย์ของนิกายเทียนเจี้ยนอยู่ที่นี่ ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะปฎิเสธ



    หลี่ชางเย่ว์และเยี่ยนเจิ้นอวิ๋นเข้าไปยังหอคอยเทียนสุ่ยและพบเจ้าของหอคอยเทียนสุ่ย



    "ท่านผู้นำตระกูลทั้งสอง ท่านมาแล้วหรือ"



    เจ้าของร้านเป็นชายชรา เขาดูท้วม ดูจากภาพลักษณ์ของเขาบอกได้ว่าอาหารของที่นี่เลิศรสใช้ได้เลย เมื่อเขาเห็นหลี่ชางเย่ว์และเยี่ยนเจิ้นอวิ๋นก็รีบมาโค้งให้พวกเขาอย่างสุภาพ ในเมืองชื่อแห่งนี้ไม่มีผู้ใดที่กล้าไม่สุภาพกับพวกเขาทั้งสอง



    "คนจากนิกายเทียนเจี้ยนอยู่ที่ไหนกัน?"



    หลี่ชางเย่ว์ถาม



    "พวกเขาอยู่ที่ห้องโถงหลักชั้นบนขอรับ พวกเขาได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามาจากนิกายเทียนเจี้ยน"



    เจ้าของร้านตอบ



    "เพราะเหตุใดเจ้าถึงได้คิดเช่นนั้น"เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นถาม



    "ทั้งสามคนนั้นดูไม่คุ้นหน้าคุ้นตา ข้าไม่เคยเห็นพวกเขามาก่อน ข้าแน่ใจว่าพวกเขาไม่ได้มาจากเมืองนี้ พวกเขาอายุประมาณยี่สิบ แต่พวกเขาทั้งหมดอยู่ระดับแก่นแท้มนุษย์ พวกเขาต้องมาจากส่วนในของแคว้นฉีเป็นแน่ และสวมเครื่องแบบมีตรากระบี่ที่งดงามอยู่ที่หน้าอก มันคือสัญลักษณ์ของนิกายเทียนเจี้ยน นั่นว่าทำไมข้าถึงได้คิดว่าพวกเขามาจากนิกายเทียนเจี้ยน ข้าสงสัยว่าศิษย์ของนิกายเทียนเจี้ยนมาที่แห่งนี้ข้ามเขาต้นกำเนิดกว่าหมื่นลี้มายังเมืองชื่อทำไม"



    ชายเจ้าของร้านผู้มากประสบการณ์และพบผู้คนมานับไม่ถ้วนในชีวิตเขาไม่มีทางจำผิดกับผู้อื่น



    "เข้าใจล่ะ งั้นขึ้นไปดูกันเถอะ"



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นผงกหัว



    "ข้าได้อธิบายสถานการ์ณตอนนี้ในเมืองชื่อแล้วและบอกพวกเขาเกี่ยวกับทั้งสองตระกูล ข้าจะไม่ตามพวกท่านขึ้นไปนะ"



    เจ้าของบอกกับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นและหลี่ชางเย่ว์ได้ขึ้นไปชั้นสอง ที่ติดกับบันไดก็คือห้องโถงขนาดใหญ่ ตกแต่งอย่างหรูหรา ภายในห้องโถงตอนนี้ มีหนุ่มสาวสามคนนั่งจิบน้ำชาชั้นดีอยู่ ดูพวกเขาสบายอารมณ์อย่างยิ่ง



    ศิษย์นอกของนิกายเทียนเจี้ยน ทั้งสถานะทั้งความแข็งแกร่ง พวกเขาเหนือกว่าคนทั่วไป แต่ทั้งสามนั้นมัวแต่บ่มเพาะภายในนิกายอยู่ตลอด จึงไม่ได้ออกมาหาความสุขภายนอกนิกาย ความรู้สึกการได้รับความเคารพยำเกรงนี่มันช่างดีเหลือเกิน ในฐานะหนึ่งในสี่นิกายใหญ่ในแคว้นฉี มีศิษย์ชั้นในมากกว่าหมื่นคน พวกเขาเป็นเพียงศิษย์ชั้นนอก



    เมื่อเห็นใครบางคนมา ทั้งสามปั้นหน้าจริงจังทันที



    "ข้าหลี่ชางเย่ว์ คารวะศิษย์จากนิกายเทียนเจี้ยน"



    "ข้าเยี่ยนเจิ้นอวิ๋น คารวะศิษย์จากนิกายเทียนเจี้ยน"



    หลี่ชางเย่ว์และเยี่ยนเจิ้นอวิ๋นพูดออกมาในเวลาเดียวแสดงความเคารพต่อหน้าทั้งสาม ซึ่งปกติแล้วพวกเขาไม่จำเป็นต้องเคารพคนหนุ่มสาว แต่นี่ด้วยสถานะของศิษย์เหล่านี้ทำให้ไม่กล้าที่จะไม่สุภาพ



    ทั้งคู่ได้มองดูเครื่องแบบทั้งสามและระดับขั้นการบ่มเพาะ พวกเขาต่างประหลาดใจนักเพราะทั้งสามอยู่ระดับแก่นแท้มนุษย์ตั้งแต่ยังหนุ่ม พวกเขาจะต้องมาจากนิกายเทียนเจี้ยนอย่างไม่ต้องสงสัย



    "ท่านผู้นำตระกูลหลี่ หลี่ชางเย่ว์ ท่านผู้นำตระกูลเยี่ยน เยี่ยนเจิ้นอวิ๋น ข้าได้ยินว่าพวกท่านทั้งคู่ต่างเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองชื่อแห่งนี้ และพวกท่านอยู่ระดับแก่นแท้มนุษย์ขั้นปลาย ข้าพูดถูกหรือไม่"



    เฉินซวงมองไปยังทั้งสองและพูดอย่างเฉยเมย หน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิง สำหรับผู้ที่มาจากนิกายใหญ่ทั้งสี่ในแคว้นฉี แค่เมืองเล็กๆอย่างเมืองชื่อเป็นเพียงแค่บ้านนอก



    "ถูกต้องแล้ว ข้าจะเรียกคุณชายว่าอย่างไรดี?"



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นถาม



    "ข้ามีนามว่าเฉินซวง เป็นศิษย์นอกของนิกายเทียนเจี้ยน"



    เมื่อเขากล่าวถึงนิกายเทียนเจี้ยน ใบหน้าของเขาดูเย่อหยิ่งหนักกว่าเก่า



    "นิกายเทียนเจี้ยนเป็นหนึ่งในสี่นิกายใหญ่ของแคว้นฉี ข้าขอทราบสาเหตุที่คุณชายเดินทางยาวไกลมายังเมืองชื่อแห่งนี้ด้วย"



    หลี่ชางเย่ว์ถาม



    เฉินซวงลุกขึ้นมา



    "โปรดมอบคำสั่งมาเถิดคุณชายเฉิน มันเป็นเกียรติสำหรับตระกูลหลี่ที่จะทำเพื่อนิกายเทียนเจี้ยน"



    หลี่ชางเย่ว์รีบพูดออกมา



    "อืมม ท่านผู้นำตระกูลหลี่รู้ว่าสมควรพูดเช่นไร"



    เฉินซวงผงกหัว



    "ขอทราบว่าท่านต้องการให้พวกเราทำอะไรหรือ"



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นถาม



    "ตามล่าหมา....."



    หร่วนหลิงกล่าวออกมา เมื่อนางเน้นคำว่า 'หมา' ใบหน้างดงามของนางเปลี่ยนกลายเป็นเดือดดาล นางไม่พูดอะไรออกมาเมื่อขบฟันแน่น หญิงสาวผู้นี้แสดงความเกลียดชังต่อหมาตัวนี้อย่างมาก มันน่าแปลกนัก



    อะไรนะ?



    ค้นหาหมา?



    หลี่ชางเย่ว์และเยี่ยนเจิ้นอวิ๋นแทบล้มคะมำลงบนพื้น พวกเขายังสงสัยเลยว่าพวกเขาฟังผิดหรือไม่ อย่าบอกนะว่าศิษย์นิกายเทียนเจี้ยนทั้งสามเดินทางไกลขนาดนี้เพื่อหาหมาเพียงตัวเดียว? นี่มันมุกตลกอันใดนั่น?



    นอกจากนี้ตระกูลหลี่และตระกูลเยี่ยนนั้นทรงพลังที่สุดในเมืองชื่อ ขอให้พวกเขาไปหาหมาทั้งเมือง นี่มันเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรกัน? พวกเจ้าดูดูกพวกเรางั้นรึ?



    "อย่าได้ประหลาดใจไป ที่พวกข้ามาที่นี่นั้นจริงๆคือเพื่อตามหาหมาตัวหนึ่ง ....พวกข้าหลงทางในเขาต้นกำเนิดและมาที่นี่ พวกข้าสงสัยว่ามันอาจซ่อนตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่งในเมืองแห่งนี้ ตราบใดที่พวกท่านพาไอ้หมาเวรนั่นมาได้ ข้าจะไม่ปฎิบัติต่อพวกท่านแย่แน่นอน"



    เฉินซวงพูดออกมา สามารถเห็นถึงความโกรธเกรี้ยวของเขาเมื่อเขาเอ่ยถึงหมาตัวนั้น



    หลี่ชานเย่ว์และเยี่ยนเจิ้นอวิ๋นต่างมองกันเอง พวกเขาต่างรู้สึกอับอายที่ทั้งสามมาเพื่อตามหาหมา



    มันแค่หมาเพียงตัวเดียว หมาบ้านไหนที่ทำให้ศิษย์ทั้งสามของนิกายเทียนเจี้ยนออกตามล่าไกลนับหมื่นไมล์เช่นนี้



    "พวกท่านอย่าได้ดูถูกหมาตัวนี้เชียว เจ้าหมาตัวนี้น่ารังเกียจยิ่งนัก มันบ้าและฉลาดแกมโกงอีกด้วย การที่จะจับมันยากเย็นมาก ถ้าพวกท่านช่วยพวกข้าหาหมาตัวนี้ พวกท่านจะได้รับการตอบแทนอย่างเหมาะสมจากนิกายเทียนเจี้ยนแน่นอน"



    เซียวหัว ยืนขึ้นและพูด



    ฟังรายละเอียดหมาตัวนี้จากเซียวหัว เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นและหลี่ชางเย่ว์ต่างมีความรู้สึกแย่ น่ารังเกียจ ฉลาดแกมโกงแถมยังบ้าบอ หมาประเภทไหนนั่น



    "ข้าขอถามหน่อยว่า ลักษณะของหมานั่นเป็นเช่นไรรึ?"



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นปาดเหงื่อเงียบๆแต่ก็ยังถาม



    "มันเป็นหมาที่มีขนสีเหลือง ไม่มีสีอื่นปนอยู่และมันอ้วน สามารถสังเกตุได้ง่ายๆ"



    เฉินซวงพูดขึ้น



    "อย่ากังวลคุณชายเฉิน ตระกูลหลี่ของข้าจะทำอย่างดีที่สุด ตราบที่มันอยู่ในเมืองข้าจะจับมันมาให้ท่าน"



    หลี่ชางเย่ว์รีบให้คำมั่น มันเป็นโอกาสที่ดีที่จะใกล้ชิดกับนิกายเทียนเจี้ยน เขาจะต้องไม่พลาดโอกาสนี้



    "ตระกูลเยี่ยนก็จะทำอย่างสุดความสามารถเช่นกัน"เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นเองก็ให้คำมั่นอย่างดี



    "ดีมาก พวกข้าจะอยู่ที่หอคอยเทียนสุ่ยแห่งนี้ หากพบเบาะแสเมื่อไรส่งคนมาแจ้งพวกข้าด้วย"



    เฉินซวงพูดไปพลางยิ้มไปพลาง



    "คุณชายเฉิน ข้ามีเรื่องขอร้องท่าน"



    ภายในดวงตาหลี่ชางเย่ว์มีความเฉลียวฉลาดแฝงไว้ เขาเปิดปากถาม



    "มีอะไรงั้นรึ? ท่านผู้นำตระกูลหลี่"



    เฉินซวงนั่งลง



    "ข้ามีบุตรชายอยู่ ชื่อของเขาคือหลี่ชางหมิง เขาอายุเพียงยี่สิบสามปี เขาเพิ่งจะทะลวงแก่นแท้มนุษย์สำเร็จ ข้าสงสัยว่าเขาจะมีโอกาสที่จะเข้าร่วมนิกายเทียนเจี้ยนหรือไม่"



    หลี่ชางเย่ว์ถามออกมา ท่าทีของเยี่ยนเจิ้นอวิ๋นเปลี่ยนไปเล็กน้อย หลี่ชางหมิงทะลวงเข้าสู่แก่นแท้มนุษย์แล้วงั้นรึ ในหมู่คนรุ่นเยาว์ตระกูลเยี่ยน เยี่ยนหยางเป็นผู้ที่มีโอกาสทะลวงเข้าสู่แก่นแท้มนุษย์มากที่สุด อย่างไรก็ตามตอนนี้ก็อยู่ระดับฉีไห่



    "โอ้! ข้าไม่คิดเลยว่าสถานที่นี้จะมีผู้มีพรสวรรค์ใช้ได้อยู่ อัจฉริยะขั้นแก่นแท้มนุษย์สามารถข้ามคุณสมบัติอื่นๆได้และสามารถเป็นศิษย์นอกเหมือนพวกข้าเมื่อเขาได้เข้าร่วมแล้ว ตอนนี้พวกข้ายังอยู่เมืองนี้ พวกข้าอนุญาตให้บุตรชายท่านตามพวกข้ากลับไปทีนิกายเทียนเจี้ยน ในการที่จะเข้าร่วมนิกายนั้นจำเป็นต้องมีการทดสอบก่อน"



    เฉินซวงพูด



    เมื่อคำตอบเป็นสิ่งที่มันต้องการได้ยิน หลี่ชางเย่ว์เหมือนสำลักความสุข เมื่อหลี่ชางหมิงได้เข้าร่วมนิกายเทียนเจี้ยน ตระกูลหลี่จะเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองชื่อ



    "คุณชายเฉิน โอกาสที่จะเข้าร่วมนิกายเทียนเจี้ยนสามารถที่จะให้ตระกูลเยี่ยนหนึ่งที่ได้หรือไม่"เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นไม่ยอมให้ตระกูลหลี่ข่มได้ การที่จะเข้านิกายเทียนเจี้ยนนั้นไม่ว่าจะเป็นตระกูลหลี่หรือตระกูลเยี่ยนมีโอกาสเพียงไม่กี่ครั้งในชีวิต



    "พี่เฉินเจ้าคะ ตั้งแต่พวกเรามาที่นี่ ทำไมพวกเราไม่จัดการทดสอบล่ะคะ เพื่อให้เหล่าคนรุ่นเยาว์ได้มีโอกาสที่จะเข้าร่วม สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลจากส่วนในของแคว้นฉี ไม่มีนิกายใดเข้ามารับสมัครศิษย์ใหม่ ถ้าพวกเราได้จัดการทดสอบที่นี่ และนำเหล่าผู้มีพรสวรรค์กลับไป อย่างน้อยพวกเราก็ทำในสิ่งดีนะ"



    หรวนหลิงกล่าว



    "สิ่งที่น้องหรวนหลิงกล่าวนั้นถูกต้อง พวกเราควรจัดการทดสอบที่นี่"



    เซียวหัวเห็นด้วย



    "ดี ท่านผู้นำตระกูลทั้งสองโปรดกลับไปก่อน และประกาศในทันที หนุ่มสาวทุกคนที่มีคุณสมบัติให้มาเข้าร่วมการทดสอบ เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้ที่ต้องการรับการทดสอบ จะเข้าไปยังพื้นที่รอบนอกของเขาต้นกำเนิด พวกเขามีเวลาสี่ชั่วโมงในการสังหารสัตว์ปีศาจ และจะจัดลำดับจากจำนวนที่ได้สังหารไป พวกข้าทั้งสามจะนำเพียงไม่กี่คนกลับไปด้วย แน่นอนว่าพวกข้าจะเป็นผู้แนะนำพวกเขา จะเข้าได้หรือไม่นั้นขึ้นกับความสามารถของพวกเขาเอง"



    เฉินซวงบอกพวกเขา



    เมื่อได้ยังดังนี้ หลี่ชางเย่ว์และเยี่ยนเจิ้นอวิ๋นต่างรู้สึกมีความสุขยิ่ง เป็นโอกาสใหญ่ครั้งสำคัญของคนรุ่นเยาว์ในเมืองชื่อ การทดสอบครั้งนี้เป็น เหตุการณ์ใหญ่ในเมืองแห่งนี้เป็นแน่



    เฉินซวงและอีกสองคนเป็นเพียงแค่ศิษย์นอก พวกเขาไม่มีสิทธิในการที่จะตัดสินใจว่าจะรับใครเข้าหรือไม่รับ มันอาจดูหยาบคายสำหรับพวกเขาในการที่จะให้แนะนำคน หากพวกเขาได้เลือกผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดและช่วยพวกนั้นเข้านิกายเทียนเจี้ยนได้ อย่างน้อยพวกเขาก็มีความดีความชอบ



    ภายในนิกายเทียนเจี้ยนแม้แต่ศิษย์ชั้นนอกที่มีสถานะอยู่บ้าง สถานะต่างๆนั้นไร้ประโยชน์ มันแทบไม่ได้ดีกว่าศิษย์ที่ไม่เป็นทางการ เมื่อทั้งสามได้มาเมืองนี้พวกเขาได้รับการเคารพ พวกเขารู้สึกเหมือนว่าพวกตนอยู่จุดสูงสุด จัดการทดสอบและแสดงออกว่าเป็นผู้ตัดสินว่าผู้ใดมีคุณสมบัติหรือผู้ใดไม่มีคุณสมบัติ เพื่อเป็นโอกาสในการเติมเต็มความปรารถนา นอกจากนี้พวกเขานั้นทำเหมือนมีสิทธิในการแนะนำบุคคลอีก




    "กรุณากลับไปก่อนเถิด ท่านผู้นำตระกูลและอย่าลืมตามหาหมาให้พวกข้าด้วย"



    เฉินซวงกล่าว



    "อย่าได้กังวล เมื่อพวกข้ากลับ พวกข้าจะส่งคนออกไปหาในทันที พวกข้าจะไม่ล่าช้าในการค้นหา ไม่แม้แต่การทดสอบ"



    หลี่ชางเย่ว์กล่าวสัญญากับพวกเขา



    ภายนอกหอคอยเทียนสุ่ย



    "เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นหากบุตรชายข้าได้เข้าร่วมนิกายเทียนเจี้ยนเมื่อไร เมื่อนั้นตระกูลเยี่ยนพินาศแน่"



    หลี่ชางเย่ว์พูดขึ้นทั้งรอยยิ้มเย็น



    "จริงเรอะ! การทดสอบยังไม่ทันเริ่ม เจ้าจะรู้ได้อย่างไรว่าไม่มีคนจากตระกูลเยี่ยนได้เข้าร่วมนิกายเทียนเจี้ยน"เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นพูดด้วยท่าทีไม่ค่อยมั่นใจ



    "งั้นต้องรอดู"



    หลี่ชางเย่ว์โบกแขน หันกลับแล้วออกไป



    ภายในห้องโถงประชุมตระกูลเยี่ยน



    "อะไรนะ! ไปตามหาหมา?"



    ดวงตาเยี่ยนหงไท่เบิกกว้าง หลังจากได้ยินสิ่งที่เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นบอกกล่าว ทุกๆคนต่างรู้สึกว่า โอ้...โลกนี้ช่างกว้างขวางนัก เรื่องแปลกๆก็สามารถเกิดขึ้นได้ ศิษย์จากนิกายเทียนเจี้ยนเดินทางนับหมื่นลี้เพราะหมาตัวเดียวเนี่ยนะ ยิ่งคิดมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งเงียบจมอยู่กับความคิด





    *****************************************



    โปรดติดตามตอนต่อไป...

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ ที่คุณอ่าน