๑. ผู้หญิงที่ชื่อลั่นทม
*เนื้อหาบรรยายยาวมากครับขอให้ค่อยๆอ่านนะครับรีดเดอร์
วันนี้วันจันทร์ที่๓๐กันยายนพ.ศ.๒๕๖๒ เป็วันที่ผมเศร้าและเสียใจมากไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดอะไรแบบนี้ขึ้นอีกครั้งในชีวิตของผม
เมื่อผมรู้ข่าวว่าลั่นทมเพื่อนสนิทของผมที่ห่างหายจากกันมานาน ๑๐ กว่าปีได้เสียชีวิตที่บ้านเกิด ผมเสียใจมากเมื่อได้รับรู้ข่าว ผมทำอะไรไม่ถูกเลยเมื่อรู้แบบนี้
ลั่นทมเป็คนที่ผมสนิทมากที่สุดั้แ่เล็กจนโตแถมยังเล่นด้วยกันทุกวันเพื่อนๆก็ชอบล้อว่าผมกับลั่นทมเป็แฟนกัน แต่สำหรับผมมันไม่ใช่เธอคือเพื่อนคนสนิทผมมากกว่าและผมไม่ได้คิดอยากจะเป็แฟนลั่นทมตามที่เพื่อนๆล้อเลยแม้แต่นิด
่เวลาทั้งตอนประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย มันมีความสุขมากเลยล่ะครับ แต่มาวันหนึ่งเป็วันที่ทำให้เราต้องจากกัน เพราะพ่อกับแม่ผมท่านเสียชีวิตที่อังกฤษเนื่องจากเกิดอุบัติเหตุทางรางรถไฟเสียชีวิต ผมไม่อยากอธิบายส่วนนั้นเพราะมันทำให้ผมนึกถึงพ่อกับแม่ของผม
แต่ผมจำได้ว่ามีคนถ่ายรูปสภาพศพของพ่อกับแม่ผมมาให้ดู พ่อผมหัวหายกระเด็นกระดอนไปไกลเหลือแค่ตัวและตับไตใส้พุงที่ไหลเละไปหมด แม่ของผมเหมือนจะเเขนขาดและลูกตาหลุดออกมา ตอนนั้นเมื่อผมรู้ข่าวว่าพ่อแม่ผมตาย ผมเหมือนจะเป็บ้าทันทีเมื่อรู้เื่ที่เกิดขึ้น ผมจึงตีตั๋วเครื่องบิน บินไปที่อังกฤษแล้วจัดงานศพของพ่อกับแม่ พร้อมกับขายที่ดินตรงนั้น
เมื่อเสร็จเื่ที่อังกฤษ ผมก็รีบบินกลับมาไทยทันทีเพื่อที่จะมาสอบต่อมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อกลับมาไทยก็รู้ข่าวว่าลั่นทมไม่ได้อยู่ในตัวเชียงใหม่แล้วเธอย้ายไปอยู่กับยายที่จังหวัดพะเยาบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ
ผมคิดถึงเธอมากเพราะเธอกลับไปโดยไม่มีการบอกลาใดใดทั้งสิ้นทำให้ผมพวงศ์คิดถึงแต่เธอ หลังจากนั้นผมก็ไม่สามารถติดต่อหาเธอได้อีกเลย ทั้งไปหาที่บ้านเก่าในตัวเชียงใหม่ก็ไม่เจอทำทุกวิถีทางยังไงก็ไม่เจอ
จนมาถึงวันนี้น้องของลั่นทมที่ชื่อโซ่ได้บอกข่าวกับผมว่าลั่นทมเสียชีวิตแล้วที่บ้านเกิด ผมก็ทำใจไม่ได้ที่เกิดแบบนี้ แล้วอีกอย่างวันนี้ผมก็ว่างงานผมอยากจะไปร่วมงานศพของลั่นทม ผมจึงได้ชวนเพื่อนๆของผมหกคนนั่งรถกระบะของผมไปที่จังหวัดพะเยาเพื่อจะได้ไปร่วมงานศพของลั่นทมที่บ้านเกิด
๑๘:๓๐
"ตอนนี้ถึงไหนแล้ววะ"
กิ่งพูดเอ่ยขึ้นมาด้วยนํ้าเสียงที่อ่อนหวานและกำลังสลึมสลืออยู่ เพราะอยู่ในอาการอดหลับอดนอน แล้วนนท์ก็ตอบกิ่งว่า
"น่าจะถึงแพร่แล้วมั้ง"
พร้อมกับทำสีหน้าลังเลว่าใช่หรือไม่ใช่ทันใดนั้นโจก็แทรกเข้ามาอีกว่า
"ลองดูป้ายทางข้างๆทางสิ"
กิ่งก็พยักหน้าทำความเข้าใจที่โจบอกแล้วทำตัวเหมือนจะนอนต่อ ส่วนผมก็ขับรถต่อเรื่อยๆ ทั้งช้าบ้างเร็วบ้างอยู่ที่ความเร็ว ๖๐จนถึง ๑๒๐แล้วแต่ถนนว่ารถเยอะหรือไม่
ออฟก็นั่งข้างๆคนขับคุยเป็เพื่อนจั๋นเพราะกลัวจั๋นจะง่วงแล้วเผลอหลับ อีกอย่างเส้นทางจังหวัดแพร่เป็เส้นทางที่มีรถบรรทุกเดินทางแทบทุกวันทำให้ส่วนใหญ่มีแต่รถบรรทุก ทั้งูเาชันบวกกับโค้งอีกสามสิบสองโค้ง มันดูอันตรายมากออฟเลยไม่อยากให้จั๋นง่วง
"ไหวมั้ย"
ออฟถามจั๋นด้วยความเป็ห่วงกลัวว่าเพื่อนจะขับไม่ไหว แอร์ก็เย็น อากาศในรถก็ชวนให้น่านอน ออฟเลยจะอาสาขับรถแทนแล้วให้จั๋นนอนพัก
"มึงพักเถอะเดี๋ยวกูขับเอง"
"ไม่อ่ะเดี๋ยวกูขับเอง อีกไม่กี่กิโลก็ถึงแล้ว"
แต่จั๋นก็ปฏิเสธไม่ให้ออฟขับ
"กูว่ามึงนอนพักเถอะ อย่าฝืนเลย ดูไอ้ห้าคนนั้นดิหลับสบายเลยเชียว"
ออฟกลัวจั๋นจะฝืนขับรถต่อเลยอยากให้จั๋นนอนพักแล้วก็มองเพื่อนห้าคนข้างหลังจั๋นกับออฟก็หัวเราะกันใหม่
" ๕๕๕ ไม่เป็ไรหรอก กูไม่ง่วง"
แต่จั๋นก็ยังคงปฏิเสธออฟอยู่ดี
"เอาน่าเพื่อนกูขับเองมึงนอนเถอะ กูรู้ว่ามึงง่วงนะแต่มึงแกล้งไม่ง่วงแค่นั้นแหละ ดูตามึงสิจะหลับอยู่ละ"
ออฟอยากให้จั๋นนอนพักเพราะตอนนี้ตาของจั๋นอยู่ในสภาพที่จะหลับอยู่แล้ว
"อือ ก็ได้ๆ"
จั๋นก็ยอมที่จะให้ออฟขับรถแทนเพราะตัวจั๋นฝืนง่วงมานานั้แ่ออกเชียงใหม่มาแล้ว
ทั้งเจ็ดคนเดินทางออกมาจากเชียงใหม่เวลาตีห้าครึ่งกว่าๆอีกไม่นานก็น่าจะถึงพะเยา แต่ถ้าไม่แวะปั๊มปตท.ซักที่เลยมันจะถึงเร็วกว่านี้
๒๐:๑๑
พวกผมทั้งเจ็ดใช้เวลาขับรถ๑๖ชั่วโมงมาถึงจังหวัดพะเยาแล้วตอนนี้กำลังจะขับรถเข้าไปในตัว อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา เเต่บ้านที่อยู่นี่ยังไม่แน่ใจว่ายายของลั่นทมอาศัยอยู่ที่ไหน
"เห้ย!เห้ย!เห้ย! ตื่นๆๆ!
ออฟะโเรียกจั๋นและเพื่อนๆให้ตื่นแล้วช่วยกันหาทางไปบ้านของลั่นทม
" อืม...ถึงแล้วหรอมึง"
"อื้อๆถึงพะเยาแล้วล่ะ แต่กูไม่รู้ที่อยู่น่ะสิ"
จั๋นอยู่ในอาการสลึมสลือยังนอนไม่เต็มอิ่มเพราะโดนเรียกปลุกมากระทันหัน แต่ โจ กิ่ง นนท์ บิวและดิน ยังคงนอนต่อไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าถึงไหนแล้ว
"จริงด้วย... ลืมถามหมู่บ้านเลยอ่ะว่าอยู่หมู่บ้านไหนตำบลอะไรลืมถามน้องโซ่อ่ะ"
"นี่ไง ไม่เตรียมความพร้อมไว้"
จั๋นทำสีหน้ารู้สึกผิดมากเพราะลืมหาที่ตั้งของตำบลแล้วก็บ้าน
"มึงกูขอโทษๆ เดี๋ยวกูลองถามน้องโซ่ดูแปปนะ"
"เออๆ"
จั๋นขอโทษออฟที่ไม่ได้เตรียมความพร้อมก่อนที่จะออกเดินทางมาเชียงใหม่ เเต่จั๋นจะแก้ปัญหาโดยการส่งเมสเซนเจอร์ทักไปถามน้องของลั่นทม
" ได้ยังมึง"
ออฟถามจั๋นด้วยสีหน้าเป็ห่วงเพราะเห็นจั๋นหน้าเครียดและลนเหมือนกับจะทำอะไรไม่ถูก
" ได้แล้วๆ แปปนะน้องเขากำลังอ่าน"
ตอนนี้ต้องพึ่งเพียงเมสเซนเจอร์ของโซ่เท่านั้นถึงจะรู้ว่าบ้านยายของลั่นทมอยู่ที่ไหน
"น้องเขาตอบยัง"
"เป็ยังไงบ้างมึง"
"ได้หรือยัง"
ออฟก็ถามจั๋นซํ้าๆด้วยความเป็ห่วง
"อือ เสร็จแล้วน้องเขากำลังพิมพ์อยู่ อีกอย่างเหมือนจะส่งตำแหน่งที่ตั้งมาด้วยนะ"
ใจออฟกับจั๋นล่งทันทีเมื่อน้องของลั่นทมตอบกลับข้อความของจั๋น
"ไหนกูขอดูดิ๊มึง"
แล้วจั๋นก็ยื่นมือถือให้กับออฟ
"อยู่ไม่ไกล้ไม่ไกลนี่นา อีกสองสามโลก็ถึงซอยที่จะต้องเลี้ยวแล้วนี่"
ออฟพูดด้วยนํ้าเสียงดีใจและยิ้มแย้มที่จะได้ถึงบ้านคุณยายของลั่นทมซักที
"งั้นเราก็รีบไปเถอะ"
"อืมๆ"
ออฟก็รีบขับรถเพื่อจะให้ไปถึงบ้านคุณยายของลั่นทม
พวกผมใช้เวลาไม่นานนักประมาณ ๕-๖ นาทีกว่าๆก็ถึงหน้าบ้านคุณยายของลั่นทมแล้ว แต่ประตูบ้านกลับล็อคสนิทดูท่าจะเปิดไม่ได้ พวกผมก็เลยดับรถแล้วเรียกเพื่อนๆตื่นมานั่งคุยกันว่าจะทำยังไงต่อ
" ตื่นๆๆๆ! "
ออฟเรียกให้ไอ้พวกขี้เซาข้างหลังที่หลับปุ๋ยให้ตื่น แต่เหมือนจะเป็เื่ยากเพราะพวกมันไม่ยอมขยับตัวเลย
"จะทำยังไงดีล่ะ เรียกยังไงก็ไม่ตื่นอะไรของพวกมัน"
ออฟเริ่มหัวร้อนกับสิ่งที่ไอ้พวกนั้นทำคือพวกมันนอนไม่ยอมตื่นเลยแม้แต่นิด พวกมันตื่นครั้งเดียวก็แค่ตอนถึงแพร่ต่อจากนั้นก็นอนยาวมาถึงตอนนี้
"เห้อออ"
เสียงถอนหายใจของออฟยาวเพราะๆไม่รู้จะทำยังไงต่อ
"กูถามน้องเขาแล้วว่ะ ซักพักคงตอบ"
" ช้าว่ะมึง เดี๋ยวกูลงไปเรียกคุณยายเอง"
"จะเอาอย่างงั้นหรอ"
"เออดิ ถ้าไม่ทำอะไรก็ไม่รู้จะมาทำไม"
แล้วออฟก็ตัดสินใจลงไปเรียกคุณยายอยู่หน้าบ้าน แต่เหมือนจะไม่ได้ผลอะไรเลยออฟทั้งะโเรียกร้องแต่กลับไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาเลย
ส่วนจั๋นก็กำลังนั่งตอบแชทคุยกับน้องของลั่นทมในรถ
"ออฟ! น้องเขาบอกว่าเรามาถูกแล้วตอนนี้งานศพก็กำลังจะเริ่มสวดแล้ว"
แต่เมื่อมองไปทางไหนก็มืดมิดสนิทไปหมดเหมือนไม่มีอะไรทั้งนั้นเลยสภาพคล้ายๆบ้านร้างเก่าๆ จั๋นเลยรีบลงไปหาออฟ
"อะไรยังไงกูไม่เข้าใจ"
ออฟทำสีหน้างงเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่จั๋นบอก งานศพกำลังจะสวดแล้วแต่ไม่มีพิธีรีตองที่ไหนเลยแม้กระทั่งงานศพไม่เห็นจะมี
"กูก็งงว่ะยังไงเนี่ย"
"มึงลองถามน้องเขาดูดิ๊ว่างานจัดอยูไหน"
"กูถามแล้วน้องเขาก็บอกว่าจัดอยู่ตรงนี้แหละ"
"ห่ะ!"
ทั้งออฟและจั๋นต่างทำสีหน้างงไปตามๆกันเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่น้องของลั่นทมบอกมา บ้านที่จั๋นกับออฟกำลังยืนเรียกอยู่ คือบ้านที่จัดงานศพของลั่นทม
"มึง! น้องเขาพิมพ์บอกว่าทำไมพวกพี่ไม่เข้ามาล่ะมัวทำอะไรอยู่ตรงหน้าบ้าน"
เมื่อส่งขอความมาแบบนี้ก็ทำให้ทั้งสองคนยิ่งงงเข้าไปใหญ่
"มึงโทรเลยเอาง่ายๆ"
"เออจริงด้วย! กูลืมเลยว่าโทรก็จบ"
"เออ"
แล้วจั๋นก็รีบโทรหาน้องของลั่นทมทันที
"เห้ยมึง! น้องเขาไม่รับสายว่ะทำยังไงดี"
" อะไรวะ! ทำไมไม่รับวะ"
" เนี่ย!กูโทรไปห้าหกรอบล่ะตัดสายทิ้งหมด"
"อะไรของน้องเขา"
"นั่นสิ"
จั๋นพยายามโทรหาน้องของลั่นทมยังไงก็โทรไม่ติด
" มึง! น้องเขาบอกว่าพระสวดอยู่รับไม่ได้แล้วยายก็ไม่ให้ออกไปยายบอกให้แขกเขาไปต้อนรับแล้ว"
" แขกอยู่ไหนที่ไหนทำไมไม่มีวะ"
"เออจริงอยู่ไหนอ่ะไม่เห็นมีแขกเลยซักคน"
ทั้งสองคนมึนงงกับสถานการณ์ในตอนนี้
" ฟิ้ว... ฟิ้ว... ฟิ้ว..."
เสียงลมพัดเบาๆผ่านรูหู ััถึงความหนาวเย็นะเื ออฟกับจั๋นขนลุกซู่เมื่อลมพัดผ่านกาย
" มึง... ขนกูลุกซู่เลยอ่ะเมื่อกี้"
"เออนั่นดิ...กูก็หนาวจนตัวสั่นละเนี่ย..."
บรรยากาศที่ร้อนจู่ๆก็เริ่มเปลี่ยนกลายเป็เย็นะเืไปอย่างรวดเร็วฉับพลัน
"เสียงดนตรีที่ไหนล่ะเนี่ย! หลอนหูชะมัด"
" นั่นดิ... มีงานศพอยู่แต่ยังจะมาเปิดดนตรีรื่นเริงแบบนี้อีก....หลอนหูเลยว่ะ"
เสียงซอเสียงซึ้งดังเป็สายๆบรรเลงคู่กับระนาดคล้ายกับดนตรีไทยแต่ไม่ใช่ดนตรีไทยเป็ดนตรีภาคเหนือดังว่อนในหูของจั๋นและออฟ
"เชี่ยยย! กูว่าวันนี้หาที่นอนเป็โรงแรมก่อนดีมั้ยน่ากลัวว่ะ! "
" เห้ยแต่เรามาถึงที่นี่แล้วนะเว้ย! "
ออฟเสนอทางที่จะนอนโรงเเรมบรรยากาศแถวนี้ดูวังเวงมากทั้งอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลันมีเสียงดนตรีแปลกๆดังว่อนในหูคงเป็สถานที่ที่ไม่สะดวกแน่
"รีบไปขึ้นรถเถอะ!"
"เออ! ก็ได้ๆ"
ออฟกับจั๋นรีบวิ่งขึ้นมาบนรถทันทีแต่พอขึ้นรถมาก็ยังไม่เห็นเพื่อนตื่นเลยซักคน
" อะไรของพวกมัน ทำไมยังไม่ตื่นอีกวะ! "
ออฟหันไปมองจั๋นแต่เหมือนว่าจั๋นกำลังจ้องมองอะไรบางอย่างที่ตรงหน้า
"มึง... กูเห็นว่ะเพื่อน"
"ไหน! มึงเห็นอะไร!"
"มึง.... กูกลัวอ่ะๆ.... กูกลัว!"
จั๋นมองไปตรงหน้าแล้วจั๋นก็เริ่มรู้สึกกลัวกับสิ่งที่มองเห็นตรงหน้าของตน
"เห้ยย! จั๋นมึงใจเย็นๆก่อนเพื่อนใจเย็นๆ!"
สภาพของจั๋นตอนนี้กระวนกระวายไปหมดทำอะไรไม่ถูก เหมือนจั๋นจะเห็นสิ่งที่ทำให้จั๋นกลัวจนสติสตังค์ไม่อยู่กับที่แล้ว
"มึง!ใจเย็นๆนะจั๋น"
"มึง!กูกลัว!กูกลัว!อ๊ากกกกกกกก!"
ออฟพยายามช่วยเรียกร้องสติจั๋นกลับคืนแต่เหมือนมันจะไม่ได้ผลมันทำให้จั๋นร้องลั่น จั๋นะโร้องใหญ่จนทำให้เพื่อนๆที่นอนเซาอยู่ข้างหลังสะดุ้งตื่นขึ้นมาตามๆกัน
" จั๋น มึงเป็อะไรอ่ะ"
" เออ เป็อะไร มึงร้องจนพวกกูสะดุ้งตื่นแน่ะ! "
นนท์กับโจเอ่ยถามด้วยความสงใสว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมกับสายตาทั้งสิบสองดวงพากันจ้องมาที่จั๋น
"มึง! จั๋นเป็อะไรอ่ะ"
"กูไม่รู้ว่าเป็อะไร! จู่ๆมันก็ร้องลั่นใหญ่เลย"
จู่ๆก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อนเลยทุกคนตกอยู่ในสภาพงงงวยทำอะไรไม่ถูก
" จั๋น! จั๋น!"
ทันใดนั้นจั๋นก็สลบไปทันทีหลังจากที่ร้องะโโหวกเหวกโวยวายเสร็จ เพื่ิอนๆช่วยกันะโเรียกจั๋นพักใหญ่แต่เหมือนจั๋นจะไม่ขยับเขยื้อนหรือรู้สึกตัวเลยแม้แต่นิด
"เห้ย! จั๋นเป็อะไรอ่ะ"
"นั่นดิ! จู่ๆก็เป็ลม"
เหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
"มึงแล้วเราถึงงานศพหรือยังเนี่ย"
"เออนั่นดิถึงยัง"
ออฟไม่รู้จะตอบยังไงเพราะกลัวพูดไปแล้วเพื่อนๆจะไม่เชื่อเื่ที่ตนจะพูด จู่ๆร่างของจั๋นก็ขยับตัวขึ้นมานั่งแล้วแลบลิ้นขยับไปขยับมาพร้อมกับเกร็งมือเหมือนจะข่วนอะไรซักอย่าง
"กรร กรร"
เสียงของจั๋นร้องออกมาเป็สิ่งที่ดูน่ากลัวมาก
"ปั้งๆๆๆๆๆๆๆๆ"
เสียงเคาะกระจกดังลั่น
"พวกพี่ทำไมไม่เข้ามาล่ะ! ทำอะไรอยู่ในรถ! "
นํ้าเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งะโเข้ามาในรถ มันทำให้จั๋นหยุดร้องครางครวญได้
#โปรดติดตามตอนต่อไป
#พู่กันฟู
#ลั่นทม