ทำไมความตายมันช่างเสียงดังแบบนี้นะ ตอนนี้ฉันอยู่ในนรก หรือ ์กันแน่
“ฟื้นแล้วหรือ” เสียงของยมบาลทำไมช่างอ่อนโยนเสียจริง “แม่นางช่างดวงแข็งจริงๆ ผู้น้อยนับถือ”
ดะ เดี๋ยวก่อนนะ เสียงแบบนี้มันช่างคุ้นหูจัง เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน ความโคลงเคลงที่เกิดขึ้นทำให้ตัวฉันกระเด็นไปอีกทาง ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น จากเดิมที่มีอาการมึนงงด้วยฤทธิ์ของยา ฉันกลับตาสว่างขึ้นในทันทีเพราะความเ็ปจากการกระแทกเข้ากับของแข็งๆ เมื่อครู่
“เจ็บจัง” ฉันอุทานออกมาเสียงเบา
“หยุด!” เสียงม้าร้องดังขึ้นมาจากด้านนอก “แม่นางเป็อะไรมากหรือไม่”
“นาย!”
เขายิ้มแห้งๆ พร้อมยกมือขึ้นลูบหน้าผาก “เป็ข้าน้อยเอง ว่าแต่แม่นางเป็อะไรมากหรือไม่” เขาตรวจดูอาการาเ็เบื้องต้นด้วยสายตา
“เจ็บนิดหน่อย” ตอนนี้ฉันอยู่ภายในรถม้าซึ่งมีพื้นที่พอให้คนสองคนนั่งได้เท่านั้น ไม่คับแคบจนมากนัก “นายช่วยฉันไว้หรอ”
“ใช่แล้ว” เขาตอบก่อนจะรินน้ำใส่ถ้วยแก้วใบเล็กยื่นใส่มือของฉัน “ถ้าไม่ได้ข้าน้อยช่วย ป่านนี้แม่นางคงนอนเป็ศพในถังน้ำไปนานแล้ว”
ถังน้ำ...จริงสิล่าสุดฉันถูกบังคับให้แช่ตัวอยู่ในถังน้ำ ก่อนเธอคนนั้น คนที่เคยช่วยชีวิตฉันไว้ถึงสองครั้งจะใส่สมุนไพรอะไรสักอย่างเพิ่มเข้ามา และตอนนั้นฉันก็สลบไป ฉัน...ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้นเลย!
“ถ้าอย่างนั้น นายก็เห็นฉันตอนที่อยู่ในอ่างแล้วนะสิ”
“แน่นอนว่าเห็น”
“คนลามก!” มือทั้งสองข้างกำหมัดรัวใส่ตรงไปยังใบหน้าของชายผู้ไม่คุ้นเคยทันที
“เดี๋ยวก่อนแม่นาง เดี๋ยวก่อนสิ”
รถม้าที่เคยจอดนิ่งกลับเคลื่อนตัวอีกครั้ง ม้าตัวโตทั้งสองกำลังวิ่งไปตามเส้นทางสายขรุขระ โดยไม่มีทีท่าว่าจะลดฝีเท้าลงเลย เขาหมุนกายกลับออกไปดึงเชือกเพื่อหยุดการวิ่งของเ้าม้าทั้งสองตัวลง แต่ดูเหมือนว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลทำให้ม้าหยุดวิ่งกะทันหัน รถม้าที่วิ่งอยู่กำลังจะพลิกคว่ำไปตามแรงเหวี่ยงซึ่งเกิดขึ้นกะทันหัน
ภายในหัวสมองของฉันขาวโพลน เวลาตอนนี้ฉันพยายามคิดหาหนทางเพื่อเอาตัวรอด ชายตรงหน้าหมุนกายเข้าหาฉันด้วยความเร็วแสง โอบเอวด้วยมือทั้งสองข้างของเขาก่อนจะพุ่งทะลุขึ้นไปยัง้าหลังคาของรถม้า ก่อนที่หลังคาของตัวรถจะกระจายตัวออกเพื่อเปิดทางให้คนสองคนพุ่งผ่านไปได้ ฉันเห็นว่าชายผู้นี้ทำท่าทางเหมือนกำลังปล่อยพลังไปยังหลังคาของรถม้า ก่อนที่มันจะพังไม่เหลือชิ้นดี
่เวลานั้น เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีเท้าทั้งสองก็เหยียบลงสู่พื้นดินโดยไร้รอยขีดข่วนใดๆ
“ไม่เป็อะไรใช่หรือไม่”
“...” ฉันส่ายหน้าไปมาเพื่อเป็คำตอบแทนคำพูดซึ่งค้างอยู่ในลำคอ
“แม่นางยืนไหวหรือไม่”
“อืม”
“ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยจะไปเอาม้ากลับมาเพราะเรายังคงต้องรีบเดินทางต่อ”
เขาเดินจูงม้ามาเพียงตัวเดียว ส่วนอีกตัวมันถูกปล่อยให้เป็อิสระ เงาร่างสี่ขาวิ่งหายเข้าไปภายในป่าทึบทันที ส่วนอีกตัวที่ถูกบังคับให้เดินกลับมาดูเหมือนจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ เขาพลิกร่างขึ้นม้าด้วยท่วงท่าสง่างามก่อนจะยื่นมือมาทางฉันซึ่งยืนนิ่งเป็รูปปั้น ฉันรับรู้ได้ว่าหากขึ้นไปอยู่บนหลังมัน แรงกระแทกตอนเวลาที่กีบเท้าทั้งสี่ควบวิ่งมันหนักหน่วงแค่ไหน ฉันไม่ควรขึ้นไปนั่งบนหลังของมันเลยด้วยซ้ำ ถ้าหากเวลานี้มันมีทางเลือกอื่น
ด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ฉันเดินเข้าไปใกล้เ้าม้าตัวโตมากขึ้น สายตาสีดำสนิทของมันจ้องมองมายังร่างของฉันเหมือนท้าทาย เขาออกแรงดึงร่างของฉันให้ขึ้นมานั่งอยู่บนหลังม้าเช่นเดียวกับเขาเพียงเล็กน้อย ซึ่งฉันไม่แปลกใจเลย ขนาดหลังคาซึ่งทำจากไม้ทั้งหลัง ยังกลายเป็เพียงเศษซากกองอยู่ข้างทาง นับประสาอะไรกับผู้หญิงตัวเล็กและบอบบางอย่างฉัน สำหรับเขาการดึงฉันขึ้นไปบนหลังม้าคงใช้แรงเพียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“เรากำลังจะไปไหน”
“ไปในที่ที่แม่นางจากมา”
“บ้านของฉันหรอ”
“คงเช่นนั้น”
นี่หมายความว่าฉันกำลังจะได้กลับบ้านหรอ ในที่สุดโชคชะตาก็กำลังจะเข้าข้างฉัน ฉันกำลังจะได้กลับบ้านแล้ว ลาก่อนโลกที่แสนโหดร้ายแห่งนี้ ลาก่อนนะจ๊ะ
เสียงกรุบกรับยังคงดังลอยมาเป็ระลอก ฉันที่เหนื่อยจัดจนเผลอหลับไปบนหลังม้าั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ลืมตามาอีกทีกลับพบว่าตัวเองอยู่ภายในอ้อมแขนของเขาเสียแล้ว และเราทั้งสองกำลังนั่งอยู่บนหลังม้าที่กำลังห้อตะบึงไม่หยุด ฉันคงต้องเหนื่อยมากแน่ๆ ถึงสามารถหลับได้แม้กระทั่งบนหลังของเ้าม้าตัวโตที่วิ่งไม่คิดชีวิตแบบนี้
“เราใกล้จะถึงบ้านฉันหรือยัง” ฉันโผล่หน้าออกมาจากเสื้อคลุมตัวโต สิ่งแรกที่เห็นคือป่าทึบทั้งสองข้างทาง บรรยากาศเหมือนกำลังจะเข้าเขตบริเวณที่มีฝนกำลังตกเบื้องหน้ามีกลุ่มเมฆสีดำทะมึนลอยเป็ก้อนกระจายตัวอยู่เต็มน่านฟ้า “เรากำลังจะวิ่งเข้าไปในนั้นหรอ” ฉันะโเสียงแข่งกับเสียงของแรงลมซึ่งโหมกระพืออยู่ และเสียงของฟ้าร้องที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
“มันเป็ทางที่เราจะต้องผ่าน” เขาก้มใบหน้าลงมามองฉัน “แม่นางรีบกลับเข้าไปในเสื้อคลุมเถิด” ก่อนที่เขาจะเงยหน้ากลับขึ้นไปบังคับม้าให้วิ่งฝ่าพายุฝนอย่างเชี่ยวชาญ หูของฉันได้ยินเพียงเสียงของสายฝนและเสียงของเขาที่กำลังร้องะโบังคับม้า
ความหนาวเย็นที่มาพร้อมกับลมฝนไม่สามารถทำอะไรฉันได้ เนื่องจากฉันมีร่างกายกำยำของเขาเป็เตาอุ่นเคลื่อนที่ มือทั้งสองข้างโอบรอบเอวบึกบึนแบบชายชาตรีของเขาไว้แน่น ถึงแม้เขาจะใช้ท่อนแขนล่ำสันประคองร่างของฉันไม่ให้ตกลงไปแล้วก็ตาม แต่ฉันก็ยังคงต้องกอดเขาไว้เพื่อความมั่นใจ ฉันไม่ได้คิดจะแต๊ะอั๋งเขานะ ก็แค่...เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น
ด้วยบรรยากาศที่เป็ใจ บวกกับมีเตาอุ่นๆ อยู่ข้างตัว ฉันจึงเข้าสู่ห้วงนินทาอีกครั้ง...
โปรดติดตามตอนต่อไป