เมียบ่าวที่ถูกลืม

    บทที่ 4

            บทที่ 4

            ภาพของฮูหยินรองและอนุผู้น้องถูกแซ่โบยปางตายพร้อมถูกริบยศถาบรรดาศักดิ์คืนทั้งหมด และถูกส่งขายเป็นทาสไปอยู่ต่างแดน ชะตาที่ตนไม่พึงพอใจ คนที่ถูกความโลภครอบงำไปไม่พ้นชะตาที่ต้องสูญสิ้นหมดทุกอย่าง

            แต่เวรกรรมที่นางหญิงใจทรามนี้ได้ทำไว้ ไม่ได้มีเพียงเรื่องนี้เท่านั้น หลี่จื้อได้พรากชีวิตเด็กน้อยตาดำๆ ที่กำลังไร้เดียงสาไปช่วงนั้น สาวน้อยถูกวางยาพิษในขนมที่ตนสั่งให้บ่าวใช้ป้อนให้ และก็สมดั่งใจนางเมื่อเด็กหญิงทานขนมนั้นจนหมด และถูกพิษทรมานจนสิ้นชีวี

            ชะตากรรมของลูกผิงผิงช่างอาภัพ เกิดมาเพียงไม่นานกลับต้องมาตายลงด้วยน้ำมือคนต่ำช้าฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กผู้ไร้เดียงสา ท่านโหวรับรู้ข่าวอย่างแน่ชัด จากฮูหยินใหญ่ที่ได้ตรวจสอบอย่างลับมาเป็นเวลาเนิ่นนาน จนในที่สุดเรื่องทุกอย่างชัดเจนพร้อมมัดตัวคนร้ายทันที

            โทษของนางผู้หญิงใจชั่วผู้นี้ถูกส่งให้ทางการตัดสิน ก่อนจะถูกรับโทษประหารในทันที ศีรษะของนางถูกเสียบประจานกลางลานประหารอย่างนั้น จนกว่าจะมีแร้งมาจิกกิน จนเหลือเพียงกะโหลกหนา ค่อยถึงจะอนุญาตให้บุพการี เอากะโหลกนั้นไปเผาทำลายตามพิธี แต่ความผิดของนางเกินกว่าที่ทุกคนในตระกูล จะรับไหว จึงไม่มีใครรับนางไปทำพิธีเลยแม้แต่คนเดียว

            ศีรษะของนางจึงถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น กลับกลายเป็นว่าผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา ต่างต้องพบเห็นกะโหลกหัวของเธอ จนกลายเป็นความสยดสยอง ต่อพวกเขาเป็นอย่างมาก

            ความอยุติธรรมนี้ก็ได้ถูกแก้ไขให้เป็นความถูกต้อง คืนสู่ผู้เป็นมารดาโดยสมบูรณ์

            ตระกูลของหญิงผู้คิดชั่วผู้นี้นั้น ถูกคำสั่งลงอาญาจากฮ่องเต้ ริบรอนทุกสิ่งพร้อมเนรเทศให้ไปเป็นทาส ไปใช้ชีวิตอยู่ทางแถบชายแดนเหมือนจื่ออี่

            อีกไม่สองวันก็จะถึงเทศกาลหยวนเซี่ยว ที่เมืองนี้ได้จัดขึ้นในทุกๆ ปี โคมไฟที่ทำด้วยกระดาษหลากสี ถูกแขวนประดับประดาไว้ตามท้องถนนทางเดินของหมู่บ้าน ราดยาวมาถึงหน้าจวนตระกูลหมิงที่ผิงผิงได้ให้กำเนิดบุตรสาวไว้

            วันนี้ที่จวนตระกูลหมิงได้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ผิงผิงถูกสั่งให้จากนางก้นครัว มาเป็นพี่เลี้ยงประจำกายทำให้ได้ใกล้ชิดดูแลลูกของตนดั่งใจที่เคยหวัง

            ปัจจุบันบ่าวก้นครัว ที่เคยมีเนื้อตัวเปรอะเปื้อนเหม็นสาบสางของเหงื่อเค็มติดกาย กลับกลายมาเป็นสาวใช้ที่ห้อยติดตามตามตัวของเสี่ยวเสี้ยว

            เนื้อตัวผิงผิงสะอาดสะอ้านขึ้นมาก เสื้อผ้าที่นุ่งห่มสะอาดตา ใบหน้าที่แห้งกร้านกลับมามีชีวิตชีวาใหม่อีกครั้ง และมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับลูกสาวของตนเองมากขึ้นแม้แต่เวลานอน นางยังคงฝ้าคอยพัดวีดูแล ตามวิสัยของมารดา และทางเสี่ยวเสี้ยวก็ไม่มีทีท่าอิดออดรังเกียจนางเหมือนแต่เก่า แถมยังแสดงความรักต่อผิงผิงอย่างเปิดเผย มันเป็นความสัมพันธ์ที่ผ่านสายเลือดแม่ลูก โดยเสี่ยวเสี้ยวไม่รู้ตัว

            “ผิงผิงท่านว่าชุดนี้สวยไหม?”

            หญิงสาวเอ่ยถามหญิงรับใช้รุ่นราวคราวแม่ อย่างมีความสุข

            “สวยเจ้าค่ะคุณหนู”

            เสียงบ่าวผู้เป็นมารดาเอ่ยออกมาอย่างชัดเจน พร้อมถ้อยคำที่ฉอเลาะ ช่างเอาอกเอาใจสาวน้อยอย่างสนิทสนม

            “คุณหนูของผิงผิงใส่ชุดไหนก็งามหมดเจ้าค่ะ”

            “แหม่ท่าจะมาทำปากหวาน ถ้าข้าได้ท่านมาเป็นแม่ข้าอีกสักคนคงจะดีมิใช่น้อย”

            สาวน้อยพูดเย้าแหย่สาวใช้อย่างเป็นมิตร รอยยิ้มของนางน้อยผู้นี้สะกดใจผู้เป็นแม่ไว้อย่างถาวร

            “ผิงผิงมิบังอาจหลอกเจ้าค่ะคุณหนู เพียงแค่ได้ดูแลคุณหนูเช่นนี้ ผิงผิงก็ได้นอนตายตาหลับแล้วเจ้าค่ะ”

            สิ่งที่ผิงผิงพูดมาช่างแทงใจดำคุณหนูผู้สูงศักดิ์เสียเหลือเกิน นางหันกลับมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ปากบางเผยอขึ้นเพื่อสั่งห้าม

            “ผิงผิงเจ้าห้ามพูดเรื่องเช่นนี้อีกนะ อย่าได้ตายหากข้ายังไม่สั่ง”

            คำที่ออกมาจากปากผู้เป็นลูกสาว ช่างกินใจผู้เป็นบ่าวอย่างมาก น้ำตาแห่งความสุขพรั่งพรูเป็นสายออกมา

            ลมโชยอ่อนพัดผ่านผิวชายสูงวัย ท่านโหวหมิงเฟยยืนเหม่อคิดถึง ภาพนังบ่าวที่กำลังยืนหัวเราะร่ากับลูกสาวของตน แล่นผ่านเข้ามาใน เขาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองออกมา

            “ผิงผิงเจ้าเป็นบ่าวที่ดี แต่ตัวเจ้าไยต้องประพฤติชั่วมั่วชายอื่นด้วย หากเจ้าทำตัวดีป่านนี้คงมีโอกาสได้เคียงคู่กันสมดังใจหมายแล้ว”

            คำตัดพ้อเอ่อล้นออกมาเป็นน้ำตา ภายใต้ใจที่ยังขุ่นมัวอยู่กลับมีเสียงบ่าวคนหนึ่งดังขึ้นมาที่ตรงหน้า

            “นายท่านขอรับ มีแขกมาขอพบขอรับ”

            ความคิดถึงดับวูบลงฉับพลัน เมื่อมีเสียงเข้มของบ่าวรับใช้ดังขึ้น ร่างหนาตื่นตัวพร้อมหันหาเสียง ก่อนจะเอ่ยถามชายผู้นั้นทันที

            “แล้วตอนนี้ผู้นั้นอยู่ที่ใด” เสียงเข้มเอ่ยถาม

            “ตอนนี้ฮูหยินใหญ่รับหน้าแทนอยู่ขอรับ” ชายหนุ่มตอบเบาๆ พร้อมลดหน้ากดลงพื้น

            ชายผู้เปี่ยมบารมีผลุดตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับสาวเท้าย่างก้าวออกมาจากห้อง เดินามุ่งตรงไปยังเรือนน้ำชาที่อยู่ใจกลางของจวนนี้ หมิงเฟยเดินผ่านห้องลูกสาวสุดที่รัก ก่อนจะหยุดแอบมองหญิงงามทั้งสองเพียงครู่หนึ่ง

            ณ ห้องน้ำชาที่มีชายแปลกหน้า พร้อมกับภรรยาสาวที่ยืนรอเพื่อเจรจาสิ่งสำคัญ ฮูหยินแห่งจวนตระกูลใหญ่เดินมาพร้อมกับบริวารเดินตามกันมา

            “ข้าน้อยเตียนฟูคารวะฮูหยิน”

            เสียงเข้มกล่าวทักทาย ก่อนจะโน้มตัวคำนับผู้หญิงที่ดูมีอำนาจน่าเกรงขามอยู่เบื้องหน้าตน

            “นี่เจ้าหายไปไหนมารึเตียนฟู ถึงไม่มาเยี่ยมผิงผิงนางบ้าง”

            เสียงน่าเกรงขามเอ่ยถามชายหนุ่มโดยทันที ร่างกายกำยำขยับตัวเพื่อผ่อนคลาย ก่อนจะเอ่ยตอบทุกอย่างออกไป ด้วยความสัตย์จริง

            “พอดีข้าน้อยเคยมาหาน้องสาวนะขอรับ แต่พอดีข้าน้อยได้ข่าวว่าน้องสาวของข้านัดเจอชายชู้ ข้าน้อยก็เกรงว่าตัวข้าน้อยนั้นจะมาทำให้น้องสาวของข้าน้อยเดือดร้อนนะขอรับ เลยตัดสินใจไม่มาเจอผิงผิงอีกจะดีกว่า”

            สิ่งที่ออกมาจากปากเตียนฟู ทำเอาฮูหยินใหญ่ถึงต้องตกใจ นางรู้แจ้งแล้วว่า ผิงผิงนางถูกใส่ความจนต้องให้ท่านโหวเข้าใจในตัวนางผิด

            และนางก็ไม่คิดที่จะพูดแก้ต่าง เพื่อให้ตนเองพ้นคำข้อครหา สิ่งที่บ่าวสาวผู้นี้ต้องสูญเสียความยุติธรรม เกิดจากฝีมือของหลี่จื้อที่เคยเป็นอดีตฮูหยินรองของสามีตนทั้งหมด นางชั่งเลือกชะตาที่มันชั่งน่าโหดร้ายต่อตัวนางเองแท้ๆ

            “ข้าน้อยรวบรวมเงินมาได้แล้วขอรับ ที่มาก็เพื่อจะขอไถ่ตัวน้องสาวของข้าน้อยขอรับ”

            บุรุษแปลกหน้ายื่นถุงใส่เงินพร้อมปิ่นทองคำที่ตนเคยขอยืมน้องสาวมาลงทุนค้าขายให้ทางฮูหยินใหญ่ได้ตรวจดู ภายในบรรจุเงินมาก็มากเอาการ แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องแปลกใจคือ หญิงผู้เรืองอำนาจนี้ไม่เอาเงินค่าไถ่ถอนคืนเลยแม้สักแดงเดียว เก็บไว้แต่เพียงปิ่นทองคำของสามีที่เคยให้ผิงผิงไปก็เท่านั้น

            “เงินนี้ข้าขอไม่รับนะ เพราะทางน้องสาวเจ้าให้อะไรต่อข้ามาก็มากแล้ว มากเสียจนข้าเองก็ละอายใจ”

            ชายแปลกหน้างุนงงไปชั่วครู่ ก่อนจะหันตามเสียงเรียกที่คุ้นเคยของน้องสาวตน

            “นั้นท่านพี่ใช่ไหมเจ้าคะ? ”

            ผิงผิงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น กี่ปีแล้วนะที่นางไม่ไม่ได้เจอพี่ชายของตนเลย

            “ผิงผิงนี่เจ้าเองรึ” บุรุษน่าแปลกเอ่ยถามหญิงสาวที่กำลังมุ่งตรงเดินเข้ามายังตรงจุดที่เขายืนอยู่

            “เจ้าค่ะ... น้องเอง” เสียงหวานเอ่ยขึ้นตอบ ใบหน้าหวานที่เปื้อนรอยยิ้ม น้ำตาแห่งความสุขได้พรั่งพรูออกมา

            “ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน ละแล้วท่านพ่อกับท่านแม่เล่าเจ้าคะ ท่านสบายดีไหม? ”

            “ทะท่านพ่อท่าแม่ของเรา เสียมาได้สองปีกว่าแล้ว พี่ต้องขอโทษเจ้า ที่พึ่งมาบอกเจ้าเอาป่านนี้..”

            “จะ จะ จริงรึเจ้าคะ”

            สุดเสียงพี่ชายสุดที่รักเอ่ยตอบน้องสาว ผิงผิงน้ำตาไหลเอ่อ เมื่อรู้ว่าพ่อและแม่ได้จากตนไปไม่หวนคืน น้ำตาแห่งความสุขมันชั่งสั้นเสียเหลือเกิน สำหรับนางแล้วช่วงเวลาไม่แบ่งปันความสุขให้นางแม้แต่น้อยเลยจริงๆ

            “วันนี้ที่ข้ามาก็เพื่อมาไถ่ตัวเจ้าคืน นี่เจ้ารู้อะไรไหม ฮูหยินท่านไม่เอาเงินเลยแม้แต่อีแปะเดียว เจ้าไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปอยู่กับพวกข้าเถอะนะน้องข้า”

            “ข้าขอเวลาคิดดูก่อนได้ไหมเจ้าคะท่านพี่”

            เตียนฟูเอ่ยชักชวนผิงผิง ให้ไปอยู่กับตนยังที่ที่เตรียมไว้ หญิงสาวมีสีหน้าทุกข์ใจเมื่อพี่ชายตนเอ่ยชวน นางต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตอีกครั้ง

            “ชายผู้นั้นมาทำอะไรหรือฮูหยิน”

            “มาขอพบผิงผิงเจ้าค่ะ”

            “ชายผู้นั้นคือชู้ของนางสินะ”

            ชายผู้ซึ่งเรืองอำนาจที่ยืนมองอยู่ไกลๆ เอ่ยถามภรรยาตนโดยทันที แต่สิ่งที่ตนถามทำให้เมียเอกของเขารับรู้ได้ทันทีว่า สามีของตนยังคงมีใจต่อสตรีเพศผู้นี้อยู่

            “ชู้... ชู้หรือเจ้าคะ!!!”

            ฮูหยินใหญ่กระหยิ่มยิ้มย่องภายในใจ นางนึกสมเพชชายผู้โง่เขลาผู้นี้เสียจริง หากนางจะตามพี่ชายตน กลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ก็สมควรแล้วที่นางจะไป

            “ใช่ชู้...!!!” เสียงเข้มแทรกขึ้น อนิจจาความร่ำรวย ก็มิได้ช่วยให้ดวงตาที่มืดบอดของเขา ได้ส่องสว่างมองเห็น ว่าอะไรคือหยกเนื้อดีบ้างเลย

            เมื่อจ้าวเยว่เห็นดังนั้นนางลอบถอนใจออกเบาๆ ให้กับความโง่งมของชายผู้เย่อหยิ่ง เข้าใจผิดทุกอย่างและทำร้ายคนที่ตนรัก

            “ท่านพี่เข้าใจอะไรผิดไหมเจ้าคะ นั้นพี่ชายแท้ๆ ของผิงผิงเลยนะเจ้าคะ ชู้เช้ออะไรกัน ท่านไปเอามาจากไหน”

            คำตอบของผู้เป็นเมียดังขึ้นมา

            “เออนี่เจ้าค่ะ... เตียนฟูฝากปิ่นทองคำนี้มาคืนผิงผิงเจ้าค่ะ พอดีครั้งนั้นที่มา เห็นว่ายืมไปลงทุนค้าขายด้วยนะเจ้าคะ แต่ด้วยไม่มีใครรู้ว่านางมีพี่ชาย ก็ได้ช่วยกันสร้างเรื่อง เพื่อให้นางมีชู้ดูไม่ดีเจ้าค่ะ”

            เหมือกำลังถูกคำพูดนาง ตบเข้าไปที่หน้าเพื่อเรียกสติคนโง่งมอย่างเขา เขาทวนคำตอบที่นางมีให้เมื่อครู่ ด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

            “พะพี่ชาย...จริงรึฮูหยินที่บอกว่าชายผู้นั้นคือพี่ชายนาง”

            “ใช่เจ้าค่ะ... และเห็นบอกว่าจะพานางไปอยู่ด้วยเจ้าค่ะ เราคงไม่ได้เจอนางอีเป็นแน่”

            ทำให้เขายืนตัวแข็งทื่อเหมือนต่อไม้ที่ไร้น้ำรด ความเหี่ยวเฉานำพาเขายืนเหม่อทะลุผ่านร่างของนางไป ความคิดเริ่มเหม่อหลุดลอยไป ภาพจำทุกอย่างเริ่มประเดประดังเข้ามา สายตาเขาเศร้าหมองน้ำตาเอ่อหุ่มรอบขอบตา

            (โถ่ผิงผิง เมียสุดที่รักของข้า ข้าชั่งสร้างตราบาปไว้ให้เจ้ามากเสียเหลือเกิน)

            หมิงเฟยน้ำตาตกช้ำใจตน เพียงเพราะตนช่างโง่เขลาเบาปัญญา ให้ความหึงที่หน้ามืดตัวมัวนี้มามีอำนาจมากกว่าความรักและความไว้เนื้อเชื่อใจเมียสาวคนนี้ เขายิ่งคิดก็ยิ่งค้นใจตนเป็นอย่างมาก

            ความคิดก็พลันผลุดขึ้นเข้ามายังในหัว ชายผู้สูงศักดิ์ยิ้มกริ่มภายในใจ

            ภายในเย็นวันนั้นเขาได้ทำการวางแผนออกมา เพื่อที่จะง้อเมียบ่าวของตน แต่เขาต้องผิดหวังเมื่อเมียบ่าวผู้นี้ นางไม่แม้แต่จะชายตามองเขาเลยแม้แต่น้อย หมิงเฟยเริ่มเดินหน้านับหนึ่งเริ่มจีบแม่นางในดวงใจใหม่ทั้งหมด สิ่งที่เขาไม่เคยทำกลับนำมาทำต่อผิงผิง แต่ในสายตาของนางในตอนนี้นั้น เขาก็เป็นเพียงแค่นายท่าน ผู้โหดเหี้ยมอำมหิต ไร้ความปรานี ต่อนางเพียงเท่านั้น หากถามถึงความรักนางไม่มีเหลือแม้เยื่อใยด้วยซ้ำ ที่นางยังคงต้องอยู่ก็เพราะลูกสาวของนางในตอนนี้

            ความเจ็บปวดที่นางเคยได้รับจากชายที่มากด้วยตัณหา ไม่จางหาย หรือถูกลบออกจากความทรงจำของนางได้ ต่อให้เขาจะทำดีมากสักแค่ไหน นางก็ไม่มีวันปันใจเขาได้อีกสักนิดเดียว

            ด้วยที่นางเป็นคนใจแข็งดั่งหินผา ยากต่อการเอาชนะใจของนางได้ ตกกลางดึกโหวหมิงเฟยได้ย่องเข้าไปหาผิงผิง โดยคิดที่จะรวบหัวรวบหางนาง ให้รู้แล้วรู้รอดไป จะได้จบเรื่องนี้เสียที

            แต่ในท้ายที่สุด ผิงผิงตกลงปรงใจยอมเป็นของท่านโหวผู้ยิงใหญ่ ราวกับว่าชายผู้เรืองอำนาจนี้จะชนะแล้ว แต่สิ่งที่โหวหมิงเฟยไม่คาดคิดคือ นางกำลังจะจากที่นี่ไปอย่างถาวร

            ที่ผิงผิงต้องจากไปเป็นเพียงเพราะ ชายผู้นี้คนเดียว นางไม่อยากถูกกระทำแบบเดิมอีกแล้ว เข้าใจว่าความกลัวของนางมันทำให้นาง ไม่แม้แต่จะเชื่อใจเขาอีกครา และหญิงผู้นี้ ต้องการมอบบทเรียนนี้ให้กับชายแก่ตัณหากลับผู้นี้

            หลังจากวันที่ผิงผิงจากจวนนี้ไป บุรุษผู้เรืองอำนาจล้มป่วยกะทันหันและจากไปอย่าสงบจากการตรอมใจคิดถึงนางในดวงใจที่ชื่อผิงผิง