จักรพรรดิคนที่ 11

    บทที่ 34: สายสัมพันธ์

            แสงสลัวยามรุ่งอรุณสาดส่องผ่านหน้าต่างของสมาคมฮันเตอร์สาขาเมืองฉงอัน แสงนั้นต้องแสงกับละอองฝุ่นที่ลอยระยิบระยับในอากาศ หลี่ชิงเดินเข้ามาในโถงทางเดินอย่างเงียบเชียบ ร่างกายของเขาแม้จะยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ แต่ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ที่ยาวนานใน 'หุบเขาลืมเลือน' ก็ยังคงปรากฏให้เห็นในแววตาที่ลุ่มลึก เขากลับมาพร้อมกับความรู้สึกที่แตกต่างออกไป เขากลับมาในฐานะผู้ที่เอาชนะดันเจี้ยนแรงค์ A เพียงลำพัง และได้เผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของโลกฮันเตอร์ในระดับสูง

    เมื่อหลี่ชิงเดินเข้าไปยังเคาน์เตอร์ เจ้าหน้าที่ลีน่าก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง เธอจำเขาได้ทันที และดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจระคนโล่งใจ

            "ฮันเตอร์หลี่ชิง! คุณ... คุณกลับมาแล้วจริงๆ ด้วย!" ลีน่าอุทาน เสียงของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เพราะการหายตัวไปในดันเจี้ยนแรงค์ A เพียงลำพังนั้น มักจะจบลงด้วยข่าวร้ายเสมอ "หัวหน้าหวังจินกำลังรอพบคุณอยู่เลยค่ะ! ได้โปรดติดตามฉันมาทางนี้เลยค่ะ"

            หลี่ชิงพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเดินตามลีน่าไปตามทางเดินที่มืดสลัวกว่าปกติ เนื่องจากยังเช้าอยู่ ภายในห้องทำงานของหวังจิน หัวหน้าแผนกจัดการข้อมูล หวังจินนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่หน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงผลข้อมูลบางอย่าง เมื่อเห็นหลี่ชิงเดินเข้ามา เขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด

            "หลี่ชิง! ในที่สุดนายก็กลับมา!" หวังจินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แต่แววตาแฝงด้วยความประทับใจ "ฉันได้รับรายงานจากฮันเตอร์บารอน คาร์เตอร์ เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นใน 'หุบเขาลืมเลือน' เขาเล่าว่านาย... ได้เข้าแทรกแซงการต่อสู้และจัดการกับไทรแอนท์บีสต์ได้อย่างง่ายดาย รวมถึง... การปะทะกับกลุ่มเงาสีชาดในส่วนลึกของดันเจี้ยนด้วย"

    หวังจินหยุดชั่วครู่ พลางพิจารณาใบหน้าของหลี่ชิง "นายจัดการพวกมันได้หมดเลยใช่ไหม? ทั้งเคียวโลหิตและนักฆ่าคนนั้น?"

    หลี่ชิงพยักหน้าอย่างเงียบงัน "ใช่ครับ ผมจัดการพวกมันได้หมด"

            หวังจินถอนหายใจอีกครั้ง "ฉันไม่เคยคิดว่าจะมีฮันเตอร์คนใดที่สามารถทำเรื่องแบบนี้ได้เพียงลำพังในดันเจี้ยนแรงค์ A โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ฮันเตอร์ที่มีแรงค์ E อย่างนาย" น้ำเสียงของหวังจินมีทั้งความเคารพและปริศนาแฝงอยู่ เขารู้ว่าหลี่ชิงไม่ใช่ฮันเตอร์ธรรมดา แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจแก่นแท้ของพลังที่หลี่ชิงครอบครอง

    "การปะทะกับ 'ผู้พิทักษ์โบราณ: วอลกี้เรียเงา' ก็เป็นฝีมือของนายด้วยใช่ไหม? บารอน คาร์เตอร์ ได้ยินเสียงการต่อสู้ที่ดังสนั่นไปทั่วส่วนลึกของดันเจี้ยน" หวังจินถาม และในฐานะหัวหน้าแผนก เขาได้รับข้อมูลเร็วกว่าฮันเตอร์ทั่วไปเสมอ

    หลี่ชิงพยักหน้าอีกครั้ง "ใช่ครับ ผมจัดการมันได้แล้ว"

            หวังจินจ้องมองหลี่ชิงด้วยแววตาที่อ่านยาก เขานึกถึงการที่หลี่ชิงถูกประเมินคลาส 'ดาบ' ด้วยแรงค์ E เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ "หลี่ชิง... ความสามารถของนายนั้นเกินกว่าทุกขีดจำกัดที่เรารู้จัก มันเป็นความลับที่สมาคมต้องการทำความเข้าใจ แต่เราก็จะไม่ก้าวก่ายมากไปกว่านี้" เขาหยุดครู่หนึ่ง "นายต้องการอะไรเป็นการตอบแทนสำหรับการทำภารกิจลับที่ 'หุบเขาลืมเลือน' และการกวาดล้างกลุ่มเงาสีชาดหรือไม่? ชื่อเสียงของพวกมันโด่งดังในโลกใต้ดิน พวกมันเป็นภัยคุกคามระดับสูงที่ยากจะจัดการ"

    "ผมต้องการข้อมูลครับ" หลี่ชิงตอบ "ข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนระดับสูง และข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้ปลุกพลังชั่วร้ายอื่นๆ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการเมืองและโครงสร้างอำนาจของโลกฮันเตอร์"

    หวังจินพยักหน้าช้าๆ "ฉันจะจัดเตรียมข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่เราจะเปิดเผยได้... แต่ก่อนอื่น มีหลายองค์กรที่ต้องการพบกับนาย"

            ไม่นานนัก หลี่ชิงก็ตระหนักว่าการกระทำของเขาใน 'หุบเขาลืมเลือน' นั้นไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไป รายงานของบารอน คาร์เตอร์ รวมถึงการที่เขาหายไปในดันเจี้ยนแรงค์ A และกลับมาอย่างปลอดภัย ได้สร้างความตกตะลึงและเป็นที่กล่าวขานไปทั่วในหมู่ฮันเตอร์ระดับสูง

    วันถัดมา หลี่ชิงได้รับการติดต่อจากผู้แทนจากองค์กรชั้นนำต่างๆ มากมาย

            ข้อเสนอแรกมาจาก 'กิลด์มังกรทมิฬ' หนึ่งในสามกิลด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย ผู้แทนคือฮันเตอร์ชายในชุดเกราะสีดำ ดวงตาเฉียบคมราวกับเหยี่ยว "ฮันเตอร์หลี่ชิง" เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ "กิลด์มังกรทมิฬขอเชิญคุณเข้าร่วมเป็นสมาชิก เราพร้อมมอบทุกสิ่งที่ฮันเตอร์ระดับ S+ พึงจะได้รับ ทั้งทรัพยากรไม่จำกัด ดันเจี้ยนส่วนตัว และตำแหน่งผู้บังคับบัญชาหน่วยพิเศษ พร้อมด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาความสามารถของคุณให้ถึงขีดสุด"

    หลี่ชิงส่ายหัวช้าๆ "ผมขอโทษครับ ผมไม่ต้องการเข้าร่วมกิลด์ใดๆ ผมชอบทำงานเพียงลำพังมากกว่า"

    ผู้แทนกิลด์มังกรทมิฬดูประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจ "น่าเสียดายอย่างยิ่ง หวังว่าคุณจะคิดทบทวนใหม่ในอนาคต หากคุณต้องการความช่วยเหลือใดๆ โปรดติดต่อมายังกิลด์ของเราได้เสมอ"

            ข้อเสนอถัดมามาจาก 'สมาคมฮันเตอร์โลก' ซึ่งเป็นองค์กรควบคุมฮันเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พวกเขาเสนอตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษด้านปฏิบัติการลับ ให้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลระดับสูงสุด และเข้าร่วมภารกิจที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของโลก หลี่ชิงปฏิเสธข้อเสนอที่จะผูกมัดตนเองเช่นกัน แต่ก็รับข้อมูลเกี่ยวกับ 'เกทปริศนา' ที่เพิ่งปรากฏขึ้นในเขตอาร์กติก ซึ่งสมาคมยังไม่สามารถระบุระดับความอันตรายได้อย่างแน่ชัด แต่เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับ 'จักรพรรดิน้ำแข็ง'

            ในช่วงหลายวันต่อมา หลี่ชิงใช้เวลาอ่านข้อมูลที่หวังจินจัดเตรียมให้ รวมถึงข้อมูลจากองค์กรอื่นๆ ที่เขาไม่ได้เข้าร่วม การเมืองในโลกฮันเตอร์นั้นซับซ้อนกว่าที่เขาคิดมาก กิลด์ใหญ่ๆ แข่งขันกันเพื่อแย่งชิงทรัพยากรและอิทธิพล องค์กรใต้ดินอย่าง 'เงาสีชาด' ก็มีเครือข่ายที่กว้างขวาง และดูเหมือนจะมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ปลุกพลังที่ชั่วร้ายที่ทรงอิทธิพลกว่านี้เสียอีก

    เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับ 'สิบจักรพรรดิ' ผู้ปกป้องโลก พวกเขาไม่ใช่แค่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ยังเป็นผู้กำหนดทิศทางของโลกฮันเตอร์ การตัดสินใจของพวกเขาเพียงครั้งเดียวสามารถสั่นสะเทือนทั้งโลกได้

    "จักรพรรดิแต่ละคนต่างมีแนวทางและความคิดที่แตกต่างกันออกไป" หวังจินอธิบายเมื่อหลี่ชิงไปปรึกษา "บางคนเน้นการปราบปรามอย่างเด็ดขาด บางคนเน้นการรักษาความสมดุล บางคนก็เก็บตัวและแทบจะไม่ปรากฏตัวเลย"

    "แล้วมีใครที่รู้จักคลาส 'ดาบ' แบบที่ผมเป็นบ้างไหมครับ?" หลี่ชิงถามด้วยความหวัง

    หวังจินส่ายหน้า "เท่าที่เรามีข้อมูลมา ไม่มีใครเคยปลุกคลาสที่เรียบง่ายขนาดนั้นได้ และไม่มีใครเคยได้ยินเรื่องคลาสที่ไม่มีการระบุระดับความหายากเลย... นี่เป็นปริศนาของนายโดยเฉพาะ"

    หลี่ชิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจได้ว่าเขาต้องพึ่งพาตัวเองต่อไป

            ในขณะที่หลี่ชิงได้รับการยอมรับและข้อเสนอมากมาย เขาก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาจากเงามืดเช่นกัน หลังจากการกวาดล้างกลุ่มเงาสีชาดครั้งล่าสุด ชื่อของ 'ฮันเตอร์ปริศนา' หรือ 'ฮันเตอร์ดาบดำ' กลายเป็นที่หวาดกลัวในหมู่ผู้ปลุกพลังชั่วร้ายระดับสูง ข่าวลือแพร่สะพัดว่ามีนักฆ่าที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยมคนหนึ่งกำลังไล่ล่าสังหารผู้ปลุกพลังชั่วร้ายอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่พวกมัน สายสัมพันธ์ที่เขาสร้างขึ้นก็มีทั้งที่เป็นมิตรและเป็นศัตรู

    วันหนึ่ง หลี่ชิงได้รับการติดต่อจากบุคคลที่ไม่คาดฝัน เขาคือบารอน คาร์เตอร์ 'โล่แห่งหินผา' ที่เขาเคยช่วยเหลือไว้ใน 'หุบเขาลืมเลือน' บารอนไม่ได้เสนอให้เข้าร่วมกิลด์ แต่เสนอ 'พันธมิตรที่ไม่เป็นทางการ'

            "ฮันเตอร์ปริศนา" บารอนกล่าวผ่านการสื่อสารทางจิต "ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร หรือมีพลังเท่าไร แต่ผมสัมผัสได้ว่าคุณเป็นคนดี และมีเป้าหมายที่จะกำจัดภัยคุกคามที่แท้จริงออกไปจากโลกนี้ หากคุณต้องการข้อมูลหรือการสนับสนุนใดๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการผูกมัดตัวเองในอนาคต คุณสามารถติดต่อผมได้เสมอ ผมมีเครือข่ายข้อมูลบางอย่างที่เราอาจจะแลกเปลี่ยนกันได้"

    "น่าสนใจ" หลี่ชิงตอบด้วยน้ำเสียงที่บารอนไม่สามารถคาดเดาได้ "ผมจะพิจารณาข้อเสนอของคุณ"

            สายสัมพันธ์ใหม่นี้ทำให้หลี่ชิงรู้สึกว่าโลกของฮันเตอร์นั้นไม่ได้มีเพียงแค่การต่อสู้กับมอนสเตอร์ แต่ยังมีการเมือง การวางแผน และการสร้างเครือข่ายที่ซับซ้อน ยิ่งเขาแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตระหนักถึงการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหลังฉากมากขึ้นเท่านั้น

            ในที่สุด หลี่ชิงก็ตัดสินใจที่จะรับภารกิจลับหนึ่งภารกิจที่สมาคมฮันเตอร์โลกเสนอ มันเป็นภารกิจ 'สืบสวนและกวาดล้างรังลับของกลุ่มลัทธินิยม' ที่เชื่อว่ากำลังวางแผนการก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ในเมืองหลวงอีกแห่งหนึ่ง กลุ่มลัทธินี้ไม่ได้เป็นแค่ผู้ปลุกพลังชั่วร้ายธรรมดา แต่ยังดูเหมือนจะมีความเชื่อมโยงกับพลังงานที่มืดมิดและเก่าแก่กว่าที่เคยเจอมา

    "ภารกิจนี้มีความเสี่ยงสูงมาก หลี่ชิง" หวังจินเตือน "ข้อมูลที่เรามีเกี่ยวกับพวกมันยังน้อยมาก แต่เราเชื่อว่าพวกมันมีผู้ปลุกพลังระดับสูงที่เป็นผู้นำอยู่"

    "ผมจะไปเองครับ" หลี่ชิงตอบอย่างมั่นใจ นี่คือความท้าทายใหม่ที่เขาต้องการ ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยพละกำลัง แต่เป็นการใช้ไหวพริบและการลอบเร้นเพื่อเจาะเข้าไปในองค์กรลับ

            หลี่ชิงใช้เวลาหลายวันในการศึกษาแผนที่ของเมืองเป้าหมาย และข้อมูลเท่าที่สมาคมมีเกี่ยวกับกลุ่มลัทธินั้น ภารกิจนี้ต้องใช้ทักษะ [ดาบเงาลวงตา] และความสามารถในการลอบเร้นของเขาอย่างเต็มที่ เพื่อแทรกซึมเข้าไปในฐานลับของศัตรูโดยไม่ให้ถูกจับได้ และรวบรวมข้อมูลที่จำเป็น

            ในยามค่ำคืนอันมืดมิด หลี่ชิงในชุดสีดำมิดชิดพร้อมฮู้ดที่ปกปิดใบหน้า ก็เคลื่อนที่ไปตามเงามืดของเมืองหลวง เขาใช้ [ดาบเงาลวงตา] เพื่อเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งอย่างรวดเร็วและไร้ร่องรอย หลีกเลี่ยงสายตรวจของเมือง และกล้องวงจรปิด เขาเจาะเข้าไปในอาคารร้างที่เชื่อว่าเป็นฐานลับแห่งหนึ่งของกลุ่มลัทธินั้น

            ภายในอาคาร เขาต้องใช้ทักษะการลอบเร้นที่ฝึกฝนมาอย่างดี เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับจากยามและกับดักพลังเวทมนตร์ที่มองไม่เห็น เขาได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยกันด้วยภาษาที่แปลกประหลาดในห้องโถงลับใต้ดิน และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังงานมืดที่เข้มข้นยิ่งขึ้น

            หลี่ชิงใช้ [ดาบเงาลวงตา] ลอบเข้าไปในห้องโถงลับที่มืดมิด เขาเห็นกลุ่มคนในชุดคลุมกำลังทำพิธีกรรมบางอย่างรอบแท่นบูชาที่มีสัญลักษณ์ประหลาดอยู่กลางห้อง หัวหน้ากลุ่มเป็นชายร่างสูงใหญ่ สวมหน้ากากกระดูกและแผ่ออร่าพลังงานที่น่าสะพรึงกลัว

    "พวกแก... กล้ามากที่มาขัดขวางพิธีกรรมของพวกเรา!" หัวหน้ากลุ่มลัทธิคำรามเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของหลี่ชิง

            การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น หลี่ชิงต้องเผชิญหน้ากับผู้ปลุกพลังที่ถูกลัทธิควบคุมจิตใจหลายคน และตัวหัวหน้าลัทธิที่มีพลังเวทมนตร์เงาที่ร้ายกาจ เขายังคงรักษาระดับการใช้พลังไม่ให้เกิน 90% เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงของคลาส [ดาบ]

            หลี่ชิงใช้ [เพลงดาบวายุ] ฟันปัดป้องการโจมตีของลูกน้อง ก่อนจะใช้ [ฟันดาบฉับพลัน] เข้าประชิดตัวหัวหน้าลัทธิ แต่หัวหน้าลัทธิก็ร่ายเวทสร้างกำแพงเงาขึ้นมาป้องกัน พร้อมกับเรียกวิญญาณเงาออกมาโจมตีจากทุกทิศทาง หลี่ชิงต้องใช้ [กำแพงดาบ] และ [ดาบเงาลวงตา] เพื่อหลบหลีกและป้องกันการโจมตีที่ไม่คาดคิด

    "พลังของเจ้ามันน่าสนใจ... แต่ยังไม่พอที่จะหยุดยั้งพิธีกรรมนี้ได้!" หัวหน้าลัทธิหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาเริ่มร่ายเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม พลังงานมืดไหลเวียนเข้ามาในห้องโถง ทำให้บรรยากาศกดดันจนหายใจแทบไม่ออก

            หลี่ชิงไม่รอช้า เขาใช้ [จิตดาบราชันย์] เพื่อกดดันหัวหน้าลัทธิ ทำให้การร่ายเวทของเขาสะดุดลงชั่วขณะ ก่อนจะตามด้วย [คลื่นดาบ] ที่เสริมพลังสูงสุด พลังคลื่นดาบพุ่งเข้าปะทะกำแพงเงาอย่างรุนแรง ทำลายมันลงในพริบตา และซัดเข้าใส่หัวหน้าลัทธิเต็มๆ

    เคร้งงง!

    หัวหน้าลัทธิถูกซัดกระเด็นไปชนแท่นบูชา ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผล แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดได้ มันเป็นความอึดที่น่าตกใจ

    หลี่ชิงไม่เปิดโอกาสให้หัวหน้าลัทธิได้ฟื้นตัว เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า เตรียมจบการต่อสู้ในจังหวะที่หัวหน้าลัทธิพยายามจะลุกขึ้น ติ๊ง! 

    เขามุ่งเป้าหมายไปที่หัวหน้าลัทธิที่กำลังบาดเจ็บหนัก และสังหารมันในที่สุด

            เมื่อหัวหน้าลัทธิตายลง พลังงานมืดในห้องโถงก็สลายไปอย่างรวดเร็ว ลูกน้องที่ถูกควบคุมก็หมดสติไป หลี่ชิงใช้เวลาไม่นานนักในการเก็บข้อมูลสำคัญที่เขาพบในห้องลับใต้ดินนั้น มันเป็นข้อมูลเกี่ยวกับแผนการของกลุ่มลัทธิ และการเชื่อมโยงกับองค์กรที่ใหญ่กว่าที่เรียกว่า 'เงาแห่งหายนะ' ซึ่งดูเหมือนจะมีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์หายนะหลายครั้งที่เกิดขึ้นทั่วโลก

            เขากลับมายังสมาคมฮันเตอร์ในเช้าวันรุ่งขึ้น มอบข้อมูลที่ได้มาให้หวังจิน การค้นพบของหลี่ชิงสร้างความตกตะลึงให้กับสมาคมฮันเตอร์โลกอย่างมาก แผนการของ 'เงาแห่งหายนะ' นั้นร้ายกาจและซับซ้อนเกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิด

            เมื่อภารกิจสำเร็จและเลเวลของเขาพุ่งขึ้นถึง 68 หลี่ชิงรู้สึกว่าเขามีความเข้าใจในโลกของฮันเตอร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น มันไม่ใช่แค่การกำจัดมอนสเตอร์อีกต่อไป แต่มันคือการต่อสู้เพื่ออำนาจ อิทธิพล และการเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดของสังคม

    เขาได้สร้างสายสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิด และได้สร้างศัตรูที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม แต่เขาก็รู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น การเดินทางของเขายังอีกยาวไกลนัก และ 'เงาแห่งหายนะ' ก็กำลังรอคอยเขาอยู่เบื้องหน้า…