ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 43 ยังมีนกขมิ้นอีกตัว

            “ฮะๆ เพื่อขอบคุณที่ทุกท่านพาพวกข้ามาหาโกมลผลึกกุหลาบโลหิตสำเร็จพวกเราตัดสินใจจะส่งพวกท่านให้ไปดีเสียแต่ตอนนี้...”

            บุรุษชุดเขียวหัวเราะเพลิดเพลินยั่วเย้า

            บรรดาโจรอย่างชายหัวโล้น ชายเตี้ยแคระ เป็นต้น หน้าเปลี่ยนสี ต่างคนต่างโกรธขึ้งและตระหนก

            กระบี่เดียวปลิดวิญญาณ!

            ชายหน้าบากผู้พลังเป็นอันดับสองของกลุ่มโจรกลับถูกฟันขาดเป็นสองท่อนในกระบี่เดียวไม่ทันได้ส่งเสียงร้องสักแอะก็สิ้นใจคาที่

            หนุ่มสาวอายุไม่ถึงยี่สิบปีตรงหน้าไม่น่าท้าทายถึงเพียงนี้เลย

            “ฮึ หากมิใช่เพราะรอโกมลผลึกกุหลาบโลหิตอยู่ พวกแกจะรอดมาจนถึงป่านนี้หรือตายเสียเถอะ”

            ไม่พูดมากความ ชายชุดเขียวคว้ากระบี่ปรี่เข้าใส่ทันใด

            เหล่าโจรรีบเข้ารับหน้า

            “ไอ้เด็กเวร อย่าบ้าคลั่งให้มันมากนัก” ชายเตี้ยแคระคำรามโกรธเกรี้ยว

            “เฮอะ!”

            บุรุษชุดเขียวเหยียดยิ้มไม่ยี่หระ กระบี่เล่มยาวในมือส่งเสียงสั่นแจ่มชัดความเร็วของอานุภาพดุจภาพมายาสายฟ้าแลบ

            ฉัวะ

            ชายเตี้ยแคระรู้สึกเหมือนนัยน์ตาถูกแสงกระบี่ทิ่มแทงให้เจ็บปวด ชั่วพริบตาความปวดร้าวรุนแรงหาใดเปรียบก็ลุกลามจากไหล่ขวาไปจนทั่วร่าง

            สิ้นห่าฝนโลหิตเริงระบำ ไหล่ครึ่งหนึ่งของเขาก็ถูกฟันจนขาด

            ชายเตี้ยแคระตาแทบถลนออกจากเบ้า สีหน้าพลันซีดขาวราวกับกระดาษ

            เสียงกรีดร้องรวดร้าวยังติดอยู่ในลำคอ แสงกระบี่แวบวาบ หัวของเขาพลันหลุดออกจากบ่าโลหิตพุ่งกระฉูดกระเซ็นดั่งน้ำพุ

            สังหารสองชีวิตติดต่อกันแท้ๆ แต่ชายชุดเขียวกลับไม่เปลี่ยนสีหน้าอันใดเลย

            และเขาก็ไร้ท่าทีจะหยุดยั้งเพียงเท่านั้น ลงมือประหัตประหารโจรที่เหลืออีกครั้ง

            เสียงกรีดร้องดังขึ้นติดต่อกัน แขนขาแหลกละเอียดปลิวว่อน

            ...

            “วิชากระบี่ของซางเจ๋อก้าวหน้าขึ้นมากนะนี่!”

            บนกิ่งไม้ของพฤกษาสูงเสียดฟ้าบุรุษหนุ่มองอาจผู้นั้นเอื้อนเอ่ยด้วยรอยยิ้มกระหยิ่ม

            เด็กสาวหน้าตาเกลี้ยงเกลาข้างกันยิ้มรับชำเลืองมองไปทางโกมลผลึกกุหลาบโลหิต “แย่แล้วโกมลผลึกกุหลาบโลหิตกับโจรหัวโล้นนั่นหายไปแล้ว”

            บุรุษหนุ่มข้างกันเพ่งสายตาชายฉกรรจ์หัวโล้นที่เคยยืนอยู่ทางนั้นหายไปไร้ร่องรอย

            โกมลผลึกกุหลาบโลหิตเองก็ถูกเด็ดไปด้วย

            เห็นทีชายหัวโล้นคงเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเด็ดโกมลผลึกกุหลาบโลหิตลอบหลบหนีไปตั้งแต่แรกทอดทิ้งพี่น้องที่เหลือของเขาไปไม่ไยดี

            “ฮึ หนีเร็วนักนะ” ชายหนุ่มผู้ดูแกล้วกล้ากำหมัด เอ่ยเสียงต่ำ “ซินเหวินพวกเราไปกัน ที่นี่ซางเจ๋อคนเดียวก็เอาอยู่”

            “ได้เลย ศิษย์พี่หลินไห่”

            ว่าจบทั้งสองก็โจนทะยานจากต้นไม้ มุ่งหน้าตามไปยังทิศทางหนึ่งของป่า

            ...

            “พวกเด็กเวร”

            ห้วงเวลานี้ ชายหัวโล้นลัดเลาะหนีในไพรพนาด้วยความเร็วสูงสุด

            เขานึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะมีคนรอเป็น ‘นกขมิ้น’ เบื้องหลังพวกเขาอยู่ คนเราหากไม่ทำเพื่อตนเองฟ้าดินคงวินาศสันตะโร...ในสถานการณ์เช่นนี้เขาทำได้แค่ทอดทิ้งเพื่อนร่วมชะตากรรมแล้วนำโกมลผลึกกุหลาบโลหิตหลบหนีไปคนเดียว

            “ฮะๆ แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันหินผลึกหยวนขั้นสูงที่แลกกับโกมลผลึกกุหลาบโลหิตจะได้เป็นของข้าเพียงผู้เดียว”

            หวนคิดถึงตรงนี้ ชายหัวโล้นก็ผุดยิ้มพึงใจอันมืดมนออกมา

            “เฮอะๆ แกจะด่วนดีใจเกินไปแล้ว” ฉับพลัน เสียงอันยั่วเย้าก็ดังมาจากเบื้องหน้า

            อะไร?

            ชายหัวโล้นตกใจในพลัน ไม่ทันได้ตอบสนอง เสียง ‘ปั้ก’ ก็ดังขึ้น ต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้าถูกผ่ากลาง

            เศษไม้ปลิวว่อน หอกสีดำแหลมคมกรีดผ่าอากาศธาตุจู่โจมมาจากเบื้องหลังร่มไม้ใหญ่อานุภาพสุดต้านทาน

            ฉัวะ

            โลหิตกระเซ็นในอากาศ หอกยาวสีดำคมกริบแทงทะลุลำคอชายหัวโล้นปลายหอกอาบเลือดทะลุออกมาที่หลังคอ

            หอกเดียว รวดเร็วฉับไว โจมตีเพียงครั้งล้างผลาญชีวิต

            โจรหัวโล้นเบิกตากว้าง ตาแทบถลน เลือดสดพร่างพรูออกจากปากนัยน์ตาที่แทบถลนออกจากเบ้าสะท้อนภาพใบหน้าหล่อเหลางดงามภาพหนึ่ง

            “ไปดีไม่ขอส่ง!”

            ฉัวะ

            ฉู่เหินขยับมือเล็กน้อย ดึงหอกเงามืดออกมาชายหัวโล้นอ่อนแรงล้มลงกับพื้นราวกับกองโคลน

            สังหารโจรที่ชั่วช้าดุร้ายถึงที่สุดเช่นนี้ สังหารก็คือสังหาร

            ฉู่เหินไม่คิดเห็นใจเลยแม้สักนิด

            เขานั่งยองๆ ลงหยิบแหวนเก็บของในมืออีกฝ่ายออกมา ส่งจิตเข้าไปพอยืนยันแล้วว่าโกมลผลึกกุหลาบโลหิตอยู่ด้านใน ฉู่เหินก็ผุดยิ้มสมใจ

            “ฮะ ขุนโจรเช่นเจ้าเก็บรวบรวมของดีไว้ไม่น้อยเลยนี่ ขอบใจสำหรับ ‘มรดก’ ของเจ้านะ”

            พลันนั้น ฉู่เหินก็หยิบแหวนใส่ของโจรเก็บเข้าแหวนใส่ของตนเองอย่างเปิดเผย

            ตอนนั้นเองที่ฉู่เหินสัมผัสได้ชัดเจนถึงกลิ่นอายสองสายซึ่งมุ่งตรงมาทางนี้อย่างเร็วรี่

            จะหยุดอยู่ที่นี่นานไม่ได้!

            ฉู่เหินไม่ลังเล หันกายจากไป หายลับในส่วนลึกของไพรพนาในบัดดล

            ...

            “อยู่ตรงนั้น!”

            ยามฉู่เหินเพิ่งจากไปไม่นานหลินไห่และซินเหวินสองหน่อที่ไล่ตามชายฉกรรจ์หัวโล้นก็มาถึงพอเห็นชายหัวโล้นกลายเป็นศพนอนอยู่บนพื้น ทั้งสองก็สบตากัน ต่างก็เห็นแววประหลาดใจในดวงตาของอีกฝ่าย

            ฟิ้ว!

            ขณะเดียวกันนั้นเอง ร่างอันเฉียบคมอีกสายก็มาถึงจุดหมายเป็นคนต่อมา

            บุรุษชุดเขียวผู้เพิ่งเข่นฆ่าโจรโฉดจนหมด ซางเจ๋อนั่นเอง

            “เกิดอะไรขึ้น? ได้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาไหม?”ซางเจ๋อถาม

            ซินเหวินส่ายหน้า ดวงตาฉายแววฉงนหลายส่วน

            หลินไห่กลับเดินไปข้างศพชายฉกรรจ์หัวโล้นตรวจสอบปากแผลเล็กน้อยก็ลุกขึ้นพูด “ตายในการโจมตีครั้งเดียวเห็นทีนอกจากพวกเราแล้ว จะยังมี ‘นกขมิ้น’ อีกตัวด้วย”

            “หึ!” ซางเจ๋อดวงตาเรืองแววเยือกหนาวจิตสังหารเย็นยะเยียบอบอวลเงียบเชียบ “ข้าไม่สนว่าจะเป็นนกขมิ้นเยี่ยงไรจักไม่ปล่อยคนที่บังอาจหลอกใช้พวกเราไปเช่นนี้แน่”

            ทั้งสามพยักหน้าโดยไม่ได้นัดหมายพอแยกแยะรอยเท้าบนพื้นดูแล้วก็พอจะคาดเดาทิศทางที่อีกฝ่ายหลบหนีไปได้จึงรีบไล่ตามไป

            ...

            ในป่าลึกอันอับชื้นและมืดมิด

            ยามนี้ละครฉาก ‘เจ้าหนีข้าตาม’ กำลังได้ที่

            ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ข้างหลัง!

            ฉู่เหินเป็น ‘ชาวประมง’ ไปแล้ว คว้าโกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาได้อย่างราบรื่น ทว่า ‘นกขมิ้น’ ก็หาได้ยอมดีไม่อันตรายครั้งใหม่จึงไล่หลังตามมา

            เห็นได้ชัดว่าทั้งสามคนเบื้องหลังมีประสบการณ์ตามรอยในป่า

            ยากที่จะสลัดพวกเขาหลุดได้ในช่วงเวลาอันสั้น

            “พลังทั้งสามแกร่งมาก หากประมือกับพวกนั้นต่อหน้า ข้าคงไม่มีโอกาสชนะแน่...”ฉู่เหินตรึกตรองอย่างลับๆ หว่างคิ้วปรากฏแววนิ่งครึ้มหลายส่วน

            ลำพังเพียงบุรุษชุดเขียวที่ลงมืออยู่คนเดียวเมื่อครู่ก็มีตบะขั้นต่ำระดับเชื่อมหยวนขั้นสองแล้วอาจจะมากกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ อีกสองคนต้องระดับพอกันเป็นแน่แท้ หากทั้งสามร่วมมือกันฉู่เหินก็ไม่ต้องคิดเลย เขาจึงทำได้แค่หนีไม่มีทางเลือกอื่น

            “ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้เรื่องแน่จะถูกตามเจอเมื่อใดก็แค่ช้าหรือเร็วเท่านั้น”

            ฉู่เหินอดร้อนรนไม่ได้ หรือจะต้องให้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตไปจริงๆ?

            ยามฉู่เหินคิดหนักอยู่นั้นเองสัตว์ปีศาจสีเทาก็ปรากฏตัวจากพุ่มหญ้าเบื้องหน้ากะทันหันมันเป็นลิงขนสีเทาตัวหนึ่ง ร่างกายสูงเท่าคนอายุสิบห้าสิบหกเห็นจะได้มือเท้าเต็มไปด้วยกรงเล็บแหลม

            ลิงวิญญาณขนดำ ปีศาจขั้นต่ำขั้นเจ็ด

            ฉู่เหินผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา เขาคลี่ยิ้มชั่วร้ายออกมา

            ...

            “เจ้านั่นเปลี่ยนทางไปแล้ว”

            ซินเหวินในบรรดาสามคนที่ไล่ตามมาเอ่ยขึ้น หลินไห่ ซางเจ๋อพยักหน้ารับดูจากรอยเท้าบนพื้นกับบนกิ่งไม้แล้วสามารถตัดสินเส้นทางที่อีกฝ่ายหลบหนีไปได้อย่างชัดเจน

            “ดูซิว่ามันจะหนีได้สักกี่น้ำ?”

            ซางเจ๋อดวงตาวาววามเยือกเย็นแวบหนึ่ง เร่งฝีเท้าไล่ล่าขึ้นอีก

            สิบนาทีผ่านพ้นไป ร่างที่โลดโผนโจนทะยานในป่าดงเปิดเผยแก่สายตาทั้งสาม

            “ฮึ นับว่าหาไอ้ระยำนี่เจอแล้ว ดูซิเจ้าจะหนีไปไหนได้?” ซางเจ๋อรีบเหาะเข้าไป ตะคอกเสียงต่ำ “ไม่อยากตายก็ยืนอยู่เฉยๆ เสีย”

            อีกฝ่ายไม่สนใจ ยังคงพุ่งตัวไปเบื้องหน้าด้วยกำลัง

            “เจ้ารนหาที่เอง”

            ซางเจ๋อใบหน้าเยือกแข็ง กระบี่เล่มยาวคมกล้าปรากฏในฝ่ามือทันตา

            พลังหยวนแท้โหมกระหน่ำปลดปล่อย คิดในใจ เสียง ‘ฟิ้ว’ ดังขึ้น กระบี่ล่องลอยออกจากมือซางเจ๋อทันใดลากเป็นคลื่นปราณมโหฬารในอากาศ เล็งไปที่ร่างนั้นโดยตรง

            ฉัวะ

            กระบี่แหลมคมแทงทะลุร่างนั้นอย่างจังเสียงกรีดร้องอันโหยหวนและพิลึกพิลั่นดังตามมา

            “ซางเจ๋อ ทำได้ดีมาก” ซินเหวินชม

            ซางเจ๋อเผยยิ้มภาคภูมิ

            แต่เมื่อทั้งสามไปถึงที่หมายแล้วตรวจดูอย่างละเอียดก็ต้องอึ้ง

            เห็นเพียงลิงขนเทาตัวหนึ่งนอนอยู่กับพื้น แต่มันกลับสวมเสื้อผ้าของมนุษย์เท้าหรือก็สวมรองเท้ามนุษย์ด้วย...

            “เป็นไปได้อย่างไร?”

            ซินเหวิน หลินไห่มองหน้ากันไปมา พวกเขาตรวจสอบดูอีกทีเห็นหางของลิงขนเทาเหมือนถูกไฟไหม้ พอจะได้กลิ่นไหม้มาจางๆ ด้วย

            “เช่นนี้นี่เอง!” หลินไห่ถอนหายใจพรืดยาวทั้งหงุดหงิดทั้งชื่นชม “กลยุทธ์ ‘ตั๊กแตนทองลอกคราบ’ พวกเราโดนหลอกเข้าแล้ว”

            เห็นทีทั้งสามคงไล่ตามลิงตัวหนึ่งมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้

            คนผู้นั้นบังคับให้ลิงขนเทาใส่เสื้อผ้ากับรองเท้าของตนแล้วค่อยจุดไฟเผาหางมัน พอหางไหม้ไฟ ลิงก็ย่อมจะกระโจนขึ้นทางนู้นทางนี้วิ่งวุ่นด้วยความเจ็บปวด

            ไม่อาจพูดว่ากลยุทธ์ไม่ล้ำเลิศ!

            สุดจะจินตนาการได้จริงแท้

            “ไอ้ระยำเวรเอ๊ย...” ซางเจ๋อกำหมัดแน่นจนเกิดเสียงสีหน้าเย็นเยียบเหมือนเคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็ง “ข้าจะไม่ปล่อยมันไปทั้งอย่างนี้แน่ไม่ได้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตกลับมา ข้าซางเจ๋อสาบานจะไม่ยอมเลิกราวี”

            ...

            ในเวลานี้ ฉู่เหินเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์และรองเท้าใหม่หนีไปอีกเส้นทางหนึ่งแล้ว

            หวนนึกถึงสีหน้าเวลาที่สามคนนั้นเห็นว่าตามลิงขนเทาตัวหนึ่งมาตั้งนานแล้วฉู่เหินก็อดกระหยิ่มยิ้มย่องไม่ได้

            “ไม่รู้ว่าสามคนนั้นมาจากสำนักขั้นสูงแห่งไหน?”

            “ช่างมัน ข้าต้องรีบหนีก่อนเป็นการดี...”

            ฉู่เหินเลือกเส้นทางหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังเขตรอบนอกของเทือกเขาไร้กระดูก

     

             ………………………..

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน