“ฮะๆ เพื่อขอบคุณที่ทุกท่านพาพวกข้ามาหาโกมลผลึกกุหลาบโลหิตสำเร็จพวกเราตัดสินใจจะส่งพวกท่านให้ไปดีเสียแต่ตอนนี้...”
บุรุษชุดเขียวหัวเราะเพลิดเพลินยั่วเย้า
บรรดาโจรอย่างชายหัวโล้น ชายเตี้ยแคระ เป็นต้น หน้าเปลี่ยนสี ต่างคนต่างโกรธขึ้งและตระหนก
กระบี่เดียวปลิดวิญญาณ!
ชายหน้าบากผู้พลังเป็นอันดับสองของกลุ่มโจรกลับถูกฟันขาดเป็นสองท่อนในกระบี่เดียวไม่ทันได้ส่งเสียงร้องสักแอะก็สิ้นใจคาที่
หนุ่มสาวอายุไม่ถึงยี่สิบปีตรงหน้าไม่น่าท้าทายถึงเพียงนี้เลย
“ฮึ หากมิใช่เพราะรอโกมลผลึกกุหลาบโลหิตอยู่ พวกแกจะรอดมาจนถึงป่านนี้หรือตายเสียเถอะ”
ไม่พูดมากความ ชายชุดเขียวคว้ากระบี่ปรี่เข้าใส่ทันใด
เหล่าโจรรีบเข้ารับหน้า
“ไอ้เด็กเวร อย่าบ้าคลั่งให้มันมากนัก” ชายเตี้ยแคระคำรามโกรธเกรี้ยว
“เฮอะ!”
บุรุษชุดเขียวเหยียดยิ้มไม่ยี่หระ กระบี่เล่มยาวในมือส่งเสียงสั่นแจ่มชัดความเร็วของอานุภาพดุจภาพมายาสายฟ้าแลบ
ฉัวะ
ชายเตี้ยแคระรู้สึกเหมือนนัยน์ตาถูกแสงกระบี่ทิ่มแทงให้เจ็บปวด ชั่วพริบตาความปวดร้าวรุนแรงหาใดเปรียบก็ลุกลามจากไหล่ขวาไปจนทั่วร่าง
สิ้นห่าฝนโลหิตเริงระบำ ไหล่ครึ่งหนึ่งของเขาก็ถูกฟันจนขาด
ชายเตี้ยแคระตาแทบถลนออกจากเบ้า สีหน้าพลันซีดขาวราวกับกระดาษ
เสียงกรีดร้องรวดร้าวยังติดอยู่ในลำคอ แสงกระบี่แวบวาบ หัวของเขาพลันหลุดออกจากบ่าโลหิตพุ่งกระฉูดกระเซ็นดั่งน้ำพุ
สังหารสองชีวิตติดต่อกันแท้ๆ แต่ชายชุดเขียวกลับไม่เปลี่ยนสีหน้าอันใดเลย
และเขาก็ไร้ท่าทีจะหยุดยั้งเพียงเท่านั้น ลงมือประหัตประหารโจรที่เหลืออีกครั้ง
เสียงกรีดร้องดังขึ้นติดต่อกัน แขนขาแหลกละเอียดปลิวว่อน
...
“วิชากระบี่ของซางเจ๋อก้าวหน้าขึ้นมากนะนี่!”
บนกิ่งไม้ของพฤกษาสูงเสียดฟ้าบุรุษหนุ่มองอาจผู้นั้นเอื้อนเอ่ยด้วยรอยยิ้มกระหยิ่ม
เด็กสาวหน้าตาเกลี้ยงเกลาข้างกันยิ้มรับชำเลืองมองไปทางโกมลผลึกกุหลาบโลหิต “แย่แล้วโกมลผลึกกุหลาบโลหิตกับโจรหัวโล้นนั่นหายไปแล้ว”
บุรุษหนุ่มข้างกันเพ่งสายตาชายฉกรรจ์หัวโล้นที่เคยยืนอยู่ทางนั้นหายไปไร้ร่องรอย
โกมลผลึกกุหลาบโลหิตเองก็ถูกเด็ดไปด้วย
เห็นทีชายหัวโล้นคงเห็นท่าไม่ดีเลยรีบเด็ดโกมลผลึกกุหลาบโลหิตลอบหลบหนีไปตั้งแต่แรกทอดทิ้งพี่น้องที่เหลือของเขาไปไม่ไยดี
“ฮึ หนีเร็วนักนะ” ชายหนุ่มผู้ดูแกล้วกล้ากำหมัด เอ่ยเสียงต่ำ “ซินเหวินพวกเราไปกัน ที่นี่ซางเจ๋อคนเดียวก็เอาอยู่”
“ได้เลย ศิษย์พี่หลินไห่”
ว่าจบทั้งสองก็โจนทะยานจากต้นไม้ มุ่งหน้าตามไปยังทิศทางหนึ่งของป่า
...
“พวกเด็กเวร”
ห้วงเวลานี้ ชายหัวโล้นลัดเลาะหนีในไพรพนาด้วยความเร็วสูงสุด
เขานึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะมีคนรอเป็น ‘นกขมิ้น’ เบื้องหลังพวกเขาอยู่ คนเราหากไม่ทำเพื่อตนเองฟ้าดินคงวินาศสันตะโร...ในสถานการณ์เช่นนี้เขาทำได้แค่ทอดทิ้งเพื่อนร่วมชะตากรรมแล้วนำโกมลผลึกกุหลาบโลหิตหลบหนีไปคนเดียว
“ฮะๆ แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันหินผลึกหยวนขั้นสูงที่แลกกับโกมลผลึกกุหลาบโลหิตจะได้เป็นของข้าเพียงผู้เดียว”
หวนคิดถึงตรงนี้ ชายหัวโล้นก็ผุดยิ้มพึงใจอันมืดมนออกมา
“เฮอะๆ แกจะด่วนดีใจเกินไปแล้ว” ฉับพลัน เสียงอันยั่วเย้าก็ดังมาจากเบื้องหน้า
อะไร?
ชายหัวโล้นตกใจในพลัน ไม่ทันได้ตอบสนอง เสียง ‘ปั้ก’ ก็ดังขึ้น ต้นไม้ใหญ่เบื้องหน้าถูกผ่ากลาง
เศษไม้ปลิวว่อน หอกสีดำแหลมคมกรีดผ่าอากาศธาตุจู่โจมมาจากเบื้องหลังร่มไม้ใหญ่อานุภาพสุดต้านทาน
ฉัวะ
โลหิตกระเซ็นในอากาศ หอกยาวสีดำคมกริบแทงทะลุลำคอชายหัวโล้นปลายหอกอาบเลือดทะลุออกมาที่หลังคอ
หอกเดียว รวดเร็วฉับไว โจมตีเพียงครั้งล้างผลาญชีวิต
โจรหัวโล้นเบิกตากว้าง ตาแทบถลน เลือดสดพร่างพรูออกจากปากนัยน์ตาที่แทบถลนออกจากเบ้าสะท้อนภาพใบหน้าหล่อเหลางดงามภาพหนึ่ง
“ไปดีไม่ขอส่ง!”
ฉัวะ
ฉู่เหินขยับมือเล็กน้อย ดึงหอกเงามืดออกมาชายหัวโล้นอ่อนแรงล้มลงกับพื้นราวกับกองโคลน
สังหารโจรที่ชั่วช้าดุร้ายถึงที่สุดเช่นนี้ สังหารก็คือสังหาร
ฉู่เหินไม่คิดเห็นใจเลยแม้สักนิด
เขานั่งยองๆ ลงหยิบแหวนเก็บของในมืออีกฝ่ายออกมา ส่งจิตเข้าไปพอยืนยันแล้วว่าโกมลผลึกกุหลาบโลหิตอยู่ด้านใน ฉู่เหินก็ผุดยิ้มสมใจ
“ฮะ ขุนโจรเช่นเจ้าเก็บรวบรวมของดีไว้ไม่น้อยเลยนี่ ขอบใจสำหรับ ‘มรดก’ ของเจ้านะ”
พลันนั้น ฉู่เหินก็หยิบแหวนใส่ของโจรเก็บเข้าแหวนใส่ของตนเองอย่างเปิดเผย
ตอนนั้นเองที่ฉู่เหินสัมผัสได้ชัดเจนถึงกลิ่นอายสองสายซึ่งมุ่งตรงมาทางนี้อย่างเร็วรี่
จะหยุดอยู่ที่นี่นานไม่ได้!
ฉู่เหินไม่ลังเล หันกายจากไป หายลับในส่วนลึกของไพรพนาในบัดดล
...
“อยู่ตรงนั้น!”
ยามฉู่เหินเพิ่งจากไปไม่นานหลินไห่และซินเหวินสองหน่อที่ไล่ตามชายฉกรรจ์หัวโล้นก็มาถึงพอเห็นชายหัวโล้นกลายเป็นศพนอนอยู่บนพื้น ทั้งสองก็สบตากัน ต่างก็เห็นแววประหลาดใจในดวงตาของอีกฝ่าย
ฟิ้ว!
ขณะเดียวกันนั้นเอง ร่างอันเฉียบคมอีกสายก็มาถึงจุดหมายเป็นคนต่อมา
บุรุษชุดเขียวผู้เพิ่งเข่นฆ่าโจรโฉดจนหมด ซางเจ๋อนั่นเอง
“เกิดอะไรขึ้น? ได้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาไหม?”ซางเจ๋อถาม
ซินเหวินส่ายหน้า ดวงตาฉายแววฉงนหลายส่วน
หลินไห่กลับเดินไปข้างศพชายฉกรรจ์หัวโล้นตรวจสอบปากแผลเล็กน้อยก็ลุกขึ้นพูด “ตายในการโจมตีครั้งเดียวเห็นทีนอกจากพวกเราแล้ว จะยังมี ‘นกขมิ้น’ อีกตัวด้วย”
“หึ!” ซางเจ๋อดวงตาเรืองแววเยือกหนาวจิตสังหารเย็นยะเยียบอบอวลเงียบเชียบ “ข้าไม่สนว่าจะเป็นนกขมิ้นเยี่ยงไรจักไม่ปล่อยคนที่บังอาจหลอกใช้พวกเราไปเช่นนี้แน่”
ทั้งสามพยักหน้าโดยไม่ได้นัดหมายพอแยกแยะรอยเท้าบนพื้นดูแล้วก็พอจะคาดเดาทิศทางที่อีกฝ่ายหลบหนีไปได้จึงรีบไล่ตามไป
...
ในป่าลึกอันอับชื้นและมืดมิด
ยามนี้ละครฉาก ‘เจ้าหนีข้าตาม’ กำลังได้ที่
ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ข้างหลัง!
ฉู่เหินเป็น ‘ชาวประมง’ ไปแล้ว คว้าโกมลผลึกกุหลาบโลหิตมาได้อย่างราบรื่น ทว่า ‘นกขมิ้น’ ก็หาได้ยอมดีไม่อันตรายครั้งใหม่จึงไล่หลังตามมา
เห็นได้ชัดว่าทั้งสามคนเบื้องหลังมีประสบการณ์ตามรอยในป่า
ยากที่จะสลัดพวกเขาหลุดได้ในช่วงเวลาอันสั้น
“พลังทั้งสามแกร่งมาก หากประมือกับพวกนั้นต่อหน้า ข้าคงไม่มีโอกาสชนะแน่...”ฉู่เหินตรึกตรองอย่างลับๆ หว่างคิ้วปรากฏแววนิ่งครึ้มหลายส่วน
ลำพังเพียงบุรุษชุดเขียวที่ลงมืออยู่คนเดียวเมื่อครู่ก็มีตบะขั้นต่ำระดับเชื่อมหยวนขั้นสองแล้วอาจจะมากกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ อีกสองคนต้องระดับพอกันเป็นแน่แท้ หากทั้งสามร่วมมือกันฉู่เหินก็ไม่ต้องคิดเลย เขาจึงทำได้แค่หนีไม่มีทางเลือกอื่น
“ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้เรื่องแน่จะถูกตามเจอเมื่อใดก็แค่ช้าหรือเร็วเท่านั้น”
ฉู่เหินอดร้อนรนไม่ได้ หรือจะต้องให้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตไปจริงๆ?
ยามฉู่เหินคิดหนักอยู่นั้นเองสัตว์ปีศาจสีเทาก็ปรากฏตัวจากพุ่มหญ้าเบื้องหน้ากะทันหันมันเป็นลิงขนสีเทาตัวหนึ่ง ร่างกายสูงเท่าคนอายุสิบห้าสิบหกเห็นจะได้มือเท้าเต็มไปด้วยกรงเล็บแหลม
ลิงวิญญาณขนดำ ปีศาจขั้นต่ำขั้นเจ็ด
ฉู่เหินผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา เขาคลี่ยิ้มชั่วร้ายออกมา
...
“เจ้านั่นเปลี่ยนทางไปแล้ว”
ซินเหวินในบรรดาสามคนที่ไล่ตามมาเอ่ยขึ้น หลินไห่ ซางเจ๋อพยักหน้ารับดูจากรอยเท้าบนพื้นกับบนกิ่งไม้แล้วสามารถตัดสินเส้นทางที่อีกฝ่ายหลบหนีไปได้อย่างชัดเจน
“ดูซิว่ามันจะหนีได้สักกี่น้ำ?”
ซางเจ๋อดวงตาวาววามเยือกเย็นแวบหนึ่ง เร่งฝีเท้าไล่ล่าขึ้นอีก
สิบนาทีผ่านพ้นไป ร่างที่โลดโผนโจนทะยานในป่าดงเปิดเผยแก่สายตาทั้งสาม
“ฮึ นับว่าหาไอ้ระยำนี่เจอแล้ว ดูซิเจ้าจะหนีไปไหนได้?” ซางเจ๋อรีบเหาะเข้าไป ตะคอกเสียงต่ำ “ไม่อยากตายก็ยืนอยู่เฉยๆ เสีย”
อีกฝ่ายไม่สนใจ ยังคงพุ่งตัวไปเบื้องหน้าด้วยกำลัง
“เจ้ารนหาที่เอง”
ซางเจ๋อใบหน้าเยือกแข็ง กระบี่เล่มยาวคมกล้าปรากฏในฝ่ามือทันตา
พลังหยวนแท้โหมกระหน่ำปลดปล่อย คิดในใจ เสียง ‘ฟิ้ว’ ดังขึ้น กระบี่ล่องลอยออกจากมือซางเจ๋อทันใดลากเป็นคลื่นปราณมโหฬารในอากาศ เล็งไปที่ร่างนั้นโดยตรง
ฉัวะ
กระบี่แหลมคมแทงทะลุร่างนั้นอย่างจังเสียงกรีดร้องอันโหยหวนและพิลึกพิลั่นดังตามมา
“ซางเจ๋อ ทำได้ดีมาก” ซินเหวินชม
ซางเจ๋อเผยยิ้มภาคภูมิ
แต่เมื่อทั้งสามไปถึงที่หมายแล้วตรวจดูอย่างละเอียดก็ต้องอึ้ง
เห็นเพียงลิงขนเทาตัวหนึ่งนอนอยู่กับพื้น แต่มันกลับสวมเสื้อผ้าของมนุษย์เท้าหรือก็สวมรองเท้ามนุษย์ด้วย...
“เป็นไปได้อย่างไร?”
ซินเหวิน หลินไห่มองหน้ากันไปมา พวกเขาตรวจสอบดูอีกทีเห็นหางของลิงขนเทาเหมือนถูกไฟไหม้ พอจะได้กลิ่นไหม้มาจางๆ ด้วย
“เช่นนี้นี่เอง!” หลินไห่ถอนหายใจพรืดยาวทั้งหงุดหงิดทั้งชื่นชม “กลยุทธ์ ‘ตั๊กแตนทองลอกคราบ’ พวกเราโดนหลอกเข้าแล้ว”
เห็นทีทั้งสามคงไล่ตามลิงตัวหนึ่งมาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้
คนผู้นั้นบังคับให้ลิงขนเทาใส่เสื้อผ้ากับรองเท้าของตนแล้วค่อยจุดไฟเผาหางมัน พอหางไหม้ไฟ ลิงก็ย่อมจะกระโจนขึ้นทางนู้นทางนี้วิ่งวุ่นด้วยความเจ็บปวด
ไม่อาจพูดว่ากลยุทธ์ไม่ล้ำเลิศ!
สุดจะจินตนาการได้จริงแท้
“ไอ้ระยำเวรเอ๊ย...” ซางเจ๋อกำหมัดแน่นจนเกิดเสียงสีหน้าเย็นเยียบเหมือนเคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็ง “ข้าจะไม่ปล่อยมันไปทั้งอย่างนี้แน่ไม่ได้โกมลผลึกกุหลาบโลหิตกลับมา ข้าซางเจ๋อสาบานจะไม่ยอมเลิกราวี”
...
ในเวลานี้ ฉู่เหินเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์และรองเท้าใหม่หนีไปอีกเส้นทางหนึ่งแล้ว
หวนนึกถึงสีหน้าเวลาที่สามคนนั้นเห็นว่าตามลิงขนเทาตัวหนึ่งมาตั้งนานแล้วฉู่เหินก็อดกระหยิ่มยิ้มย่องไม่ได้
“ไม่รู้ว่าสามคนนั้นมาจากสำนักขั้นสูงแห่งไหน?”
“ช่างมัน ข้าต้องรีบหนีก่อนเป็นการดี...”
ฉู่เหินเลือกเส้นทางหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังเขตรอบนอกของเทือกเขาไร้กระดูก
………………………..