เมืองกองเหลงรับทรัพย์ !!‘โกซุ่น’ เมื่อรู้ว่าเล่าปี่ยกทัพหนีไปแล้ว จึงไปหากิเหลงในค่ายทหาร เพื่อทวงถามค่าสินไหมสงคราม บัดนี้เล่าปี่ก็หนีไปแล้ว สิ่งของซึ่งนายท่าน(อ้วนสุด) จะให้แก่นายเรา(ลิโป้)นั้นเป็นประการใด ? ฝ่ายกิเหลงจึงนำความไปแจ้งต่ออ้วนสุด ..อ้วนสุดไม่ตอบว่าอย่างไร แต่ส่งหนังสือไปชี้แจงแก่ลิโป้ ------------------------------------ท่านให้โกซุ่นยกไปก็จริง ..แต่มิได้รบพุ่ง แล้วก็ยังมิได้ตัวเล่าปี่ ถ้าได้ตัวเล่าปี่เมื่อใดเราจะให้สิ่งของตามสัญญา …อ้วนสุด------------------------------------ คนโลภก็มักจะเสียทีเพราะความโลภของตนเองนั่นแหละ !!ลิโป้เห็นหนังสืออ้วนสุดที่เขียนออกมาแบบนั้นก็โกรธ ใจอยากจะยกทัพไปรบอ้วนสุดให้หายแค้นที่มาหลอกลวงกันง่ายๆเช่นนี้ !!! แต่นับว่าโชคดีที่ลิโป้มียอดกุนซือ 'ตันก๋ง' บัดนี้อ้วนสุดมาตั้งอยู่เมืองฉิวฉุนเป็นที่สำคัญ ทหารมีฝีมือก็มาก เข้าปลาอาหารก็บริบูรณ์ ซึ่งท่านจะยกไปบัดนี้เห็นจะเสียทีแก่อ้วนสุดเป็นแน่นอน ตอนนี้ขอให้ท่านคิดอ่านเกลี้ยกล่อมเอาเล่าปี่มาไว้เมืองเสียวพ่ายก่อน เมื่อเราจะยกไปนั้นจะได้อาศัย เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย เป็นกำลัง เห็นการจะสำเร็จโดยสะดวก ลิโป้เห็นชอบด้วย จึงให้ทหารถือหนังสือไปเชิญเล่าปี่ พร้อมส่งภรรยาของเล่าปี่ไปกับหนังสือด้วย (นางกำฮูหยิน นางบีฮูหยิน) .......................... เมืองกองเหลงถูกทหารอ้วนสุดตีแตกเล่าปี่หนีออกจากเมืองมาพบทหารลิโป้ เมื่อเห็นหนังสือเชิญจากลิโป้ พร้อมภรรยาทั้งสองที่ถูกดูแลและให้เกียรติเป็นอย่างดี ทั้งสามวิญญูชนก็เบาใจ ..อย่างน้อยๆชายผู้นี้ก็ยังมีมโนธรรม และรู้จักกตัญญูอยู่บ้าง !! 36 กลยุทธซุนจื่อ กลยุทธ์ที่ 30 สลับแขกเป็นเจ้าบ้าน (ฝ่านเค่อเหวยจวู่ : Make the host and the guest exchange roles : 反客為主) เป็นกลยุทธ์ที่มีความหมายถึงเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเปิดช่องสบโอกาสให้สอดแทรก ควรสอดแทรกเพื่อกุมจุดสำคัญหรือหัวใจของอีกฝ่ายไว้ "สรรพสิ่งใดในใต้หล้า เคลื่อนอย่าใจร้อนจักเสีย สงบแต่คล้อยตามจักได้ ค่อย ๆ ผันไปช้า ๆ จักเป็นคุณ เคลื่อนดังนี้จึงจะมีผล" คล้ายการตอกลิ่มเข้าไปในใจฝ่ายตรงข้ามเพื่อยึดครองอำนาจการบังคับบัญชานั้น จักต้องค่อยเป็นค่อยไปจึงจะบรรลุซึ่งชัยชนะ การใช้อารมณ์วู่ว่ามบุ่มบามทำการใหญ่ไม่เป็นผลดีในการทำศึกสงคราม นอกจากจะเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ศัตรูแล้ว ยังเสี่ยงต่อการพ่ายแพ้ในการศึกอีกด้วย ลิโป้ทำประหนึ่งเพื่อนบ้านที่แสนดี ดีจนเล่าปี่ยังเกรงใจ !!!!เราทำการทั้งนี้ใช่เราจะเห็นแก่สมบัติของท่านนั้นหามิได้ เพราะเตียวหุยน้องท่านเสพย์สุราเมา เรากลัวจะทำการหยาบช้า จะเกิดวุ่นวายกันขึ้น เราจึงมาทำการทั้งนี้หวังจะรักษาเมืองไว้ให้ท่าน จากเจ้าบ้านไปเป็นแขก แต่แขกผู้มีปัญญา จำต้องอดทนเพื่อ ‘โอกาส’เมืองอันนี้แต่แรกเราก็ว่าจะให้ท่านอยู่แล้ว แต่ท่านมิยอม ..บัดนี้ท่านมาตีได้เป็นเมืองของท่านก็ดีแล้ว เชิญท่านอยู่ให้เป็นสุขเถิด ตัวเรากับสมัครพรรคพวกจะขอไปอยู่เมืองเสียวพ่าย ท่านกวนอูเตียวหุย ต่างเจ็บแค้นเช่นเดียวกัน แต่อุปสรรคที่ทานทน จะหลอมคนให้ทนทาน !!!เมื่อพี่ใหญ่เล่าปี่ทนได้ มีหรือพวกเขาจะทนไม่ได้ ? ฝ่ายลิโป้ ดำเนินการตามกุนซือตันก๋งให้นโยบายไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ..ลิโป้แม้มิใช่คนฉลาด แต่เมื่อได้ที่ปรึกษาที่ดีย่อมทดแทนในส่วนที่ขาดได้เป็นอย่างมาก ..ข้าวของถูกส่งไปให้เล่าปี่และพี่น้องอยู่เนืองๆ ...ทำให้ในขณะนี้ ทั้งสองสองเมือง ชีจิ๋ว-เสียวพ่าย จึงมีความสงบและสามัคคีไปได้อีกซักระยะ..ดังที่เห็น ******************* ----------------เมืองเกียดเซก---------------- “การเดินหมาก ช่างแยบยล ..รัดกุม”ลอร์ดดำรงค์ปลื้มปลิ่ม 'ตันก๋ง' ขึ้นไปอีกชั้น !! การที่เขาก้าวผ่าน ‘ความรู้สึก’ ไปได้ .. เพื่อมุ่งหมายไปที่เจตจำนงค์อันชัดเจนนั่นก็หมายความว่า อีกไม่นาน ‘นาย-บ่าว’ ผู้นี้ย่อมได้พบเจอกันในสักวัน ..อย่างน้อยๆก็ขอให้เจอกันก่อน ค.ศ. 198 เพราะปีนั้น ตามประวัติศาสตร์ได้ระบุจุดพิกัดชัดเจนคือ เมืองแห้ฝือ (เซี่ยพี) คือที่มั่นสุดท้ายก่อนของชายผู้นี้ ก่อนจะพบจุดจบที่น่าเศร้า..เฮ้อ แต่สำหรับเกียดเซกในวันนี้ รุ่งเรืองกว่าวันก่อนเกือบเท่าตัวทั้งทรัพยากรที่ขาดแคลนมาโดยตลอด โดยเฉฑาะแร่โลหะ ทั้งแบบที่ผ่านการถลุง แปรรูป หรือจะเป็นแร่ดิบๆก็ตามแต่ด้วยเพราะเหตุนี้เองที่เมืองเมืองเกียดเซกแห่งนี้จึงตั้งโรงหล่อ-โรงหลอม ขึ้นมาเพิ่มอีกนับสิบๆโรง !! พลเมืองอีกหลายหมื่นชีวิตที่อพยพจากมณฑลกิจิ๋ว เริ่มปรับตัวกับที่นี่ได้แล้ว เกียดเซกไม่มีการบังคับ ..หากท่านอยากกลับไปบ้านเกิดเมืองนอน ที่นี่ย่อมไม่มีการกีดกั้นขัดขวางเป็นอันขาด !!! “สวรรค์ ..พลเมืองใหม่ข้าวฟรี 3 มื้อต่อวัน”“เงินให้เปล่า 3,000 ตำลึงในทุกๆเดือน”“แค่ตั้งใจตีดาบดีๆออกมา …ก็แทบจะมีลูกค้ามารอถึงหน้าร้าน !!” ลอร์ดำรงค์ทำเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในยุคสมัยนี้เพราะด้วยการบริหารจัดการแบบสมัยใหม่ และองค์ความรู้อันหลากหลายที่มี ของชายจากศตวรรษ 21 ที่เคย ‘อ้วนดำ’ คนนี้ ทำให้เศรษฐกิจที่นี่ถูกผลักดันออกไปในแบบที่เกินจะจินตนาการได้เลย ********************นิยามเพิ่มเติม…การกลืนเลือด หมายถึง "การกล้ำกลืนความเจ็บแค้นอย่างแสนสาหัส" เช่น สามวีรชนเล่าปี่กวนอูเตียวหุย ยอมกลืนเลือดในครั้งนี้เพื่อโอกาสในวันพรุ่งนี้ … แต่ห่างออกไป ณ เมืองลำหยงเอง กลับมีบุรุษอีกคนหนึ่งต้องจำใจกลืนเลือด เพื่อโอกาสในการตั้งตัวเช่นเดียวกัน …ซุนเซ็ก บุตรชายของซุนเกี๋ยน ‘พยัคฆ์ร้ายแห่งกังตั๋ง’ลูกพยัคฆ์ ย่อมเป็นพยัคฆ์ แต่บัดนี้กลับเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือของชายผู้เป็น ‘โมฆะบุรุษ' อ้วนสุดผู้นั้น ..