ตอนที่ 97
“จาวิสทำการลงจอดได้” สตีฟสั่งการเอไอที่ติดมากับเจ้าชุดนี่
กำลังปรับระดับความสูงกรุณาเอามือไว้ข้างตัวด้วยครับคุณสตีฟ เสียงจาวิสตอบกลับมาสตีฟไม่รอช้าเอามือแนบลำตัวทันที
ฟี้ !!!! เสียงไอพ่นที่มือค่อยๆเบาลงก่อนความสูงจะค่อยๆลดลงตามไปด้วย
ตุบ !! เมื่อลงมาถึงพื้นเท้าของสตีฟก็เหยียบลงพื้นอย่างนุ่มนวล
ทำการปิดระบบการทำงานเพราะรีชาร์จพลังงานจะปิดระบบใน ห้า สี่ สาม...... เสียงจาวิสค่อยๆนับถอยหลังก่อนจะเงียบไป
ติ๊ด !! สตีฟเห็นตัวเลขสามสิบอยู่บนหน้ากากที่ใส่
“บินแค่สิบห้านาทีใช้พลังงานไปเจ็ดสิบเปอร์เซ็นเลยงั้นเหรอเปลืองน่าดูเลยนะ จากที่คำนวณง่ายๆมันน่าจะบินได้สักยี่สิบหรือสามสิบนาที” สตีฟพูด
“คุณสตีฟเป็นไงบ้างครับ” ลูอิสเห็นสตีฟลงมาจากการบินแล้วก็รีบวิ่งเข้ามาถามทันที
“ก็สนุกดีครับ” สตีฟตอบ
“โธ่คุณสตีฟผมไม่ได้ถามเรื่องนั้น ผมจะถามเรื่องชุดเกราะนี่มันบินเป็นยังไงบ้างครับมีปัญหาอะไรหรือเปล่า” ลูอิสโอดโอยออกมาเขาไม่ได้ถามสักหน่อยว่าบินเป็นยังไงบ้าง
“อ๊ะเรื่องนั้นนี่เองขอโทษทีครับ อืม..จากที่ลองบินดูผมว่ามันก็โอเคนะครับแต่มันบินได้ไม่นานเท่าไหร่เลยผมว่าเอาเต็มที่ก็น่าจะบินได้ราวๆยี่สิบหรือสามสิบนาทีนี่ล่ะดูตอนนี้สิผมบินไปแค่สิบห้านาทีเองพลังงานเหลือสามสิบเปอร์เซ็นแล้ว แล้วการรีชาร์จนี่ใช้เวลาเท่าไหร่ครับ” สตีฟถามลูอิส
“ใช้เวลาราวๆสามชั่วโมงครับส่วนเรื่องเวลาการบินผมว่าต้องทำใจหน่อยเพราะนี่มันเป็นเครื่องรุ่นเก่าไม่มีคอร์พลังงาน แถมคนสร้างเองก็หายสาบสูญไปตั้งนานแล้วด้วยครับ” ลูอิสบอก
“คนสร้างหายสาบสูญงั้นเหรอครับเนี่ย” สตีฟพูดออกมา
“ใช่ครับจำได้ว่าหายไปหลังจากที่เราซื้อเจ้าเกราะนี่มาเขาอยู่ในช่วงที่กำลังสร้างคอร์พลังงานให้แต่ก่อนที่จะสร้างเสร็จและส่งให้เราก็เกิดเรื่องขึ้นและหายตัวไปเสียก่อน” ลูอิสอธิบาย
“เข้าใจแล้วครับถ้าอย่างนั้นผมมีเวลาราวๆยี่สิบนาทีในการบินขึ้นไปจัดการกับไวเวิร์นสินะ นี่ถ้ามันบินแยกกันนี่คงแย่แน่หวังว่ามันจะมาพร้อมๆกันห้าตัวนะ” สตีฟพูด
“พร้อมกันห้าตัวงั้นเหรอครับแบบนั้นคุณจะไหวเหรอครับ” ลูอิสถามอย่างไม่แน่ใจ
“ผมเองก็ไม่รู้สิครับผมยังไม่เคยลองจัดการกับพวกเลเวลเกินสามร้อยเลย” สตีฟพูดพลางคิดในใจ
เอาจริงๆเจ้ากาเมร่านั่นถ้ามันไม่ได้ตัวใหญ่จนเราเข้าไปจัดการกับภายในร่างมันโดยตรงเราก็คงจัดการมันไม่ได้เพราะโจมตีมันไม่เข้าใจแถมตอนเจ้าโกทแมนตอนนั้นเราก็สู้มันไม่ได้เลยด้วยซ้ำถ้ามันไม่ได้ออมมือเอาไว้ สตีฟคิด
“นี่แสดงว่าผมจะใช้เจ้าเกราะนี่บินขึ้นไปได้ก็ยามที่เห็นตัวเจ้าไวเวิร์นและตอนที่จะจัดการเท่านั้นสินะ” สตีฟพยักหน้าเข้าใจก่อนจะถาม
“แล้วนี่พวกฮีโร่ที่จะมาช่วยจัดการสัตว์กลายพันธ์ที่บุกมาพร้อมไวเวิร์นยังไม่มาอีกเหรอครับ” สตีฟถาม
“กำลังรวบรวมทีมและเดินทางมาอยู่ครับทางรัฐเองก็ส่งภารกิจไปที่สมาคมเรียบร้อยแล้ว” ลูอิสตอบ
“ป้อมปืนพวกนั้นคงไม่ค่อยได้ใช้สินะครับ” สตีฟมองไปที่ป้อมปืนบนกำแพง
“จะได้ใช้ก็ต่อเมื่อดูแล้วพวกฮีโร่รับมือไม่ไหวน่ะครับเพราะถ้าใช้ป้อมปืนไปเลยตั้งแต่แรกพวกฮีโร่พวกนั้นจะไม่ได้รับค่าประสบการณ์เอา ผมเองก็ต้องเตรียมตัวไปจัดการพวกมันเช่นกันเลเวลจะได้ขยับบ้าง” ลูอิสพูด
“คุณลูอิสเองก็มีสกิลเจ๋งๆอยู่สินะครับถึงสามารถเก็บเลเวลจนแปดสิบเอ็ดได้เนี่ย” สตีฟพูด
“ใช่ครับผมมียูนีคสกิลสายโจมตีอยู่” ลูอิสบอก
“ยูนีคสกิลเลยงั้นเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไม่เป็นฮีโร่ไปเลยล่ะครับทำไมถึงมาเป็นทหาร” สตีฟสงสัย
“พอดีครอบครัวผมเป็นทหารน่ะครับผมเลยเลือกจะรับใช้ชาติมากกว่าที่จะเลือกเป็นฮีโร่” ลูอิสพูด
“อย่างนี้นี่เอง” สตีฟพยักหน้าเข้าใจถึงแม้การเป็นทหารจะไม่มีอิสระทำให้ลูอิสเลเวลน้อยแต่งานก็มั่นคงและไม่เสี่ยงอันตรายเท่าฮีโร่เพราะถ้าทหารจัดการสัตว์กลายพันธ์ไม่ไหวก็จะใช้ยุทโธปกรณ์อย่างปืนต่างๆเข้าช่วยจัดการสัตว์กลายพันธ์เอา
“เอาล่ะครับถ้าอย่างนั้นคุณสตีฟไปพักผ่อนเถอะครับผมต้องประชุมลูกน้องถึงแผนรับมือสัตว์กลายพันธ์อีกหน้าที่ของคุณสตีฟน่ะแค่คอยจัดการกับไวเวิร์นและก็สัตว์กลายพันธ์ที่คิดว่าพวกเราไม่น่าจะรับมือไหวก็พอ คุณน่ะคือไพ่ตายของเราส่วนชุดเกราะนั่นก็คงต้องฝากคุณเอาไว้ก่อนทางเราได้จัดเตรียมที่พักเอาไว้ให้แล้วที่อาคารหลังนั้นเลยครับ” ลูอิสพูดก่อนจะชี้ไปที่อาคารหลังหนึ่งซึ่งน่าจะถูกสร้างเมื่อไม่กี่วันก่อนเพราะสตีฟมาคราวก่อนยังไม่เห็นมีอาคารหลังนี้เลย
“ครับ” สตีฟพยักหน้าก่อนจะเดินไปทันที
อีกด้านหนึ่ง
“โอ๊ยหาจนทั่วทั้งข้างนอกข้างในแล้วก็ยังหาไม่เจอ สงสัยแม่จะต้องรื้อหอไอเฟลออกมาเป็นชิ้นๆแล้วล่ะมั้งถึงจะเจอ หรือว่าเรื่องห้องลับมันเป็นเรื่องโกหก” ซาร่าโวยวายออกมาก่อนจะนั่งแหมะลงตรงหน้าทางเข้าหอไอเฟลตอนนั้นเองซาร่าก็เห็นผู้กองครูสเดินเข้ามา
“เป็นไงบ้างครับคุณซาร่า” ครูสถาม
“ยังไม่เจอห้องลับที่ว่าเลยค่ะ” ซาร่าพูด
“อย่างนั้นเหรอครับทางตำรวจเราก็เคยค้นหามันหลายรอบแล้วแต่ก็ไม่เจอเลย” ครูสพยักหน้าเบาๆก่อนจะมองหาสตีฟแต่ก็ไม่เจอจึงลองถามซาร่าดู
“สามีคุณไปไหนล่ะครับเนี่ย” ครูสถาม
“โดนลากตัวไปที่ชายแดนแล้วค่ะ” ซาร่าบอก
“ชายแดน ????” ครูสไม่รู้ว่าทำไมสตีฟต้องไปชายแดนจึงไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“หือนี่คุณไม่รู้เหรอว่าชายแดน ไม่สิฝรั่งเศสกำลังเกิดเรื่องน่ะ” ซาร่าแปลกใจทำไมคนระดับผู้กองครูสถึงไม่รู้เรื่อง
“ฝรั่งเศสกำลังเกิดเรื่องงั้นเหรอครับเกิดอะไรขึ้นกันผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ครูสทำหน้างง
“ไม่แปลกหรอกนะคะที่จะไม่รู้เรื่องเพราะตำรวจกับทหารของฝรั่งเศสนั้นทำงานแยกสายงานกันตำรวจที่นี่น่ะจะคอยดูเรื่องเกี่ยวกับความสงบภายในประเทศเท่านั้น ส่วนทหารจะมีหน้าที่ปกป้องประเทศ อีกอย่างทหารพวกนั้นไม่คิดจะมาขอความช่วยเหลือจากตำรวจหรอกค่ะ” เสียงโฟว์ดังมาจากทางด้านหลังซาร่า
“ไม่ทราบว่าคุณคือ ???” ครูสยังไม่เคยพบโฟว์มาก่อนจึงไม่รู้ว่าเป็นใคร
“นี่เธอไปไหนมากันยะ ปล่อยให้ฉันหาห้องลับนั่นอยู่คนเดียวเธอนี่ไหนบอกจะมาทำงานแทนสตีฟไง” ซาร่าโวยวายเพราะเธอไม่เห็นโฟว์เลยส่วนครูสนั้นกำลังตรวจสอบสถานะของโฟว์อยู่
“นะ นะ หนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งลำดับที่สี่ !!!!” ครูสอุทานอย่างตกใจ
“ค่ะฉันชื่อชีน่า หนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งลำดับที่สี่ หรือจะเรียกว่าโฟว์ก็ได้ค่ะ คุณคงเป็นผู้กองครูส ที่รับดูแลคดีของจอมโจรคิดนี่สินะคะ” โฟว์ไม่ตอบคำถามซาร่าแต่เลือกที่จะพูดกับครูสแทน
“ยะ ยะ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ครูสยืนมือไปจับมือกับโฟว์เขารู้สึกเกร็งมากที่เจอคนระดับนี้ (เอ็งไม่เกร็งที่เจอสตีฟหรือไงนั่นน่ะเลเวลสองร้อยสิบสี่เลยนะ)
“ยินดีค่ะว่าแต่คุณไปไหนมาเหรอคะ มันน่าจะเป็นหน่วยงานคุณนะคะที่ต้องมาค้นหาห้องลับอะไรนี่ แทนที่จะใช้พลเรือน” โฟว์ถามพลางหรี่ตามองครูสอย่างจับผิด
“ผมนั่งทำรายงานเกี่ยวกับเรื่องภาพโมนาลิซ่าที่ถูกขโมยอยู่น่ะครับและก็เตรียมอุปกรณ์สำหรับจับจอมโจรคิดด้วย นี่อุปกรณ์ก็เสร็จหมดแล้วเรากำลังจะเอามันมาติดตั้งที่หอไอเฟลนี่แหละครับ” ครูสพูด
“เห....อุปกรณ์อะไรบ้างเหรอคะ” โฟว์ลากเสียงยาวพลางถาม
“ก็มีอุปกรณ์ตรวจจับความร้อน อุปกรณ์ตรวจจับค่าของน้ำหนักที่เปลี่ยนไป และคลื่นโซน่าครับ” ครูสพูด
“คุณคิดจะติดตั้งมันยังไงเหรอคะ หอไอเฟลออกจะใหญ่ขนาดนี้ไม่แน่บางทีเจ้าโจรนั่นอาจจะบินมาจากบนฟ้าก็ได้นะคะ” โฟว์ถามเพราะการจะใช้อุปกรณ์แบบนี้ในสถานที่ใหญ่แบบนี้มันเป็นไปไม่ได้เลย
“นั่นมันก็.....” ครูสเองก็ไม่รู้จะตอบคำถามโฟว์อย่างไรเพราะเขาคิดว่าจะใช้เจ้าอุปกรณ์นี่มาติตตั้งไว้ที่ทางเข้าห้องลับแต่ซาร่าและสตีฟดันยังหามันไม่เจอเสียนี่
“นี่เธอจะไปคาดคั้นอะไรผู้กองเขานักหนาเนี่ยเขาน่ะตั้งใจจะจับเจ้าจอมโจรนั่นจริงๆนะอุปกรณ์พวกนี้เขาเตรียมมาติดตั้งในห้องลับน่ะสิ แต่ผิดที่ฉันและสตีฟเองที่หาห้องลับนั่นไม่เจอ ส่วนเธอไม่ช่วยก็ไม่ต้องมาคอยว่าหรอกนะจะไปไหนก็ไปไม่ต้องมายุ่งหรอกฉันจะหาห้องลับต่อไปมันยังมีเวลาอีกสองวัน” ซาร่าที่ทนฟังมานานพูด
“หึ !! ไปก็ได้ค่ะเพราะดูเหมือนคุณจะไม่ชอบหน้าฉันน่าดู การมาหาห้องลับในที่แบบนี้นั้นยังกับหาไม้ที่ซ่อนเอาไว้ในป่ายังไงยังงั้นหวังว่าคุณจะหาเจอนะคะ” โฟว์หัวเราะหึออกมาก่อนจะเดินไปโดยไม่สนใจซาร่าที่ทำหน้าโมโหอยู่
“เอ่อ...นี่คุณสองคนไม่ถูกกันงั้นเหรอครับ” ครูสถาม
“ชิ !! ก็ทำนองนั้นนั่นล่ะค่ะผู้กองว่าแต่อุปกรณ์พวกนั้นคุณขนมาเยอะหรือเปล่าเดี๋ยวฉันช่วยติดตั้งตามทางเดินให้ก็ได้” ซาร่าพูด
“ก็เยอะอยู่ครับ” ครูสพยักหน้าก่อนจะชี้ไปที่รถบรรทุกเกือบสิบคันที่กำลังวิ่งมา
“นี่มัน !!!” ซาร่าอุทานหลังจากเห็นจำนวนอุปกรณ์ที่ครูสขนเอามา
“ผมกะว่าจะเอามาติดให้มันทุกชั้นเลยน่ะครับ” ครูสยิ้มออกมา
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันช่วยขนเองค่ะพลังของฉันน่าจะเป็นประโยชน์” ซาร่าพูดเพราะถ้าเธอใช้สกิลของเธอล่ะก็ต่อให้ของหนักเท่าไหร่ถ้าเธอสัมผัสอยู่เธอก็สามารถทำให้มันแทบจะไร้น้ำหนักได้ นี่เธอยังคิดอยู่เลยว่าถ้าสกิลของเธอเลเวลเต็มเมื่อไหร่ต่อให้เป็นตึกใหญ่ๆ เธอคงยกมันลอยขึ้นมาได้สบายๆแต่ตอนนี้สกิลของเธอเลเวลยังไม่เต็มจึงมีข้อจำกัดของน้ำหนักสิ่งของอยู่ที่ราวๆหนึ่งตัน (หรือก็คือซาร่าสามารถทำให้ของน้ำหนักไม่เกินหนึ่งตันกลายเป็นสภาพไร้น้ำหนักได้นั่นเอง)
“แต่จะว่าไปซ่อนไม้ในป่างั้นเหรอสำนวนนี้เหมือนเคยอ่านจากไหนมาก่อนนะ” ซาร่านึกถึงประโยคที่โฟวพูด
“หือคุณซาร่าว่าอะไรนะครับ” ครูสเหมือนจะได้ยินซาร่าพูดอะไรบางอย่างจึงลองถามดู
“อ๋อไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ซาร่าบอกปัดก่อนจะไปช่วยขนของ
เอาไว้ช่วยขนเสร็จลองหาห้องลับดูใหม่อีกรอบดีกว่า ซาร่าคิด
จบ...