คิดจะไปไหน? เมื่อเห็น หานเสวี่ย เดินออกจากห้อง เฉิงหยู่ ก็พุ่งทะยานเข้ามาหา หานเสวี่ย ในชั่วอึดใจ จากนั้นจับเธอขึงไว้ที่ผนังกำแพง
“นายจะทำอะไรน่ะ ฉันจะบอกนายให้นะ ที่นี่สถานีตำรวจ อย่าคิดว่าจะทำอะไรตามใจชอบนะ ” หานเสวี่ย โดนจับตัวไว้ก็อย่างกะทันหัน ก็ร้องตะโกนขึ้นด้วยความตกใจทันที อย่างไรก็ตามมีเป็นห้องเก็บเสียงสอบสวน ดังนั้นต่อให้เธอร้องเสียงดังแค่ไหน ก็ไม่มีใครได้ยิน
“ฮึ่ม ฉันจะทำอะไรน่ะหรือ? เธอคิดจะขังไว้ที่นี่ งั้นฉันก็จะขังเธอไว้ที่นี่เหมือนกัน สำหรับฉันไม่เป็นอะไรหรอก กลับกันเธอที่ทั้งสาวทั้งสวย แต่ต้องติดอยู่กับฉัน~” เฉิงหยู่ พูดเย้าแหย่ หานเสวี่ย
“นายรีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งข้อหาล่วงละเมิด และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน” พอโดน เฉิงหยู่ ขึงร่างติดกับกำแพงแบบนี้ หานเสวี่ยก็ตื่นตระหนกอยู่ไม่น้อย เจ้าหนุ่มนี่ทำไมช่างหน้าไม่อาย แถมยโสโอหัง จึงกลัวว่ากลัวว่าเขาจะทำอะไรเธอจริงๆ
“ล่วงละเมิด ? พูดได้ดี! งั้นเธอก็คือผู้สนับสนุนให้ฉันก่ออาชญากรรมสินะ แต่ถ้าให้พูดแล้วก็ยังไม่ได้ล่วงละเมิดอะไรเธอเลยนะ อื้ม ช่างหอมจริงๆ” พอได้ยินคำขู่ของ หานเสวี่ย เฉิงหยู่ ก็ไม่ได้สนใจ ขยับหัวเข้าไปใกล้ซอกคอของ หานเสวี่ย แล้วก็ซูดกลิ่นเข้าเต็มเปา พร้อมพูดจาแทะโลม
“ นายมันสารเลว ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ” หานเสวี่ย เริ่มขัดขืน
“ไม่มีปัญหา ถ้าเธอไม่เกรงใจฉันก็ไม่เป็นไร แต่ฉันจะพยายามทะนุถนอมนุ่มนวลกับเธอแล้วกัน ” พูดจบ เฉิงหยู่ ก็เอื้อมมือไปจับเข้าที่หน้าอกของ หานเสวี่ย จากนั้นก็ลูบไล้ไปตามยอดปทุม พร้อมกับใช้ปากค่อยๆบรรจงจูบไปตามต้นคอของหานเสวี่ย
ถ้าจะให้พูด ตั้งแต่มาที่โลกนี้เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ เฉิงหยู่ ได้จูบ อื้ม ช่างหวานหอมซะเหลือเกิน
พอเห็น เฉิงหยู่ เริ่มรุกมากขึ้น หานเสวี่ย ก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา เธอรวบรวมกำลังทั้งหมด จากนั้นก็แทงเข่าเข้าใส่กล่องดวงใจของเขา
เฉิงหยู่ ถือเป็นปรมาจารย์แห่งยุคแรกเริ่ม แค่กำลังของหญิงสาวคนหนึ่งมีหรือจะทำอะไรเขาได้ ขณะที่ขาเตะขึ้น เขาก็ใช้มือล็อกขาข้างหนึ่งไว้ คราวนี้เฉิงหยู่ ก็จูบเข้าที่ปากของ หานเสวี่ย เข้าจริงๆ หานเสวี่ย พยายามหลบซ้ายหลบขวาเพื่อไม่ให้เฉิงหยู่ได้สมใจ
เฉิงหยู่ยังคงใช้มือลูบไล้ไปตามเนินอกและปทุมถันของหานเสวี่ย จากนั้นไม่ใช้มืออีกข้างหนึ่งกุมหน้าของเธอให้หันมาทางเขา เพื่อไม่ให้หนีไปไหนได้
ฮึก ฮึก ฮือ〜 เมื่อโดน เฉิงหยู่ กระทำเข้าแล้ว หานเสวี่ย ตาเริ่มแดงขึ้นมา เฉิงหยู่เห็นเช่นนั้น เขาก็เริ่มคิดได้ว่าตนเองทำกับ หานเสวี่ย เกินไปหน่อย
เฉิงหยู่ ค่อยๆผ่อนแรง เมื่อหานเสวี่ยรู้สึกว่าตนไม่ได้ถูกขึงแล้ว เธอก็รวบรวมกำลังผลัก เฉิงหยู่ ออกไป จากนั้นก็รีบเปิดประตูวิ่งออกไปทันที
พอเห็น หานเสวี่ย วิ่งออกไปแล้ว เฉิงหยู่ ก็เอามือถูไถจมูก โธ่เอ๊ย ดูเหมือนว่าตัวเองจะหิวกระหายมากไปหน่อย จริงๆเขาก็แค่คิดจะหยอกเล่นนิดหน่อยเท่านั้น
คนที่อยู่ด้านนอกนั้นต่างก็เห็น หานเสวี่ย รีบวิ่งออกจากห้องสอบสวนแล้วเข้าห้องน้ำไป โดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เวลาเดียวกัน เฉิงหยู่ ก็ออกมาจากห้องสอบสวนเช่นกัน ผู้หญิงคนนี้เนี่ยน้า รีบวิ่งออกไป แถมยังไม่ยอมล็อกประตูอีก แต่นี่ก็ไม่ใช่เวลารอเธอกลับมาแก้แค้น แม้ว่าเขาจะไม่กลัวเธอก็ตาม แต่สุดท้ายสิ่งเขาทำกับคนอื่นก็เกินไปนิด ถึงจะมีเรื่องบางบาดหมางกันบ้าง แต่ก็ไม่ควรรังแกคนอื่นพร่ำเพรื่ออยู่ดี
“โทษทีนะครับ คุณผู้ชาย ตอนนี้คุณไปไหนไม่ได้ เจ้าหน้าที่ของทางเรายังไม่ได้รายงานผลคดีนะครับ เชิญรอด้านในก่อน” ตำรวจคนที่พาเขาเข้ามาในห้องสอบสวนพูดกับเฉิงหยู่
“หลบไปได้แล้ว นี่ยังไม่จบอีกงั้นเหรอ? ” เพ้ย! ที่นี่มันแย่จริงๆ ไม่จบไม่สิ้นสักที แล้วเขาต้องปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นมาจับตัวอีกงั้นเหรอ
ในระหว่างที่ เฉิงหยู่กำลังคิดอะไรอยู่ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “นายคิดจะทำบ้าอะไรน่ะ! ถ้าหากนายไปตอนนี้นะ จะมีเรื่องวุ่นวายตามมาอีกมาก”
โธ่เอ๊ย สงสัยเธอจะติดใจเราซะแล้ว “ฮ่าๆ ฉันก็แค่คอแห้งน่ะ เลยคิดจะออกมาน้ำดื่มเฉยๆ” เฉิงหยู่ พูดพลางหัวเราะ หลังจากนั้นก็เดินกลับเข้าห้องสอบสวน
เพราะเฉิงหยู่ก็รู้อยู่ ในโลกนี้ตำรวจก็เหมือนกับเป็นตุลาการคุมกฎในโลกของเทพเซียน เป็นผู้กุมอำนาจ ถึงแม้ เฉิงหยู่ จะไม่ได้กลัวอะไร แต่ก็ไม่อยากมีปัญหา นอกจากนี้ หานเสวี่ย ยังบอกว่าจะรายงานให้คนที่บ้าน ถ้าหากคุณอารู้เรื่องคงต้องรีบพาเราออกจากที่นี่แน่ เพราะฉะนั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไรล่ะมั้ง
ณ ห้องผู้กำกับการ หลังจากผู้กำกับเผิงต้าไห่ได้ยินรายงานของหานเสวี่ย เขาก็รู้สึกหดหู่ แล้วก็ปวดหัวอย่างมาก
“หานเสวี่ย เอ๊ย! ผมรู้นะว่าคุณเป็นตำรวจที่ดีคนหนึ่ง คุณก็ยังจะทำแบบนี้ มีเรื่องบางเรื่องที่คุณควรรู้จักปล่อยวาง เข้าใจไหม?” เผิงต้าไห่พูดกับ หานเสวี่ย อย่างจำทน หานเสวี่ย เป็นหนึ่งในกรรมการของพรรคหยุนไห่ แล้วก็ยังเป็นลูกสาวของ หานลี่เหวิน สหายเก่าของเขาเองด้วย สำหรับหลานสาวคนนี้ เขาไม่รู้จะจัดการยังไงจริงๆ
หานเสวี่ย เป็นตำรวจที่เถรตรงเป็นอย่างมาก คาดหวังตัวเองจะจัดการคนเลวๆได้ทั้งหมด เมื่อก่อนก็เคยเข้าไปในสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตราย แต่ว่าพ่อของเธอ หานลี่เหวิน รู้สึกไม่สบายใจ ก็เลยให้ตนเองจัดการโยกย้ายเธอให้ไปเป็นตำรวจจราจร
แต่ก็เพราะนิสัยรักความยุติธรรมของเธอ ตราบใดที่พบคนกระทำผิด ไม่ว่าใครหน้าไหนเธอก็ไม่สนใจ แต่น่าเสียดายที่เธอต้องเจอกับพวกลูกคนรวยๆอยู่เสมอ แต่ละคนก็ถูกเธอจับกลับมา ผลสุดท้ายก็ทำอะไรพวกนั้นไม่ได้ต้องมาขอโทษขอโพยกันไป ท้ายที่สุดตัวเองก็เป็นแค่ข้าราชการตัวเล็กๆ คนที่อยู่สูงกว่าเขานั้นมีมาก
ครั้งนี้ก็เช่นกัน ดันจับหลานชายของนายกเทศมนตรีกลับมา แถมยังจะกักตัวเอาไว้อีกสิบห้าวัน มันใช้ได้ที่ไหนกัน เพราะตัวเขาเองก็อยากจะนั่งเก้าอี้นี้นานๆ
“ผู้กำกับคะ ฉันเข้าใจความของคุณดีค่ะ แต่เรื่องที่เขาทำผิดมันชัดเจนขนาดนี้ แล้วทำไมยังจะต้องปล่อยเขาไปอีก เพราะว่าพวกเขามีคนหนุนหลังเหรอคะ? ถ้าหากเป็นอย่างนี้ กฎหมายจะยังเหลือความศักดิ์สิทธิ์อยู่ไหม หากเที่ยวปล่อยคนทำผิดไปง่ายๆแบบนี้ และคราวหน้าพวกเขาก็ทำผิดซ้ำๆ” หานเสวี่ย พูดอย่างเดือดดาล ทุกครั้งที่จับคนเหล่านี้ได้มักจะต้องหลุดไปซะทุกที ทั้งๆที่คนพวกนี้สมควรจะโดนจับมากที่สุด
“ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรนะ ก็ต้องปล่อยเขาไป ผมได้ติดต่อไปยังท่านนายกแล้ว คุณพาเขาไปแล้วกัน”
หานเสวี่ย ออกจากห้องไป เผิงต้าไห่ ก็ยกหูโทรศัพท์ติดต่อไปยังสายของนายก “ฮัลโหล! สวัสดีครับ! ท่านนายกเทศมนตรีใช่ไหมครับ? ผมเป็นผู้กำกับ สถานีตำรวจจงไห่ครับชื่อ เผิงต้าไห่ อ่าคือยังงี้ครับ หลานของท่านที่ชื่อว่า เฉิงหยู่ มีปัญหานิดหน่อยครับ พอดีถูกคนของเราพากลับมาด้วย ผมคิดว่าควรจะรายงานให้ท่านทราบก่อนครับ อ่อ อย่างนี้หรือครับ? ได้ครับๆ”
คิดไม่ผิดจริงๆที่โทรบอกก่อน ท่านนายกนั้นเป็นห่วงหลานชายอย่างคาดไม่ถึงทีเดียว
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูด้านนอก “เข้ามา!”
เมื่อเห็น หานเสวี่ย พาชายหนุ่มหนึ่งคนเข้ามาที่ห้อง เผิงต้าไห่ ก็รีบกล่าวทักทาย “ท่านนี้คือคุณเฉิงสินะครับ ผมชื่อ เผิงต้าไห่ เป็นผู้กำกับสถานีตำรวจจงไห่นี้ วันนี้ต้องขออภัยจริงๆนะครับ เรื่องแค่เล็กน้อยกลับต้องให้มาถึงนี่”
“โอ้ ไม่เป็นไรหรอก กลับกันที่นี่ก็ไม่เลวทีเดียว ไม่งั้นคงไม่ได้รู้จักตำรวจหญิงเจ้าเสน่ห์คนนี้ ผมมีความสุขมากเลยล่ะ” เฉิงหยู่ หันไปมอง หานเสวี่ยที่ไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
“อ่อๆ คุณเฉิง ช่างเป็นคนใจกว้างจริงๆ เมื่อครู่ผมได้ติดต่อกับท่านนายกแล้ว เดี๋ยวท่านจะมารับคุณด้วยตัวเอง เสี่ยวเสวี่ย เธอไปเอาชามาให้คุณเฉิงหน่อยสิ”
หานเสวี่ย แสดงสีหน้าอาการไม่มีความสุขเอาซะเลย
“คุณเฉิง ไม่ทราบว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่หรือครับ?” ถ้าเป็นหลานของท่านนายกล่ะก็ ถ้าให้พูดชัดๆ หนุ่มน้อยนี่กับครอบครัวของเขาต้องไม่ธรรมดา ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะกระชับมิตรภาพกับท่านนายกเทศมนตรี พูดคุยปรับความเข้าใจกันหน่อย หลักการของข้าราชการคือถ้ามีโอกาสแสวงหาความก้าวหน้าต้องไม่เพิกเฉย
“ หึหึ ผู้กำกับก็พูดเล่นไป ผมยังเด็กอยู่จะทำงานได้ยังไง ตอนนี้ผมเรียนอยู่ที่ หยุนไห่ไฮสคูล” เฉิงหยู่ ดูออกว่าเขาต้องการสิ่งใด คงคิดอยากจะตีตัวเข้าหาคุณอาของเราล่ะสิ
“เป็นอย่างนี้นี่เอง ผมได้ยินมาว่าวันนี้คุณเฉิงเพิ่งซื้อรถมายังไม่มีป้ายทะเบียน แล้วก็ยังไม่มีใบขับขี่อีกด้วยหรือครับ อย่างนี้จะทำให้เวลาคุณเฉิงออกไปไหนมาไหน มันจะลำบากเอานะครับ”
“หือ? ไม่ทราบว่า ผู้กำกับเผิง พอจะช่วยแก้ปัญหาน่ารำคาญนี้ได้หรือไม่ ” เฉิงหยู่ เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามตั้งใจเล่นลูกไม้กับตนเอง โดยหวังให้เขาติดหนี้บุญคุณ
“ แฮะๆ ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรหรอกครับ ที่จริงคุณเฉิงทำเองก็ได้ แต่อาจต้องใช้เวลา ถ้าหากว่าคุณเฉิงว่าอย่างนั้นแล้ว ที่จริงผมพอจะช่วยเร่งให้เสร็จเร็วขึ้นในวันสองวัน ใช้แทนคำขอโทษที่ปล่อยให้เกิดเรื่องวุ่นวายในวันนี้น่ะครับ คุณเฉิงจะว่ายังไงบ้างครับ?” เผิงต้าไห่ ยังไม่รู้จัก เฉิงหยู่ ดีพอ แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะเอาเรื่องวันนี้รึเปล่า ถ้าเกิดคนใหญ่คนโตที่มีท่านนายกหนุนหลังไม่พอใจขึ้นมาจริงๆ แล้วเขาจะเอาอะไรไปสู้ ? การช่วย เฉิงหยู่ ในครั้งนี้ก็เหมือนกับสร้างมิตรภาพ ให้รู้ว่าตัวเองเป็นมิตรที่ดีได้
ในเวลาเดียวกัน หานเสวี่ย ก็ถือแก้วชาเข้ามาสองแก้ว เฉิงหยู่ ก็รับชาจากมือแล้วแกล้งทำเป็นลูบมือ นั้นทำให้ หานเสวี่ยมองเขาตาขวาง หลังจากนั้นก็หันหลังออกจากห้องไป
เฉิงหยู่ ดื่มชาเข้าไปหนึ่งอึก แล้วก็หัวเราะออกมา “ ผู้กำกับ ค่อนข้างมีความกระตือรือร้นมากเลยนะครับ ผมก็ไม่ได้อยากจะรบกวนมากมาย ถ้าอย่างงั้นผมจะขอฝากรถไว้ที่นี้ก่อนได้ไหม รอให้ ผู้กำกับ จัดการเรื่องทั้งสองให้ผมเรียบร้อยแล้วค่อยกลับมาเอาภายหลัง”
ทั้งสองก็พูดคุยกันได้สักพัก มีตำรวจวิ่งเข้ามาที่ห้องบอกว่าท่านนายกมาถึงแล้ว ทั้งสองก็รีบลุกออกจากห้องไปหานายกเทศมนตรี
“ท่านนายก! ต้องขออภัยจริงๆนะครับ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ต้องให้ท่านลำบากมาด้วยตัวเอง” พอออกไปถึง เผิงต้าไห่ ก็รีบยิ้มแย้มเข้าไปพูดประจบทันที
“เผิงต้าไห่ บอกมาหน่อยว่านี่มันเรื่องอะไร ?” จ้าวหมิงหลง เห็น เฉิงหยู่ ก็รีบถามเรื่องราว
เผิงต้าไห่ ก็พอรู้ว่าควรอธิบายเรื่องนี้ยังไง ก็เลยพยายามหลีกเลี่ยงตัดเรื่องบางเรื่องออกไป
“ถ้าเป็นอย่างนั้น ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ฉันพาเสี่ยวหยู่กลับได้เลยหรือยัง”
“แน่นอนครับ จบเรื่องแล้ว” เผิงต้าไห่ ก็รีบพยักหน้าตอบ
หานเสวี่ย เห็นว่า เฉิงหยู่ได้กลับไปแล้วตัวเองก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด มือทั้งสองกำแน่น คิดถึงสิ่งที่ตนโดนลวนลามไปเมื่อครู่นี้ แล้วยังมาโดน ผู้กำกับ ตำหนิอีก ในใจก็โกรธแค้น ถ้าครั้งหน้าพลาดเมื่อไหร่ ได้เห็นดีกันแน่
ทางด้าน เผิงต้าไห่ เห็นทั้งสองคนกลับออกไปแล้ว ก็บรรจงปาดเหงื่อบนหน้าผาก ในใจก็เบาหวิวเหมือนทุกอย่างยกออกไปแล้ว ความเป็นจริงก็เช่นนี้ อะไรที่ผิดพลาดไปแล้วย่อมไม่อาจจะย้อนกลับไปแก้ไขได้ ที่สำคัญต้องระวังไม่ให้มีปัญหากับคนใหญ่คนโต ท่านนายกวันนี้ดูพอใจ แต่ใครจะไปรู้ว่าในใจคิดอะไรอยู่ สุดท้ายก็แค่ทำให้เขาพึงพอใจก็เพียงพอแล้ว เพราะไม่มีใครโดนเหมือนตัวเองสักหน่อย
จบตอน