ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่748 ยุคสมัยที่ไหลผ่าน

        ศึกการช่วงชิงวิชาสังสารวัฏที่ยิ่งใหญ่ เป็นที่พูดคุยออกไปทั่วในรอบหลายวันมานี้ แต่ก็ไม่มีใครรับรู้ความจริงว่า ภายในเส้นทางสายรุ้ง เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

 


       แต่ที่แน่ๆ ในช่วงหนึ่งสัปดาห์นี้ พวกเขาคนดินแดนจักรพรรดิ ไม่เห็นแม้แต่เงาของจักรพรรดิหนุ่ม ผู้ปกครองดินแดนเทพ อย่างอี้เฉินอีกต่อไป ข่าวคราวของเขาเองก็ตาม ผู้คนจึงคาดเดาไปต่างๆ นานา เกรงว่าอี้เฉินจะตายตกลงไปแล้ว

 


        เยว่ชิงเซียนภายในนิกายยอดยุทธ์ ถูกกักขังโดยเหล่าผู้อาวุโสใหญ่ ดวงตานางร่ำไห้เสียใจหนักมาก จนดวงตาแดงบวมช้ำ ใบหน้างดงามหม่นแสงลงไปไม่น้อย ราวกับหัวใจนางที่ถูกบดขยี้จนแตกสลาย สร้อยคอที่อี้เฉินเคยมอบให้นางไว้เป็นของดูต่างหน้า นางยังคงลูบคลำ มันด้วยความทะนุถนอม หวังว่าจะได้พบเจอ เจ้าของของมันอีกครา

 


       ซึ่งไม่ต่างอะไรจากหลินเฟยมากนัก ที่ลูบคลำแหวนไม้เก่า ในฝ่ามือของนางด้วยความรักทะนุถนอม เฝ้ารอคอยอี้เฉินอยู่ภายในดินแดนเทพ ครั้นรับรู้ถึงความผิดปกติ จากระยะเวลา ที่อี้เฉินจากลานางไป นางยังจดจำคำของอี้เฉิน ที่สลักลึกลงไปภายในหัวใจของนางได้ ว่าอี้เฉินจะกลับมาหานางอย่างแน่นอน ดวงตาคู่นั้นของนาง จึงเต็มเปี่ยมไปด้วยการเฝ้ารอคอย
 


        แม้แต่ผู้คนทั่วหุบเขาบรรพชนบัดนี้ พวกเขายังนั่งไม่ติดอีกต่อไป ส่งให้ทั่วดินแดนเทพเกิดความโกลาหล วุ่นวายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มีมหาอำนาจบางกลุ่ม ถึงกับโทษตัวของอี้เฉินที่สร้างเรื่อง กลายเป็นบาปติดตัวของจักรพรรดิหนุ่มผู้ปกครองดินแดนเทพ ว่าจะทำให้ดินแดนเทพล่มสลาย มีเพียงกลุ่มมิตรสหาย ของอี้เฉินเท่านั้น ที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างอี้เฉิน โกรธแค้นคนดินแดนจักรพรรดิเป็นอย่างมาก
 


       ทิศทางดินแดนจักรพรรดิ เขตปกครองของจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง ชายหนุ่มที่สูบกลืนชีวิตของจอมยุทธ์รุ่นใหม่ หลาย10ชีวิต ภายในพระราชวังส่วนตัว เพื่อให้ตนเองกลับมาเป็นหนุ่มช้าๆ ผมสีขาวโพลนค่อยๆ กลับมาเป็นสีดำคลับ ใบหน้าหล่อเหลา พร้อมปราณพลังที่ฟื้นคืนกลับมาเติมเต็ม ส่งให้เขาไปอยู่ในจุดสมบูรณ์ สูงสุดของเขาอีกครา ก่อนจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิงจะคลี่ยิ้มออกมากว้าง เปิดเปลือกตา ทอประกายแสงคมกล้าขึ้นมาในรอบหลายวัน

 


        ภาพเหตุการณ์นั้นอยู่ในสายตาของ อี้ฟางหรง ภายในกรงขังสีทองตลอด แม้นางจะไม่อยากเชื่อว่า นางจะไม่ตายตก แต่การมาอยู่เช่นนี้ ก็ไม่ต่างอะไร ไปจากการตกนรกทั้งเป็นไม่ใช่หรือ “เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่ จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง ข้าไม่เคยเห็นวิถีช่วงชิง ที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อน” อี้ฟางหรง นางอดไม่ได้ที่จะกล่าวไต่ถามออกมา เกรงว่าจักรพรรดิ ฟู่เฉิง ผู้นี้จะมีความลับยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าบางอย่าง แอบซ่อนเอาไว้จากทุกผู้ทุกคน
 


       จักรพรรดิ ฟู่เฉิง เขาแค่คลี่ยิ้มออกมากว้าง จ้องมองสายตา เสียดแทง อี้ฟางหรง ออกมาเท่านั้นไม่ได้อธิบาย อะไรให้นางรับฟัง ก่อนส่งปราณพลังสูบกลืน ออกมาน้อยๆ ข่มขู่ตัวนาง ภายในกรงขังสีทอง ทำให้ อี้ฟางหรง นางตัวสั่นเทิ้ม ราวกับลูกนกในฝ่ามือขึ้นมาทันที ครั้นรับรู้ถึงความตายอย่างหนัก พร้อมปราณพลังที่ถูกช่วงชิง

 


         อี้ฟางหรงที่กัดกรามไว้ จนแน่นด้วยความไม่จำยอม พอจะรับรู้ได้ว่า นางไม่อาจรอดพ้นเงื้อมมือ ชายผู้นี้ได้อีกต่อไป นางจึงกล่าวพูดออกมาด้วยความเชื่อมั่น “อี้เฉินน้องชายข้า สักวัน เขาต้องมาช่วยข้าอย่างแน่นอน”

 


       จักรพรรดิ ฟู่เฉิงที่ได้ยินเขายิ่งคลี่ยิ้มยินดี “หากเป็นเช่นนั้นก็คงดีนะซิ เจ้าคงยังไม่รู้ ไอ้เวรอี้เฉินนั้น ร่างของมันตกลงไป ภายในแม่น้ำแห่งกาลเวลาสีทอง แม้แต่จักรพรรดิอย่างข้า ยังไม่กล้ากล้ำกราย เข้าไปเหยียบย่ำสถานที่แห่งนั้น หากอี้เฉิน มันรอดพ้นความตายออกมาได้ เจ้าคิดว่าหัวใจของมันจะแตกสลาย มากมายถึงเพียงใด ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด รวมถึงความตายของเจ้าด้วย แม่นางอี้ฟางหรง เป็นข้าคงจะไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมา แม้แต่คนอื่นๆ ยังคิดว่า เจ้าได้ตายตกไปแล้วเช่นกัน” ก่อนจักรพรรดิ ฟู่เฉิงเขาจะหัวเราะ ออกมาดังก้อง ด้วยความสะใจ ครั้นคิดถึงความเป็นไปได้นั้น

 


       อี้ฟางหรง นางแค่นเสียงขึ้นมาด้วยความเดือดดาล “เจ้า!! เจ้า!!” ฝ่ามือนางที่กระแทกเข้าใส่กรงสีทองเกิดเสียง ปัง! ปัง! ดังออกมาก้อง จนฝ่ามือของนางมีโลหิตไหลซึม พร้อมความรู้สึกเจ็บปวด ที่แล่นพล่านออกมา ครั้นรับรู้ภายในกรงขังแห่งนี้ นางก็ไม่ต่างอะไรไปจาก ปุถุชนคนธรรมดา “บัดซบ! บัดซบ! เจ้ารังแกสตรีเยี่ยงข้า มันสนุกนักหรือไง แน่จริงเจ้าปล่อยข้าแล้วมาสู้กัน”

 


       จักรพรรดิ ฟู่เฉิง เขาหลับตาพริ้ม ส่ายหัวออกมาน้อยๆ ไม่ได้สนใจ อี้ฟางหรง นางที่เดือดดาลอีกต่อไป ครั้นรับรู้ว่าไม่ช้าดินแดนจักรพรรดิ จะต้องเกิดความยุ่งวุ่นวายอีกครา จากการช่วงชิงดินแดนเขตปกครอง ของเหล่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แม้จะไม่ให้เหล่าจักรพรรดิเข้าร่วม แต่ศึกนี้เกรงว่าจะหนักหน่วง นองเลือดกันไม่น้อย จากการช่วงชิงทรัพยากรล้ำค่า

 


        ...เวลาที่ค่อยๆ ไหลผ่าน1ปี ผ่านไป2ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ศึกการช่วงชิงดินแดนเขตปกครอง ของดินแดนจักรพรรดิ บัดนี้ดินแดนของจักรพรรดิมนุษย์ เกอซูหยาง เขาสูญเสียเขตปกครองไปไม่น้อย จากการที่เหล่าจักรพรรดิคนอื่นๆ ที่ไม่เห็นหัวเขาอีกต่อไป ส่งกำลังพลเข้าบุกยึด จนบัดนี้เขตปกครองของเขา เหลืออยู่ไม่ถึงสามส่วนเสียด้วยซ้ำ หากไม่ได้จักรพรรดิมังกรฟ้า จ้าวหานเฟิง เข้าแทรกแซงเกรงว่า จะเหลือแต่สถานที่ประทับ ของจักรพรรดิอย่างสวนลอยฟ้าแล้วกระมัง

 


         ข่าวคราวของอี้เฉินเองก็เริ่มซาลงไปมาก จากช่วงเวลา2ปีมานี้ ใครเล่าอยากจะพูดถึงคนที่ตายตกลงไปแล้ว แม้แต่ดวงตาของเยว่ชิงเซียนในยามนี้ นางยังเย็นชา ขึ้นมาเป็นอย่างมาก จิตใจนางที่ไม่ว่อกแว่กอีกต่อไป ตั้งใจฝึกฝนอย่างจริงจัง เริ่มกลับมาเป็นที่ไว้ใจ ของเหล่าผู้อาวุโสใหญ่ ภายในนิกายยอดยุทธ์อีกครา

 


        ทิศทางแม่น้ำแห่งกาลเวลาสีทอง ที่ทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตา ขวางกั้นดินแดนจักรพรรดิไว้ ราวกับมันข้ามผ่านอดีต ปัจจุบัน ไปยังอนาคดที่ยากจะคาดเดา ไร้ซึ่งสิ่งชั่วร้ายกล้ำกราย แม้แต่สิ่งมีชีวิตที่อยู่อาศัย ภายในสถานที่แห่งนี้ ยังไม่มีให้เห็นกลับมีร่างชายหนุ่มผู้หนึ่ง ลอยอยู่เหนือผิวน้ำสีทองแห่งกาลเวลา

 


        แม้ร่างกายของชายหนุ่มจะแตกยับ พังเสียหายอย่างหนัก แต่รอบๆ ตัวของเขา เต็มไปด้วยม้วนตำราวิชาสังสารวัฏ ที่ถูกขับเคลื่อน โอบล้อมทั่วสารพางค์กายของเขาเอาไว้ พร้อมร่างที่ลอยไร้จุดหมาย ใบหน้าขาวซีด มีการขยับไหวกล้ามเนื้อใบหน้า ราวกับเขาฝันร้าย ไม่มีทีท่าว่าจะลืมตาตื่นขึ้นมา จากห้วงความฝันแม้แต่น้อย

 

        ...เวลา10ปี 20ปีที่ไหลผ่านประวัติศาสตร์ เริ่มสร้างชื่อ เหล่าจอมยุทธ์อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ ขึ้นมาอย่างมากมาย จากคลื่นลูกใหม่ ที่ผงาดขึ้นมาเทียบชั้นเหล่าอัจฉริยะ ผู้มีพรสวรรค์รุ่นก่อน แม้แต่ทวีปมืดเองก็เป็นเช่นนั้น เมื่อข่าวคราวการรับสมัครทหาร ภายในเมืองหลวงชั้นนอก ส่งข่าวมาถึงหมู่บ้านชายฝั่งหวงอวี้

 


        ซึ่งสถานที่แห่งนี้ ทำการประมงเป็นหลัก สิ่งปลูกสร้างหลายส่วน รุกคืบลงไปยังแม่น้ำสีทอง ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านประมงศักดิ์สิทธิ์ ส่วนหนึ่งก็เนื่องมาจาก พวกเขาลงไปยังแม่น้ำกาลเวลาสีทองที่อันตราย เพียงเพื่อจับปลาทำการประมง หากไม่ระวัง พบเจอแม่น้ำกาลเวลาสีทอง ที่เข้มข้นเข้า ดวงวิญญาณความมืดของพวกเขา อาจถูกชำระล้าง จนตายตกได้อย่างง่ายดาย

 


        บริเวณแม่น้ำกาลเวลาสีทอง ที่ไม่ห่างจากชายฝั่งมากนัก เด็กสาวอายุราวๆ 16ปี ผิวขาวหยาบกร้านใบหน้าเปรอะเปื้อน พร้อมด้วยชุดผ้าป่านเก่า ร่างกายที่ผอมซูบ ทว่าที่โดดเด่น เกรงว่าจะเป็นแต้มสีดำกลางหว่างคิ้วของนาง เป็นตัวบ่งชี้ว่านางเป็นคนทวีปมืด ครั้นเด็กสาวเห็นทิศทางหนึ่ง มีปลาสีทอง แหวกว่ายไปมา รวมตัวกันไม่น้อย นางไม่เคยเห็นปลาสีทองมารวมตัวมากมาย เช่นนี้มาก่อน นางจึงบอกกล่าวพี่ชายของนางในทันใด

 


“ท่านพี่ทางนั้น รีบพายเรือไปบริเวณนั้นเร็วเข้า”

 


       ชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้น เขาได้แต่ส่ายหัวออกมาน้อยๆ ก่อนจะพายเรือไปทิศทางที่เด็กสาวบอก ก่อนเขาจะเบิกตาออกกว้าง เมื่อเห็นบริเวณผิวน้ำมี ปลาสีทองมากมายแหวกว่าย มารวมตัวกัน อย่างไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติการจับปลาสีทอง ตามชีวิตประจำวันก็ถือเป็นเรื่องยาก นานๆ ครั้งจะพบเจอที ก่อนชายหนุ่มจะคลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อเห็นวิวทิวทัศน์รอบๆ ลำเรือ “เกรงว่าวันนี้ ข้ากับเจ้า จะโชคดี เข้าให้เสียแล้ว”