เทพกระบี่เงาสังหาร

    คลังสมบัติที่ว่างเปล่า

    กลุ่มคนที่แอบดูอยู่ห่างๆต่างก็แสดงสีหน้าตกตะลึงราชันขั้นสูงด้วยวัย 20 ปี สำหรับพวกเขามันเป็นเรื่องที่เกินสามัญสำนึกไปมาก เพราะสำหรับพวกเขาราชันจะตกเป็นชายวัยกลางคนหรือชายชราแก่ๆ แต่สำหรับราชันด้วยวัย 20 ปี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพวกเขายังไม่เคยพบ แต่ตอนนี้ราชันขั้นสูงอายุ 20 ปีก็อยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว"ตระกูลซือแพ้แล้ว" ชายชราคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น"ฮ่า ฮ่า ในที่สุดสวรรค์ก็ลงทัณฑ์พวกมัน" ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยสีหน้ายินดีอย่างบ้าคลั่งเพียงไม่นานผู้คนที่แอบดูการต่อสู้อยู่ก็โห่ร้องออกมาด้วยความสุขราวกับทาสที่ถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ อีกด้านอู่หมิงที่พึ่งกลับมาถึงห้องก็ได้รับข่าวเช่นเดียวกัน"ไม่น่าเชื่อว่านางจะเป็นราชันขั้นสูงแล้ว" อู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง"เจ้าเองก็อย่าได้ท้อ ตัวเจ้าอายุเพียงแค่ 15 ปี ยังเหลือเวลาอีก 5 ปี ด้วยพรสวรรค์ของเจ้าและมีข้าราชันเป็นคนชี้แนะ เจ้าจะต้องเหนือล้ำกว่านางแน่ในอนาคต" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับแสดงท่าทางเหมือนชายชรากำลังสอนลูกศิษย์ของตนทางด้านหอสมบัติเมื่อสังหารผู้คนตระกูลซือไปแล้วพวกเขาก็ตรงไปยังตระกูลซือและยึดพื้นที่ทั้งหมดของตระกูลซือในทันที แต่สิ่งที่หอสมบัติไม่คาดคิดอย่างหนึ่งก็คือ ภายในคลังสมบัติของตระกูลซือนั่นว่างเปล่าไม่เหลือแม้แต่ก้อนหินสักก้อน นี่ทำให้คนของหอสมบัติต่างงุนงงและไปรายงานเสี่ยวหลินทันทีเสี่ยวหลินเองก็ไม่อยากจะเชื่อจึงมาตรวจสอบด้วยตนเอง แต่แม้แต่เสี่ยวหลินก็ต้องจนปัญญาเพราะนางไม่พบแม้แต่กลิ่นอายของมนุษย์สักคน แต่กลิ่นอายที่นางรู้สึกได้มีเพียงแค่กลิ่นอายของอสรพิษน้อยเท่านั้น"กลิ่นอายแบบนี้เหมือนข้าเคยเจอที่ใหนมาก่อนนะ" เสี่ยวหลินกล่าวขระที่ขบคิดแต่นางก็ไม่สามารถนึกออกได้"เอาเถอะ ถึงพวกเราจะไม่ได้สมบัติของพวกตระกูลซือก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยเราก็นำที่ดินของตระกูลซือไปประมูลให้ตระกูลอื่นๆในอาณาจักรแห่งนี้ก็น่าจะได้กำไรมากโขแล้ว" เสี่ยวหลินกล่าวพร้อมกับจากไปเมื่อถึงตอนเช้าข่าวที่ตระกูลซือถูกทำลายลงพร้อมกับมีการประกาศจากหอสมบัติว่าในอีก 2 วันจะมีการประมูลที่ดินของตระกูลซืออีกด้วย นี่ทำให้หลายตระกูลต่างก็เตรียมเงินทองของตนไว้ให้มากที่สุดเพื่อที่จะได้ซื้อสถานที่บ่มเพาะของตระกูลซือเอาไว้ให้ลูกหลานของตนบ่มเพาะทางด้านตระกูลเยี่ยเองก็ไม่เว้น ผู้คนตระกูลเยี่ยต่างออกไปล่าสัตว์อสูรและหาสมุนไพรเพื่อหาเงินกันอย่างบ้าคลั่ง อู่หมิงที่เห็นแบบนั้นก็อยากจะมอบเงินทองที่ตนมีให้ตระกูลเยี่ยยืมสักหนึ่งล้าน แต่เพราะกลัวว่าหอสมบัติจะสืบรู้ว่าเหรียญทองที่อู่หมิงมีเป็นของตระกูลซือและอาจจะสาวมาถึงเรื่องที่อู่หมิงเป็นคนขโมยสมบัติของตระกูลซือก็ได้ อู่หมิงจึงต้องเงียบไว้และบ่มเพาะพลังอย่างสบายใจเวลาผ่านไปการประมูลก็เริ่มขึ้นพร้อมกับที่พื้นที่ของตระกูลซือถูกแบ่งเป็นหลายๆส่วนและถูกขุมอำนาจของแต่ละตระกูลซื้อไปด้วยราคาสูงลิ่ว แต่กลับกันอู่หมิงคิดว่าตอนนี้อาณาจักรแห่งนี้ได้มาถึงจุดที่อ่อนแอลงมากเพราะคนที่อยู่ระดับราชันในอาณาจักแห่งนี้ไม่เหลือแม้แต่คนเดียวเพราะตระกูลซือได้สังหารเหล่าราชันที่เคยอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ไปหมดแล้ว"อู่หมิงเจ้าคิดว่าอาณาจักรของเราจะเจอเรื่องแบบอาณาจักรแห่งนี้หรือไม่" จิงเสวี่ยนกล่าวถาม"ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงข้าเองก็ปกป้องคนสำคัญของข้าเอาไว้ให้ได้" อู่หมิงกล่าว"แล้วข้าเป็นคนสำคัญของเจ้าหรือเปล่า" จิงเสวี่ยนกล่าวด้วยรอยยิ้ม"แน่นอนทั้งเจ้าและครอบครัวของเจ้าล้วนเป็นคนสำคัญของข้า" อู่หมิงกล่าวด้วยรอยยิ้มหลังจากงานประมูลจบลงผู้อาวุโสของหอกระบี่ก็มาถึงอาณาจักรตามข้อความที่อู่หมิงได้เขียนเอาไว้ แต่ว่าเมื่อผู้อาวุโสมาถึงเรื่องทั้งหมดก็จบลงไปแล้วทำให้ชายชรารู้สึกมาเสียเที่ยว แต่ด้วยเหตุการณ์ที่อู่หมิงบอกเล่าให้ชายชราฟัง ชายชราก็เริ่มมองแผนของตระกูลหวังออกและกลับไปรายงานหอกระบี่ทันทีพวกอู่หมิงเมื่อพักอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้เป็นเวลา 5 วันก็ครบกำหนดที่เสี่ยวหลินบอก พวกอู่หมิงก็ทำหน้าที่คุ้มกันพวกเสี่ยวหลินกลับหอสมบัติที่อาณาจักรเจียงของตน ถึงแม้ในใจของอู่หมิงจะรู้ว่าการคุ้มกันในครั้งนี้ชั่งเป็นเรื่องที่ไร้สาระมาก แต่อู่หมิงตอนนี้กำลังอารมณ์ดีจึงไม่ได้คิดเรื่องหยุมหยิมพวกนี้"ดูเหมือนคุณชายอู่หมิงจะอารมณ์ดียิ่งนัก คุณชายไปเจอเรื่องอะไรดีๆมางั้นหรือ" เสี่ยวหลินกล่าวพร้อมกับมองไปที่อู่หมิงด้วยความสงสัย"เอ่อ ก็ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่" อู่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชาก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น"งั้นหรือ ข้าก็นึกว่าคุณชายอู่หมิงจะเก็บเกี่ยวได้ดีเมื่ออยู่ในอาณาจักรแห่งนั้นซะอีก" เสี่ยวหลินกล่าวพร้อมกับจ้องไปยังแขนเสื้อของอู่หมิงที่มีอสรพิษน้อยนอนอยู่"แย่แล้วข้าลืมลบกลิ่นอายของอสรพิษน้อย" อู่หมิงตื่นตะหนกในใจแต่ภายนอกก็ยังแสดงสีหน้าสงบนิ่ง"ข้าไม่เข้าใจที่แม่นางเสี่ยวพูด แม่นางต้องการจะสื่ออะไรกันแน่" อู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าสงบทางด้านองค์ชายเก้าเมื่อรู้สถานะที่แท้จริงของเสี่ยวหลินแล้วองค์ชายเก้าก็ไม่กล้าเข้าไปตีสนิทกับเสี่ยวหลินอีกเพราะทั้งสองนั้นห่างชั้นกันเกินไปจึงทำให้องค์ชายเก้ารู้สึกหดหู่และเงียบตลอดทางเสี่ยวหลินเมื่อเห็นว่าอู่หมิงยังตีหน้าสงบนางจึงไม่ได้เอ่ยถามหรือหยอกล้ออีก "ชั่งน่าสนใจจริงๆ ด้วยอายุแค่นี้แต่กลับเข้าไปขโมยสมบัติของตระกูลซือที่มีทั้งกับดักและค่ายกงป้องกันไว้ได้อย่าเงียบเชียบแถมยังไม่ทิ้งกลิ่นอายเอาไว้อีก คิกคิก ดูท่าเขามีค่าพอที่จะไปยังทวีปศูนย์กลางได้" เสี่ยวหลินคิดในใจใช้เวลาสองวันพวกอู่หมิงก็กลับมาถึงอาณาจักรของตนพร้อมกับสำเร็จภารกิจ เนื่องจากพวกอู่หมิงมาถึงก่อนกำหนดด 1 วันทำให้พวกอู่หมิงยังมีเวลาพัก 1 วันก่อนผู้อาวุโสเฉินจะออกมารับพวกตน พวกอู่หมิงจึงตกลงกันว่าให้แยกย้ายกลับไปหาคนในครอบครัวของตนเองส่วนเยี่ยฉีนั้นได้ไปพักกับองค์ชายเก้าที่ตระกูลราชวงศ์---------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน