เช้าวันต่อมาที่หมู่บ้านใบไม้ม่วง....
“หาววววววววว”
เอริคตื่นขึ้นมาพร้อมกับบิดขี้เกียจ
การได้นอนเต็มอิ่มช่างเป็นเรื่องที่ดียิ่งนัก!
เอริคเดินไปเปิดประตูออกจากบ้านก่อนจะเดินไปที่บ้านหลังหนึ่ง
ก๊อกๆ
“เท็นเจ้าตื่นรึยัง?”
“ตื่นแล้วขอรับ ตื่นแล้ว”
เท็นรีบลุกขึ้นมาเปิดประตูด้วยท่าทีสดชื่น
เอริคว่าจะไปรับประทานมื้อเช้าสักหน่อย
เมื่อวานเย็นเขาเหนื่อมากไปจนหลับไปทำให้ไม่ได้ทานมื้อเย็นเลย
หิวข้าวชะมัดเลยแหะ
“งั้นเราไปทาน....”
ขณะที่เอริคกำลังจะไปรับประทานอาหาร
กุบกับๆๆ
หือ?นั่น....
กองกำลังหมาป่าทลายสวรรค์?
มาถึงแล้วงั้นรึ?
“คารวะนายท่านเอริค!!”
ผู้นำกองกำลังลงมาคุกเข่าข้างนึงข้างหน้าเอริค
“อืม ลุกขึ้นเถอะ”
“ขอบคุณนายท่าน”
เอริคมองสำรวจไปที่ผู้นำกองกำลังหมาป่าทลายสวรรค์
แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์?
ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนักว่าระหว่างที่ข้าไม่อยู่ไม่นานเซนจะทำได้ถึงขนาดนี้
ระดับการฝึกตนของคนผู้นี้...
ผู้ฝึกหัดปราณขั้นที่1 กลาง
ไม่เลว...
“อืมก่อนอื่นเราก็ไปทานอาหารกันก่อนเถอะ”
เอริคสังการออกมาก่อนจะรีบเดินไปที่ลานกว้างหมู่บ้าน
“ขอรับ”
แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์ขานรับออกมาด้วยเสียงปกติและเดินตามไปเงียบๆ
ที่แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์มีปฏิกิริยาเช่นนี้เพราะเขาคิดว่าทานอาหารของเอริคก็คือทานพวกอาหารแห้งอะไรจำพวกนี้
ถ้าเขารู้ว่าสิ่งที่เขาจะได้ทานคือเนื้อสัตว์อสูรขั้นที่2ล่ะก็
เขาคงตกใจจนพูดไม่ออกแน่
ลองคิดดูว่าตอนนี้มีสักกี่คนที่มีความสามารถพอจะล่าอสูรขั้นที่2 ได้?
“ใช่พวกเจ้าพกเครื่องปรุงมาหรือไม่?”
เอริครีบหันกลับไปถามแม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์ทันที
ข้าเกือบเรื่องสำคัญที่สุดไปแล้วนะเนี่ย
“เครื่องปรุงรึขอรับ?”
“ถ้าเป็นพวกเกลือหรือน้ำตาลข้าน้อยก็มีพกมาบ้างขอรับ”
แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์ตอบออกมาอย่างงง
ทำไมนายท่านถึงถามหาเครื่องปรุงล่ะ?
หรือว่านายท่านจะทำอาหารกัน?
ไม่น่าเป็นไปได้....
“เยี่ยม!เจ้าช่างรอบคอบยิ่งนัก”
เอริคตอบออกมาด้วยความชื่นชม
ด้วยความดีครั้งนี้ของเจ้าข้าจะให้เจ้าได้ชิมสุดยอดอาหารแห่งศตวรรษ!!
แถมครั้งนี้ข้าจะเสริมสุดยอดเครื่องปรุงลงไปอีกหึหึ
เอริคแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
ใบไม้สวรรค์ม่วงอมตะนั่นก็รสชาติไม่เลวเลย
ถ้ามีคนมาได้ยินประโยคนี้ของเอริคคงได้รีบวิ่งมาเปิดกะโหลกเอริคเพื่อดูว่าเขาคิดอะไรอยู่แน่
พี่ชาย!ท่านบ้าไปแล้วรึ?
ท่านคิดจะเอาสมุนไพรระดับสวรรค์มาเป็นเครื่องปรุงอาหารอ่ะนะ?
ไอ้พ่อคนรวยยยยยยยยยยยยยย
สำหรับผู้คนจากชีวิตก่อนของเอริคแล้วการที่จะได้ใบไม้สวรรค์ม่วงมาสักใบนั้นยากดั่งปีนป่ายขึ้นสวรรค์
การพบเจอมันแต่ล่ะครั้งยิอมทำให้เกิดแม่น้ำโลหิตซากศพกองเท่าภูเขาทุกครั้ง
เพราะกองกำลังส่วนใหญ่ต้องการที่จะนำไปให้รุ่นเยาว์ของพวกเขาฝึกตั้งแต่อายุยังน้อยยิ่งมีระดับการฝึกตนสูงเท่าไหร่ตอนอายุยังยังน้อย อนาคตก็จะยิ่งก้าวไกลเท่านั้น
“เท็นไปเด็ดใบไม้สวรรค์ม่วงอมตะมาสักใบ2 ใบสิ”
เอริคหันไปสั่งเท็น
“ขอรับ”
เท็นได้ยินว่าเอริคจะใช้ใบไม้สวรรค์ม่วงอมตะจึงรีบวิ่งไปเด็ดมันมาทันที
ทำไมเขาถึงดูตื่นเต้นเช่นนั้นกัน?
แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์มองไปที่เท็นพลางคิดอย่างสงสัย
ใบไม้สรรค์ม่วงอมตะ?
ฟังดูแล้วน่าจะเป็นสมุนไพร?
น่าจะเป็นระดับหายากกระมั้ง?
แน่นอนว่าแม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์ย่อมต้องคิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นถึงสมุนไพรระดับสวรรค์อย่างแน่นอน
“เอาล่ะพวกเจ้าไปหาหม้อใหญ่ในหมู่บ้านมาซะข้าจะเริ่มปรุงอาหารแล้ว”
เอริคเดินไปที่อสูรหมูป่าแดงที่โดนแช่แข็งอยู่
เตรียมตัวโดนเชือดซะเถอะหมูน้อย!!
“นาย.....”
ตอนแรกแม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์คิดจะบอกว่า
นายน้อยท่านไม่จำเป็นต้องทำอาหารด้วยตัวเองหรอกขอรับ
ท่านเป็นถึงผู้นำตระกูลมังกรทมิฬเลยนะขอรับ
แต่คำพูดที่เขาจะพูดออกมาต้องถูกหยุดด้วยภาพตรงหน้า
อะ....อสูร?
แถมระดับของมัน.....
อสูรคลั่งขั้นที่ 2!!
สวรรค์!อย่าบอกข้านะว่าเราจะได้กินเนื้อเจ้าอสูรนี่...
เอื้อก
แม่ทัพหมาป่าทลายสวรรค์ห้ามตัวเองไม่ให้กลืนน้ำลายไม่ได้
แม้แต่ลูกน้องน้องของเขาที่ด้านหลังก็ยังห้ามตัวเองไม่ให้กลืนน้ำลายไม่ได้
นายท่านเอริคช่างใจกว้างยิ่งนัก
ใจกว้างดั่งทะ...
ไม่สิ!ดั่งห้วงมหาสมุทรเลยต่างหาก!!
สำหรับรสชาติพวกเขาหาได้สนใจไม่...
พวกเขาต่าจากเอริคที่สนใจเพียงว่าอร่อยรึไม่
จะอร่อยไม่อร่อยช่างหัวมันเหอะ!!
แค่ความสามารถที่สามารถส่งผลต่อการฝึกตนมหาศาลก็ทำให้พวกเขาตื่นเต้นจนตัวสั่นแล้ว
แม้พวกเขาจะไม่รู้ถึงผลประโยชน์ของใบไม้สวรรค์ม่วงอมตะแต่สำหรับเนื้อสัตว์อสูรนั้นพวกเขารู้ถึงประโยชน์ของมันดี
ว่ามันสามารถเสริมความแข็งแกร่งของร่างกายและยกระดับการฝึกตนได้
ตอนนี้ข้าอยู่ที่ระดับผู้ฝึกหัดปราณขั้นที่1กลาง
แต่ด้วยผลของเนื้อสัตว์อสูรขั้นที่2ข้าจะต้องก้าวขึ้นไปเป็นผู้ฝึกหัดปราณขั้นที่ 1 สูงอย่างเป็นแน่แท้
ฉัวะ!
หัวกับตัวของอสูรหมูป่าแดงพลันแยกออกจากกัน
ถึงเวลา...
ทำอาหารแล้ววววววววว