คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 43
เสิ่นเจ๋อหยวนและเมิ่งเหวินฮั่นสะพายตะกร้าเอาไว้ด้านหลัง หลังจากที่เมื่อวานพวกเขาได้พักผ่อนจนความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางหายไปแล้วนั้น ในวันนี้เมิ่งเหวินฮั่นก็ได้ชักชวนเสิ่นเจ๋อหยวนออกไปล่าสัตว์ในป่าหลังหมู่บ้านด้วยกัน ซึ่งในครั้งนี้พวกเขาไปเพียงกันแค่สองคนเท่านั้น เนื่องจากคนอื่นๆ ต้องการอยู่บ้านเพื่อซ่อมแซมบ้านและทำความสะอาดบ้านของพวกเขานั่นเอง
“พร้อมแล้วใช่ไหมเจ๋อหยวน”
เสิ่นเจ๋อหยวนพยักหน้าออกไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะมองตรงไปที่เมิ่งจือหลันที่กำลังเดินตรงมาหาพวกเขาพร้อมกับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในมือของเธอ เพียงแค่ได้กินที่กำลังโชยออกมานั่น เสิ่นเจ๋อหยวนก็รับรู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายนำอาหารมามอบให้กับเขาและเมิ่งเหวินฮั่นอย่างแน่นอน
“พวกนายอย่าลืมเอาอาหารกับน้ำดื่มไปด้วยสิ แล้วก็ระวังตัวเอาไว้มากๆ ด้วย ถึงแม้ว่าพวกนายจะเป็นทหารและมีฝีมือในการต่อสู้ แต่พวกนายก็ไม่ควรจะประมาทเข้าใจไหม”
เมิ่งเหวินฮั่นพยักหน้าให้กับความเป็นห่วงของผู้เป็นพี่สาว เขารู้ดีว่าต่อให้เขาจะโตขนาดไหนก็ตาม แต่สำหรับพี่สาวของเขาคนนี้ เธอมักจะรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยเขาอยู่เสมอ และคิดว่าเขานั่นเป็นน้องชายตัวน้อยของเธอตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนว่าเมิ่งเหวินฮั่นไม่ได้รู้สึกรำคาญหรือลำบากใจเลยแม้แต่น้อย แต่เขารู้สึกอบอุ่นใจและชื่นชอบการกระทำแบบนี้ของเธอเสียมากกว่า
“ขอบคุณนะครับพี่จือหลัน พวกผมจะระมัดระวังตัวเอาไว้ให้มากๆ นะครับ”
เสิ่นเจ๋อหยวนพยักหน้าเพื่อยืนยันคำพูดของเมิ่งเหวินฮั่นอย่างรวดเร็ว เพราะดูเหมือนว่าถ้าหากเขาไม่ตอบกลับเธอไปแล้วละก็ มีหวังว่าเขาและเมิ่งเหวินฮั่นคงจะไม่สามารถเดินออกจากบ้านไปได้อย่างแน่นอน
“ผมจะระวังตัวให้ดีเหมือนกันครับ”
เมิ่งจือหลันพยักหน้าอย่างพอใจในคำตอบของเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวน “แล้วนอกจากพวกสัตว์ป่าที่ต้องระวังแล้วนั้น สิ่งที่พวกนายต้องระวังก็คือผู้หญิงบางคนในหมู่บ้านแห่งนี้”
อันที่จริงเมิ่งจือหลันก็ไม่ต้องการที่จะพูดแบบนั้นออกมา แต่สำหรับเธอที่อยู่ภายในหมู่บ้านแห่งนี้มานาน ดังนั้นเมิ่งจือหลันจึงรู้จักนิสัยของหญิงสาวในหมู่บ้านแห่งนี้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าผู้หญิงบางคนนั้นมีความขยันขันแข็งในการทำงานและเป็นคนดีคอยช่วยเหลือชาวบ้านคนอื่นๆ แต่ก็มีผู้หญิงบางคนที่ไม่ค่อยทำงานและมักจะมองหาผู้ชายในตำบลเพื่อแต่งงาน
ซึ่งเธอเคยพบเจอเหตุการณ์บางอย่างกับตัวเช่นเดียวกัน เพราะเคยมีชายหนุ่มในตำบลแวะมาที่หมู่บ้านแห่งนี้พร้อมกับครอบครัวของเขา ซึ่งแน่นอนว่าการมาในครั้งนี้ก็คือการมาพูดคุยเรื่องแต่งงานของเขากับผู้หญิงคนหนึ่งในหมู่บ้านนั่นเอง และในระหว่างที่เขากำลังเดินเล่นอยู่ภายในหมู่บ้านกับแฟนสาวของตัวเอง ในตอนนั้นเองที่มีหญิงสาวคนหนึ่งตกน้ำไปในลำธาร และตะโกนขอความช่วยเหลือออกมาเพื่อให้ชายหนุ่มคนดังกล่าวกระโดดลงไปช่วยเหลือ
แต่น่าเสียดายที่ในเวลานั้นเป็นหน้าแล้ง ซึ่งน้ำในลำธารก็ไม่ได้ลึกสักเท่าไหร่ และแน่นอนว่าหญิงสาวที่เป็นแฟนของชายหนุ่มก็รับรู้ในเรื่องเหล่านี้ดี ดังนั้นเธอจึงได้ห้ามปรามไม่ได้แฟนหนุ่มของตัวเองกระโดดลงไปช่วยเหลือผู้หญิงคนนั้น
ในตอนแรกชายหนุ่มคนนั้นก็รู้สึกแปลกใจและไม่ชอบใจกับการกระทำของแฟนสาวตัวเอง แต่เมื่อได้ฟังคำอธิบายของแฟนสาวและเธอยังชี้ให้เขาดูอีกด้วยว่าไกลออกไปนั้นมีกลุ่มเด็กกำลังเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน และมีผู้ใหญ่กำลังยืนดูแลอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ทำให้เขารับรู้ได้เลยว่าน้ำที่อยู่ในลำธารแห่งนี้สูงเพียงแค่เอวของผู้ใหญ่เพียงเท่านั้น และแน่นอนว่าการที่ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเขากำลังตะโกนเพื่อขอความช่วยเหลือออกมา ก็เพราะต้องการบางสิ่งบางอย่างจากเขา
และด้วยเสียงร้องของเธอทำให้มีชาวบ้านเดินเข้ามาดูอยู่หลายคน และด้วยความอับอายที่ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือสักเท่าไหร่ แต่ชายหนุ่มที่เธอหมายตาก็ไม่กระโดดลงมาช่วยสักที รวมไปถึงกำลังมีชายหนุ่มในหมู่บ้านกำลังกระโดดลงมาช่วยเธอ ทำให้ผู้หญิงคนนั้นรีบลุกขึ้นและเดินขึ้นมาจากลำธารในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ชาวบ้านต่างพูดถึงไปอีกหลายวันเลยทีเดียว จนครอบครัวต้องให้ผู้หญิงคนนั้นรีบแต่งงานออกไปจากหมู่บ้านนี้โดยเร็ว เพราะไม่อย่างนั้นครอบครัวของพวกเขาคงจะต้องเป็นขี้ปากของชาวบ้านไปอีกนานเลยทีเดียว
ซึ่งหลังจากที่เมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนได้ฟังคำพูดของเมิ่งจือหลันแล้วนั้น เขาก็รีบตอบรับอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกับเสิ่นเจ๋อหยวนที่รู้สึกดีกับความเป็นห่วงของอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าในเวลานี้อีกฝ่ายจะเห็นเขาเป็นเพียงเพื่อนสนิทของน้องชายก็ตาม แต่เสิ่นเจ๋อหยวนคาดหวังว่าในอนาคตอีกฝ่ายจะเป็นห่วงเขาในฐานะหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งถ้าหากเป็นแบบนั้นเขาคงจะรู้สึกอบอุ่นไปทั้งตัวและหัวใจเลยทีเดียว
หลังจากที่บอกลากับทุกคนในบ้านและครอบครัวของตัวเองเรียบร้อยแล้วนั้น เมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนก็เดินออกจากบ้านลู่ในทันที
แน่นอนว่าการกระทำของเมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ๋อหยวนในตอนนี้อยู่ในสายตาของเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอิน ในระหว่างที่พวกเธอทั้งสองติดตามชายหนุ่มทั้งสองไปนั้น เธอก็ได้ตรวจสอบอย่างดีแล้วว่าไม่มีเมิ่งจือหลันหรือคนในครอบครัวของอีกฝ่ายเดินไปด้วย ดังนั้นพวกเธอจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เหตุการณ์ในวันนี้ดูจะเป็นใจให้กับเพื่อนเธอเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะกับเลี่ยงเหมยหรูที่คาดหวังว่าในวันนี้เธอจะได้อยู่กับเมิ่งเหวินฮั่น ชายหนุ่มที่เธอชื่นชอบเพียงลำพังสองคน และหลังจากที่เธอและเมิ่งเหวินฮั่นต่างก็ได้เสียกันแล้ว อีกไม่นานเขาก็จะต้องนำเงินมาสู่ขอเธอกับครอบครัวของเธอ และเมื่อถึงวันนั้นบรรดาหญิงสาวในหมู่บ้านก็จะต้องรู้สึกอิจฉาที่เธอจะได้เป็นคุณนายทหารอย่างแน่นอน
“พวกเราควรจะออกไปหาพวกเขาได้หรือยังเหรอ” เลี่ยงเหมยหรูหันไปเอ่ยถามเพื่อนสนิทของตัวเองด้วยความตื่นเต้น
นอกจากนี้ภายในมือของเธอก็ยังมีอาหารและเครื่องดื่มที่เธอได้ใส่ยาที่เธอซื้อมาจากคนรู้จักของจางเพ่ยอินอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่านอกจากนี้เธอยังได้พกยาบางส่วนติดตัวมาด้วย เพราะว่าเธอเป็นกังวลว่ายาที่เธอผสมกับอาหารและเครื่องดื่มอาจจะไม่ค่อยได้ผล และเมื่อถึงเวลานั้นเธอจะได้นำตัวยาที่พกมานั้นออกมาใช้
“รอพวกเขาเข้าไปในป่าก่อน ฉันกลัวว่าถ้าหากเราออกไปพบพวกเขาในตอนนี้ เดี๋ยวชาวบ้านจะมาเห็นพวกเขาเข้าซะก่อน แล้วเมื่อถึงเวลานั้นไม่แน่ว่าอาหารและเครื่องดื่มที่เราเตรียมมาอาจจะถูกพวกเขาแย่งไปก็ได้”
จางเพ่ยอินไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดในครั้งนี้ เพราะว่ากว่าที่เธอจะได้พบเจอกับชายหนุ่มที่เธอถูกใจและต้องการที่จะแต่งงานด้วยนั้นยากพอสมควร เพราะว่าในช่วงเวลาปกติถึงแม้ว่าเธอจะได้พบเจอกับผู้ชายมากหน้าหลายตา แต่ก็เพราะว่าเธอต้องการผลประโยชน์จากผลเขาและพวกเขาเหล่านั้นก็ได้ประโยชน์จากร่างกายของเธอเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงไม่ได้มีความชอบพอกันแต่อย่างใด
โดยที่พวกเธอทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าการกระทำของพวกเธอในตอนนี้ได้ถูกชายหนุ่มทั้งสองคนมองออกมาตั้งนานแล้ว เนื่องจากว่าเสิ่นเจ๋อหยวนและเมิ่งเหวินฮั่นต่างก็เป็นทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างหนัก ดังนั้นการที่พวกเขาถูกหญิงสาวชาวบ้านทั้งสองคนกำลังติดตามอยู่ในตอนนี้ เขาจึงสามารถรับรู้ได้ในทันที แต่ที่พวกเขายังไม่ได้เปิดโปงอีกฝ่ายออกไปนั้น ก็เพราะว่าพวกเขาต้องการรู้เหมือนกันว่าหญิงสาวทั้งสองคนนั้นต้องการสิ่งใดกันแน่
ดังนั้นทั้งเสิ่นเจ๋อหยวนและเมิ่งเหวินฮั่นจึงทำเหมือนกับว่าพวกเขาไม่รับรู้ว่ากำลังมีคนเดินตามอยู่นั่นเอง นอกจากนี้พวกเขายังเคยเห็นหญิงสาวทั้งสองคนนี้อยู่ในกลุ่มคนที่จ้องมองพวกเขาในตอนที่พวกเขาทั้งคู่เดินทางมาถึงหมู่บ้านเฟิงหยวนอีกด้วย
แต่สำหรับเมิ่งเหวินฮั่นนั้นเขาเคยได้พบเจอกับเลี่ยงเหมยหรูและจางเพ่ยอินมาหลายครั้งแล้ว เนื่องจากในบางครั้งเขาก็มักจะมาเยี่ยมเยียนตายายของเขาในช่วงที่เขาได้วันหยุด และเขาก็รู้สึกว่าเลี่ยงเหมยหรูคนนี้ดูเหมือนจะชื่นชอบเขาในระดับหนึ่งเลยทีเดียว อีกทั้งป้าสะใภ้ของเขายังเคยบอกกับเขาว่าถ้าหากเป็นไปได้ให้อยู่ห่างจากผู้หญิงสองคนนี้ และเขาก็ทำมันมาโดยตลอด เพราะไม่ใช่แค่ป้าสะใภ้ของเขาที่พูดออกมา แต่แม้กระทั่งยายและพี่สาวของเขาก็เคยพูดเช่นเดียวกัน
แต่ว่าในครั้งนี้ดูเหมือนว่าเขาจะต้องผิดคำพูดกับครอบครัวของเขาเสียแล้ว เพราะว่าเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่ ถึงได้ติดตามพวกเขาทั้งคู่มาจนถึงตอนนี้
หลังจากที่จางเพ่ยอินและเลี่ยงเหมยหรูเดินตามเสิ่นเจ๋อหยวนและเมิ่งเหวินฮั่นมาได้สักพักแล้วนั้น จางเพ่ยอินก็ชักชวนเลี่ยงเหมยหรูออกจากที่หลบซ่อนตัวในทันที เพื่อที่จะเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่พวกเธอทั้งสองคนกำลังให้ความสนใจ
“สวัสดีค่ะพี่เหวินฮั่น พี่เหวินฮั่นกลับมานานแล้วเหรอคะ”
เลี่ยงเหมยหรูแสดงท่าทางยินดีออกไป ถึงแม้ว่าเธอจะรู้อยู่แล้วว่าเขาเดินทางมาที่หมู่บ้านของเธอก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็อยากแสดงออกไปว่าเธอยังไม่ได้รับรู้และไม่ได้ให้ความสนใจสักเท่าไหร่ ก่อนที่เธอจะหันมาหาเพื่อนสนิทของเธอเล็กน้อย
“ส่วนนี้เป็นเพื่อนของฉันเองค่ะ เธอชื่อว่าจางเพ่ยอิน เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของฉันค่ะ”
เมิ่งเหวินฮั่นและเสิ่นเจ่อหยวนพยักหน้ารับคำของอีกฝ่ายเพียงเท่านั้น ก่อนที่เมิ่งเหวินฮั่นจะขอตัวเพื่อเดินจากไป ซึ่งแน่นอนว่าเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายจะต้องไม่ให้เขาจากไปอย่างแน่นอน
“เดี๋ยวก่อนสิคะพี่เหวินฮั่น”
เลี่ยงเหมยหรูรีบร้องเรียกอีกฝ่ายเอาไว้อย่างรวดเร็ว เพราะว่าเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะเดินหนีไปจากเธอเสียก่อน แต่เมื่อได้เห็นใบหน้ามึนงงของอีกฝ่ายนั้น ก็ทำให้เลี่ยงเหมยหรูรู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อยว่าการกระทำของเธอในครั้งนี้ อาจจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสงสัยในการกระทำของเธอก็เป็นได้
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++